ประท้วงในฮ่องกง : ทำไมร่างกม. ส่งผู้ร้ายข้ามแดน จึงถูกต่อต้านอย่างหนัก

ที่มาของภาพ, Getty Images
สถานกงสุลใหญ่ เตือนนักท่องเที่ยวไทยที่จะเดินทางไปยังฮ่องกงควรหลีกเลี่ยงพื้นที่การชุมนุมประท้วงคัดค้าน ร่าง กม.ส่งผู้ร้ายข้ามแดน ในวันอาทิตย์ที่ 16 มิ.ย. และวันจันทร์ที่ 17 มิ.ย.
แถลงการณ์ดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่บนเฟซบุ๊กของสถานกงสุลใหญ่ ฯ ณ ฮ่องกง โดยระบุว่า กลุ่มผู้จัดการชุมนุมประท้วงออกมาประกาศให้มีการเดินประท้วงจากสวน Victoria Park ในย่าน Causeway Bay ไปยังที่ทำการรัฐบาลและสภานิติบัญญัติฮ่องกง ย่าน Admiralty ในวันอาทิตย์ที่ 16 มิ.ย. 62 เวลาประมาณ 14:30 น.
นอกจากนี้ ได้ประกาศให้มีการชุมนุมบริเวณสภานิติบัญญัติในย่าน Admiralty ซึ่งรวมถึงพื้นที่ใกล้เคียง เช่น Central และ Wan Chai ในวันจันทร์ที่ 17 มิ.ย. อีกด้วย
ทั้งนี้ กลุ่มผู้จัดการชุมนุมประท้วงได้ยื่นเรื่องเพื่อขอทำการประท้วงใน 2 วันข้างต้น กับตำรวจฮ่องกงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ในขณะนี้ยังไม่มีการตอบรับจากตำรวจฮ่องกง
ไม่มีเนื้อหานี้
ดูเพิ่มเติมที่ Facebookบีบีซี. บีบีซีไม่มีส่วนรับผิดชอบต่อเนื้อหาของเว็บไซต์ภายนอก. นโยบายของเราเรื่องการเชื่อมต่อไปยังลิงก์ภายนอก.สิ้นสุด Facebook โพสต์
การประท้วงในช่วงสุดสัปดาห์นี้ จะถูกจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 หลังจากที่มีการชุมนุมประท้วงครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 22 ปี ซึ่งผู้จัดการประท้วงเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ยืนยันว่า มีผู้ออกมาประท้วงเกินกว่า 1 ล้านคน ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริง จะถือว่ามากที่สุด นับตั้งแต่หลังมีการส่งมอบเกาะฮ่องกงคืนให้แก่จีนในปี 1997

ที่มาของภาพ, Getty Images
การประท้วงดังกล่าวได้ยืดเยื้อมาจนถึงวันพุธที่ผ่านมา (12 มิ.ย.) ซึ่งได้ เกิดการปะทะกันระหว่างประชาชนและตำรวจที่ใช้กระสุนยางและแก๊สน้ำตายิงเข้าใส่ผู้ประท้วง จนทำให้มีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 22 คน
จนถึงขณะนี้ การเดินหน้าผลักดันให้สภานิติบัญญัติผ่านร่างกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนฉบับใหม่ยังไม่มีท่าทียุติ หลังจากที่ทางการได้ชะลอการอภิปรายร่างกฎหมายนี้ โดยยังไม่ระบุว่าจะจัดขึ้นเมื่อใด แต่การลงมติคาดว่าจะมีในวันที่ 20 มิ.ย.นี้
ชาวฮ่องกงจากหลากหลายวงการ รวมถึงโรงเรียน ห้างร้าน และคนในแวดวงกฎหมาย ต่างออกมาต่อต้านร่างกม. ส่งผู้ร้ายข้ามแดนในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ผู้จัดการประท้วงเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ยืนยันว่า มีผู้ออกมาประท้วงเกินกว่า 1 ล้านคน ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริง จะถือว่ามากที่สุด นับตั้งแต่หลังมีการส่งมอบเกาะฮ่องกงคืนให้แก่จีนในปี 1997
ร่างกฎหมายนี้มีเนื้อหาอย่างไร
การแก้ไขกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนนี้จะเปิดโอกาสให้ทางการจีน ไต้หวัน และมาเก๊า ร้องขอการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน กรณีมีผู้ต้องสงสัยที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดทางอาญาต่าง ๆ เช่น ฆาตกรรมและข่มขืน จากนั้นมีการพิจารณาการร้องขอเป็นรายกรณี
ข้อเสนอล่าสุดเกิดขึ้นหลังจากที่ ชายฮ่องกงวัย 19 ปี ถูกกล่าวหาว่าสังหารแฟนสาววัย 20 ปีที่กำลังตั้งครรภ์อยู่ ขณะที่พวกเขาเดินทางไปเที่ยวไต้หวันด้วยกันในเดือน ก.พ. ปีที่แล้ว ชายคนดังกล่าวได้หนีออกจากไต้หวัน กลับไปยังฮ่องกงเมื่อปีที่แล้ว

ที่มาของภาพ, Reuters
เจ้าหน้าที่ทางการไต้หวัน ได้ขอให้ทางการฮ่องกงส่งตัวชายคนดังกล่าวมาให้ แต่เจ้าหน้าที่ทางการฮ่องกงระบุว่า พวกเขาไม่สามารถทำตามได้ เพราะไม่มีข้อตกลงส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนกับไต้หวัน
ตามร่างกม. เจ้าหน้าที่ทางการฮ่องกง ระบุว่า ศาลฮ่องกง จะเป็นผู้ตัดสินว่า จะส่งตัวผู้ต้องสงสัยให้ตามคำร้องขอหรือไม่ และผู้ต้องสงสัยในคดีการเมืองและศาสนาจะไม่ถูกส่งตัว
รัฐบาลได้พยายามสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนด้วยการยอมอ่อนข้อให้หลายเรื่อง รวมถึง การรับปากว่า จะส่งตัวผู้ต้องสงสัยเฉพาะคดีที่มีโทษจำคุกสูงสุดอย่างน้อย 7 ปี เท่านั้น
ฮ่องกงมีข้อตกลงส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนอยู่แล้วกับ 20 ประเทศ รวมถึง สหราชอาณาจักร และสหรัฐฯ

ที่มาของภาพ, Getty Images
สัมพันธ์ ฮ่องกง-จีน
ฮ่องกง เป็นอาณานิคมของอังกฤษตั้งแต่ปี 1841 จนกระทั่งได้รับเอกราชเมื่อถูกส่งมอบคืนให้แก่จีนในปี 1997 ฮ่องกงจึงมีสถานะกึ่งปกครองตัวเอง ภายใต้หลักการ "หนึ่งประเทศ สองระบบ"
หัวใจสำคัญในการส่งมอบเกาะฮ่องกงคืนให้จีนคือ ข้อตกลงกฎหมายพื้นฐาน ซึ่งอนุญาตให้ฮ่องกงมีรัฐธรรมนูญของตัวเอง จึงทำให้มีอำนาจปกครองตัวเองได้อย่างกว้างขวาง และมีสิทธิต่าง ๆ ฮ่องกงได้รักษาความเป็นอิสระของระบบกฎหมายไว้ มีสภานิติบัญญัติของตัวเอง มีระบบเศรษฐกิจของตัวเอง และใช้เงินสกุลดอลลาร์ฮ่องกง
ผู้ที่อยู่อาศัยในฮ่องกงได้รับการคุ้มครองด้านสิทธิมนุษยชนและมีเสรีภาพในด้านต่าง ๆ รวมถึง เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และการชุมนุม
รัฐบาลจีนควบคุมด้านกิจการกลาโหมและต่างประเทศ ประชาชนของทั้งสองฝ่ายต้องใช้วีซ่าหรือขออนุญาตเมื่อต้องเดินทางข้ามแดน

ที่มาของภาพ, Getty Images
อย่างไรก็ตาม กฎหมายพื้นฐานของฮ่องกง จะหมดอายุลงในปี 2047 ซึ่งยังไม่มีความชัดเจนว่า การปกครองตัวเองของฮ่องกงหลังจากนั้นจะเป็นอย่างไร
"จุดจบ" ของฮ่องกง
ซีเอ็นเอ็น รายงานว่า ฮ่องกงเป็นเมืองที่สร้างขึ้นมาเพื่อการประกอบธุรกิจ ในช่วงปลายศตวรรษที่ 20 ฮ่องกงกลายเป็นศูนย์กลางการเงินของโลก และเป็นประตูสู่เศรษฐกิจขนาดใหญ่ของจีน แต่การส่งมอบเกาะฮ่องกงคืนให้แก่จีนในปี 1997 ทำให้เกิดความกังวลว่า ฮ่องกงในแบบเดิมจะล่มสลาย ในช่วง 2 ปีก่อนที่จะถึงกำหนดส่งมอบ นิตยสารฟอร์จูนได้เตือนถึง "จุดจบของฮ่องกง" ไว้บนหน้าปก
รายงานซีเอ็นเอ็นระบุว่า มีการพูดถึงเค้าลางนี้นับครั้งไม่ถ้วน แต่จนถึงปัจจุบันมันก็ยังไม่เกิดขึ้นจริง นับตั้งแต่ปี 1997 จีนอ้าแขนรับระบบทุนนิยมอย่างเต็มที่ และความกังวลต่าง ๆ ก็เปลี่ยนไปอยู่ที่การทำลายระบบการเมืองที่ไม่เหมือนใครของฮ่องกงแทน ระบบที่ทำให้พลเมืองฮ่องกงมีเสรีภาพทางการเมืองอย่างที่ประชาชนในจีนไม่มี แต่อย่างไรก็ตาม การพยายามทำลายระบบการเมืองดังกล่าว ก็ยังไม่ทำให้เศรษฐกิจของฮ่องกงตกต่ำลง
ตัวเลขผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ หรือ จีดีพี ยังแข็งแกร่ง ตลาดยังมีเสถียรภาพ และราคาบ้านยังคงพุ่งสูงเพราะมีการลงทุนและการเก็งกำไรจากจีน

ที่มาของภาพ, Getty Images
บลูมเบิร์กระบุว่า ความมีอิสระในระบบยุติธรรม เป็นมรดกที่ฮ่องกงได้มาจากการเป็นอาณานิคมของอังกฤษ และทำให้บริษัทข้ามชาติเกือบ 1,400 แห่งเข้าไปตั้งสำนักงานใหญ่ที่นั่น การรักษาระบบดังกล่าวไว้ พร้อมกับหลักการอื่น ๆ ในการปกครองตัวเอง เป็นหัวใจของข้อตกลงส่งมอบเกาะฮ่องกงคืนให้แก่จีนในปี 1997 ด้วย
แต่ซีเอ็นเอ็น ระบุว่า สิ่งที่ฮ่องกงกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบันนี้ เป็นความเสี่ยงโดยตรงต่อภาคธุรกิจ
ซีเอ็นเอ็นรายงานว่า ผู้ให้บริการด้านความงามจากประเทศไทย AbouThai ซึ่งมีอยู่ 13 สาขาทั่วเกาะฮ่องกง ระบุในแถลงการณ์ว่า "เราหาเงินที่เสียไปกลับมาใหม่ได้ แต่ถ้าเราเสียฮ่องกงไปแล้ว เราไม่สามารถจะเอากลับคืนมาได้"
ความสามารถในการแข่งขัน
ดันแคน อินเนส-เคอร์ ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียของ อีโคโนมิสต์ อินเทลลิเจนซ์ ยูนิต (Economist Intelligence Unit) กล่าวในรายงานของซีเอ็นเอ็น ว่า "ความกังวลหลักคือ กฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนนี้ จะทำให้นักธรุกิจต่างชาติที่อยู่ในฮ่องกงเผชิญกับระบบยุติธรรมที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ของจีน"
ภายใต้ร่างกฎหมายใหม่นี้ นักธุรกิจเกรงว่า พวกเขาจะถูกทางการจีนจับตัวไปดำเนินคดี ด้วยเหตุผลทางการเมือง หรือจากการทำความผิดเกี่ยวกับทางเศรษฐกิจที่ไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งจะเป็นการบ่อนทำลายระบบกฎหมายกึ่งปกครองตัวเองของฮ่องกง
"มีความสุ่มเสี่ยงที่ความน่าเชื่อถือของฮ่องกงจะถูกสั่นคลอน" ทารา โจเซฟ ประธานหอการค้าอเมริกัน กล่าว กับ ซีเอ็นเอ็น

ที่มาของภาพ, Getty Images
กลุ่มธุรกิจที่ทรงอิทธิพลหลายกลุ่ม ระบุว่า ถ้าร่างกฎหมายนี้ผ่านการรับรอง ความสามารถในการแข่งขันของฮ่องกงจะถูกทำลายลง
"การเสนอให้แก้ไขนี้จะทำให้ผู้คนทบทวนว่า ควรจะเลือกฮ่องกงเป็นฐานประกอบการหรือเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ในภูมิภาคหรือไม่ เพราะมีความเสี่ยงว่า พวกเขาจะต้องอยู่ในขอบเขตอำนาจทางกฎหมายใหม่ ซึ่งไม่มีการคุ้มครองอย่างที่พวกเขาได้รับในฮ่องกง" เนื้อหาบางส่วนของหนังสือที่หอการค้าระหว่างประเทศยื่นต่อสภานิติบัญญัติฮ่องกงระบุ
มุมมองต่างชาติ
รัฐบาลหลายประเทศต่างกังวลต่อร่างกฎหมายดังกล่าว
คณะกรรมาธิการรัฐสภาสหรัฐฯ ระบุในเดือน พ.ค. ว่า ข้อเสนอให้มีการแก้ไขดังกล่าว จะทำให้ฮ่องกงเผชิญกับ "การข่มขู่ทางการเมือง" จากจีนมากยิ่งขึ้น และจะเป็นการทำลายการปกครองตนเองของฮ่องกง
บลูมเบิร์กรายงานว่า ประธานสภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐฯ ยืนยันว่า จะทบทวนสิทธิพิเศษทางการค้าต่าง ๆ กับฮ่องกง หากมีการผ่านร่างกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดน
บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก X เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ X และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ X ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"
สิ้นสุด X โพสต์
"ร่างกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนนี้ทำลายความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นของสหรัฐฯ และฮ่องกง อย่างที่เป็นมาตลอด 2 ทศวรรษ" นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ กล่าวตามการรายงานของบลูมเบิร์ก "ถ้ามีการผ่านร่างกฎหมายนี้ รัฐสภาสหรัฐฯ ก็ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากการทบทวนว่า ฮ่องกงยังมี 'อำนาจปกครองตัวเองได้เพียงพอ' หรือไม่
ด้านอังกฤษและแคนาดา ก็ได้แสดงความกังวลเช่นกันว่า ข้อเสนอแก้ไขกฎหมายดังกล่าว อาจส่งผลกระทบต่อพลเมืองของอังกฤษและแคนาดาที่อาศัยอยู่ในฮ่องกง

ที่มาของภาพ, Getty Images
สหภาพยุโรป ได้ส่งหนังสือทางการทูตไปถึงนางแครี แลม หัวหน้าผู้บริหารเกาะฮ่องกง แสดงความกังวลเกี่ยวกับข้อเสนอแก้ไขกฎหมายนี้
กระทรวงต่างประเทศของจีนเรียกความเห็นเหล่านี้ว่า เป็นความพยายามทำให้ข้อเสนอของรัฐบาลฮ่องกง "เป็นเรื่องการเมือง" และเข้ามาแทรกแซงกิจการภายในของจีน










