สุขภาพ : คนทั่วโลกเชื่อมั่นในการฉีดวัคซีนแค่ไหน ?

ที่มาของภาพ, Getty Images
Article Information- Author, มิเชล โรเบิร์ตส์
- Role, บีบีซีนิวส์
ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าความไม่ไว้วางใจของผู้คนต่อการฉีดวัคซีน กำลังทำให้ความพยายามต่อสู้กับโรคที่เป็นอันตรายต่อชีวิตทั้งที่ป้องกันได้ ต้องก้าวถอยหลัง
เวลคัม ทรัสต์ องค์กรการกุศลที่ทำงานด้านชีวการแพทย์ของอังกฤษ ได้ข้อสรุปจากการวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากการสำรวจทัศนคติของคนราว 140,000 คนทั่วโลก ในกว่า 140 ประเทศ พบว่าคนในบางภูมิภาคแทบจะไม่มีความเชื่อมั่นในเรื่องการฉีดวัคซีนเลย
ผลสำรวจนี้ออกมาในจังหวะเดียวกับที่องค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) ได้กำหนดให้ความลังเลของผู้คนต่อการฉีดวัคซีนถือเป็น 1 ใน 10 ภัยคุกคามด้านสาธารณสุขของโลก
ผู้คนถูกถามว่าเห็นด้วยกับข้อความนี้เพียงใด
เลือกหัวข้อเพื่อดูผลลัพธ์
ผลคำนวณรวมอาจไม่เต็ม 100% เพราะมีการปัดเศษ
การสำรวจยังถามผู้คนถึงทัศนคติต่อวิชาวิทยาศาสตร์ องค์กร Wellcome วิเคราะห์คำตอบจาก 5 คำถามสำคัญ และคำนวณดัชนี "ความเชื่อถือในนักวิทยาศาสตร์" ในระดับ สูง กลาง หรือ ต่ำ
- สูง
- กลาง
- ต่ำ
- ไม่มีความเห็น
- สูง
- กลาง
- ต่ำ
- ไม่มีความเห็น
ที่มา: Wellcome Global Monitor, Gallup World Poll 2018
ขออภัย ไม่มีข้อมูลสำหรับที่นี้
ไม่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต กรุณาลองอีกครั้ง
เวลคัม โกลบอล มอนิเตอร์ ทำการสำรวจใน 142 ประเทศ โดยการสำรวจ ครอบคลุมหัวข้อต่าง ๆ อาทิ ความเชื่อมั่นในวิทยาศาสตร์และข้อมูลทางสาธารณสุข ระดับความเข้าใจและความสนใจทางวิทยาศาสตร์และสาธารณสุข รวมทั้งทัศนคติที่มีต่อวัคซีน
หากคุณไม่สามารถเปิดใช้งานอินเตอร์แอคทีฟ เรื่องความเชื่อมั่นในวัคซีนได้ โปรด คลิกที่นี่
ผลสำรวจพบว่าคนจำนวนมากไม่มีความเชื่อมั่นในเรื่องวัคซีนเลย และเมื่อถามถึงความปลอดภัยของวัคซีนก็ได้รับคำตอบว่า
- 79% (8 ใน 10) เห็นว่า "ค่อนข้างปลอดภัย" หรือ "เห็นด้วยอย่างยิ่งว่าปลอดภัย"
- 7% "ค่อนข้างไม่เห็นด้วย" หรือ "ไม่เห็นด้วยเลยว่าปลอดภัย"
- 14% ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย หรือ "ไม่รู้"
เมื่อถามว่าวัคซีนได้ผลหรือไม่ :
- 84% เห็นด้วยอย่างยิ่งหรือค่อนข้างเห็นด้วย
- 5% ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งหรือค่อนข้างไม่เห็นด้วย
- 12% ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย หรือ "ไม่รู้"
มีหลักฐานชัดเจนทางวิทยาศาสตร์ที่ชี้ว่าการฉีดวัคซีนเป็นหนทางที่ดีที่สุดในการป้องกันการติดเชื้อโรคที่อาจทำให้ป่วยถึงตายได้หลายโรค เช่น โรคหัด

ที่มาของภาพ, Science Photo Library
คำบรรยายภาพ, โรคหัดอาจทำให้ถึงตายได้วัคซีนช่วยป้องกันคนหลายพันล้านคนทั่วโลกไม่ให้ติดโรคร้าย และทำให้โรคไข้ทรพิษ หมดไปจากโลก กับยังทำให้การกำจัดโรคโปลิโอให้หมดไปจากโลกใกล้จะประสบความสำเร็จ
แต่โรคที่ป้องกันได้ยากอย่างหัดกำลังกลับมาระบาดอีกครั้ง และผู้เชี่ยวชาญหลายคนเห็นตรงกันว่า สาเหตุอย่างหนึ่งเกิดจากการที่คนไม่ยอมฉีดวัคซีน เพราะกลัว และความกลัวนั้นเกิดจากการได้รับข้อมูลผิด ๆ
ดร.แอนน์ ลินด์สตรันด์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการให้วัคซีนขององค์การอนามัยโลก ระบุว่า สถานการณ์ในปัจจุบันมีความรุนแรงมาก
"ความลังเลใจต่อการรับวัคซีนในบางพื้นที่ อาจเป็นอุปสรรคต่อความก้าวหน้าอย่างแท้จริงของโลกในการควบคุมโรคภัยไข้เจ็บที่สามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีน"
"การกลับมาแพร่ระบาดของโรคเหล่านี้คือความถดถอยที่ไม่อาจยอมรับได้" ดร.ลินสตรัน กล่าว
โรคหัดกลับมาระบาดอีก
ในหลายประเทศที่ใกล้จะขจัดโรคหัดได้หมดสิ้นนั้น เริ่มกลับมาพบการแพร่ระบาดครั้งใหญ่ของโรคชนิดนี้อีกครั้ง
ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก เผยให้เห็นจำนวนผู้ติดโรคหัดเพิ่มขึ้นในแทบทุกภูมิภาคของโลก โดยเมื่อปี 2017 มีผู้ป่วยโรคนี้เพิ่มขึ้น 30% เมื่อเทียบกับปี 2016
การตัดสินใจไม่รับวัคซีนไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ทำให้ทั้งตนเองและผู้อื่นเสี่ยงติดโรคหัด
หากผู้คนรับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัด ก็จะช่วยหยุดยั้งโรคนี้แพร่ระบาดไปสู่ประชากรส่วนใหญ่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญด้านนี้เรียกว่า การสร้าง "ภูมิคุ้มกันหมู่"
ผู้คนเชื่อมั่นในวัคซีนต่ำ
การศึกษาขององค์กรเวลคัม ทรัสต์ ที่ทำร่วมกับบริษัทสำรวจความคิดเห็น แกลลัพ เมื่อปี 2018 พบว่า ผู้คนในภูมิภาคร่ำรวยหลายแห่งคือกลุ่มคนที่มีความเชื่อมั่นในความปลอดภัยของวัคซีนน้อยที่สุด
ฝรั่งเศส หนึ่งในประเทศแถบยุโรปที่ไม่ค่อยมีความเชื่อมั่นในความปลอดภัยของวัคซีน กำลังเผชิญการแพร่ระบาดของโรคหัด โดยผลการสำรวจพบว่า 1 ใน 3 ของคนฝรั่งเศสไม่เชื่อว่าวัคซีนปลอดภัย ซึ่งเป็นอัตราส่วนสูงที่สุดในโลก
คนฝรั่งเศสยังอยู่ในกลุ่มที่ไม่เชื่อว่าวัคซีนมีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคได้ โดยคนกลุ่มนี้มีสัดส่วน 19% ขณะที่คนฝรั่งเศสที่คิดว่าวัคซีนไม่สำคัญต่อเด็กอยู่ที่ 10%
ปัจจุบันรัฐบาลฝรั่งเศสได้กำหนดวัคซีนที่บังคับให้เด็กทุกคนต้องได้รับเพิ่มอีก 8 ชนิด จากเดิมที่มีอยู่ 3 ชนิด
ส่วนในประเทศเพื่อนบ้านอย่างอิตาลีนั้น ประชาชน 76% เชื่อว่าวัคซีนมีความปลอดภัย โดยกฎหมายที่เพิ่งผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาอนุญาตให้สถานศึกษาไม่รับเด็กที่ไม่ได้รับวัคซีนเข้าเรียนได้ หรือลงโทษปรับผู้ปกครอง ซึ่งเป็นมาตรการที่มีขึ้นหลังจากอัตราการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคในประเทศลดต่ำลง
ในสหราชอาณาจักรนั้น แม้จะไม่ดำเนินมาตรการที่เข้มงวดเช่นอิตาลี แต่นายแมตต์ แฮนค็อก รัฐมนตรีสาธารณสุข เคยพูดว่าเขา "จะไม่ตัด" แนวคิดเรื่องการบังคับให้เด็กทุกคนต้องได้รับวัคซีนออกไปอย่างสิ้นเชิง
ในสหรัฐฯ ก็เผชิญกับปัญหาการแพร่ระบาดของโรคหัดครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ โดยข้อมูลในปี 2019 พบผู้ที่ได้รับการยืนยันว่าติดโรคหัดกว่า 980 รายใน 26 รัฐ
ในทวีปอเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ และยุโรปเหนือ มีคนเพียง 70% ที่เชื่อว่าวัคซีนมีความปลอดภัย ตัวเลขนี้ต่ำถึง 59% ในประเทศแถบยุโรปตะวันตก และ 50% ในประเทศยุโรปตะวันออก
ในยูเครน ซึ่งมีรายงานพบผู้ป่วยโรคหัดมากที่สุดในยุโรปเมื่อปี 2018 นั้น มีคนเพียง 50% ที่เชื่อว่าวัคซีนมีประสิทธิภาพในการป้องกันโรค อัตรานี้อยู่ที่ 46% ในเบลารุส ขณะที่มอลโดวาอยู่ที่ 49% และรัสเซีย 62%

ที่มาของภาพ, Getty Images
คนที่ไหนมีความเชื่อมั่นในวัคซีนระดับสูง
คนส่วนใหญ่ในประเทศที่มีรายได้ต่ำต่างเห็นด้วยว่าวัคซีนมีความปลอดภัย โดยตัวเลขสูงสุดอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยคนในภูมิภาคนี้ 95% เชื่อมั่นว่าวัคซีนปลอดภัย ขณะที่ตัวเลขดังกล่าวในแอฟริกาตะวันออกอยู่ที่ 92%
คนในบังกลาเทศ และ รวันดา ต่างมีความเห็นพ้องต้องกันถึงเรื่องความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการป้องกันโรคของวัคซีน และมีอัตราการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคในระดับสูงแม้จะเผชิญอุปสรรคทางกายภาพมากมายในการนำวัคซีนไปสู่ประชาชน
รวันดากลายเป็นประเทศรายได้ต่ำแห่งแรกที่ให้สตรีวัยรุ่นได้รับวัคซีนป้องกันเชื้อเอชพีวี สาเหตุของโรคมะเร็งปากมดลูก
เหตุใดผู้คนจึงมีข้อกังขาต่อวัคซีน

ที่มาของภาพ, Getty Images
ในการสำรวจความคิดเห็น พบว่าผู้คนที่มีความเชื่อถือในนักวิทยาศาสตร์ แพทย์ และพยาบาล มักจะเชื่อว่าวัคซีนมีความปลอดภัย ซึ่งตรงกันข้ามกับผู้ที่ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ การแพทย์ และสุขภาพ ซึ่งดูเหมือนจะมีความเชื่อมั่นในวัคซีนน้อยกว่า
รายงานขององค์กรเวลคัม ไม่ได้ค้นหาสาเหตุทั้งหมดที่อยู่เบื้องหลังความเชื่อมั่นในวัคซีนระดับต่ำ แต่นักวิจัยระบุว่าน่าจะมาจากหลายปัจจัยประกอบกัน
บางปัจจัยอาจมาจากความพึงพอใจส่วนตัว เช่น หากไม่ใช่โรคที่พบได้บ่อยก็อาจคิดว่าไม่มีความจำเป็นต้องได้รับการเสริมภูมิคุ้มกันโรค เมื่อเปรียบเทียบระหว่างประโยชน์ที่จะได้รับกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการรับวัคซีน
ยาทั้งหมด ซึ่งรวมถึงวัคซีน อาจก่อให้เกิดอาการข้างเคียง อย่างไรก็ตามผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า วัคซีนได้ผ่านการทดสอบอย่างถี่ถ้วนเพื่อให้แน่ใจเรื่องความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการใช้งาน
อย่างไรก็ตาม อินเทอร์เน็ต อาจทำให้ความเชื่อและความวิตกกังวลผิด ๆ ถูกแชร์ต่อ ๆ กันได้อย่างรวดเร็ว โดยเป็นการแพร่ข้อมูลที่อาจไม่ได้ตั้งอยู่บนพื้นฐานความจริงเสมอไป
ในญี่ปุ่น มีการเผยแพร่ข้อมูลที่แสดงความกังวลเกี่ยวกับวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสเอชพีวี และรายงานเรื่องความเชื่อมโยงของวัคซีนนี้กับปัญหาด้านระบบประสาท ทำให้บรรดาผู้เชี่ยวชาญคิดว่าน่าจะเป็นสาเหตุที่ทำลายความเชื่อมั่นของประชาชนทั่วไปในการรับวัคซีนชนิดนี้
ในสหราชอาณาจักร นายแพทย์แอนดรูว์ เวกฟีลด์ นักเคลื่อนไหวผู้รณรงค์ต่อต้านวัคซีนคนสำคัญในปัจจุบัน เคยตีพิมพ์รายงานเท็จในปี 1998 โดยเขากล่าวหาว่า ภาวะออทิสติกและโรคทางเดินอาหารบางชนิด เกิดจากการที่เด็กรับวัคซีน MMR ซึ่งเป็นวัคซีนรวมที่ป้องกันโรคหัด หัดเยอรมัน และคางทูมไปพร้อมกัน
แม้รายงานของนพ. เวกฟีลด์จะถูกเปิดเผยในเวลาต่อมาว่าไม่น่าเชื่อถือ ทั้งตัวเขายังถูกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพในสหราชอาณาจักรด้วย แต่ตัวเลขสถิติในเวลาต่อมากลับชี้ว่ามีเด็กเข้ารับการฉีดวัคซีนลดน้อยลง
ในปี 2004 เพียงปีเดียว มีเด็กที่ได้รับวัคซีน MMR ลดลงถึงหนึ่งแสนคนในสหราชอาณาจักร ซึ่งก็ส่งผลให้เกิดโรคหัดแพร่ระบาดเพิ่มขึ้นหลังจากนั้น
ดร.ลินด์สตรันด์ กล่าวทิ้งท้ายว่า "หนึ่งในการต่อสู้กับความรู้สึกเคลือบแคลง ความหวาดระแวง และความวิตกกังวลต่อวัคซีนก็คือ การมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ได้รับการอบรมอย่างดี มีความสามารถและพร้อมจะให้คำแนะนำเรื่องวัคซีนโดยอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริงทางวิทยาศาสตร์ และสามารถตอบคำถามและข้อวิตกกังวลของพ่อแม่และสังคมได้อย่างถูกต้องแม่นยำ"
อุปกรณ์อินเตอร์แอคทีฟผลิตโดย เบคกี เดล และ คริสติน จีวานส์
พัฒนาโดย สก็อตต์ จาร์วิส และคาเทีย อาร์ตเซนโควา