ทำไมเมืองสแกมเมอร์ทุนจีนในเมียวดี ยังปลอดภัยท่ามกลางไฟสงคราม

เมืองชเวโก๊กโก่

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ, เมืองชเวโก๊กโก่
    • Author, จิราภรณ์ ศรีแจ่ม
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

พ.อ.ชิต ตุ ผู้นำกองกำลังกะเหรี่ยงแห่งชาติหรือเคเอ็นเอ (Karen National Army-KNA) ซึ่งเคยเป็นกองกำลังพิทักษ์ชายแดนกะเหรี่ยงหรือกะเหรี่ยงบีจีเอฟ (Karen Border Guard Force-Karen BGF) ให้กับกองทัพเมียนมาเพื่อดูแลรักษาพื้นที่ชายแดนรัฐกะเหรี่ยงที่อยู่ติดกับชายแดนไทย กำลังเป็นตัวแปรสำคัญในสนามประลองยุทธ์ในเมืองเมียวดี ซึ่งมีการปะทะกันระหว่างกองกำลังฝ่ายต่อต้านที่นำโดยสหภาพกะเหรี่ยงแห่งชาติหรือเคเอ็นยู (Karen National Union-KNU) และกองทัพเมียนมา

แต่ดูเหมือนว่ากาสิโนและเมืองสแกมเมอร์ที่อยู่ในเมืองเมียวดีแทบไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุความขัดแย้งนี้ ถึงแม้ว่ามีคำขู่จากกองทัพเมียนมาที่ส่งถึง พ.อ.ชิต ตุ ว่าให้เขาส่งคืนอาวุธยุทโธปกรณ์ทั้งหมดที่ฝ่ายต่อต้านยึดจากกองพันทหารราบที่ 275 (ค่ายผาซอง) กลับมาให้หมด มิฉะนั้นจะเปิดหน้าถล่มเมืองชเวโก๊กโก่ เมืองสแกมเมอร์ทุนจีนติดแม่น้ำเมยที่อยู่ตรงข้าม อ.แม่ระมาด และ อ.แม่สอด จ.ตาก ของไทย

ล่าสุด พบว่ากองกำลังของเขาช่วยคุ้มกันทหารเมียนมากลับมายังค่ายผาซองแล้ว

เป็นที่ทราบกันดีว่า ก่อนที่ พ.อ.ชิต ตุ จะประกาศตัดขาดกับกองทัพเมียนมา เขาได้ร่วมลงทุนกับผู้ลงทุนชาวจีนสีเทาหลากหลายกลุ่มสร้างเมืองชเวโก๊กโก่ขึ้นทางตอนเหนือของเมืองเมียวดี และสร้างเมืองเคเค พาร์ค (KK Park) ทางตอนใต้ของเมียวดี ซึ่งต่อมาพบว่าทั้งสองเมืองนี้ได้กลายเป็นศูนย์กลางอาชญากรรมออนไลน์ระดับโลก เพราะเป็นที่ตั้งของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แก๊งสแกมเมอร์ และแหล่งพนันออนไลน์หลากหลายรูปแบบ

เจสัน ทาวเวอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายเมียนมาจากสถาบันสันติภาพแห่งสหรัฐอเมริกาหรือยูเอสไอพี (United States Institute of Peace-USIP) ซึ่งเป็นหน่วยงานวิชาการอิสระที่ก่อตั้งโดยรัฐสภาของสหรัฐฯ ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษกับบีบีซีไทย ในฐานะที่เป็นผู้ศึกษาความเคลื่อนไหวของกลุ่มอาชญากรรมที่อยู่เมืองสแกมเมอร์ทุนจีนภายในเมียวดีมาต่อเนื่องหลายปี เพื่อวิเคราะห์ว่าสถานการณ์การสู้รบในเมียวดีตอนนี้ ส่งผลสะเทือนต่อองค์กรอาชญากรรมที่อยู่ในพื้นที่บ้างหรือไม่

MAP
คำบรรยายภาพ, แผนที่ตั้งเมืองชเวโก๊กโก่ และ เมืองเคเค พาร์ค ในจังหวัดเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ประเทศเมียนมา

เมืองสแกมเมอร์ทุนจีนแทบไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุสู้รบในเมียวดี

เจสัน บอกว่า การสู้รบภายในเมียวดีแทบไม่ได้ส่งผลกระทบต่อเมืององค์กรอาชญากรรมที่อยู่ในพื้นที่ควบคุมของ KNA แต่อย่างใด

“พูดอย่างตรงไปตรงมา ผลกระทบจากความขัดแย้ง [ในเมียวดี] ต่อศูนย์กลางสแกมเมอร์เหล่านี้มีน้อยมาก จนคุณแทบไม่เห็นการหยุดชะงักลงของกิจกรรมอาชญากรรมภายในเมืองเหล่านี้ เหมือนกับที่คุณเห็นที่ชายแดนจีนเมื่อ MNDAA เปิดปฏิบัติการที่คล้ายกันในเดือน ต.ค.ปีที่แล้ว” ผอ.ฝ่ายเมียนมาของ USIP พูดถึงปฏิบัติการ 1027 ของกลุ่มพันธมิตรภราดรภาพทางรัฐฉานตอนเหนือที่นำโดยกองทัพพันธมิตรประชาธิปไตยแห่งชาติเมียนมา MNDAA (Myanmar National Democratic Alliance Army) ซึ่งนำมาสู่การทะลายศูนย์กลางสแกมเมอร์ออนไลน์ขนาดใหญ่ในเขตปกครองพิเศษโกก้าง โดยพบว่าตระกูลผู้นำกองกำลังพิทักษ์ชายแดนโกก้างหรือโกก้างบีจีเอฟ (Kokang Border Guard Force–Kokang BGF) ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับศูนย์กลางสแกมเมอร์ออนไลน์ในเมืองเล้าก์ก่ายได้ถูกนำตัวไปดำเนินคดีที่ประเทศจีนในเวลาต่อมา และนำไปสู่การกวาดล้างศูนย์สแกมเมอร์และการพนันออนไลน์ติดชายแดนจีน

เขามองว่าสิ่งที่ปกป้องกลุ่มทุนสแกมเมอร์ในเมียวดี คือจำนวนเงินมหาศาลจากองค์กรอาชญากรรมเหล่านี้ที่แบ่งปันให้กับกองกำลังของ พ.อ.ชิต ตุ และกองทัพเมียนมา โดยทาง USIP มีข้อมูลว่า ก่อน พ.อ.ชิต ตุ จะประกาศตัดขาดกับกองทัพเมียนมา ทางกองทัพเมียนมายังได้ส่วนแบ่งถึงร้อยละ 50 จากเงินจำนวน 192 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 6,720 ล้านบาท) ซึ่งทาง KNA/อดีตกะเหรี่ยง BGF ได้จากชเวโก๊กโก่ทุกปี

นอกจากนี้ ยังพบว่าปี ๆ หนึ่ง ผู้นำกองกำลัง KNA หรือ BGF เดิม มีรายได้มากกว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3,500 ล้านบาท) และนี่เป็นรายได้จากเมืองชเวโก๊กโก่เพียงแห่งเดียวเท่านั้น ไม่รับรวมเมืองเคเค พาร์ค ที่อยู่ในพื้นที่ควบคุมของ KNA ด้วยเช่นกัน ทำให้ พ.อ.ชิต ตุ สามารถเลี้ยงดูกำลังพลมากกว่า 7,000 นาย ได้ด้วยตัวเอง และมีเงินมากพอที่จะจัดหายุทธภัณฑ์ทางทหารดี ๆ ได้ด้วยตนเอง

“ผมเข้าใจว่ากองกำลังเหล่านั้นจำนวนมากถูกส่งไปปกป้องเมืองชเวโก๊กโก่” เจสัน บอกกับบีบีซีไทย และให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าการรักษาความปลอดภัยให้กับเมืองสแกมเมอร์ในเมียวดีนั้น “ยังมีการรักษาความปลอดภัยโดยองค์กรอาชญากรรมที่มาจากจีนซึ่งดำเนินงานในลักษณะเอกชน โดยพบว่าจำนวนมากเป็นอดีตแนวร่วมกองทัพปลดปล่อยประชาชน (People’s Liberation Army–PLA) จากประเทศจีน รวมถึงบริษัทรักษาความปลอดภัยสัญชาติจีนซึ่งถูกฝึกอบรมมาจากประเทศอื่น นอกจากนี้ ยังมีผู้ให้บริการรักษาความปลอดภัยชาวจีนโพ้นทะเลบางรายที่มีฐานทำงานอยู่ที่อื่นในภูมิภาคนี้ เช่น กัมพูชา และบางครั้งก็พบว่าอยู่ในประเทศไทยด้วย”

เมืองเคเคปาร์ค

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ, เมืองเคเค พาร์ค
 KNA

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ, ป้อมทหารกองกำลัง KNA ซึ่งคอยเฝ้าระวังให้เมืองเคเค พาร์ค

เจสันตั้งข้อสังเกตว่าองค์กรอาชญากรรมกำลังขยายการลงทุนไปทางใต้สุดของเมียวดี ซึ่งอยู่ในพื้นที่ของกองทัพกะเหรี่ยงพุทธประชาธิปไตยหรือดีเคบีเอ (Democratic Karen Buddhist Army-DKBA) ซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ติดอาวุธที่ก่อตั้งหลังกะเหรี่ยง BGF

จากรายงานล่าสุดของ USIP เรื่อง China Forces Myanmar Scam Syndicates to Move to Thai Border ระบุว่า DKBA เป็นกองกำลังติดอาวุธที่แยกตัวออกมาจาก พ.อ.ชิต ตุ เนื่องจากไม่ต้องการทำงานเป็นกองกำลังพิทักษ์ชายแดนกะเหรี่ยงให้กับกองทัพเมียนมา โดยพบว่า ซาย จอ หล่า (Sai Kyaw Hla) ซึ่งมาจากรัฐฉานตอนเหนือและเคยมีประวัติอาชญากรรมที่นั่น ได้ขึ้นมาเป็นผู้นำ DKBA ในช่วงกลางทศวรรษ 2010-2020 จากนั้นเขาร่วมกับกลุ่มนักลงทุนจีนซึ่งย้ายฐานการลงทุนจากสีหนุวิลล์ ร่วมกันก่อตั้งเมืองใหม่โดยใช้ชื่อว่า “เขตไท่จาง” (Taichang Zone) อยู่ตรงข้ามวัดช่องแคบ ต.ช่องแคบ อ.พบพระ จ.ตาก ซึ่งต่อมาพบว่ากลายเป็นแหล่งดึงดูดเงินลงทุนของกลุ่มอาชญากรจีนเทาในช่วงปลายปี 2023 ที่ผ่านมา

เขตไท่จาง

ที่มาของภาพ, google earth

คำบรรยายภาพ, เขตไท่จางซึ่งตั้งอยู่ในเขตอิทธิพลของ DKBA
พันเอกชิต ตุ

ที่มาของภาพ, KIC

คำบรรยายภาพ, พันเอกชิต ตุ ผู้นำกองกำลัง KNA หรืออดีตกะเหรี่ยง BGF

ความท้าทายของ พ.อ.ชิต ตุ ขณะนี้

เจสันเห็นว่าการที่ พ.อ.ชิต ตุ ประกาศตัดขาดกับกองทัพเมียนมาและสถาปนากองกำลัง KNA ขึ้นมาแทนกะเหรี่ยง BGF เพราะประเมินแล้วว่ากองทัพเมียนมาไม่สามารถปกป้องกิจกรรมทางอาชญากรรมในพื้นที่ควบคุมของเขาได้อีกต่อไป

“หากคุณดูสิ่งที่เกิดขึ้นกับกองกำลังพิทักษ์ชายแดนของเมียนมาซึ่งประจำการอยู่ในโกก้าง (หมายถึง Kokang BGF) จะเห็นว่าปฏิบัติการ 1027 ขององค์กรติดอาวุธของกลุ่มชาติพันธุ์นั้น สามารถเอาชนะกองทัพเมียนมาและกำจัดองค์กรอาชญากรรมสแกมเมอร์ได้ด้วย ทำให้กองทัพเมียนมาต้องถอนร่นออกจากพื้นที่และมอบตัวหัวหน้ากองกำลังพิทักษ์ชายแดนโกก้างให้กับทางการจีน ซึ่งเป็นผู้ออกหมายจับบุคคลเหล่านี้

ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้ที่เกิดขึ้นได้สร้างความกังวลอย่างมากต่อกองกำลังพิทักษ์ชายแดนกะเหรี่ยง [ของ พ.อ.ชิต ตุ] เพราะพวกเขาเห็นแล้วว่าเกิดอะไรขึ้นที่โกก้าง กลุ่มทุนอาชญากร ธุรกิจผิดกฎหมาย และผลประโยชน์จากธุรกิจต่าง ๆ เหล่านี้กำลังตกอยู่ในความไม่ปลอดภัยอีกต่อไป เนื่องจากรัฐบาลเมียนมากำลังถูกจีนกดดันอย่างหนักเพื่อให้จัดการกับอาชญากรเหล่านี้”

ผอ.ฝ่ายเมียนมาจาก USIP มองว่า พ.อ.ชิต ตุ ให้ความสำคัญกับการปกป้องเมืองสแกมเมอร์ทุนจีนที่ตั้งอยู่ในเขตอิทธิพลของเขาเท่านั้น ดังนั้น เขาจึงจะจับมือกับสหภาพกะเหรี่ยงแห่งชาติหรือ KNU และกองทัพปลดปล่อยชาติกะเหรี่ยงหรือเคเอ็นแอลเอ (Karen National Liberation Army–KNLA) ซึ่งเป็นปีกทหารของ KNU ก็ต่อเมื่อเห็นว่าเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการปกป้องผลประโยชน์ให้กับกลุ่มอาชญากรรม เพราะจากอดีตที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่า พ.อ.ชิต ตุ ไม่ได้มีความสนใจสนับสนุนขบวนการปฏิวัติของชาวกะเหรี่ยงที่นำโดย KNU แต่อย่างใด

“ผมคิดว่าทั้ง KNU และ BGF (หมายถึง KNA ในปัจจุบัน) เป็นตัวแปรสำคัญแทบจะเท่า ๆ กันภายใต้ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในเมียวดีขณะนี้ ด้วยเหตุผลง่าย ๆ คือ เราเห็นแล้วว่าต่างก็เป็นกองกำลังติดอาวุธที่มีศักยภาพทั้งคู่ แต่อีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญคือ สุดท้ายแล้วเขา [พ.อ. ชิต ตุ] มีความสนใจหลักอยู่ที่จะทำให้กิจกรรมอาชญากรรมในพื้นที่สามารถดำเนินต่อไปได้อย่างไร เขาไม่จำเป็นต้องเอาชนะกองทัพเมียนมาก็ได้ ไม่ต้องทำให้ KNLA ถอยร่นก็ได้ ไม่จำเป็นต้องบรรลุเป้าหมายทางทหารใด ๆ เลย ขอเพียงไม่ให้ตกอยู่ในวงล้อม [ความขัดแย้งเหล่านี้] เพื่อให้กิจกรรมอาชญากรรมต่าง ๆ สามารถดำเนินต่อไปได้ก็พอ” เจสันบอกกับบีบีซีไทย

ขึ้นธง

ที่มาของภาพ, HANDOUT

คำบรรยายภาพ, วันที่ 23 เม.ย. ธงเมียนมาถูกนำขึ้นสู่เสาในกองพันทหารราบที่ 275 (ค่ายผาซอง) หลังจากถูกฝ่ายต่อต้านยึดก่อนหน้านี้

ตั้งแต่ช่วงสายของวันที่ 21 เม.ย. การสู้รบในเมียวดีหยุดลงชั่วคราว ก่อนจะมีเสียงคล้ายระเบิดดังขึ้นอีกครั้งเมื่อเช้าวันที่ 23 เม.ย. ที่ผ่านมา ต่อจากนั้นพบว่าสื่อหลายสำนักทั้งในไทยและเมียนมารายงานตรงกันว่า กองกำลัง KNA ของ พ.อ.ชิต ตุ ให้ความคุ้มกันทหารเมียนมากลับมายังกองพันทหารราบที่ 275 (ค่ายผาซอง) ก่อนจะนำธงชาติเมียนมาขึ้นสู่เสา

เมื่อวันที่ 22 เม.ย. พ.อ.ณัฐกร เรือนติ๊บ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจราชมนู บอกกับบีบีซีไทยว่า การสู้รบในเมียวดีหยุดลงชั่วคราว เนื่องจากทั้ง 2 ฝ่ายกำลังพยายามเจรจาเพื่อหาทางออกกันอยู่ แต่ไม่ได้ยืนยันว่าผู้เจรจาคือ พ.อ.ชิต ตุ ตามที่ทางบีบีซีแผนกภาษาพม่าได้ข้อมูลมาหรือไม่

ในวันเดียวกัน พะโด ซอ ตอ นี โฆษกสหภาพกะเหรี่ยงหรือ KNU บอกกับบีบีซีแผนกภาษาพม่าว่า ไม่มีการเจรจาระหว่างกองทัพพม่ากับ KNU อย่างแน่นอนเพื่อยุติการสู้รบในเมียวตี

"ในแผนของเราสำหรับเมียวตี เมืองนี้คือเมืองในรัฐกะเหรี่ยง และเราเชื่อว่าเมืองนี้จะต้องอยู่ในมือของชาวกะเหรี่ยง'' โฆษก KNU กล่าว

ด้านแหล่งข่าวของ DKBA และ KNA บอกกับบีบีซีแผนกภาษาพม่าตรงกันว่า ผู้นำกะเหรี่ยงบางคนเห็นว่าการสู้รบสร้างความเสียหายและความเดือดร้อนให้กับประชาชน จึงมีการปรึกษาหารือกัน และพยายามหาหนทางประนีประนอมมากขึ้น เพื่อหาหนทางที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนน้อยกว่า

จึงทำให้เกิดการคุ้มกันทหารเมียนมากลับมายังค่ายผาซองในเวลาต่อมา ธง KNU ถูกนำลงจากเสา และเปลี่ยนเป็นธงชาติเมียนมา ดังที่เห็นตามสื่อต่าง ๆ

นอกจากนี้ ทางโฆษก KNU ยังยอมรับกับบีบีซีแผนกภาษาพม่าด้วยว่า ทางกลุ่มของตนเองยังไม่สามารถควบคุมพื้นที่เมียวดีได้ในขณะนี้

เมืองใหม่หวันหยา

ที่มาของภาพ, google earth

คำบรรยายภาพ, เมืองใหม่หวันหยาซึ่งอยู่ในพื้นที่ของกองพลที่ 7 ของโรเจอร์ ขิ่น

ความท้าทายของ KNU หากได้สถาปนาในรัฐกะเหรี่ยงจริง

เมื่อประมาณต้นเดือน เม.ย. ทาง KNU อ้างว่าฝ่ายต่อต้านสามารถยึดครองเมืองเมียวดีได้ทั้งหมด และมีแผนบริหารเมืองนี้ด้วยตัวเอง

บีบีซีไทยสอบถาม ผอ.ฝ่ายเมียนมาจาก USIP ว่า ทาง KNU จะต้องเผชิญความท้าทายใดบ้างหากเขาต้องการบริหารเมียวดีตามที่ตั้งใจ เพราะที่ผ่านมาทาง KNU มีจุดยืนต่อสาธารณะที่ชัดเจนว่าไม่ยอมรับธุรกิจผิดกฎหมายไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบใดก็ตาม

เจสันมองว่าการจัดการกับเมืองทุนจีนสีเทาที่ตั้งฐานอาชญากรรมในเมียวดีนั้น ถือว่าเป็นความท้าทายของ KNU อย่างยิ่ง นอกจากว่าจะได้รับความช่วยเหลือจากนานาประเทศ เช่น ไทย ในการตัดสายส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ต ระงับการส่งขายไฟฟ้า รวมถึงทรัพยากรต่าง ๆ ที่เอื้อให้กลุ่มอาชญากรเหล่านี้ดำเนินกิจกรรมหลอกลวงออนไลน์ได้

“ความท้าทายที่สุดของ KNU คือ โรเจอร์ ขิ่น ผู้นำกองพลที่ 7 ของ KNLA ซึ่งมีสายสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับ พ.อ.ชิต ตุ และ DKBA และยังพบว่าเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับมาเฟียจีนที่ดำเนินกิจกรรมอาชญากรรมภายในพื้นที่ของเขา อย่างน้อยก็นับตั้งแต่ปี 2019”

ผอ.ฝ่ายเมียนมาของ USIP กำลังพูดถึงเมืองใหม่หวันหยาซึ่งตั้งอยู่ในเขตอิทธิพลของโรเจอร์ ขิ่น ซึ่งตั้งอยู่ติดริมแม่น้ำเมย ตรงข้ามกับ อ.แม่สอด ของไทย โดยผู้ลงทุนก่อสร้างเมืองใหม่นี้เป็นกลุ่มชาวจีนสีเทาที่ย้ายฐานมาจากสีหนุวิลล์

“ถ้าหากมีกองพลอื่นของ KNLA ต้องการโจมตีเมืองชเวโก๊กโก่ กองพลที่ 7 ของโรเจอร์ ขิ่น ก็อาจเรียกร้องให้หยุดการกระทำดังกล่าวหรือต้านทานการโจมตีนั้นไว้ เพราะเขามีสายสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดอย่างมากกับกองกำลังของ พ.อ.ชิต ตุ ซึ่งผมคิดว่านั่นคือความท้าทายอย่างยิ่งต่อ KNU ขณะที่อีกด้านหนึ่ง DKBA ก็มีส่วนร่วมในการพัฒนาและให้ความคุ้มครองเมืองใหม่ทุนจีนสีเทาที่ตั้งอยู่ทางใต้สุดของเมียวดีอย่างมากเช่นกัน ดังนั้น นี่ก็เป็นสิ่งท้าทายของ KNU”

ทหารไทย

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ, ทหารไทยตรึงกำลังหลังเกิดเหตุสู้รบในเมียวดีติดชายแดนไทย

จับตาท่าทีของจีน ไทย สหรัฐฯ และนานาชาติ

ผอ.ฝ่ายเมียนมาของ USIP บอกว่า หลังเกิดปฏิบัติการ 1027 ที่เขตปกครองพิเศษโกก้าง เขาพบว่าองค์กรอาชญากรรมที่เคลื่อนไหวอยู่ตามแนวชายจีนได้เคลื่อนย้ายฐานไปที่อื่น ๆ เช่น กัมพูชา ลาว ฯลฯ นอกจากนี้ ทางการจีนยังกดดันให้กองทัพเมียนมาประสานงานกับทางการไทยเพื่อช่วยเหลือชาวจีนบางส่วนที่ถูกบังคับใช้แรงงานและถูกคุมขังอยู่ในเมียวดี รวมถึงผู้มีเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์ประมาณ 900 คน ให้เดินทางกลับประเทศ โดยทางการจีนส่งเครื่องบินมารับที่สนามบินแม่สอด เมื่อช่วงปลายเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา

“ผมคิดว่า สิ่งที่ยังไม่เห็นเลยคือจีนจะดำเนินการเพิ่มเติมเหมือนกับที่เกิดขึ้นที่โกก้างหรือไม่ ซึ่งมีการออกหมายจับผู้นำกองกำลังพิทักษ์ชายแดนผู้อนุญาตให้กลุ่มหลอกลวงต่าง ๆ ใช้โกก้างเป็นฐานปฏิบัติการ และยังพบว่าทำงานร่วมกับแก๊งอาชญากรออนไลน์โดยตรงด้วย คุณยังไม่เห็นจีนทำแบบเดียวกัน ถึงแม้ว่ากิจกรรมอาชญากรรมจำนวนมาก [ในเมียวดี] พุ่งเป้าไปที่ชาวจีนด้วย นั่นทำให้เกิดคำถามว่าจีนจะดำเนินการปราบปรามองค์กรอาชญากรรมออนไลน์เหล่านี้ต่อเนื่องมากน้อยอย่างไร”

นอกจากกลุ่มอาชญากรในเมืองใหม่ทุนจีนสีเทาจะพุ่งเป้าการหลอกลวงไปยังชาวจีนแล้ว ยังพบว่าพวกนี้มีเป้าหมายเป็นคนในประเทศอื่น ๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นประเทศไทย สหรัฐฯ หรือยุโรป

“ผมจึงคิดว่าควรมีการร่วมมือกันแบบพหุภาคีจากหลากหลายประเทศ โดยอาจให้ไทยเป็นผู้นำและให้สหรัฐฯ เข้ามาสนับสนุนร่วมด้วย อาจช่วยแก้ไขปัญหาบางอย่างได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่วนในแง่การนำสันติภาพมาสู่พื้นที่รัฐกะเหรี่ยง คุณรู้ไหมว่าสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งของที่นี่คือต้องทำอย่างไรให้กองทัพเมียนมาหยุดคุกคามประชาชนชาวเมียนมาให้ได้ และผมคิดว่าทางกองทัพเมียนมาไม่ได้มีเจตจำนงจะหยุดการกระทำเช่นนั้นด้วยตัวเอง”

จนถึงตอนนี้ เราเห็นแล้วว่ากองกำลังติดอาวุธของกลุ่มชาติพันธุ์ กองกำลังพิทักษ์ประชาชน (People’s Defense Force – PDF) ประสบความสำเร็จอย่างมากในการผลักดันให้กองทัพเมียนมาออกไปจากดินแดนของพวกเขา เพราะกองทัพเมียนมาไม่ได้มีความชอบธรรมตั้งแต่แรกและกำลังอ่อนแอมากขึ้นเรื่อย ๆ

ตอนนี้ผมทราบว่าแนวทางของจีนคือการก้าวเข้ามาและบีบบังคับให้กองกำลังติดอาวุธของกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ ทำข้อตกลงกับกองทัพเมียนมา แต่หลายสิ่งหลายอย่างก็เป็นปัญหาด้วยเช่นกัน เพราะว่ากองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์หลาย ๆ กลุ่ม ไม่มีความจำเป็นต้องดำเนินธุรกิจกับกองทัพเมียนมา สิ่งที่พวกเขาให้ความสนใจมากกว่าคือจะหยุดยั้งการทิ้งระเบิดของกองทัพเมียนมาได้อย่างไร จะป้องกันไม่ให้เกิดการรวมการปกครองเข้าด้วยกันได้อย่างไร” เจสัน กล่าวกับบีบีซีไทย พร้อมกับเน้นย้ำว่ายุทธศาสตร์เดียวที่จะช่วยหาทางออกให้กับเมียนมาในระยะยาว คือต้องนำกองทัพออกจากการเมืองให้ได้

Thai army at no.2 bridge

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

เขายังมองว่าภายใต้สถานการณ์ความขัดแย้งที่ปะทุขึ้นในแนวชายแดนไทย-เมียนมา ขณะนี้ ยังส่งผลกระทบต่อความมั่นคงแนวชายแดนของไทยด้วย เพราะไทยต้องรับมือกับจำนวนผู้ลี้ภัยการสู้รบที่เพิ่มมากขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ไทยก็ควรตระหนักด้วยว่ากำลังตกอยู่ในวงล้อมของอาชญากรที่ตั้งฐานอยู่ตามแนวชายแดนและคุกคามคนไทยผ่านการหลอกลวงออนไลน์ เช่น แก๊งคอลเซ็นเตอร์ สแกมเมอร์ หรือลวงไปทำงานในเมืองดังกล่าว เป็นต้น

“หากไทยต้องการความมั่นคงชายแดน ไม่ต้องการให้ความขัดแย้งลุกลามข้ามพรมแดนเข้ามา ก็อาจฉวยประโยชน์จากช่วงเวลานี้ที่สิ่งต่าง ๆ เปลี่ยนแปลงไปรวดเร็วมากตามแนวชายแดน ในแง่ผู้ควบคุมชายแดนอย่างแท้จริง ด้วยการสร้างแรงจูงใจให้กลุ่มต่าง ๆ เหล่านี้ กำจัดกิจกรรมอาชญากรรมและหยุดการเติบโตของเมืองอาชญากรเหล่านี้ได้ ซึ่งการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากประเทศต่าง ๆ ด้วย” เจสันกล่าวทิ้งท้ายกับบีบีซีไทย