โนเบล : ใครได้รางวัลอะไรในปี 2019

The Nobel Medal NB

ที่มาของภาพ, Nobel Foundation

คณะกรรมการพิจารณามอบรางวัลโนเบลได้ประกาศผลผู้ได้รับรางวัลประจำปีนี้ครบทั้ง 6 สาขาแล้วในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา

ในปีนี้มีนักวิทยาศาสตร์ นักเศรษฐศาสตร์ และนักเขียน "ผู้สร้างคุณประโยชน์อันยิ่งใหญ่ต่อมวลมนุษยชาติ" ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ที่ได้รับรางวัลทั้งสิ้น 15 คนใน 6 สาขา ดังนี้

รางวัลโนเบลสาขาสรีรวิทยาหรือการแพทย์

William G. Kaelin, Jr., Sir Peter J. Ratcliffe, y Gregg L. Semenza.

ที่มาของภาพ, Albert and Mary Lasker Foundation.

คำบรรยายภาพ, (จากซ้าย) ศ.วิลเลียม เคลิน, เซอร์ปีเตอร์ แร็ตคลิฟฟ์ และ ศ.เกรก เซเมนซา

ทีมนักวิทยาศาสตร์ 3 คน คือ เซอร์ปีเตอร์ แร็ตคลิฟฟ์ จากสถาบันฟรานซิส คริก และมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด ในอังกฤษ รวมทั้งชาวอเมริกัน 2 คน คือ ศ.วิลเลียม เคลิน จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และ ศ.เกรก เซเมนซา จากมหาวิทยาลัยจอนส์ฮอปกินส์ ในสหรัฐฯ ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสรีรวิทยาหรือการแพทย์ประจำปี 2019 ไปครองร่วมกัน ด้วยผลงานวิจัยถึงการทำงานของเซลล์ในร่างกายมนุษย์ที่รับรู้และปรับตัวให้เข้ากับระดับก๊าซออกซิเจนที่มีอยู่

การค้นพบของพวกเขาเป็นประโยชน์และเกี่ยวพันกับชีวิตประจำวันของคนทั่วไปในหลายด้าน ตั้งแต่เรื่องการออกกำลังกาย การอยู่ในที่สูง ไปจนถึงการพัฒนาในช่วงต้นของตัวอ่อนมนุษย์ในครรภ์มารดา

นอกจากนี้ ผลงานของพวกเขายังช่วยปูทางไปสู่การพัฒนาวิธีการใหม่ ๆ ในการรักษาโรคโลหิตจาง หรือแม้แต่โรคมะเร็ง

คณะกรรมการรางวัลโนเบลแถลงว่า "เราทราบกันมานานหลายศตวรรษถึงความสำคัญขั้นพื้นฐานของออกซิเจน แต่เรื่องการปรับตัวของเซลล์ต่อการเปลี่ยนแปลงของระดับออกซิเจนนั้นยังคงเป็นปริศนามานาน"

รางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์

James Peebles, Didier Queloz and Michel Mayor share the nine million kronor prize
คำบรรยายภาพ, (จากซ้ายไปขวา) ศ. เจมส์ พีเบิลส์, ศ. ดิดีเยร์ เกโลซ และศ. มิเชล มายอร์

ศ.เจมส์ พีเบิลส์ นักฟิสิกส์ดาราศาสตร์ชาวอเมริกันเชื้อสายแคนาดา รวมทั้ง ศ.มิเชล มายอร์ และ ศ.ดิดีเยร์ เกโลซ สองนักฟิสิกส์ดาราศาสตร์ชาวสวิส ร่วมกันครองรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ประจำปี 2019 จากผลงานการพัฒนาทฤษฎีจักรวาลวิทยากายภาพ (Physical Cosmology) และการค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ (Exoplanet) ซึ่งเปลี่ยนแปลงความเข้าใจของมนุษย์เกี่ยวกับโลกและจักรวาลไปอย่างสิ้นเชิง

ศ.พีเบิลส์ ซึ่งดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์กิตติคุณด้านวิทยาศาสตร์ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ที่มหาวิทยาลัยพรินซ์ตันของสหรัฐฯ ได้รับการยกย่องจากผลงานทางทฤษฎีหลายเรื่อง ที่นำไปสู่ความเข้าใจต่อพัฒนาการทางกายภาพของเอกภพในช่วงเวลาต่าง ๆ นับแต่เหตุการณ์บิ๊กแบงราว 14,000 ล้านปีก่อนเป็นต้นมา

ในขณะที่ศ. มายอร์ และศ. เกโลซ จากมหาวิทยาลัยเจนีวาของสวิตเซอร์แลนด์ จะได้รับเงินรางวัลอีกครึ่งหนึ่งร่วมกัน จากผลงานการค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะดวงแรกในกลุ่มดาวเพกาซัส ซึ่งพลิกแนวคิดเรื่องตำแหน่งแห่งที่ของโลกและระบบสุริยะอื่น ๆ ในสายตาของนักฟิสิกส์ดาราศาสตร์ไปอย่างมาก

รางวัลโนเบลสาขาเคมี

Nobel chemistry winners

ที่มาของภาพ, U TEXAS / BINGHAMPTON / AFP

คำบรรยายภาพ, (จากซ้าย) ศ.จอห์น บี. กู๊ดอีนัฟ, ศ.เอ็ม. สแตนลีย์ วิตทิงแฮม , ศ.อากิระ โยชิโนะ

ศาสตราจารย์ จอห์น บี. กู๊ดอีนัฟ ชาวอเมริกัน และศาสตราจารย์ เอ็ม. สแตนลีย์ วิตทิงแฮม ชาวอังกฤษ รวมทั้งศาสตราจารย์อากิระ โยชิโนะ ชาวญี่ปุ่น ร่วมกันครองรางวัลโนเบลสาขาเคมีประจำปีนี้ จากผลงานการคิดค้นและพัฒนาแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ปฏิวัติโลกยุคใหม่ให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่สามารถชาร์จไฟซ้ำ เพื่อนำมาใช้งานได้หลายครั้ง

ศ. วิตทิงแฮม จากมหาวิทยาลัยบิงแฮมตันของสหรัฐฯ เป็นผู้เสนอแนวคิดที่ใช้ประดิษฐ์แบตเตอรี่ลิเทียมไอออนเป็นคนแรก ในช่วงทศวรรษ 1970 โดยเขาค้นพบหลักการทำขั้วบวกหรือแคโทดของแบตเตอรี่ให้กักเก็บพลังงานได้สูง โดยให้ประจุไฟฟ้าหรือไอออนของลิเทียมสามารถเคลื่อนที่จากขั้วลบ และสอดตัวเข้าไปอยู่ในขั้วบวกซึ่งทำจากไทเทเนียมไดซัลไฟด์ที่มีโครงสร้างเป็นชั้นซ้อนกัน (intercalation) ซึ่งกระบวนการนี้สามารถไหลย้อนกลับในทิศทางตรงข้ามได้

ส่วน ศ. กู๊ดอีนัฟ จากมหาวิทยาลัยเทกซัส วิทยาเขตออสตินของสหรัฐฯ อายุ 97 ปี ถือเป็นผู้ได้รับรางวัลโนเบลที่มีอายุมากที่สุดในปัจจุบัน เขาเป็นผู้ริเริ่มนำโคบอลต์ออกไซด์มาใช้เป็นวัสดุทำขั้วบวกในแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนที่เพิ่งคิดค้นขึ้นใหม่ ซึ่งสามารถทำให้แบตเตอรี่ชนิดนี้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น โดยมีความต่างศักย์เพิ่มจาก 2 โวลต์ เป็น 4 โวลต์

รางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม

โอลกา ทอคาร์ตชูก และ เพเตอร์ แฮนต์เคอ

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, โอลกา ทอคาร์ตชูก นักเขียนชาวโปแลนด์ เป็นผู้ชนะรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมประจำปี 2018 และ เพเตอร์ แฮนต์เคอ นักเขียนชาวออสเตรีย เป็นผู้ชนะในปี 2019

ในปีนี้มีการประกาศผลผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม รวมยอด 2 รางวัล คือของปี 2018 และ 2019 เนื่องจากไม่มีการมอบรางวัลในปีที่แล้ว หลังเกิดกรณีอื้อฉาวเรื่องเพศในคณะกรรมการผู้ตัดสินรางวัล

โอลกา ทอคาร์ตชูก นักเขียนชาวโปแลนด์ ได้รับรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมประจำปี 2018 และ เพเตอร์ แฮนต์เคอ นักประพันธ์ชาวออสเตรีย เป็นเจ้าของรางวัลในปีนี้

คณะกรรมการตัดสิน ระบุว่า ทอคาร์ตชูก วัย 57 ปี ได้รับรางวัลจาก "จินตนาการที่มีการพรรณนาอย่างลึกซึ้งและรอบด้าน เป็นตัวแทนของการก้าวข้ามพรมแดนของชีวิตรูปแบบหนึ่ง"

เธอเป็นเจ้าของหนังสือขายดีที่สุดของโปแลนด์ เช่น Primeval and Other Times ซึ่งเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับหมู่บ้านในตำนานแห่งหนึ่ง และได้แกะรอยประวัติศาสตร์ของโปแลนด์ตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 1 จนถึงทศวรรษ 1980

ขณะที่ แฮนต์เคอ ได้รับการยกย่องว่า เป็นหนึ่งในนักเขียนภาษาเยอรมันที่ช่วยจุดประกายความคิดผู้คนได้มากที่สุด โดยมีผลงานที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เช่น A Sorrow Beyond Dreams ซึ่งได้รับการตีพิมพ์ในปี 1975 ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับการฆ่าตัวตายของแม่เขาในปี 1971

สมาชิกคณะกรรมการรางวัลโนเบล ระบุด้วยว่า พวกเขารู้สึก "ตกตะลึง" จากผลงานเรื่อง Die Obstdiebin ในปี 2017 "เขาได้สำรวจขอบเขตและสถานที่ที่ไม่เคยมีใครพบเห็นอย่างมีชั้นเชิงทางศิลปะที่ยอดเยี่ยม"

รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ

Ethiopian Prime Minister Abiy Ahmed attends the High Level Consultation Meetings of Heads of State and Government on the situation in the Democratic Republic of Congo at the African Union Headquarters in Addis Ababa, Ethiopia, 17 January, 2019.

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, นายอาเบีย อาห์เหม็ด ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของเอธิโอเปียเมื่อเดือน เม.ย. 2018

นายกรัฐมนตรีอาเบีย อาห์เหม็ด แห่งเอธิโอเปีย ได้รับเลือกให้เป็นผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพประจำปีนี้ จากความพยายามผลักดัน "ให้เกิดสันติภาพและความร่วมมือระหว่างประเทศ"

ความพยายามของนายอาห์เหม็ด ได้นำไปสู่การลงนามในข้อตกลงสันติภาพเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งช่วยยุติความตึงเครียดทางทหารกับเอริเทรียที่ยืดเยื้อมาเกือบ 20 ปี หลังเกิดข้อพิพาทเรื่องชายแดนกันในปี 1998-2000 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายหมื่นคน

รางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์

Images of (L-R) Abhijit Banerjee, Esther Duflo, and Michael Kremer, winners of the Nobel Prize in Economic Sciences 2019

ที่มาของภาพ, EPA

คำบรรยายภาพ, จากซ้าย ศ.อภิจิต บาเนอร์จี, ศ.เอสแตร์ ดูโฟล และ ศ.ไมเคิล ครีเมอร์

ศ.เอสแตร์ ดูโฟล และ ศ.อภิจิต บาเนอร์จี สามี จากสถาบันเทคโนโลยีแห่งแมสซาชูเซตส์ (เอ็มไอที) รวมทั้ง ศ.ไมเคิล ครีเมอร์ จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดได้ครองรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ประจำปีนี้ร่วมกัน จากผลงาน "ที่ช่วยยกระดับประสิทธิภาพในการต่อสู้กับความยากจนทั่วโลก"

ผลงานของนักเศรษฐศาสตร์ทั้งสาม มุ่งเน้นไปยังชุมชนยากจนที่สุดในอินเดียและแอฟริกา ซึ่งงานวิจัยของพวกเขาช่วยชี้ให้เห็นว่าการลงทุนใดมีความคุ้มค่าและก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อชีวิตของคนยากจนเหล่านี้ โดยหนึ่งในผลลัพธ์จากงานวิจัยพวกเขาช่วยให้เด็กอินเดียกว่า 5 ล้านคนได้รับประโยชน์จากโครงการกวดวิชาในโรงเรียน

คณะกรรมการตัดสินรางวัลโนเบลระบุว่า ภายในระยะเวลาเพียง 2 ทศวรรษ วิธีการในเชิงทดลองของพวกเขาได้ช่วยเปลี่ยนโฉมวิชาเศรษฐศาสตร์การพัฒนา ซึ่งเป็นศาสตร์ที่กำลังเฟื่องฟูมากในปัจจุบัน

โดย ศ.ดูโฟล วัย 46 ปี ถือเป็นสตรีคนที่สองที่ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ และเป็นผู้ได้รับรางวัลอายุน้อยที่สุดของสาขานี้ นับแต่ธนาคารกลางสวีเดนได้ริเริ่มมอบรางวันนี้ในปี 1969 เพื่อระลึกถึงนายอัลเฟรด โนเบล ผู้ก่อตั้งรางวัลอันทรงเกียรตินี้

สำหรับพิธีมอบรางวัลโนเบลจะมีขึ้นที่กรุงสตอกโฮล์ม ของสวีเดนในวันที่ 10 ธ.ค.นี้ ซึ่งตรงกับวันครบรอบการถึงแก่กรรมของนายอัลเฟรด โนเบล ยกเว้นรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพที่จะมีพิธีมอบในกรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์