นายกรัฐมนตรีเอธิโอเปีย คว้ารางวัลโนเบลสันติภาพ ปี 2019

ที่มาของภาพ, Reuters
นายกรัฐมนตรีอาเบีย อาห์เหม็ด แห่งเอธิโอเปีย ได้รับเลือกให้เป็นผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพประจำปี 2019 จากความพยายามผลักดัน "ให้เกิดสันติภาพและความร่วมมือระหว่างประเทศ"
ความพยายามของนายอาห์เหม็ด ได้นำไปสู่การลงนามในข้อตกลงสันติภาพเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งช่วยยุติภาวะการคุมเชิงทางทหารกับเอริเทรียที่ยืดเยื้อมาเกือบ 20 ปี หลังเกิดข้อพิพาทเรื่องชายแดนกันในปี 1998-2000 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายหมื่นคน
100จำนวนรางวัลนี้ที่มอบมาระหว่างปี 1901-2019
24จำนวนองค์กรที่ได้รับรางวัลนี้
17จำนวนผู้หญิงที่ได้รับรางวัลนี้
17อายุผู้ได้รางวัลโนเบลสันติภาพอายุน้อยสุด มาลาลา ยูซาฟไซ
2ครั้งที่รางวัลโนเบลสันติภาพแบ่งกันครอง 3 คน
1ผู้ได้รับเลือก คือ เล ดึ๊ก เถาะ ปฏิเสธรับรางวัลนี้
สำหรับนายอาห์เหม็ด ถือเป็นผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพคนที่ 100 โดยเขาจะได้รับเงินรางวัลมูลค่า 9 ล้านโครน (ราว 27 ล้านบาท) ในพิธีมอบรางวัลที่กรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์ ในเดือน ธ.ค.นี้
รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ คือรางวัลที่มอบให้แก่ "ผู้สร้างคุณประโยชน์อันยิ่งใหญ่ต่อมวลมนุษยชาติในด้านสันติภาพ" ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งในปีนี้ มีผู้ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล 301 ราย แบ่งเป็นบุคคล 223 ราย และองค์กร 78 ราย หนึ่งในนั้นคือ น.ส.เกรียตา ทุนแบร์ย นักรณรงค์เพื่อสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมชาวสวีเดนวัย 16 ปี

ที่มาของภาพ, AFP
อาเบีย อาห์เหม็ด คือใคร
นับแต่ก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของเอธิโอเปียเมื่อเดือน เม.ย. 2018 นายอาห์เหม็ด ได้ดำเนินการปฏิรูปที่เป็นอิสระขนานใหญ่ในเอธิโอเปีย ซึ่งนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในประเทศที่เคยมีการควบคุมอย่างเข้มงวดแห่งนี้
เขาได้สั่งปล่อยตัวนักเคลื่อนไหวฝ่ายค้านหลายพันคน และอนุญาตให้กลุ่มผู้เห็นต่างที่เคยลี้ภัยไปอยู่ต่างแดน สามารถเดินทางกลับประเทศได้
แต่ผลงานชิ้นสำคัญที่สุดของเขาคือการเป็นผู้ผลักดันให้มีการทำข้อตกลงสันติภาพกับประเทศเพื่อนบ้านคู่ปรปักษ์ อย่าง เอริเทรีย ซึ่งช่วยปิดฉากความขัดแย้งระหว่างประเทศที่ยืดเยื้อมานานร่วม 20 ปี
อย่างไรก็ตาม การปฏิรูปของนายอาห์เหม็ด ยังเผยให้เห็นปัญหาความตึงเครียดระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์ในเอธิโอเปียและความรุนแรงจากปัญหาดังกล่าวที่ทำให้ประชาชนต้องพลัดพรากจากถิ่นฐานบ้านเกิดราว 2.5 ล้านคน











