ปิดตำนาน 4 มาเฟียจีนเทาเมืองเล้าก์ก่าย ผู้ครองอาณาจักรกาสิโน-แก๊งคอลเซ็นเตอร์

หมิง เฉินเฉิน และหมิง กั๋วปิง ถูกตำรวจจีนจับ

ที่มาของภาพ, CHINESE MINISTRY OF PUBLIC SECURITY

คำบรรยายภาพ, หมิง เฉินเฉิน และหมิง กั๋วปิง ถูกตำรวจจีนจับ
    • Author, โจนาธาน เฮด
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซี ประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เมื่อไม่นานมานี้ ตำรวจจีนได้เผยแพร่ภาพการควบคุมตัวชายและหญิงด้วยกุญแจมือ หน้าประตูทางผ่านพรมแดน

ชายและหญิงสองคนนี้ถูกส่งตัวข้ามแดนมาให้ตำรวจจีนจากฝั่งเมียนมา พวกเขาเป็นผู้ต้องหาชุดล่าสุด จากการกวาดล้างและจับกุมเหล่าผู้กระทำผิดฐานดำเนินธุรกิจมืด เป็นแก๊งมิจฉาชีพคอลเซ็นเตอร์และโกงเงินออนไลน์ ในเมืองเล้าก์ก่าย ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเมียนมา ติดกับพรมแดนจีน

ชายและหญิงสองคนนี้ ชื่อ หมิง กั๋วปิง และหมิง เฉินเฉิน พวกเขาเป็นบุตรชายและหลานสาวของหนึ่งในผู้นำกลุ่มกองกำลังที่ทรงพลังที่สุด ที่ปกครองเมืองเล้าก์ก่ายตลอด 14 ปีที่ผ่านมา

สงครามการสู้รบระหว่างทหารเมียนมา และกองกำลังฝ่ายต่อต้าน นำมาสู่จุดจุบของมาเฟียจีน 4 ตระกูล ที่ทรงอิทธิพลในเมืองพรมแดนที่ไร้กฎหมายควบคุมแห่งนี้

ในห้วงเวลาเดียวกับที่ตำรวจจีนเผยแพร่ภาพการจับกุมทั้งสอง เมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้ว (16 พ.ย.) สำนักข่าวของรัฐบาลทหารเมียนมาก็เผยแพร่ภาพการพิสูจน์ศพของชายวัย 69 ปีบนหลังรถตู้

ร่างไร้วิญญาณของชายคนนี้ คือผู้นำกลุ่มกองกำลังดังกล่าวที่ชื่อ หมิง เสวียชาง ที่กองทัพเมียนมาอ้างว่า ปลิดชีพตัวเองหลังถูกจับกุม ซึ่งเป็นคำอธิบายที่หลายคนไม่ปักใจเชื่อ

นี่คือจุดจบแสนอัปยศของเรื่องราวอันน่าตื่นตาที่เริ่มต้นในวันเวลาแห่งสงครามและการปฏิวัติ แต่จมดิ่งสู่การค้ายาเสพติด การพนัน ความโลภ และการเฉือนคมหักเหลี่ยมของเหล่ามาเฟีย

4 ตระกูล

หมิง เสวียชาง เป็นลูกสมุนของ ไป่ โส่วเฉิน ผู้นำของหนึ่งใน 4 ตระกูลมาเฟียจีนเทา

ภายใต้อิทธิพลของพวกเขา เมืองเล้าก์ก่ายได้ถูกแปรสภาพจากเมืองชนบทยากจน ไปเป็นศูนย์กลางกาสิโน ตึกระฟ้า และย่านประเวณี

แม้จะทรงอำนาจ แต่ตระกูลหมิงก็ยังไม่ถือว่าเป็นหนึ่งใน 4 ตระกูลมาเฟียใหญ่ ที่นำโดย ไป่ โส่วเฉิน, เหวย เชาเรน, หลิว กั๋วซี และ หลิว เจิ้งเซียง

THE KOKANG MEDIA

ที่มาของภาพ, THE KOKANG MEDIA

คำบรรยายภาพ, ทางการเมียนมาส่งตัวผู้ต้องสงสัยเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลายร้อยคนให้ทางการจีน หลังการล่มสลายของผู้นำกองกำลังเถื่อนบริเวณแนวชายแดน

สำหรับเมืองเล้าก์ก่ายนั้น ถูกพัฒนาเป็นแหล่งการพนัน เพื่อสนองตอบความต้องการของชาวจีนที่อยากเล่นพนัน แต่ทำในจีนไม่ได้เพราะผิดกฎหมาย รวมถึงผู้คนจากประเทศใกล้เคียงอีกหลายแห่ง นี่ทำให้กาสิโนที่มีมากมายในเล้าก์ก่าย พัฒนาเป็นแหล่งฟอกเงินชั้นดี รวมไปถึงเป็นแหล่งค้ามนุษย์ และศูนย์กลางขบวนการมิจฉาชีพโกงเงินออนไลน์และคอลเซ็นเตอร์

มีการประเมินว่า มีชาวต่างชาติมากกว่า 100,000 คน รวมถึงชาวจีนจำนวนมาก ที่ถูกล่อลวงให้มาทำงานในศูนย์คอลเซ็นเตอร์เหล่านี้ พวกเขาถูกกักขังหน่วงเหนี่ยว และบีบให้ต้องทำงานนานหลายชั่วโมงต่อวัน ในขบวนการโกงเงินออนไลน์ที่สลับซับซ้อน พุ่งเป้าหลอกเงินจากเหยื่อทั่วโลก รวมถึงในไทย

หมิว เสวียชาง เป็นผู้บริหารจัดการศูนย์มิจฉาชีพโกงเงิน ที่เรียกว่า “ตำหนักเสือหมอบ” เขายังคุมบังเหียนกองกำลังตำรวจในท้องที่ ซึ่งแต่งกายในเครื่องแบบตำรวจเมียนมาทั่วไป แต่ปฏิบัติตนเสมือนเป็นแก๊งมาเฟีย ตำรวจเหล่านี้เองที่เป็นผู้บังคับใช้กฎที่กำหนดโดย 4 ตระกูลแห่งเล้าก์ก่าย

MYAWADDY NEWS

ที่มาของภาพ, MYAWADDY NEWS

คำบรรยายภาพ, หมิง เฉินเฉิน กับ นี ลิน อ่อง เจ้าหน้าที่ทหารอาวุโส และผู้บัญชาการตำรวจเมียนมา

ย้อนไปเมื่อเดือน ก.ย. 2023 รัฐบาลจีนเพิ่มแรงกดดันให้ขบวนการจีนเทาที่ดำเนินงานศูนย์มิจฉาชีพโกงเงินทั้งหมด ต้องปิดตัว และส่งมอบตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี แต่ตระกูลหมิงปฏิเสธ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่น่าแปลกใจนัก เพราะมีการประเมินว่า กาสิโนที่แต่ละตระกูลครอบครองอยู่ มีเม็ดเงินหมุนเวียนหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปีเลยทีเดียว ถือเป็นความมั่งคั่งที่ยากเกินจะยอมทิ้งไป

4 ตระกูลมาเฟีย มีความสัมพันธ์อันดีกับกองทัพเมียนมา ส่วนตระกูลหมิงนั้น ก็เชื่อว่าตนเองได้รับความคุ้มครอง แม้จะมีเสียงเรียกร้องให้จัดการจากรัฐบาลจีนซึ่งมีอิทธิพลในภูมิภาคชายแดนแห่งนี้มายาวนาน

อิทธิพลจากจีน

ในช่วงเช้าตรู่วันที่ 20 ต.ค. คนงานแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ถูกลำเลียงตัวออกมาจากตำหนักเสือหมอบ คาดว่านี่เป็นการรับมือกับการบุกทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ของตำรวจจีน

คนงาน 50-100 คน พยายามฉวยจังหวะหนี ทำให้ขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์เปิดฉากกราดยิงใส่คนงาน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตหลายคน มีรายงานว่า มีตำรวจจีนที่แฝงตัวเข้าไปสืบสวนแก๊งนี้เสียชีวิตด้วย

จากเหตุสังหารหมู่นี้ ทำให้รัฐบาลท้องถิ่นของมณฑลใกล้เคียงในจีน ออกจดหมายประณามอย่างรุนแรง ขณะที่ตำรวจจีนประกาศหมายจับสมาชิกตระกูลหมิง 4 คน

นี่เรียกได้ว่าฟางเส้นสุดท้ายของรัฐบาลจีนที่ไม่พอใจรัฐบาลทหารเมียนมา ที่ไม่ยอม หรือไร้ศักยภาพในการแก้ปัญหาจีนเทาในเล้าก์ก่าย และเป็นเหตุผลที่กองกำลังฝ่ายต่อต้าน ที่เรียกตัวเองว่า กองกำลังภราดรภาพ เปิดฉากโจมตีใส่กองทัพเมียนมาเมื่อปลายเดือน ต.ค.

จีนพยายามเรียกร้องให้ทุกฝ่ายอดทนอดกลั้น และรักษาสันติภาพบริเวณพรมแดน แต่ความพยายามกวาดล้างขบวนการจีนเทา-ตระกูลมาเฟียจีน ที่มั่งคั่งและพร้อมสรรพด้วยอาวุธในเล้าก์ก่าย ดูเหมือนจะทำให้เป้าหมายหลักของจีนเปลี่ยนไป

.

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, เล้าก์ก่าย เคยเป็นเมืองที่ยากจน ก่อนกลายมาเป็นแหล่งกาสิโนและฐานปฏิบัติการของแก๊งคอลเซ็นเตอร์

กองกำลังฝ่ายต่อต้านระบุว่า เป้าหมายของพวกเขา คือการทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และผลักดันการล้มล้างรัฐบาลทหารเมียนมา ที่ยึดอำนาจมาตั้งแต่ปี 2021

แต่ความขัดแย้งในเล้าก์ก่าย ดูเหมือนจะเป็นการล้างแค้นเสียมากกว่า และเป็นความอาฆาตที่สะสมมาตั้งแต่สมัยสงครามเย็น

ก็อดฟาร์เธอร์แห่งเล้าก์ก่าย

4 ตระกูลมาเฟีย ที่ทรงพลังขึ้นมาปกครองเมืองเล้าก์ก่ายได้รับอานิสงค์จากมิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา ที่นำการรัฐประหารเมื่อปี 2021

ย้อนไปเมื่อปี 2009 มิน อ่อง หล่าย นำปฏิบัติการทางทหาร เพื่อขับไล่ เปิ้ง เจี้ยเฉิง ผู้นำกองกำลังเถื่อนคนก่อนในเล้าก์ก่ายออกไป

มิน อ่อง หล่าย ต้องการแต่งตั้งพันธมิตรของตนเองที่ภักดีต่อรัฐบาลทหารในยุคนั้น ที่กำลังกดดันกบฏชนกลุ่มน้อยให้แปรสภาพมาเป็นกองกำลังฝ่ายรัฐบาลในฐานะกองกำลังพิทักษ์ชายแดน

กบฏชนกลุ่มน้อยส่วนใหญ่ปฏิเสธ รวมถึง เปิ้ง ด้วย แม้ว่ากองทัพเมียนมาจะให้คำมั่นว่า จะอนุญาตให้เขาทำธุรกิจผิดกฎหมาย รวมถึงค้ายาเสพติดในเล้าก์ก่ายต่อไปได้

เปิ้ง เป็นหนึ่งในผู้นำกองกำลังเถื่อนในรัฐฉาน ที่กำเนิดขึ้นมาจากความวุ่นวายช่วงหลังได้รับเอกราชจากเจ้าอาณานิคมอังกฤษ

ในสมัยนั้น รัฐฉานเป็นรัฐที่ยากจน อยู่ห่างไกล และผืนดินไม่อุดมสมบูรณ์ เศรษฐกิจหลักของรัฐในเวลานั้นจึงเป็นการปลูกฝิ่น จนกลายเป็นแหล่งปลูกฝิ่นรายใหญ่ที่สุดของโลก รายได้จากการปลูกฝิ่นยังเป็นท่อน้ำเลี้ยงของกบฏชนกลุ่มน้อยหลายกลุ่มด้วย

ช่วงเริ่มแรก เปิ้ง เป็นผู้บัญชาการของพรรคคอมมิวนิสต์พม่าที่จีนให้การสนับสนุน ก่อนที่เขาจะก่อกบฏในปี 1989 หลังจีนตัดขาดการช่วยเหลือ เป็นเหตุให้พรรคคอมมิวนิสต์พม่า แตกออกเป็นกลุ่มกบฎติดอาวุธหลายกลุ่ม

.

ที่มาของภาพ, The Kokang

คำบรรยายภาพ, เปิ้ง เจียเฉิง เคยเป็นผู้นำทางทหารที่ทรงอิทธิพลในรัฐฉาน

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงที่รัฐบาลทหารเมียนมารู้สึกถึงความสุ่มเสี่ยง หลังรัฐบาลได้ทลายการลุกฮือเรียกร้องประชาธิปไตยของประชาชนเมื่อปี 1988 ด้วยความโหดเหี้ยม การลุกฮือครั้งดังกล่าวได้ทำให้ ออง ซาน ซูจี กลายมาเป็นผู้นำของฝ่ายต่อต้านเป็นครั้งแรก

รัฐบาลทหารวิตกว่ากบฏชนกลุ่มน้อยกับฝ่ายต่อต้านอาจจับมือกัน เหล่านายพลจึงรีบอ้าแขนสร้างสันติภาพกับกลุ่มกบฏ โดยเปิดให้พวกเขาสร้างอาณาจักรของตนเอง และทำธุรกิจผิดกฎหมายได้เต็มที่

เปิ้ง เริ่มจากการพัฒนาเล้าก์ก่ายให้เป็นแหล่งการพนัน ภายหลังถูกกดดันให้ต้องลดธุรกิจยาเสพติดลง แต่แล้วในปี 2009 เมื่อเขาปฏิเสธคำร้องขอจากรัฐฐาลทหาร ให้เปลี่ยนกองกำลังของเขาเป็นกองกำลังพิทักษ์พรมแดน มิน อ่อง หล่าย เลยชักชวน ไป่ โส่วเฉิน รองผู้บัญชาการของ เปิ้ง ให้ก่อกบฏ

เปิ้ง ถูกขับไล่ออกจากประเทศจีน กาสิโนของเขาเต็มไปด้วยรอยกระสุน จากความขัดแย้งภายใน (แม้จะเกิดการยินกันภายในกาสิโน แต่นักพนันตัวยงบางคนก็ยังเล่นพนันต่อไปไม่หยุด) ผลลัพธ์คือ ไป่ และอีก 3 ตระกูล ยึดครองธุรกิจกาสิโนในเล้าก์ก่ายสำเร็จ

.

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ไป่ โส่วเฉิน เคยเป็นรองผู้บัญชาการของเปิ้ง

ด้วยความสัมพันธ์อันดีกับรัฐบาลทหารเมียนมา ตระกูลมาเฟียทั้ง 4 จึงพัฒนาเครือข่ายธุรกิจมากมายไปทั่วเมียนมา ทั้งการถือหุ้นในการทำเหมืองแร่ ภาคพลังงาน สาธารณูปโภค กาสิโนในประเทศอื่น ๆ อย่างกัมพูชา และสร้างสัมพันธ์กับขบวนการอาชญากรทั้งในมาเก๊าและในภาคตะวันออกเฉียงใต้ของจีน

เล้าก์ก่าย แปรสภาพเป็นเหมือน “เมืองชายแดนตะวันตกของอเมริกา” หรือยุค “ไวลด์เวสต์” ที่อะไรก็เกิดขึ้นได้ หากมีเงินก็ซื้อขายได้แทบทุกอย่าง เป็นเมืองที่มักมีการดวลปืนกันระหว่างขบวนการมิจฉาชีพคู่อริ คนมีอำนาจมักเลี้ยงสิงโตและเสือเป็นสัตว์เลี้ยง

อย่างไรก็ดี กองกำลังของเปิ้ง คือ เอ็มเอ็นดีเอเอ (MNDAA) ยังคงภักดีต่อเขา ซึ่งในปี 2015 เปิ้ง พยายามยึดเมืองเล้าก์ก่ายคืนจาก 4 ตระกูลมาเฟียแต่ไม่สำเร็จ

กองกำลังเอ็มเอ็นดีเอเอ จึงไปจับมือกับกลุ่มติดอาวุธรัฐฉาน จนเมื่อ เปิ้ง เสียชีวิตด้วยวัย 91 ปี ก็มีการจัดพิธีศพอย่างยิ่งใหญ่สมฐานะอดีตเจ้าพ่อ โดยมีกองกำลังติดอาวุธ และผู้นำทางทหารจำนวนมากในภูมิภาคเข้าร่วม

แม้แต่ มิน อ่อง หล่าย ก็ยังส่งผู้บัญชาการอาวุโส มาแสดงการไว้อาลัยต่อศัตรูเก่า ขณะที่ลูก ๆ ของเปิ้ง ก็ขึ้นมาบัญชาการกองกำลังเอ็มเอ็นดีเอเอต่อ เพื่อรอคอยโอกาสที่จะขับไล่ ไป่ ที่ในสายตาของพวกเขา ไป่ คือผู้แย่งชิงทุกอย่างของพวกเขาไป

ภาพจากพิธีศพของ เปิ้ง ในปี 2022

ที่มาของภาพ, The Kokang

คำบรรยายภาพ, ภาพจากพิธีศพของ เปิ้ง ในปี 2022

ตอนนี้ กองกำลังเอ็มเอ็นดีเอเอ ควบคุมจุดผ่านแดนหลัก และถนนแทบทุกสายของเล้าก์ก่าย จนใกล้จะยึดเมืองหลวงแห่งกาสิโนของเมียนมา ซึ่งเป็นแหล่ง “การแพร่ระบาดของการหลอกลวงออนไลน์” หรือ Scamdemic ตามคำกล่าวขององค์การสหประชาชาติ ได้แล้ว

ยังไม่มีใครคาดเดาว่า กองกำลังเอ็มเอ็นดีเอเอจะทำอะไรกับเมืองนี้ แต่ในเมื่อพวกเขาให้คำมั่นกับจีนว่าจะทลายแก๊งมิจฉาชีพ นั่นหมายความว่า พวกเขาจะต้องหาช่องทางอื่นมาเป็นท่อน้ำเลี้ยงให้กองกำลังของตัวเอง ทั้งนี้ การประกาศชัดถึงเป้าหมายการโค่นล้มรัฐบาลทหารเมียนมา ก็เป็นสิ่งที่ขบวนการฝ่ายต่อต้านให้การต้อนรับ

ช่วงเดือนที่ผ่านมา ประชนหลายล้านคนในเมียนมา ต่างได้รับทราบข่าวความสำเร็จของกบฏชนกลุ่มน้อย ที่จับกุมทหารและยึดอาวุธของกองทัพเมียนมาไว้ได้ ส่วนตระกูลมาเฟียแห่งเล้าก์ก่าย ก็กำลังถึงจุดจบเช่นกัน

เมียนมาที่อยู่ใต้การปกครองของเผด็จการทหารมาเกือบ 3 ปี ตอนนี้เป็นห้วงเวลาที่รัฐบาลทหารเมียนมาอ่อนแอ ประชาชนบางคนถึงกับกล้าฝันว่า ใกล้แล้วที่รัฐบาลทหารจะถึงการล่มสลาย

แต่ความจงรักภักดีที่แปรเปลี่ยนไปได้ตลอด ในดินแดนที่ไร้ขื่อแปรนี้ ประชาชนอาจไม่ควรปักใจเชื่อเป้าหมายของกองกำลังเอ็มเอ็นดีเอเอ

เพราะในห้วงเวลาที่บทความนี้เผยแพร่ เราก็ยังไม่รู้ว่า ไป่ โส่วเฉิน อยู่ที่ไหน เช่นเดียวกับ เหวย เชาเรน และหลิว เจิ้งเซียง ส่วนมาเฟียตระกูลที่ 4 คือ หลิว กั๋วซี นั้น เสียชีวิตไปเมื่อปี 2020

แต่ด้วยสมาชิกตระกูลมาเฟียจำนวนมากอยู่ใต้การควบคุมตัวของรัฐบาลจีน บางคนออกมาให้การสารภาพด้วยความสำนึกผิด ส่วนคนงานในแก๊งมิจฉาชีพคอลเซ็นเตอร์หลายพันคน ก็ถูกส่งตัวต่อให้ตำรวจจีนแล้ว ขณะที่รัฐบาลหลายประเทศในภูมิภาค รวมถึงไทย พยายามช่วยพลเรือนของตนที่ถูกล่อลวงไปเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในเล้าก์ก่าย ให้ออกมาอย่างปลอดภัย

ดูเหมือน การระบาดของขบวนการหลอกลวงออนไลน์ในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือของเมียนมา จะถึงการอวสาน แต่นั่นอาจหมายความว่า ขบวนการมิจฉาชีพสีเทาเช่นนี้ อาจแค่เปลี่ยนฐานดำเนินการใหม่ ไปยังดินแดนไร้กฎหมายควบคุมแห่งอื่นของโลกก็เป็นได้