ประท้วงฮ่องกง : ทำไมต้องยิง ?

Police pointing guns

ที่มาของภาพ, Reuters

    • Author, ไซรา แอชเชอร์ และเกรซ ชอย
    • Role, บีบีซีนิวส์

วิกฤตการเมืองในฮ่องกงช่วงสองสามเดือนมานี้ ปะทุขึ้นจากการที่รัฐบาลฮ่องกงเตรียมผ่านร่างกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนไปจีน การประท้วงเกิดขึ้นแทบทุกหัวระแหง นับตั้งแต่เดือนมิถุนายน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ 25 สิงหาคม ถือได้ว่าหนักหนาสาหัส

การประท้วงเกิดขึ้นหลังจากทุกอย่างสงบนิ่งมาราวหนึ่งสัปดาห์ จนทำให้หลายคนหวังว่าความรุนแรงคงจบลงแล้ว ทว่า ตรงกันข้าม ในวันนั้นตำรวจใช้กระสุนจริงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่การชุมนุมเริ่มขึ้นเมื่อสองเดือนก่อนหน้า กับมีการใช้น้ำแรงดันสูงสลายการชุมนุม และเป็นครั้งแรกที่เด็กอายุ 12 ขวบ อยู่ในหมู่ผู้ถูกจับกุมด้วย

การชุมนุมในย่านเชิงหว่าน (Tsuen Wan) มีขึ้นไม่ต่างจากในย่านอื่น ผู้ชุมนุมหลากหลายกลุ่มใช้แอปพลิเคชันส่งข้อความ "เทเลแกรม" (Telegram) นัดมารวมตัวกัน พอตเตอร์ ชายหนุ่มวัย 26 ปี เป็นหนึ่งในนั้น

Potter

ก่อนเดินขบวน

ผู้ชุมนุมหารือกันว่าจะใช้บริเวณใดเป็นจุดส่งเสบียง เวชภัณฑ์และเครื่องป้องกันอันตราย "ทุกคนช่วยกันคนละไม้คนละมือ เราถึงเคลื่อนไหวใหญ่ได้" พอตเตอร์ซึ่งออกตัวว่าไม่ใช่แกนนำผู้ชุมนุมเล่า ไม่มีใครต้องการตกเป็นเป้าของรัฐบาล กลยุทธ์การชุมนุมที่ใช้ เกิดจากการตัดสินใจร่วมกันของผู้ชุมนุม

ในขณะที่พอตเตอร์ตระตรียมการเดินขบวนอย่างสันติ คนส่วนใหญ่รู้ว่าจะมีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นตามมา อย่างที่เกิดขึ้นในการเดินขบวนหลายครั้งก่อนหน้านี้

ด้านกลุ่มผู้ประท้วงสายแข็งที่อยู่แนวหน้าเป็นกลุ่มที่เผชิญกับการยิงแก๊สน้ำตาของตำรวจมีจำนวนผู้ชุมนุมน้อยกว่า ข้อความที่สื่อสารกันทางเทเลแกรมเป็นข้อความที่รู้กันเฉพาะกลุ่ม ผู้ชุมนุมคนหนึ่งในกลุ่มนี้บอกว่าพวกเขาไม่ได้วางแผนล่วงหน้ายาวนาน

"เราจะสู้ทุกครั้งที่เกิดการปะทะหลังการประท้วง" เขาบอก "ระบอบปกครองนี้(ทางการฮ่องกง) พึ่งพิงตำรวจในการใช้อำนาจปกครอง ถ้าเราทำให้ตำรวจพ่ายแพ้ได้ พวกเขาก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงการเจรจากับเราได้"

Protesters prepare

15.00 น. การประท้วงเริ่มขึ้น

ผู้ชุมนุมหลายพันคนเดินฝ่าสายฝนเข้าไปใจกลางย่านเชิงหว่าน และร้องตะโกนคำว่า "ก๊าเหยา" สื่อความให้ "สู้ ๆ" ตอนนั้นทั้งพ่อแม่ ลูกเด็กเล็กแดง ผู้ใหญ่และคนหนุ่มสาวไปรวมตัวกัน เพราะเชื่อว่าไม่มีทางที่ความรุนแรงจะเกิดขึ้นได้ บรรยากาศโดยทั่วไปยังสนุกสนาน และในเวลานั้นยังไร้เงาตำรวจ

เมื่อขบวนผู้ชุมนุมเคลื่อนไปถึงสวนสาธารณะเชิงหว่านถือเป็นจุดสิ้นสุดการเดินขบวน พวกเขารู้สึกว่ากิจกรรมในวันนั้นยังไม่จบ เพียงแต่ไม่มีใครรู้ว่าจะต้องทำอะไรต่อ

แต่ที่เต๊นท์พยาบาล อาสาสมัครแพทย์เตรียมพร้อมหากสถานการณ์บานปลายรุนแรง

"การตัดสินใจของเราขึ้นอยู่กับกลุ่มที่ลาดตระเวนในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉิน" โจนาธาน นักศึกษาแพทย์หนึ่งในทีมพยาบาล 80 คน บอก

ถัดออกไปไม่กี่ร้อยเมตร บนถนนเยียนอุก มีการตั้งแผงกั้นรายล้อม ที่นั่นผู้ชุมนุม "สายแข็ง" หลายร้อยคนสวมชุดดำและหมวกแข็งสีเหลืองไปรวมตัวกันอยู่ บางคนก็เพิ่งเดินออกมาจากกลุ่มผู้เดินขบวนอย่างสันติ

คนกลุ่มนี้เชื่อว่าการยั่วยุตำรวจและกระทำรุนแรง เป็นหนทางเดียวที่จะทำให้รัฐบาลหันมาสนใจได้ พวกเขาพร้อมเผชิญกับแก๊สน้ำตา กระสุนยาง การไปขุดเอาอิฐบนทางเท้ามาใช้ปาใส่ตำรวจ รวบรวมแผงเหล็กและไม้ไผ่มาเสริมกำลังที่แผงกั้น กับเตรียมระเบิดเพลิงมาเป็นอาวุธ ส่อความตั้งใจอย่างเห็นได้ชัด

Protesters

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ประท้วงร่มในเดือนตุลาคมปี 2014 เป็นตัวอย่างของการชุมนุมในครั้งนี้

16.50 น. ตำรวจปราบจลาจลมาถึง

การรอคอยอย่างใจจดใจจ่อคือความรู้สึกที่เกิดขึ้นในหมู่ผู้ชุมนุม ณ ขณะนั้น ทุกคนได้รับข้อความทางเทเลแกรม "16.50 ตำรวจปราบจลาจลกำลังรุกคืบเข้ามา" และราวกับนัดกันไว้ ฝ่ายผู้ชุมนุมเคลื่อนตัวต่อไปบนถนนเยียนอุก ที่ซึ่งละครฉากใหญ่กำลังจะเบิกโรง

ตำรวจปราบจลาจลยืนเรียงแถวขวางอยู่บนถนน โล่ป้องกันที่อยู่ด้านหน้าดูไม่ต่างจากแนวกำแพงโปร่งใสกันกระสุน ฝูงชนที่ยืนอยู่บนสะพานลอย ผู้ชุมนุมแนวหน้า และคนที่เดินผ่านไปมาล้วนอยู่ในอารมณ์แค้นเคือง

Protest

สำหรับคนที่มีส่วนร่วมในการชุมนุมแล้ว ตำรวจคือสัญลักษณ์แห่งความเกลียดชัง การยั่วยุอย่างยิงแสงเลเซอร์จ้าใส่กลุ่มตำรวจ และเสียดสีด้วยถ้อยคำอันเผ็ดร้อนจึงเกิดขึ้น

"ตำรวจฮ่องกงทำผิดกฎหมายทั้ง ๆ ที่รู้" คนหนึ่งร้องตะโกน ขณะที่เสียงสนับสนุน "ก๊าเหยา" สู้ ๆ แผดก้องประสานกับเสียงฟาดกระแทกร่มดังเป็นจังหวะ

ทันใดนั้นผู้ชุมนุมสายแข็งที่ในมือมีทั้งแท่งเหล็กและก้อนอิฐพากันยกแผงกั้นกรูไปข้างหน้า และกางร่มหลบหลังแนวป้องกันที่อยู่ห่างจากตำรวจเพียงไม่ถึง 50 เมตร บางคนขว้างปาไข่ สบู่ และแบตเตอรี่ลงบนถนน เพื่อสกัดไม่ให้ตำรวจรุกคืบ

"เราพยายามแสดงออกในสิ่งที่เรารู้สึก เราคิดว่าตำรวจใช้กำลังต่อต้านผู้ชุมนุมและนักข่าว เราต้องแสดงออกเพื่อหยุดยั้งความบ้าระห่ำนี้" ผู้ชุมนุมที่มีผ้าปกปิดใบหน้าบอก

ตอนนั้นตำรวจชูธงสีแดงเป็นการเตือนว่าจะมีการใช้กำลังปราบปรามฝูงชน ตามมาด้วยธงสีดำในช่วงไม่กี่นาทีหลังจากนั้น สื่อสัญญาณว่ากำลังจะยิงแก๊สน้ำตา แต่ผู้ชุมนุมยังไม่ถอย

Children hand out rice balls

17.15 น. คือช่วงเวลาที่ทั้งสองฝ่ายเริ่มปะทะกัน ผู้ชุมนุมยังคงมุ่งมั่น การใช้แก๊สน้ำตาเป็นเรื่องปกติไปแล้ว ทั้งผู้ชุมนุมและตำรวจ ต่างสวมหน้ากากป้องกัน

เวลาอันตึงเครียดผ่านไปราวยี่สิบนาที เสียงร้องตะโกน ฟาดกระแทกร่ม และคำพูดเสียดสีตำรวจยิ่งดังขึ้น

"ตอนนี้มีตำรวจเยอะมาก" ผู้ชุมนุมชายคนหนึ่งที่สวมหมวกแข็งและหน้ากากป้องกันบอก "เรารู้สึกกลัวนิดหน่อย เราอยากแน่ใจว่าคนที่ไม่มีหน้ากากจะหนีออกไปได้อย่างปลอดภัย"

Medical team
คำบรรยายภาพ, ทีมแพทย์

และเมื่อตำรวจยิงแก๊สน้ำตารอบแรก ผู้ชุมนุมก็เตรียมระเบิดขวดพร้อม ขณะที่กลุ่มควันลอยคลุ้งท่ามกลางฝูงชน ระเบิดขวดลูกแรกก็ลอยไปตกตรงกึ่งกลางระหว่างสองฝ่าย

ผู้ชุมนุมบางคนที่มีปืนฉีดน้ำเป็นอาวุธวิ่งออกไปพยายามดับแก๊สน้ำตาในกระป๋องที่ตกลงมาบนพื้น ชายคนหนึ่งใช้ไม้เทนนิสสีฟ้าช่วยป้องกัน ขณะโยนกระป๋องแก๊สน้ำตากลับเข้าใส่ตำรวจ

ตอนนั้นผู้ชุมนุมยิ่งขว้างปาก้อนอิฐ ไม้ไผ่ โยนแผงเหล็กและป้ายบอกทางใส่ตำรวจ บ้างก็ใช้ร่มในมือช้อนกระป๋องแก๊สน้ำตาและปากลับไปใส่ตำรวจ

ชายผมยาวคนหนึ่งทรุดลงไปนั่งกับพื้นเพราะสูดแก๊สน้ำตาเข้าไปเต็มเปา ใครบางคนโยนขวดน้ำให้เขาราดลงไปบนใบหน้า เด็กนักศึกษาหญิงอายุ 20 ปีที่เพิ่งมีประสบการณ์ร่วมชุมนุมครั้งแรกตะโกนร้อง "ฉันไม่กลัว ฉันเตรียมใจมาพร้อมแล้ว"

Rio police

18.00 น.ข้อความทางเทเลแกรมเตือนว่าตำรวจกำลังจะใช้รถน้ำแรงดันสูง ผู้ชุมนุมบางคนเริ่มล่าถอย

18.30 น.ผู้ชุมนุมส่วนใหญ่ที่ยังตั้งมั่นพากันหมอบลงกับพื้น แต่ยังคงฟาดแท่งไม้หรือไม้ไผ่เป็นจังหวะ บ้างก็ปีนขึ้นไปบนสะพาน ปาระเบิดและก้อนอิฐใส่ตำรวจที่กรูขึ้นไปหยุดยั้ง

การปะทะระลอกนั้นสิ้นสุดลงในเวลา 18.53 น. ตอนที่รถน้ำแรงดันสูงสองคันแล่นไปบนถนนเส้นหลัก ที่ตามมาคือกำลังตำรวจเรียงเป็นแถว

รถน้ำแรงดันสูงฉีดล้างเศษขยะ กระป๋องแก๊สน้ำตา ก้อนอิฐ แท่งไม้ หลังจากผู้ชุมนุมล่าถอยไปแล้ว

Tear gas

ที่มาของภาพ, Billy H.C. Kwok - Getty Images

ความรุนแรงของเหตุการณ์ในวันที่ 25 สิงหาคม ไม่ได้สร้างความตกใจใหชาวฮ่องกงอีกต่อไปแล้ว แต่สิ่งที่เกิดตามมาต่างหากที่ทำให้ต้องตะลึง

ในหมู่ชาย 54 คน และผู้หญิง 7 คน ที่ถูกจับกุมฐานชุมนุมโดยผิดกฎหมาย มีอาวุธในครอบครองและทำร้ายตำรวจ มีเด็กอายุ 12 ปีรวมอยู่ด้วย ตอนที่ถูกจับไปเขาตะโกนบอกชื่อพ่อแม่และหมายเลขโทรศัพท์ หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่สังคมสงเคราะห์ตามพ่อแม่จนพบ และเด็กได้รับการประกันตัวออกไป

หลายชั่วโมงถัดมาหลังการเผชิญหน้าบนถนนเยียนอุก ชายกลุ่มเล็ก ๆ กลุ่มหนึ่งในมือมีอาวุธที่ทำขึ้นเองไปรวมตัวที่ถนนเล็ก ๆ สายหนึ่งในย่านเชิงหว่าน จุดนั้นรถบรรทุกน้ำของตำรวจเข้าไม่ถึง

Protester hold tennis racket

ที่มาของภาพ, Getty Images

Protester wearing gas mask

ที่มาของภาพ, Billy H.C. Kwok - Getty Images

แต่แล้วในเวลา 19.30 น.เสียงปืนก็ดังขึ้น

เวลานั้นตำรวจกลุ่มหนึ่งเผชิญหน้ากับกลุ่มผู้ชุมนุม

ตำรวจคนหนึ่งพร้อมโล่ป้องกันยิงปืนขึ้นฟ้าเป็นครั้งแรกตลอดการชุมนุมที่ยืดเยื้อมา 12 สัปดาห์ แทบจะทันทีหลังจากนั้นตำรวจอีก 5 คน ยกกระชับปืนและมุ่งหน้าไปยังกลุ่มผู้ประท้วง

ภาพที่เห็นขณะนั้นคือตำรวจกลุ่มเล็ก ๆ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความร้อนแรงของเหตุการณ์ ในมือยกปืนขึ้นในลักษณะพร้อมยิง

ตำรวจหนึ่งในนั้นเตะชายวัยกลางคนที่สวมเสื้อกล้าม และกางเกงขาสั้น กับมีเพียงร่มเป็นอาวุธ ตอนที่เขาคุกเข่าอ้อนวอนไม่ให้ยิง ก่อนจะลุกยืนเหยียดกางแขนเผชิญหน้ากับตำรวจที่จ่อปืนใส่อยู่ตรงหน้า

Protester

ที่มาของภาพ, Eyevine

ไม่กี่อึดใจภาพชายปราศจากอาวุธเผชิญหน้ากับตำรวจถูกแชร์ต่อทางออนไลน์ และถูกนำไปเปรียบกับภาพชายที่ยืนเผชิญหน้ากับรถถังในเหตุการณ์เทียนอันเหมินเมื่อ 30 ปีก่อน

ตำรวจฮ่องกงออกแถลงการณ์ภายหลังว่าทำไปเพื่อป้องกันตัวเอง

Tiananmen Square 1989

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, เกิดเหตุนองเลือดที่จัตุรัสเทียนอันเหมินกลางกรุงปักกิ่ง เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. 1989

แม้จะเพิ่งเผชิญหน้ากับตำรวจมาหมาด ๆ แต่กลุ่มผู้ประท้วงก็ยังกระจายตัวกันทั้งในย่านซัมชุยโป จิมซาจุ่ย อุโมงค์ข้ามอ่าววิคตอเรีย และบริเวณอื่นได้อย่างรวดเร็ว

จนถึงขณะนี้การเคลื่อนไหวของผู้ชุมนุมยังคงได้รับการสนับสนุนจากคนในฮ่องกงอย่างกว้างขวาง แม้การชุมนุมจะเป็นอุปสรรคต่อการใช้ชีวิตประจำวันก็ตาม ส่วนกลุ่มผู้เคลื่อนไหวที่แยกได้เป็นสองแบบนั้น ต่างก็มีการตกลงเข้าใจกัน

ผู้ชุมนุมที่สนับสนุนแนวทางสันติเห็นว่าจะต้องให้คนออกมามีส่วนร่วมให้มาก เพราะผู้ชุมนุมสายแข็งนั้นอยู่ในสถานะที่สุ่มเสี่ยงเกินไป

แม้การเดินขบวนอย่างสันติจะต้องจบลงด้วยเหตุการณ์รุนแรง แต่สำหรับพอตเตอร์แล้ว เขาไม่ต้องการตีตัวออกห่างจากผู้ชุมนุมสายแข็ง เพราะเห็นว่าคนเหล่านั้นก็มีเป้าหมายเดียวกันกับเขา "หากเราไม่กล้ายืนกรานโหมกระพือแรงต้านของเรา เราก็จะสูญสิ้นศรัทธาและรู้สึกไร้ค่าไร้ประโยชน์เสียเหลือเกิน"

Protesters stand at the barricade at night

ที่มาของภาพ, Getty Images

รายงานเสริม: แดนนี วินเซนต์, ฟาน หวัง

ภาพ: เคอร์ติส โล

วิดีโอ: เทสซา หว่อง, เคอร์ติส โล , แอนเดรียส อิลเมอร์

ภาพประกอบเสริม: แลม ยิก เฟย /NYT/eyevine, Reuters, Getty Images

โปรดิวเซอร์: เจมส์ เพอร์ซี

บรรณาธิการ: แคทรีน เวสต์คอตต์, ซาแมนธี ดิสซานายาเก