ชีวิตของสแกมเมอร์ชาวเมียนมาใน "ชเวโก๊กโก่" เมืองใหม่ทุนจีนติด อ.แม่สอด จ.ตาก

ที่มาของภาพ, THIHA
- Author, ผู้สื่อข่าวบีบีซีแผนกภาษาเมียนมา
- Role, บีบีซีแผนกภาษาเมียนมา
เมืองชเวโก๊กโก่ (Shwe Kokko) ซึ่งอยู่ติดชายแดนไทย-เมียนมาบริเวณ อ.แม่สอด จ.ตาก ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งการพนันและสแกมเมอร์ออนไลน์
เมืองนี้ตั้งอยู่ในจังหวัดเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ประเทศเมียนมา ภายใต้พื้นที่ควบคุมของพันเอกชิต ตุ ผู้นำกองกำลังพิทักษ์ชายแดนกะเหรี่ยงหรือกะเหรี่ยงบีจีเอฟ (Karen Border Guard Force – Karen BGF)
กิจกรรมฉ้อโกง หลอกลวง ต้มตุ๋ม จากเหล่าสแกมเมอร์ที่ดำเนินอยู่ภายในเมืองชเวโก๊กโก่ กลายเป็นภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผู้นำทางทหารของไทยและเมียนมาต้องหยิบยกประเด็นเรื่องนี้ขึ้นมาหารือกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 2566 พล.ท.จักรพงษ์ จันทร์เพ็งเพ็ญ เจ้ากรมยุทธการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย นำคณะเข้าพบ พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ประธานสภาบริหารแห่งรัฐของเมียนมา (SAC) ในฐานะผู้บัญชาการทหารสูงสุดกองทัพเมียนมา ที่กรุงเนปิดอว์ เพื่อหารือการปราบปรามขบวนการสแกมเมอร์ออนไลน์บริเวณชายแดน จ.เมียวดี
และเมื่อวันที่ 12 ม.ค. 2567 พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เข้าร่วมประชุมออนไลน์กับ พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย เพื่อหารือเรื่องการป้องกันและปราบปรามสิ่งผิดกฎหมายตามแนวชายแดนระหว่างสองประเทศ โดยเฉพาะการกวาดล้างกลุ่มฉ้อโกงออนไลน์ ขบวนการคอลเซ็นเตอร์ และกาสิโนออนไลน์ที่ตั้งอยู่บริเวณชายแดน จ.เมียวดี ฝั่งตรงข้ามกับ อ.แม่สอด และ อ.แม่ระมาด จ.ตาก
เป้าหมายหลังการหารือรอบนี้ คือการกำจัดกลุ่มอาชญากรรมไซเบอร์ใน จ.เมียวดี ของเมียนมา
ผู้รอดชีวิตจากแก๊งสแกมเมอร์ในชเวโก๊กโก่หลายคนบอกกับบีบีซีแผนกภาษาเมียนมาว่า ไม่ได้มีเพียงแค่ชาวเมียนมาเท่านั้นที่ถูกนายทุนชาวจีนบังคับให้ทำงานเป็นสแกมเมอร์ แต่ยังรวมถึงพลเมืองจากประเทศอื่น ๆ ในอาเซียนด้วย หนึ่งในผู้หลบหนีออกมาได้คือ นายโม นิว (นามสมมติ) ชายชาวเมียนมาจากนครย่างกุ้ง

ที่มาของภาพ, CINCDS
จุดเริ่มต้นการทำงานในขบวนการสแกมเมอร์ออนไลน์
หลังจากกองทัพเมียนมาทำรัฐประหารเมื่อเดือน ก.พ. 2564 และปลดผู้นำที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย สิบเอกโม นิว วัย 35 ปี นายทหารซึ่งประจำการอยู่ทางตอนล่างของประเทศเมียนมา ตัดสินใจลาออกจากกองทัพ และเดินทางเข้าสู่นครย่างกุ้งซึ่งเป็นบ้านเกิดของเขา เพื่อเข้าร่วมขบวนการอารยะขัดขืน (Civil Disobedience Movement - CDM) ต่อต้านการรัฐประหารที่เกิดขึ้น
จากนั้น เขามุ่งหน้าจากนครย่างกุ้งไปยังป่าลึกทางตะวันออกของเทือกเขาพะโคโยมา ซึ่งเป็นพื้นที่ควบคุมของสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยงหรือเคเอ็นยู (Karen National Union – KNU) โดยโม นิว ใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นเป็นระยะเวลาประมาณ 2 ปี และดำรงชีพด้วยอาหารที่ทาง KNU จัดหามาให้
โม นิว ยังบอกกับบีบีซีแผนกภาษาเมียนมาด้วยว่า เขาได้รับเงินเดือนละ 60,000 จัต (ประมาณ 1,000 บาท) จากรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติเมียนมาหรือเอ็นยูจี (National Unity Government - NUG) ซึ่งตั้งตนเป็นรัฐบาลพลัดถิ่นหลังถูกรัฐประหารโดยกองทัพ

ที่มาของภาพ, Getty Images
ระหว่างที่ใช้ชีวิตอยู่ในป่า เขาพบกับอดีตทหารและตำรวจประมาณ 40 คนที่เข้าร่วมขบวนการอารยะขัดขืนเหมือนกัน โดยบางคนเลือกจับอาวุธเพื่อต่อสู้กับรัฐบาลทหาร บางคนเลือกไปอยู่ในหน่วยแพทย์ บ้างต้องการลี้ภัยไปยังประเทศที่สาม หรือเดินทางไปยัง อ.แม่สอด ซึ่งเป็นเมืองชายแดนทางตะวันตกของไทย ขณะที่บางคนตัดสินใจเข้าร่วมกองกำลังติดอาวุธของกลุ่มต่อต้านรัฐบาลทหาร
ด้วยความกังวลเรื่องความปลอดภัย โม นิว จึงวางแผนเดินทางออกจากพื้นที่ปลดปล่อยของกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง จนมาวันหนึ่ง เขาได้ติดต่อเพื่อนที่ทำงานอยู่ในเมืองชเวโก๊กโก่ ซึ่งเป็นอดีตทหารและเคยเข้าร่วมขบวนการอารยะขัดขืนต่อต้านรัฐบาลทหารเช่นเดียวกัน
เพื่อนคนนี้บอกเขาว่า ตนกำลังทำงานเป็นสแกมเมอร์ออนไลน์ที่เรียกว่า “จ้าเผี่ยน” ในภาษาจีน
โม นิวบอกกับบีบีซีว่า เขาตัดสินใจเดินทางไปยังเมืองชเวโก๊กโก่ในเวลาต่อมา ถึงแม้ทราบดีว่านี่ไม่ใช่เงินที่ได้มาอย่างถูกต้อง แต่เขาไม่มีทางเลือกมากนัก

ที่มาของภาพ, THITA
ชีวิตเมื่อเป็นสแกมเมอร์
ด้วยความช่วยเหลือจากเพื่อน ทำให้โม นิว ได้เป็นนักต้มตุ๋นทางออนไลน์ที่เมืองชเวโก๊กโก่ เมื่อเดือน พ.ค. 2566
“เพื่อนแนะนำผมให้กับฝ่ายบุคคลของบริษัทชื่อว่า ยามู พวกเขาจัดให้มีการสัมภาษณ์งานผ่านช่องทางออนไลน์ ข้อกำหนดหลักคือต้องมีทักษะคอมพิวเตอร์ขั้นพื้นฐานและสื่อสารภาษาอังกฤษได้ เนื่องจากงานนี้เกี่ยวข้องกับการหลอกผู้คนทางออนไลน์ซึ่งต้องใช้ภาษาอังกฤษ โดยในตอนแรกผมรออยู่ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในเมียวดี ก่อนโทรหากลุ่มคนที่บริษัทว่าจ้างเพื่อสอบถามว่ามีรายชื่อของผมอยู่ในผู้ทำงานหรือไม่ เมื่อพวกเขายืนยัน ผมก็แจ้งว่าได้มาถึงเมียวดีแล้ว” โม นิว เล่าย้อนกลับไปในช่วงแรกที่เขาสมัครเข้าทำงาน
หลังเดินทางออกจากร้านอาหารได้ไม่นาน ทางบริษัทก็โทรหาโม นิวเพื่อยืนยันตัวบุคคล และจัดหารถเพื่อนำตัวเขาไปส่งยังเมืองชเวโก๊กโก่
“เราเดินทางผ่านจุดตรวจของกองกำลังพิทักษ์ชายแดนกะเหรี่ยง และที่ด่านต่อมา ผมต้องโชว์บัตรประจำตัวประชาชน ถนนลักษณะเนินเขาพาเราไปถึงจุดหมายปลายทางภายใน 15 นาที จากนั้นก็ขับรถผ่านวงเวียนซึ่งมีจุดตรวจโควิด-19 ตั้งอยู่ โดยเสียค่าตรวจเป็นเงินไทยจำนวน 250 บาท ซึ่งทางบริษัทจ่ายให้ จากจุดนี้ก็มีรถของฝ่ายบุคคลพาผมไปยังบริษัทและพาไปทดลองงาน ด้วยการให้แปลประโยคภาษาอังกฤษ 2 ประโยคเป็นภาษาพม่า และทดสอบพิมพ์คอมพิวเตอร์ต่อหน้าพวกเขา หากพวกเขาพอใจในผลงาน ก็จะจ้างทันที” โม นิวเล่าประสบการณ์ของเขา
โม นิวได้รับเงินเดือนเป็นสกุลเงินไทยจำนวน 12,000 บาทในช่วงเดือนแรก และต่อมาก็ได้เพิ่มอีก 1,500 บาทในเดือนถัดไป เนื่องจากหลอกลวงคนบรรลุเป้าหมายในเดือนต่อ ๆ มา

ที่มาของภาพ, BBC THAI
ทุกคนรู้ว่า “จ้าเผี่ยน” คือแหล่งชาวจีนในเมืองนี้
อาคารสูง 7-12 ชั้นจำนวนมากครองภูมิทัศน์ของพื้นที่หลายร้อยเอเคอร์ของเมืองชเวโก๊กโก่ แต่อาคารสูง 9 ชั้นส่วนใหญ่เป็นแหล่งของคนทำงานใน “จ้าเผี่ยน” ซึ่งมีความหมายว่า “หลอกลวง” ในภาษาจีน
บางตึกมีชาวจีนผู้มั่งคั่งเป็นเจ้าของ ในขณะที่อาคารอื่น ๆ เปิดเช่าให้เหล่าแก๊งต้มตุ๋นหลอกลวง
นอกจากนี้ ยังพบว่ามีกองกำลังรักษาความปลอดภัยอยู่ในสถานที่เหล่านั้นด้วย แต่บีบีซีไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นกองกำลังของใคร
เมืองชเวโก๊กโก่เป็นที่ตั้งของกาสิโนและเกมสล็อตจำนวนมาก โดยกาสิโนที่มีชื่อเสียงมากที่สุดเป็นของกลุ่มทุนผูกขาดชาวจีนที่มีชื่อว่า ยาไท่ อินเตอร์เนชันแนล โฮลดิ้ง กรุ๊ป (Yatai International Holding Group) จากคำบอกเล่าของโม นิว
“ส่วนใหญ่แล้วชั้น 2 กับ ชั้น 3 ของอาคารเหล่านี้จะเป็นกาสิโนซึ่งมีชาวจีนที่รวยมากเป็นเจ้าของ ส่วนชั้นบน ๆ ที่เหลือของตึกเป็นที่อยู่อาศัยและเป็นแหล่งสแกมเมอร์ออนไลน์ นอกจากนี้ยังมีเขตในเมืองชเวโก๊กโก่ที่เรียกว่า อาร์ วอร์ เดย์ ซึ่งคุณสามารถหาเกมสล็อตได้มากมาย เรียกได้ว่ามันเป็นบ้านของเกมสล็อต” โม นิว บอกกับบีบีซี

ที่มาของภาพ, THITA

ที่มาของภาพ, THITA
นายเฉอ เจ้อเจียง ชาวจีนสัญชาติกัมพูชา เป็นเจ้าของกลุ่มทุนยาไท่ โดยเขาร่วมทุนสร้างเมืองชเวโก๊กโก่ร่วมกับบริษัทของกองกำลังพิทักษ์ชายแดนกะเหรี่ยง (กะเหรี่ยงบีจีเอฟ) ของพันเอกชิต ตุ ผู้นำกองกำลัง และพันเอกมิน อู ซึ่งเป็นสมาชิกกะเหรี่ยงบีจีเอฟและดำรงตำแหน่งผู้จัดการบริษัทควบคู่กัน
เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา รัฐบาลของสหราชอาณาจักรออกมาตรการคว่ำบาตรนายเฉอ เจ้อเจียง, พันเอกชิต ตุ และ พันเอกมิน อู จากกิจกรรมอาชญากรรมในเมืองชเวโก๊กโก่
เว็บไซต์ของกลุ่มทุนยาไท่ระบุว่า บริษัทจดทะเบียนในฮ่องกง และมีสำนักงานใหญ่ในกรุงเทพมหานคร โดยมีมูลค่าทรัพย์สิน 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1 แสนล้านบาท) และมีพนักงานมากกว่า 3,500 คน
โม นิวเคยเข้าไปในกาสิโนครั้งหนึ่ง เขาสังเกตเห็นว่า 1 ใน 3 ของพนักงานเป็นชาวจีน ขณะที่พนักงานส่วนใหญ่เป็นชาวเมียนมา

ที่มาของภาพ, Getty Images
การหลอกลวงผู้คน
ทางบริษัทยาไท่ได้จัดหาคอมพิวเตอร์ให้กับโม นิว พร้อมด้วยไอโฟน 10 เครื่อง ซึ่งเป็นจำนวนอุปกรณ์ที่พนักงานแต่ละคนจะได้รับเมื่อเริ่มทำงานหลอกลวงผู้คน
การทำงานในศูนย์สแกมเมอร์ช่วง 4 เดือนแรก เป้าหมายของโม นิว คือชาวอินเดีย บราซิล และเม็กซิกัน โดยเขาเริ่มหลอกลวงกลุ่มคนอินเดียเป็นพวกแรก
โมนิวบอกกับบีบีซีว่า บริษัทมีซิมการ์ดอินเดียจำนวนมากเพื่อใช้ในกิจกรรมการหลอกลวงผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น วอตส์แอปส์ และ เทเลแกรม ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันส่งข้อความชื่อดัง
“ในตอนแรก ผมจะแนะนำตัวกับเป้าหมายที่ดูมีศักยภาพผ่านวอตส์แอปส์ว่าเป็นฝ่ายทรัพยากรบุคคลจาก ลิงก์อิน (LinkedIn) และเล่าสั้น ๆ เกี่ยวกับบริษัทเพื่อสร้างสายสัมพันธ์ ด้วยการโชว์โฆษณาที่อยู่บนยูทิวบ์ พร้อมกับโน้มน้าวว่าหากเขาแชร์หรือกดรับชมโฆษณาของเรา ก็จะได้รับเงินเป็นค่าตอบแทน ผมขอให้เขาเผื่อเวลาไว้วันหนึ่งเพื่อกดไลค์และแชร์อย่างน้อยเป็นเวลา 5 นาที จากนั้นให้ส่งหลักฐานเป็นภาพถ่ายหน้าจอมาให้ผม เพื่อนำเขาไปสู่การเบิกถอนเงิน ทั้งนี้ เป้าหมายต้องมีบัญชีเทเลแกรมและผมจะดำเนินการต่อให้ หลัก ๆ คือผมมีหน้าที่หาลูกค้า” โม นิว อธิบายให้บีบีซีฟัง
ฝ่ายธุรกรรมการเงินจะโอนเงินอย่างสม่ำเสมอในช่วงแรกเพื่อสร้างความไว้วางใจให้กับเหยื่อเป้าหมาย พร้อมกับกระตุ้นให้พวกเขามีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง
จากนั้น โม นิว ก็จะดึงดูดให้เหยื่อลงทุนในธุรกิจของบริษัท โดยบอกว่าจะคืนกำไรจากการลงทุนให้
“เมื่อเวลาผ่านไป เงินลงทุนจะเพิ่มขึ้น นำไปสู่ผลกำไรที่สูงขึ้น เราจะให้สิ่งจูงใจแก่พวกเขา การมีผลตอบแทนจำนวนมากในระยะเวลาอันสั้นจะทำให้เป้าหมายเพิ่มเงินลงทุนมากขึ้น และเมื่อถึงจุดนั้น เราก็จะตัดขาดและบล็อกบัญชีพวกเขา” โม นิวบอกกับบีบีซี
งานประจำวันของโม นิว คือต้องหลอกชาวอินเดียให้ได้ 5 คนต่อวัน แต่เมื่อรูปแบบอาชญากรรมเช่นนี้ถูกเปิดโปงให้สาธารณชนรับรู้มากขึ้น โม นิวจึงทำงานยากมากขึ้น และเขาต้องทำงานล่วงเวลาเพื่อหลอกลวงชาวอินเดียให้ได้ตามโควต้าที่กำหนดไว้

ที่มาของภาพ, Getty Images
เทคนิคการหลอกลวง
ซิมการ์ดมีบทบาทสำคัญอย่างมากในการหลอกลวงผู้คน แต่ยังพบว่าในบางประเทศ เหล่านักต้มตุ๋นเพิ่มเติมเทคนิคการหลอกลวงด้วยการใช้แอปพลิเคชันหาคู่เข้าไปร่วมด้วย
“การหลอกลวงผ่านซิมการ์ดทำไม่ได้ง่าย ๆ ผมต้องแสร้งทำเป็นโทรหาเป้าหมายแล้วบอกว่าโทรผิด จากนั้นก็เริ่มชวนคุยซึ่งต้องพึ่งพาทักษะภาษาอังกฤษด้วย ดังนั้น เราจึงต้องการแอปพลิเคชันหาคู่ โดยบริษัทจะสร้างบัญชีให้เรา บัญชีเหล่านี้จะมีภาพถ่ายจากอินสตาแกรม เป็นรูปนางแบบชาวจีนในกิจวัตรประจำวันต่าง ๆ รวมถึงในท่าทางเซ็กซี่ โดยปกติแล้วจะใช้เวลาประมาณ 4 วันเพื่อสร้างความสนิทสนม” โม นิว เปิดเผยวิธีการหลอกลวง
เมื่อความสัมพันธ์เริ่มต้นขึ้น ขั้นตอนต่อมาคือการขอบัญชีวอตส์แอปส์และเทเลแกรมของพวกเขา บรรดานักต้มตุ๋นจะโน้มน้าวให้เป้าหมายเปลี่ยนความสัมพันธ์จากคนรู้จักเป็นคนรัก

ที่มาของภาพ, Getty Images
เมื่อฝั่งตรงข้ามพยายามขอเห็นใบหน้าของพวกเขา นักต้มตุ๋นจะหาเหตุผลหลายร้อยประการเพื่อหลีกเลี่ยงคำขอดังกล่าว เพื่อให้การหลอกลวงเดินหน้าต่อ
ขณะเดียวกัน สแกมเมอร์ก็จะแนะนำให้เป้าหมายซึ่งตกลงปลงใจเป็นแฟนกันแล้ว ได้รู้จักกับสกุลเงินดิจิทัลเพื่ออำนวยให้พวกเขาหลอกลวงเป้าหมายได้ต่อ
“สกุลเงินดิจิทัลเหล่านี้จะคล้าย ๆ กับ KPay และ Wavepay (แอปพลิเคชันโมบายวอลเล็ตที่ใช้อย่างแพร่หลายในเมียนมา) เมื่อแนะนำแล้วเป้าหมายแสดงความสนใจ เราจะสอนให้เขาสมัครบัญชีและดาวน์โหลดแอปพลิเคชันซึ่งชาวจีนได้ออกแบบมาเพื่อการหลอกลวงโดยเฉพาะ จากนั้นมันก็จะง่ายขึ้นหากเป้าหมายมีบัญชีธนาคารที่สามารถโอนเงินไปยังบัญชีธนาคารของสกุลเงินดิจิทัลได้”
ผมแจ้งว่าทุก ๆ 100 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3,500 บาท) ที่พวกเขาโอนไป พวกเขาจะได้รับเงินดิจิทัล 100 เหรียญ (coin) โดยกำไรจะเพิ่มขึ้นตามจำนวนเงิน แต่พวกเขาจะไม่สามารถถอนเงินออกได้ ส่งผลให้เงินทั้งหมดติดอยู่ในบัญชีสกุลเงินดิจิทัลที่ออกแบบโดยชาวจีน” โม นิว อธิบายกับบีบีซี
จากอินเดีย สู่บราซิล และเม็กซิโก
เมื่อการหาเป้าหมายในอินเดียยากมากขึ้นทุกวัน ทำให้โม นิว เปลี่ยนไปหาลูกค้าในบราซิลและเม็กซิโก
โควตารายวันของเขาเพิ่มขึ้นเป็น 12 คนในเม็กซิโก มันง่ายสำหรับโม นิว ในช่วงเดือนแรก เนื่องจากที่นี่เป็นตลาดใหม่ แต่แล้วไม่กี่เดือนต่อมามันก็เริ่มยากขึ้น
เมื่อเรื่องราวการหลอกลวงถูกเปิดโปงมากขึ้นเรื่อย ๆ โม นิว ต้องปรับเทคนิคการหลอกลวงให้แตกต่างไปจากเดิม แต่เมื่อถูกแบนในบัญชีวอตส์แอปส์และเทเลแกรม ทำให้เขาต้องย้ายไปหลอกลวงผู้คนในบราซิลแทน
ตลอดระยะเวลา 4 เดือนในจ้าเผี่ยน โม นิว มีส่วนร่วมในการหลอกลวงเหยื่อเป้าหมายใน 3 ประเทศที่แตกต่างกัน แต่ล้วนใช้เทคนิคเดิม ๆ

ที่มาของภาพ, CJ
ใครคือเจ้านายของโม นิว ?
คู่รักชาวจีนวัยประมาณ 40 ปี คือเจ้านายของโม นิว เขามักพบเห็นทั้งคู่ในที่ทำงาน แต่เข้าถึงได้ผ่านล่ามเท่านั้น
ช่วงเวลาทำงานคือ 9.00-21.00 น. แตกต่างกันไปตามเขตเวลาของเป้าหมายในแต่ละประเทศ หากแอบหลับในที่ทำงานจะถูกปรับเป็นเงิน 500 บาท และจำกัดเวลาเข้าห้องน้ำได้เพียง 10 นาที นอกจากนี้ พนักงานยังจะต้องใช้สมาร์ทการ์ดเพื่อผ่านประตูทางเข้าออก และจะถูกปรับหากละเมิดกฎต่าง ๆ ในที่ทำงาน ส่วนอาหารกลางวันมีเพียงอาหารจีนเท่านั้น
พนักงานจะถูกรายงานต่อผู้จัดการหากหาลูกค้าไม่ได้ตามเป้าที่กำหนด และลูกจ้างทุกคนต้องทำงานล่วงเวลา
“ในช่วงทดลองงาน รู้สึกกดดันมาก หากถูกเลิกจ้างจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมการจ้างงาน 500 บาท ค่าอุปกรณ์ดำรงชีพ 1,500 บาท ค่าตรวจโควิด 250 บาท และต้องทำงานโดยไม่ได้รับค่าจ้าง แต่พอได้เป็นพนักงาน ความกดดันต่าง ๆ ก็หายไป แล้วมันก็ราบรื่นขึ้น” โม นิว บอก

ที่มาของภาพ, Google Earth
ทำไมเขาถึงออกจากจ้าเผี่ยน
โม นิวได้รับอนุญาตให้ออกไปซื้อของในร้านขายของชำได้เพียงสัปดาห์ละ 1 ครั้ง โดยต้องขออนุญาตจากผู้จัดการและหน่วยรักษาความปลอดภัยก่อน
เมื่อทำงานในจ้าเผี่ยนไปได้สักระยะหนึ่ง โม นิว และเพื่อนของเขาถูกไล่ออกเนื่องจากถูกจับได้ว่าไปทำงานให้บริษัทสแกมเมอร์ออนไลน์อีกแห่งหนึ่งที่ชื่อว่า “ยูเอส แชทติ้ง” (US Chatting)
“ผมอยากลาออกมาตลอด ผมมีประสบการณ์เป็นสแกมเมอร์ออนไลน์มากว่า 4 เดือน เพื่อนของผมย้ายไปทำงานกับบริษัทอื่นซึ่งอยู่ในเมืองชเวโก๊กโก่ แต่ผมจากออกมา เพราะผมไม่ต้องการทำงานเพื่อหาเงินด้วยวิธีที่ไม่ดีอีกต่อไป ผมรู้สึกผิดมาโดยตลอด” โม นิว บอกสาเหตุที่ไม่กลับไปทำงานในจ้าเผี่ยน
ในฐานะสิบเอกที่ต่อต้านรัฐบาลทหาร โม นิว ไม่มีตัวเลือกมากนัก ปัจจุบันเขาไม่มีงานเป็นหลักเป็นแหล่ง และยังอาศัยอยู่ตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา ขณะนี้เขาทำงานเป็นช่างก่อสร้าง แต่บางครั้งก็ทำงานเป็นผู้ช่วยคนขับรถบรรทุก แม้มีรายได้ไม่มากนัก แต่เขาภูมิใจที่มันเป็นเงินจากงานสุจริต

ที่มาของภาพ, KIC
ยังมีสแกมเมอร์ออนไลน์อยู่ในเมืองชเวโก๊กโก่หรือไม่ ?
ปฏิบัติการ 1027 ได้ถอนรากถอนโคนแก๊งการพนันและสแกมเมอร์ออนไลน์ทางรัฐฉานตอนเหนือ ส่งผลให้บางส่วนย้ายฐานทำงานมายังชายแดนไทย-เมียนมา เช่น จ.เมียวดี ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับ จ.ตาก และ จ.ท่าขี้เหล็ก ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับ จ.เชียงราย
ไม่ถึง 2 เดือนหลังจากทางการไทยกดดันผู้นำกองทัพเมียนมา กองทัพเมียนมาได้บุกค้นสถานที่ทำงานของเหล่าแก๊งสแกมเมอร์ใน จ.ท่าขี้เหล็ก และจับกุมชาวไทยได้มากกว่า 100 คน รวมถึง ชาวเมียนมา และชาวจีนที่พัวพันกับอาชญากรรมออนไลน์นี้
แต่ชาวบ้านที่อยู่ใน จ.ท่าขี้เหล็ก บอกกับบีบีซีว่า ยังมีบริษัทสแกมเมอร์ออนไลน์ทำงานอยู่ในท่าขี้เหล็กเป็นจำนวนมาก
นอกจากนี้ พันเอกชิต ตุ ผู้นำกองกำลังกะเหรี่ยงบีจีเอฟบอกกับบีบีซีว่า เขาส่งตัวชาวจีนจากเมืองชเวโก๊กโก่และเคเค พาร์ค กลับไปยังประเทศจีนตั้งแต่วันที่ 29 ก.พ. ผ่าน อ.แม่สอด ของไทย เนื่องจากพวกเขาเหล่านั้นถูกบังคับให้ทำงานในแก๊งฟอกเงินออนไลน์ รวมเป็นคนจีนกว่า 900 คนที่ถูกส่งกลับจากเมียวดี
ปัจจุบัน กองกำลังพิทักษ์ชายแดนกะเหรี่ยงของพันเอกชิต ตุ ผู้ดูแลพื้นที่ชเวโก๊กโก่ ได้ประกาศแยกตัวออกจากสภาทหารของกองทัพเมียนมาแล้ว และตั้งตนเป็นกองทัพกะเหรี่ยงหรือเคเอ็นเอ (Karen National Army – KNA)

ที่มาของภาพ, MILITARY INFORMATION COMMITTEE
จากแถลงการณ์ของสภาบริหารแห่งรัฐเมียนมาหรือเอสเอซี (SAC) ระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 9 ต.ค. 2566 – 5 มี.ค. 2567 มีการส่งตัวผู้ที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์กลับประเทศต้นทางไปแล้วกว่า 52,820 คน โดยมีคนจากหลากหลายสัญชาติ ไม่ว่าจะเป็น จีน เวียดนาม ไทย อินเดีย หรือ อินโดนีเซีย โดยในจำนวนนี้เป็นคนจีนถึง 50,772 คน
SAC ยังระบุด้วยว่า พวกเขาจะยังคงจับกุมผู้กระทำความผิดตามกฎหมายและส่งตัวกลับประเทศ ขณะที่พันเอกชิต ตุ บอกว่าเขาจะไม่ยอมให้พวกสแกมเมอร์ออนไลน์เข้ามาในพื้นที่เมืองชเวโก๊กโก่
อย่างไรก็ตาม บนแพลตฟอร์มต่าง ๆ ในสื่อสังคมออนไลน์ เช่น เฟซบุ๊กและเทเลแกรม เรายังพบเห็นประกาศรับสมัครงานของเมืองชเวโก๊กโก่ที่ต้องการคน “หา” และ “พูดคุย” กับเหยื่อ จนถึงช่วงต้นเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา











