เลือกตั้งเมียนมาเริ่มขึ้นแล้วท่ามกลางคำวิพากษ์วิจารณ์จากนานาชาติว่าเป็นการเลือกตั้งที่ "จอมปลอม"

A man casts a ballot in the general election in Yangon, Myanmar.

ที่มาของภาพ, EPA

คำบรรยายภาพ, กองทัพเมียนมากำลังจะจัดการเลือกตั้งโดยแบ่งเป็นช่วง ๆ ภายในเดือนหน้า
    • Author, เคลลี อึง

เมียนมากำลังจัดการเลือกตั้งที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้างว่าเป็นการเลือกตั้งที่จอมปลอม ด้วยการที่พรรคการเมืองหลักหลายพรรคถูกยุบ ผู้นำพรรคเหล่านั้นหลายคนถูกจำคุก และคนจำนวนมากถึงครึ่งหนึ่งของประเทศไม่น่าจะมาลงคะแนนเสียงได้เพราะสงครามกลางเมืองที่ยังดำเนินอยู่

การจัดการเลือกตั้งลงคะแนนเสียงโดยแบ่งเป็นช่วง ๆ ถือเป็นครั้งแรกในรอบเกือบห้าปีนับจากพวกเขายึดอำนาจจากการรัฐประหาร จุดชนวนให้เกิดการต่อต้านอย่างกว้างขวางและนำไปสู่สงครามกลางเมือง

ผู้สังเกตการณ์หลายคนระบุว่ารัฐบาลทหารกำลังหาทางสร้างความชอบธรรมและยึดกุมอำนาจต่อไปในขณะที่แสวงหาทางออกจากทางตันที่เต็มไปด้วยความสูญเสีย ด้วยการสนับสนุนจากจีน

กว่า 200 คนถูกจับกุมจากการขัดขวางหรือคัดค้านการเลือกตั้งภายใต้กฎหมายใหม่ซึ่งมีการบัญญัติโทษที่รุนแรง รวมถึงโทษประหารชีวิต

ไมค์ ที ผู้กำกับภาพยนตร์, จอ วิน ทุ นักแสดง และ โอน ไดง์ นักแสดงตลก เป็นหนึ่งในบรรดาคนดังที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดตามกฎหมายนี้ ซึ่งมีผลบังคับใช้ไปเมื่อเดือน ก.ค. พวกเขาแต่ละคนถูกตัดสินโทษจำคุก 7 ปี หลังวิพากษ์วิจารณ์ภาพยนตร์โฆษณาการเลือกตั้ง จากการรายงานโดยสื่อของรัฐ

"ไม่มีเงื่อนไขใด ๆ สำหรับการใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงออก การสมาคม หรือการชุมนุมโดยสงบ" โวลเกอร์ เติร์ก เจ้าหน้าที่ด้านสิทธิมนุษยชนระดับสูงของสหประชาชาติกล่าว

พลเรือนกำลัง "ถูกบีบบังคับจากทุกด้าน" นายเติร์กระบุในแถลงการณ์เมื่อวันอังคาร โดยเขาตั้งข้อสังเกตว่ากลุ่มกบฏติดอาวุธได้ประกาศคำขู่ของพวกเขาเองเพื่อขอให้ประชาชนคว่ำบาตรการเลือกตั้ง

ที่ผ่านมากองทัพเมียนมาได้ต่อสู้ในหลายแนวรบ ทั้งกับกลุ่มปฏิปักษ์ติดอาวุธที่ต่อต้านการรัฐประหาร และกองทัพชาติพันธุ์ที่มีกองกำลังติดอาวุธของตัวเอง กองทัพเมียนมาสูญเสียการควบคุมในพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศจากการพ่ายแพ้ครั้งใหญ่หลายครั้ง แต่พวกเขาก็ยึดดินแดนกลับคืนมาได้ในปีนี้จากการโจมตีทางอากาศอย่างไม่หยุดยั้ง ซึ่งทำได้ด้วยการสนับสนุนจากจีนและรัสเซีย

สงครามกลางเมืองได้คร่าชีวิตผู้คนไปหลายพันคน พลัดถิ่นอีกหลายล้านคน ทำลายเศรษฐกิจและทิ้งสุญญากาศด้านมนุษยธรรมเอาไว้ ขณะที่แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในเดือน มี.ค. และการถูกตัดเงินทุนระหว่างประเทศก็ยิ่งทำให้สถานการณ์แย่ลงมาก

A map of Myanmar with a title of "Where are Myanmar's elections being held?” and a subtitle of "About 30% of townships will vote in first phase of elections”. It shows all of the country's 330 townships and colours them by their election status: Light blue areas represent townships voting on 28 December (102 townships), blue represents those voting on 11 January (100 townships), light blue indicates places where no election date is set yet (72 townships), and grey areas show where no elections are being held (56 townships). The cities of Mandalay in the north, Nay Pyi Taw in the centre, and Yangon in the south are labelled. The source is given as the Union Election Commission and Data for Myanmar
คำบรรยายภาพ, แผนที่แสดงจุดที่มีการจัดการเลือกตั้งในประเทศเมียนมา พื้นที่สีน้ำเงินจะมีการจัดเลือกตั้งในวันที่ 28 ธ.ค. พื้นที่สีฟ้า จะมีการจัดเลือกตั้งในวันที่ 11 ม.ค. พื้นที่สีฟ้าอ่อน ยังไม่มีการเลือกวันที่จะจัดเลือกตั้ง และสีเทาคือบริเวณที่จะไม่มีการจัดเลือกตั้ง

ทั้งหมดนี้และข้อเท็จจริงที่ว่าพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศยังอยู่ภายใต้การควบคุมของฝ่ายต่อต้าน ทำให้มีความท้าทายด้านโลจิสติกส์อย่างมากในการจัดการเลือกตั้ง

การลงคะแนนเสียงถูกกำหนดจัดเป็น 3 ช่วงไปจนถึงเดือนหน้า ใน 274 เมือง จาก 330 เมืองทั่วประเทศ โดยเมืองที่ไม่มีการจัดให้ลงคะแนนเพราะถือว่าไม่มีเสถียรภาพเพียงพอ ส่วนผลการเลือกตั้งคาดว่าจะทราบในช่วงปลายเดือน ม.ค.

คาดกันว่าจะไม่มีการลงคะแนนเสียงมากถึงครึ่งหนึ่งของประเทศ แม้แต่ในเมืองที่มีการจัดให้ลงคะแนนเสียง ก็ไม่ใช่ว่าทุกเขตเลือกตั้งจะไปลงคะแนน ทำให้ยากที่คาดการณ์จำนวนผู้ที่จะไปใช้สิทธิ์

6 พรรคการเมือง รวมถึงพรรคสหสามัคคีและการพัฒนา หรือ ยูเอสดีพี (Union Solidarity and Development Party - USDP) ที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทัพ ส่งผู้สมัครเข้าแข่งขันทั่วประเทศ ในขณะที่พรรคการเมืองอื่น ๆ 51 พรรคและผู้สมัครอิสระจะลงสมัครในระดับรัฐหรือระดับภูมิภาคเท่านั้น

มีพรรคการเมืองประมาณ 40 พรรค รวมถึงพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย หรือ เอ็นแอลดี (National League of Democracy – NLD) ของนางออง ซาน ซูจี ซึ่งได้รับชัยชนะอย่างถล่มทลายในการเลือกตั้งปี 2015 และ 2020 ถูกแบนไป โดยซูจี และผู้นำคนสำคัญอื่น ๆ ของพรรคหลายคนถูกจำคุกจากข้อกล่าวหาที่ถูกประณามอย่างกว้างขวางว่ามีแรงจูงใจทางการเมือง ขณะที่คนอื่น ๆ ลี้ภัยในต่างประเทศ

"การจัดการลงคะแนนเป็นช่วงต่าง ๆ ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ได้ หากผลลัพธ์ของการลงคะแนนในช่วงแรกไม่เป็นไปตามทางที่พวกเขาต้องการ" ติน จอ เอ โฆษกของกลุ่มติดตามการเลือกตั้ง "สปริง สเปราทส์" (Spring Sprouts) บอกกับสำนักข่าวเมียนมา นาว (Myanmar Now)

รัล อุ ตัง ผู้อยู่อาศัยในรัฐฉิ่นทางตะวันตก เชื่อว่าพลเรือน "ไม่ต้องการการเลือกตั้ง"

"กองทัพไม่รู้วิธีการที่จะปกครองประเทศของเรา พวกเขาทำงานเพื่อประโยชน์ของผู้นำระดับสูงของพวกเขาเท่านั้น"

"เมื่อพรรคของดอว์ ออง ซาน ซูจี อยู่ในอำนาจ พวกเรายังได้สัมผัสกับประชาธิปไตยอยู่บ้าง แต่ตอนนี้เราได้แค่ร้องไห้และหลั่งน้ำตา" ชาววัย 80 ปีรายนี้บอกกับบีบีซี

รัฐบาลชาติตะวันตก อาทิ สหราชอาณาจักร และรัฐสภายุโรป ปฏิเสธการลงคะแนนเสียงนี้โดยมองว่าเป็นการหลอกลวง ในขณะที่กลุ่มภูมิภาคอาเซียนเรียกร้องให้มีเปิดการเเจรจาทางการเมืองระหว่างกลุ่มต่าง ๆ ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งใด ๆ

รัฐบาลทหารพม่าปฏิเสธคำวิพากษ์วิจารณ์ที่มีต่อการเลือกตั้ง โดยยืนยันว่าพวกเขามุ่งหวังที่จะ "คืนให้[ประเทศ]กลับสู่ระบบประชาธิปไตยแบบหลายพรรคการเมือง"

"การเลือกตั้งถูกจัดขึ้นเพื่อเมียนมา มันถูกจัดขึ้นเพื่อประชาชนชาวเมียนมา มันไม่ได้จัดขึ้นเพื่อประชาคมระหว่างประเทศ" พล.ต.ซอ มิน ตุน โฆษกรัฐบาลทหารระบุในการแถลงข่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

ขณะที่พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลทหารย้ำเตือนในช่วงก่อนหน้าของสัปดาห์นี้ ว่าใครก็ตามที่ปฏิเสธการลงคะแนนเสียง กำลังปฏิเสธ "ความก้าวหน้าสู่ประชาธิปไตย"