พบเมืองสแกมเมอร์ทุนจีน-กะเหรี่ยงเทาแห่งใหม่ ติดชายแดน อ.พบพระ จ.ตาก

ช่องแคบ

ที่มาของภาพ, HANDOUT

คำบรรยายภาพ, เมืองสแกมเมอร์แห่งใหม่นี้ถูกเรียกในหลายชื่อ ไม่ว่าจะเป็น ช่องแคบ ไท่ฉาง หรือ ท่าช้าง
    • Author, จิราภรณ์ ศรีแจ่ม
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

ข้อมูลจากสถาบันสันติภาพแห่งสหรัฐอเมริการะบุว่าทางตอนใต้สุดของเมียวดี ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับ ต.ช่องแคบ อ.พบพระ จ.ตาก กำลังกลายเป็นฐานสแกมเมอร์ออนไลน์แห่งใหม่ของกลุ่มทุนจีนสีเทาที่ย้ายฐานมาจากรัฐฉานตอนเหนือและกัมพูชา

เมืองใหม่แห่งนี้อยู่ในเขตอิทธิพลของพลจัตวา ซาย จอ หล่า (Sai Kyaw Hla) ผู้นำอันดับ 3 ของกองทัพกะเหรี่ยงพุทธประชาธิปไตย ผู้มีประวัติพัวพันกับการค้ายาเสพติดและของเถื่อนข้ามแดนมาอย่างยาวนาน

เมื่อปลายเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา มีชาวอูกันดาจำนวน 23 คนถูกช่วยเหลือออกมาจากเมืองดังกล่าว หลังจากถูกหลอกให้ไปทำงานให้แก๊งสแกมเมอร์

อาสาสมัครที่ช่วยเหลือผู้เสียหายบอกกับบีบีซีไทยว่า ยังมีชาวต่างชาติอีกกว่า 400 คนที่รอคอยการช่วยเหลือ โดยทั้งหมดถูกหลอกให้มาทำงานในกรุงเทพฯ ก่อนจะพบว่าตนเองถูกส่งต่อมายังชายแดนไทย-เมียนมา ซึ่งห่างไกลจากเมืองหลวงของไทยกว่า 500 กิโลเมตร

ป้ายแจ้งเตือนในเมียวดี

ที่มาของภาพ, HANDOUT

คำบรรยายภาพ, ป้ายแจ้งเตือนในเมียวดี

วันเสาร์ที่ 4 พ.ค. พบป้ายเตือน 3 ภาษา พม่า อังกฤษ และจีน แจ้งเตือนให้ผู้อาศัยภายในเมืองเมียวดี จ.เมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ทราบว่า ใครก็ตามที่ดำเนินกิจกรรมลักษณะสแกมเมอร์ออนไลน์ จะต้องเดินทางออกจากเมืองเมียวดีระหว่างวันที่ 1 พ.ค. – 31 ต.ค. 2024 รวมระยะเวลา 6 เดือน มิฉะนั้นจะถูกดำเนินการขั้นเด็ดขาด

แต่ดูเหมือนว่าเหล่าสแกมเมอร์ออนไลน์กำลังมีที่พักพิงใหม่ ซึ่งตั้งห่างจากตัวเมืองเมียวดีประมาณ 50 กิโลเมตรไปทางตอนใต้ ตรงข้ามกับ ต.ช่องแคบ อ.พบพระ จ.ตาก ซึ่งผู้คนเรียกกันในหลากหลายชื่อ ไม่ว่าจะเป็น “ช่องแคบ” อันมาจากลักษณะภูมิประเทศของแม่น้ำเมยที่แคบมากจนเดินข้ามถึงกันได้ หรือ “ไท่ฉาง (Taizhang)” ในภาษาจีน อันมาจากชื่อบริษัทสแกมเมอร์ออนไลน์ชื่อดังในเมืองดังกล่าว ซึ่งเพี้ยนเสียงเป็น “ท่าช้าง” ในภาษาไทยสำหรับคนท้องถิ่น

บทวิเคราะห์ล่าสุด ของสถาบันสันติภาพแห่งสหรัฐอเมริกา (United States Institute of Peace—USIP) ซึ่งเป็นหน่วยงานวิชาการอิสระที่ก่อตั้งโดยรัฐสภาของสหรัฐฯ ระบุว่า เมืองสแกมเมอร์แห่งใหม่ตรงข้ามชายแดน อ.พบพระ แห่งนี้ ได้ขยายตัวอย่างรวดเร็วในช่วงต้นปี 2566 หลังจากศูนย์กลางการพนันและสแกมเมอร์ออนไลน์ของกลุ่มทุนจีนสีเทาซึ่งร่วมลงทุนกับตระกูลนายทหารที่ทำงานให้รัฐบาลทหารเมียนมา ในฐานะกองกำลังพิทักษ์ชายแดนโกก้างหรือโกก้างบีจีเอฟ (Kokang Border Guard Force - Kokang BGF) ถูกกวาดล้างจากผลพวงปฏิบัติการ 1027 ของกองกำลังติดอาวุธทางรัฐฉานตอนเหนือเมื่อช่วงต้นเดือน ต.ค. ปีที่แล้ว

นับตั้งแต่นั้นมา พื้นที่เมืองใหม่ในเขตอิทธิพลของกองทัพกะเหรี่ยงพุทธประชาธิปไตยหรือดีเคบีเอ (Democratic Karen Buddhist Army – DKBA) ก็กลายเป็นแหล่งดึงดูดเหล่าสแกมเมอร์ที่ย้ายทุนจากเขตปกครองตนเองโกก้างซึ่งอยู่ติดชายแดนเมียนมา-จีน มายัง ชายแดนไทย-เมียนมา แทน

เดิมทีเป็นฐานทุนจีนสีเทาซึ่งหนีการปราบปรามสแกมเมอร์และพนันออนไลน์มาจากเมืองสีหนุวิลล์ ประเทศกัมพูชา เมื่อราว 2-3 ปีก่อน

map1
คำบรรยายภาพ, ความเปลี่ยนแปลงบริเวณเมืองช่องแคบ
map2

ที่มาของภาพ, Google Earth

คำบรรยายภาพ, ภาพถ่ายทางอากาศแสดงที่ตั้งของศูนย์กลางสแกมเมอร์แห่งใหม่ติดชายแดน ต.ช่องแคบ อ.พบพระ จ.ตาก

“ช่องแคบ” โหดร้ายที่สุดในบรรดาเมืองสแกมเมอร์ติดริมแม่น้ำเมย

จอห์นนี อดิคาลี อาสาสมัครช่วยเหลือผู้เสียหายที่ถูกหลอกไปทำงานในกาสิโนและเมืองสแกมเมอร์ฝั่งเมียวดี บอกกับบีบีซีไทยว่า เมื่อก่อน เคเค พาร์ค ศูนย์กลางสแกมเมอร์ออนไลน์ระดับโลกติดชายแดนไทย ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ของกองกำลังแห่งชาติกะเหรี่ยงหรือเคเอ็นเอ (Karen National Army - KNA) หรือกองกำลังพิทักษ์ชายแดนกะเหรี่ยงเดิม (Karen Border Guard Force – Karen BGF) ขึ้นชื่อในเรื่องความโหดร้ายทารุณต่อเหยื่อค้ามนุษย์ซึ่งถูกหลอกลวงให้ไปทำงานในเมืองดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นการทำร้าย ทุบตี หรือขู่ว่าจะฆ่าเพื่อนำอวัยวะไปขาย เป็นต้น

แต่จากประสบการณ์ที่ผู้เสียหายแต่ละคนเล่าให้เขาฟัง พบว่าการดำเนินการกดดันให้แรงงานที่ไม่ได้สมัครใจทำงานหลอกลวงให้แก๊งสแกมเมอร์ออนไลน์ในเมืองใหม่ที่ชื่อว่า "ช่องแคบ" นั้น โหดกว่าเคเค พาร์ค อย่างมาก ถึงแม้ว่าศูนย์กลางสแกมเมอร์หน้าใหม่แห่งนี้มีขนาดเล็กกว่าเคเค พาร์ค เกือบ 10 เท่าก็ตาม

“ที่นี่ขึ้นชื่อในเรื่องความโหดร้าย ทารุณ มีการทุบตีในรูปแบบต่าง ๆ รวมถึงค้ามนุษย์” จอห์นนี บอกกับบีบีซีไทย “ช่องแคบมันดังเรื่องการทุบตี ทรมาน มีเหยื่อมาเล่าให้ฟังแล้วถ่ายรูปให้ดูว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง มันมีทั้งถูกทุบตีจนพิการ โดนใช้ไฟช็อตจนเดินไม่ได้ เรียกหมอมาดูไม่ได้ด้วย บางคนถูกส่งมีดเพื่อให้ฆ่าตัวตายเอง มัดแขนกับเสาก็มี ถูกขังในห้องมืด ถูกฟาดด้วยไม้มีหนาม หากหาเงินตามที่แก๊งสแกมเมอร์บังคับไม่ได้”

ที่ผ่านมา จอร์นนีร่วมกับทางการไทยและสถานทูตประเทศต่าง ๆ ช่วยเหลือผู้เสียหายออกมาจากฝั่งตรงข้ามช่องแคบได้ประมาณ 50 คน ส่วนใหญ่เป็นชาวแอฟริกันจากอูกันดา โมร็อกโก เอธิโอเปีย รวมถึงชาวเอเชียจากเนปาล บังกลาเทศ อินเดีย และศรีลังกา โดยล่าสุดที่ช่วยเหลือออกมาได้เป็นชาวอูกันดาจำนวน 23 คน เมื่อวันที่ 30 มี.ค. ที่ผ่านมา

ปัจจุบัน ยังมีผู้เสียหายรอความช่วยเหลือออกจากเมืองสแกมเมอร์ตรงข้าม ต.ช่องแคบ อีกประมาณ 400 คน โดยทั้งหมดเป็นชาวต่างชาติ

“มีคนไทยที่ไปทำงานในเมืองนั้นเหมือนกัน ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงไทยที่เข้าไปนั่งร้องเพลง ดื่มกับแขกในร้าน KTV” จอห์นนีหมายถึงสถานบันเทิงที่มีคาราโอเกะ ยาเสพติด และงานเลี้ยงสังสรรค์ดูแลแขกชาวจีนทุกคืน

อย่างไรก็ดี เขายังไม่ได้รับรายงานว่ามีคนไทยเข้าไปทำงานในแก๊งสแกมเมอร์หรือไม่

ช่องแคบ อาณาจักรสแกมเมอร์ของผู้นำอันดับ 3 ของ DKBA

ที่มาของภาพ, HANDOUT

คำบรรยายภาพ, ช่องแคบ อาณาจักรสแกมเมอร์ของผู้นำอันดับ 3 ของ DKBA
map3

ผู้เสียหายถูกโปรยฝันให้มาทำงานกรุงเทพฯ

บีบีซีไทยสอบถามว่าชาวแอฟริกันเดินทางเข้าไปในเมืองสแกมเมอร์แห่งใหม่นี้ได้อย่างไร ในเมื่อพื้นที่ดังกล่าวไม่ใช่เมืองใหญ่ที่มีธุรกิจรองรับชาวต่างชาติ เช่น นครย่างกุ้ง หรือเมืองมัณฑะเลย์ ของเมียนมา

จอห์นนีบอกว่า ผู้เสียหายทุกคนถูกหลอกว่าจะถูกส่งมาทำงานในกรุงเทพมหานคร ตำแหน่งรับโทรศัพท์และตอบอีเมลลูกค้าให้โรงแรม โดยนายหน้าที่ทำหน้าที่เป็นผู้จัดหาบุคลากรให้กับทุนจีนสีเทาเหล่านี้จะนำภาพโรงแรมหรู สภาพสำนักงานที่ดูดีแต่ไม่มีอยู่จริงมาให้ผู้เสียหายดู พร้อมกับโปรยคำโฆษณาว่าสวัสดิการงานที่ไทยดีมากอย่างไร เพื่อจูงใจชาวต่างชาติที่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ให้มาสมัครงานกับบริษัท

“ผู้ถูกหลอกมักมีอายุ 20 ต้น ๆ จนถึง 35 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่กำลังสร้างฐานะ และต้องการงานที่มีรายได้ดี” จอห์นนี บอก “ไม่มีผู้เสียหายคนไหนคาดคิดเลยว่า เขากำลังโดนหลอกมาทำงานในกรุงเทพฯ และถูกส่งต่อไปขาย”

“เมื่อบินมาถึงกรุงเทพฯ คนจีนจะส่งคนไปรับที่โรงแรม และพามายังตัวเมืองแม่สอด ผู้เสียหายเขาก็เริ่มเอะใจแล้วว่าทำไมกรุงเทพฯ มันไกลจัง แต่พอมาถึงริมแม่น้ำเมย ทั้งหมดก็ถูกพาลงเรือที่เต็มไปด้วยปืนและกระสุน จึงไม่มีใครกล้าขัดขืนหรือหนี เพราะความกลัว”

เจ้านายชาวจีนจะบังคับให้ผู้เสียหายที่ถูกหลอกมาทำงานสแกมเมอร์ลงนามในสัญญาการจ้างงานทันที ระยะเวลาสัญญาตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป โดยผู้ที่ลงนามสัญญาไม่ทราบเลยว่ารายละเอียดในสัญญาเป็นเช่นไรบ้าง เนื่องจากเขียนด้วยภาษาจีนและภาษาเมียนมา ทั้งนี้ ทุกคนถูกริบเครื่องมือสื่อสารทั้งหมด และจะถูกทำโทษปางตายหากพบในภายหลังว่าแอบติดต่อกับโลกภายนอก

สุดท้าย ทั้งหมดถูกสอนให้ทำงานโรแมนซ์สแกม (Romance scams) การหลอกลวงให้คนแปลกหน้าตกหลุมรักผ่านสื่อออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันหาคู่ รวมถึงสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ เช่น เฟซบุ๊ก และอินสตาแกรม ก่อนเชิญชวนให้พวกเขาเหล่านั้นลงทุนในสกุลเงินดิจิทัลภายใต้แพลตฟอร์มที่เหล่าสแกมเมอร์ออกแบบขึ้นมาเพื่อลวงผู้ลงทุน และเชิดเงินหนีไปในท้ายที่สุด

DKBA

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, สถาบันสันติภาพแห่งสหรัฐอเมริกา ระบุว่า ส่วนใหญ่แล้ว DKBA วางตัวเป็นกลางทางการเมือง

เป้าหมายอย่างต่ำที่เจ้านายชาวจีนตั้งเอาไว้ คือแต่ละสัปดาห์ต้องหลอกลวงให้ได้เป็นเงินอย่างน้อย 50,000 USDT ซึ่งเป็นสกุลเงินดิจิทัล (ราว 1.8 ล้านบาท) หากทำไม่ได้ นั่นหมายถึงต้องถูกทำร้ายทุบตี หรือถูกขายต่อผ่านนายหน้าจัดหางานบริษัทอื่น ๆ ในราคาหัวละประมาณ 500,000-1,000,000 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับทักษะของผู้ทำงานแต่ละคน โดยทั้งหมดจ่ายเป็นสกุลเงินดิจิทัล

ทั้งนี้ มีรายงานว่าบริษัทจัดหางานในท่าช้างหรือเขตไท่ฉางของช่องแคบ มักส่งคนต่อไปให้เมืองใหม่หวันหยา ซึ่งตั้งอยู่ในเขตอิทธิพลของโรเจอร์ ขิ่น อดีตผู้นำอาวุโสของสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยงหรือเคเอ็นยู (Karen National Union – KNU) ศูนย์กลางการพนันและสแกมเมอร์ออนไลน์ติดชายแดนไทยบริเวณ อ.แม่สอด อีกแห่งหนึ่งของไทย รวมถึงเคเค พาร์ค ซึ่งขึ้นกับกองกำลังกะเหรี่ยง BGF เดิม

“พวกเขาไม่ใช้การโอนเงิน ไม่ใช้เงินสด ทุกอย่างจ่ายด้วยสกุลเงินดิจิทัล เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับ” จอห์นนีบอกกับบีบีซีไทย

หากผู้เสียหายรายใดต้องการไถ่ตัวเองออกมา พวกเขาต้องร้องขอให้ทางบ้านส่งเงินค่าไถ่ตัวเป็นเงินประมาณ 500,000 - 1,000,000 บาทด้วยเช่นกัน และทั้งหมดต้องโอนผ่านสกุลเงินดิจิทัลเท่านั้น จากคำบอกเล่าของเหยื่อที่รอดชีวิตมาได้

อาณาจักรของ ซาย จอ หล่า ผู้นำอันดับ 3 ของ DKBA

จากข้อมูลของสถาบันสันติภาพแห่งสหรัฐอเมริกา ระบุว่า DKBA เป็นกองกำลังติดอาวุธที่แยกตัวออกมาจาก พ.อ.ชิต ตุ ผู้นำกองกำลังกะเหรี่ยง BGF เดิม เนื่องจากไม่ต้องการทำงานเป็นกองกำลังพิทักษ์ชายแดนกะเหรี่ยงให้กับกองทัพเมียนมา

ปัจจุบัน พ.อ.ชิต ตุ ตัดความสัมพันธ์กับกองทัพเมียนมาแล้ว และเปลี่ยนชื่อกองกำลังของตนเองเป็น KNA ผู้พลิกเกมในสมรภูมิเมียวดีเมื่อช่วงเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา หลังจาก KNA ช่วยคุ้มกันทหารเมียนมาที่ไม่ยอมจำนนกับ KNU กลับมายังกองพันทหารราบที่ 275 (ค่ายผาซอง) ซึ่งถูกฝ่ายต่อต้านตีแตกและเข้ายึดครองได้เพียงไม่กี่สัปดาห์

ถึงแม้ DKBA มีรากฐานเป็นกองกำลังของชาวกะเหรี่ยงพุทธ แต่พลจัตวา ซาย จอ หล่า กลับมีชาติกำเนิดมาจากรัฐฉานตอนเหนือ นอกจากนี้ ยังพบว่าเขามีเชื้อสายจีนด้วย และมีประวัติก่ออาชญากรรมค้ายาเสพติดในรัฐฉานมาก่อน อย่างไรก็ดี เขายังถูกเรียกในอีกชื่อว่า “โกซาย หรือ โกไซ” ด้วย

จนกระทั่งช่วงกลางทศวรรษ 2010-2020 พลจัตวาซาย จอ หล่า ขึ้นเป็นผู้นำอันดับ 3 ของ DKBA คุมพื้นที่บริเวณตรงข้าม ต.ช่องแคบ อ.พบพระ ของไทย

แหล่งข่าวฝ่ายความมั่นคงที่ไม่ประสงค์เปิดเผยนาม ให้ข้อมูลกับบีบีซีไทยว่า พลจัตวา ซาย จอ หล่า ทำธุรกิจค้าขายรถข้ามแดนมาก่อน ส่วนใหญ่เป็นรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ที่ถูกขโมยมาจากประเทศไทย ซึ่งจะถูกนำไปขายต่อในเมียนมาทั้งคัน หรือบ้างก็นำไปชำแหละอะไหล่ขาย

สถาบันสันติภาพแห่งสหรัฐอเมริกาพบความเชื่อมโยงผู้ลงทุนในเมืองช่องแคบของพลจัตวา ซาย จ่อ หล่า ว่าเป็นบริษัทแห่งหนึ่งที่จดทะเบียนใน อ.แม่สอด จ.ตากเมื่อปี 2023

ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ระบุว่า บริษัทแห่งนี้มีผู้ถือหุ้นชาวไทย 1 คน ชาวเมียนมา 2 คน วัตถุประสงค์การจดทะเบียนบริษัท คือประกอบกิจการนำเข้า ส่งออก สินค้าอุปโภคบริโภค อาหารสัตว์ ยานพาหนะ และอะไหล่รถยนต์

นอกจากนี้ พลจัตวา ซาย จอ หล่า ยังค้ายาเสพติดข้ามแดนอย่างเปิดเผย เขาจึงไม่ค่อยเดินทางข้ามมายังฝั่งไทยนัก เนื่องจากทราบดีว่าอยู่ในบัญชีต้องระวังของฝ่ายความมั่นคง

“จากการสอบพยานในคดียาเสพติดและค้าของเถื่อนซึ่งถูกจับกุมในบริเวณ ต.ช่องแคบ ทั้งหมดซัดทอดไปยัง ซาย จอ หล่า แต่หลักฐานยังไม่สามารถเอาผิดกับเขาได้” แหล่งข่าวจากฝ่ายความมั่นคงผู้นี้บอกกับบีบีซีไทย

มีข้อมูลว่า ซาย จอ หล่า แต่งงานกับหญิงชาวไทย และมีลูกด้วยกันซึ่งได้สัญชาติไทยด้วย บ้างบอกว่าเขามีสัญชาติไทยและมีบัตรประชาชนไทยในชื่ออื่น แต่แหล่งข่าวจากฝ่ายความมั่นคงรายนี้ปฏิเสธข้อมูลดังกล่าว ด้วยเหตุผลว่า หาก ซาย จอ หล่า ได้สัญชาติและบัตรประชาชนไทยจริง เขาย่อมเดินทางในไทยมากกว่านี้ ไม่ใช่กบดานอยู่ในพื้นที่ของตนเองในฝั่งประเทศเมียนมา

แหล่งข่าวอีกรายหนึ่งซึ่งมีความสนิทสนมกับผู้นำ DKBA แต่ไม่ประสงค์ออกนามเช่นกัน บอกกับบีบีซีไทยว่า กิจกรรมธุรกิจสีดำในอาณาจักรของพลจัตวา ซาย จอ หล่า ไม่มีใครแตะต้องได้ แม้แต่ผู้นำสูงสุดของ DKBA

“ผู้นำคนอื่น ๆ ไม่ได้เห็นด้วย ไม่ได้ยอมรับการค้ามนุษย์หรือหลอกลวงผู้คนอย่างที่ช่องแคบแบบ ซาย จอ หล่า ทำ แต่พวกเขาไม่ยุ่งกัน เลยทำอะไรไม่ได้”

สถาบันสันติภาพแห่งสหรัฐอเมริกา ระบุว่า ส่วนใหญ่แล้ว DKBA วางตัวเป็นกลางทางการเมือง คือไม่ได้โน้มเอียงไปทางรัฐบาลทหาร หรือฝ่ายต่อต้านเช่น KNU ขณะที่แหล่งข่าวฝ่ายความมั่นคงบอกกับบีบีซีไทยว่า ทางรัฐบาลเมียนมาปล่อยให้กองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์ที่ไม่ได้เป็นปฏิปักษ์ปกครองพื้นที่บางส่วน ดังนั้น จึงไม่แปลกที่ผู้นำกองกำลังบางคนจะอาศัยอำนาจเบ็ดเสร็จในเขตปกครองของตนเอง ดำเนินธุรกิจผิดกฎหมายเพื่อหาทุนมาสนับสนุนกองกำลังของตนเอง

dkba

ที่มาของภาพ, Getty Images

“ถ้าเราปล่อยให้เขาทำเรื่องนี้ต่อ มันจะส่งผลกระทบต่อลูกหลานของเรา” จอห์นนี กล่าว “เรายังไม่ต้องพูดถึงผลกระทบจากการถูกพวกสแกมเมอร์หลอกลวงนะ แต่เงินดำของกลุ่มเหล่านี้กำลังทำให้ลูกหลานของคนไทยที่อยู่อาศัยในพื้นที่ใกล้เคียงสร้างตัวยากมากขึ้น”

จอห์นนีบอกว่าราคาที่ดินในแถบ อ.แม่สอด และ อ.พบพระ สูงขึ้น 2-5 เท่าในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา แม้ว่าพื้นที่เหล่านั้นจะไม่มีเอกสารสิทธิก็ตาม

“มีการใช้เงินดำกว้านซื้อที่ดินผ่านนอมินีคนไทย คนขายก็ได้เงินไปในช่วงนี้ แต่ต้องมาคิดกันไหมว่า อนาคตถ้าลูกหลานเราจะขยับขยาย เขาต้องไปซื้อที่ดินกับชาวจีนเหล่านั้นนะครับ แล้วคนไทยซื้อไหวไหม อันนี้ก็ต้องคิดนะครับ”

ปัญหาที่ใหญ่กว่านั้นในความเห็นของจอห์นนี คือชาวจีนที่ทำงานอยู่ในอาณาจักรช่องแคบของ ซาย จอ หล่า และทำสัญญาเช่าที่ดินระยะเวลาตั้งแต่ 50-100 ปีนั้น ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในฝั่งประเทศไทยเป็นหลัก

“มาเฟียจีน เขาไม่ได้อยู่ฝั่งเมียนมาตลอดนะครับ เขามีเมียเป็นคนไทย ลูกเป็นคนไทย สัญชาติไทย ลูกก็เรียนโรงเรียนไทย ผมว่ามันน่ากลัวนะ หากธุรกิจนี้ต้องดำเนินไปอีก 50 ปี 100 ปี เพราะนี่เพิ่งเป็นเมืองที่เกิดมาใหม่ หากปล่อยให้เกิน 10 ปีขึ้นไป ก็น่าจะควบคุมยาก ถ้าไทยปล่อยปละละเลย น่าจะเป็นปัญหาใหญ่ในอนาคต ผมก็อยากให้รัฐบาลลงมาดูเรื่องนี้” จอห์นนีกล่าวทิ้งท้ายกับบีบีซีไทย