โนเบล : 3 นักดาราศาสตร์ครองรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ 2019 ร่วมกัน

ที่มาของภาพ, ESO / M Kornmesser
ศาสตราจารย์ เจมส์ พีเบิลส์ นักฟิสิกส์ดาราศาสตร์ชาวอเมริกันเชื้อสายแคนาดา รวมทั้งศาสตราจารย์ มิเชล มายอร์ และศาสตราจารย์ ดิดีเยร์ เกโลซ สองนักฟิสิกส์ดาราศาสตร์ชาวสวิส ร่วมกันครองรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ประจำปี 2019 จากผลงานการพัฒนาทฤษฎีจักรวาลวิทยากายภาพ (Physical Cosmology) และการค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ (Exoplanet) ซึ่งเปลี่ยนแปลงความเข้าใจของมนุษย์เกี่ยวกับโลกและจักรวาลไปอย่างสิ้นเชิง
ศาสตราจารย์พีเบิลส์ซึ่งดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์กิตติคุณด้านวิทยาศาสตร์ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ที่มหาวิทยาลัยพรินซ์ตันของสหรัฐฯ ได้รับการยกย่องจากผลงานทางทฤษฎีหลายเรื่อง ที่นำไปสู่ความเข้าใจต่อพัฒนาการทางกายภาพของเอกภพในช่วงเวลาต่าง ๆ นับแต่เหตุการณ์บิ๊กแบงราว 14,000 ล้านปีก่อนเป็นต้นมา

ศ. พีเบิลส์ ได้ทำนายถึงการมีอยู่ของรังสีไมโครเวฟพื้นหลังของจักรวาล (CMB) ซึ่งเป็นแสงสว่างจาง ๆ ของเหตุการณ์บิ๊กแบงที่หลงเหลืออยู่ และการก่อตัวของนิวเคลียสอนุภาคต่าง ๆ หลังเอกภพเริ่มขยายตัว ซึ่งได้ช่วยในการพัฒนาแบบจำลองบิ๊กแบง รวมทั้งความรู้ความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นเกี่ยวกับสสารมืดและพลังงานมืดอีกด้วย
ศ. พีเบิลส์จะได้รับเงินรางวัลครึ่งหนึ่งจากจำนวนทั้งหมด 9 ล้านโครน (ราว 28 ล้านบาท) ในขณะที่ศ. มายอร์ และศ. เกโลซ จากมหาวิทยาลัยเจนีวาของสวิตเซอร์แลนด์ จะได้รับเงินรางวัลอีกครึ่งหนึ่งร่วมกัน จากผลงานการค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะดวงแรกในกลุ่มดาวเพกาซัส ซึ่งพลิกแนวคิดเรื่องตำแหน่งแห่งที่ของโลกและระบบสุริยะอื่น ๆ ในสายตาของนักฟิสิกส์ดาราศาสตร์ไปอย่างมาก
ทั้งนี้ การค้นพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ ทำให้มนุษย์ได้ตระหนักว่าระบบสุริยะของเราไม่จำเป็นจะต้องมีสภาพแวดล้อมเหมือนกับระบบสุริยะอื่น ๆ แต่ก็ได้ค้นพบด้วยว่า ในระบบเหล่านั้นมีดาวเคราะห์ที่คล้ายคลึงกับโลกอีกมากมาย ซึ่งอาจมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ด้วย





