ประท้วงฮ่องกง : อะไรทำให้นักเรียนมัธยมนับหมื่นโดดเรียนร่วมประท้วงทางการ

Student protesters

ที่มาของภาพ, EPA

คำบรรยายภาพ, เด็กนักเรียนหลายคนไปร่วมชุมนุมโดยใช้แผ่นสำลีแปะตาเพื่อแสดงความเป็นหนึ่งเดียวกับกลุ่มผู้ประท้วงที่ได้รับบาดเจ็บที่ดวงตาระหว่างปะทะกับตำรวจก่อนหน้านี้

กลุ่มนักเรียนนักศึกษาชาวฮ่องกงหลายหมื่นคน พร้อมใจไม่ไปเรียนในการเปิดเทอมวันแรกวานนี้ (2 ก.ย.) เพื่อร่วมแสดงพลังประท้วงทางการฮ่องกงและต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยที่ยืดเยื้อเข้าสู่สัปดาห์ที่ 14 แล้ว

กลุ่มผู้จัดการประท้วงระบุว่า เมื่อวานนี้มีนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาราว 1 หมื่นคน จาก 200 โรงเรียนโดดเรียนไปร่วมการชุมนุมประท้วง โดยคาดว่าการนัดหยุดเรียนลักษณะนี้จะกินเวลานาน 2 สัปดาห์

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้มีขึ้นในวันเดียวกับการเรียกร้องให้ประชาชนร่วมผละงานประท้วงพร้อมกันทั่วเกาะฮ่องกงเป็นเวลา 2 วัน เพื่อไปร่วมการชุมนุมใหญ่ หลังจากช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการปะทะกันรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในรอบหลายสัปดาห์ระหว่างกลุ่มผู้ประท้วงกับตำรวจปราบจลาจล

เหตุใดนักเรียนจึงพากันโดดเรียนประท้วง

การประท้วงในฮ่องกงครั้งนี้มีแรงขับเคลื่อนสำคัญจากบรรดาเยาวชนคนหนุ่มสาว ซึ่งหลายฝ่ายคิดว่า การประท้วงอาจเริ่มซาลงเมื่อนักเรียนนักศึกษาต้องกลับไปเรียนหนังสือเมื่อถึงกำหนดเปิดภาคการศึกษาใหม่

ทว่าเมื่อวานนี้ เยาวชนจำนวนมากตัดสินใจไปร่วมชุมนุมกันด้านนอกมหาวิทยาลัยจีนแห่งฮ่องกง (Chinese University of Hong Kong หรือ CUHK)

Students attend a school boycott rally at the Chinese University of Hong Kong on September 2, 2019, in the latest opposition to a planned extradition law that has since morphed into a wider call for democratic rights in the semi-autonomous city

ที่มาของภาพ, AFP

คำบรรยายภาพ, ชุมนุมใหญ่ที่ด้านนอกมหาวิทยาลัยจีนแห่งฮ่องกง

"ฉันมาที่นี่เพื่อบอกคนอื่นว่าแม้การปิดเทอมภาคฤดูร้อนจะสิ้นสุดลง แต่เรายังไม่กลับเข้าสู่ชีวิตตามปกติของเรา เราควรต่อสู้เพื่อฮ่องกงต่อไป" นักศึกษาวัย 19 ปีคนหนึ่งให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเอเอฟพี

สหภาพนักศึกษามหาวิทยาลัย CUHK เผยว่า ทางมหาวิทยาลัยได้พยายามขอให้ยกเลิกการชุมนุมประท้วง แต่ทางสหภาพยืนกรานดำเนินการตาม "แผนการเดิม"

เด็กนักเรียนมัธยม

ที่มาของภาพ, Getty Images

เด็กนักเรียนมัธยม

ที่มาของภาพ, Getty Images

ส่วนเด็กนักเรียนมัธยมจำนวนมากไปชุมนุมกันที่จัตุรัสเอดินบะระเพลส ย่านใจกลางฮ่องกง

"ฉันยินดีจะรับการลงโทษทางวินัยทุกรูปแบบ" นักเรียนคนหนึ่งเผยกับหนังสือพิมพ์เซาท์ไชน่ามอร์นิ่งโพสต์ ของฮ่องกง

นักเรียนอีกคนที่ชื่อหว่อง วัย 17 ปี ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเอเอฟพีว่า "ฮ่องกงคือบ้านของเรา... เราคืออนาคตของเมืองนี้และมีหน้าที่ปกปักรักษามัน"

เด็กนักเรียนมัธยม

ที่มาของภาพ, Getty Images

เด็กนักเรียนหลายคนไปร่วมชุมนุมโดยใช้แผ่นสำลีแปะตาเพื่อแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับกลุ่มผู้ประท้วงในสัปดาห์ก่อนหน้านี้ที่ได้รับบาดเจ็บที่ดวงตาระหว่างปะทะกับตำรวจ

ขณะเดียวกัน ภาพที่เผยแพร่ทางโซเชียลมีเดียยังเผยให้เด็กนักเรียนจับมือกันเป็นห่วงโซ่มนุษย์ที่ด้านนอกโรงเรียนมัธยมหลายแห่งในฮ่องกง

ข้าม X โพสต์
ยินยอมรับเนื้อหาจาก X

บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก X เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ X และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ X ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"

คำเตือน:เนื้อหาภายนอกอาจมีโฆษณา

สิ้นสุด X โพสต์

ความกังวลต่ออนาคตใต้เงาจีน

เฮลิเออร์ เฉิง ผู้สื่อข่าวบีบีซี ที่ติดตามข่าวในฮ่องกง ระบุว่า หนุ่มสาวฮ่องกงเริ่มตระหนักและตื่นตัวเรื่องการเมืองเพิ่มขึ้นในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา โดยอัตราการลงทะเบียนเลือกตั้งของคนอายุ 18-35 ปี เพิ่มขึ้นจาก 58% ในปี 2000 มาอยู่ที่ 70% ในปี 2016

นี่อาจไม่ใช่เรื่องที่น่าประหลาดใจ เมื่อพิจารณาถึงเรื่องที่ว่าอนาคตทางการเมืองของฮ่องกงกำลังเป็นประเด็นที่น่าเป็นห่วง

เด็กนักเรียนนั่งชุมนุมกันพร้อมด้วยแผ่นป้ายข้อความว่า "เราต้องการประชาธิปไตย"

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, เด็กนักเรียนนั่งชุมนุมกันพร้อมด้วยแผ่นป้ายข้อความว่า "เราต้องการประชาธิปไตย"

ปัจจุบันฮ่องกงได้รับสิทธิพิเศษและเสรีภาพจากข้อตกลงที่อังกฤษทำกับจีนในการส่งมอบฮ่องกงคืนให้แก่จีน

แต่ในปี 2047 ข้อตกลงที่ให้สถานะพิเศษดังกล่าวแก่ฮ่องกงจะหมดอายุลง และไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในตอนนั้น

สำหรับหนุ่มสาวยุคปัจจุบันแล้ว มองว่าปี 2047 คืออนาคตที่ไม่ห่างไกลเลย ดังนั้นการประท้วงของพวกเขาจึงถูกขับเคลื่อนด้วยความกังวลเกี่ยวกับอนาคตที่ไม่แน่นอน รวมทั้งความรู้สึกว่ารัฐบาลจีนแผ่นดินใหญ่กำลังเข้าใกล้พวกเขาขึ้นทุกขณะ