ชะตากรรมเมืองสแกมเมอร์ทุนจีนติด อ.แม่สอด หลัง "กะเหรี่ยงบีจีเอฟ" แปรพักตร์จากรัฐบาลเมียนมา

ที่มาของภาพ, KIC
- Author, จิราภรณ์ ศรีแจ่ม
- Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
สื่อในประเทศเมียนมารายงานตรงกันว่ากองกำลังพิทักษ์ชายแดนกะเหรี่ยงหรือกะเหรี่ยงบีจีเอฟ (Karen Border Guard Force - Karen BGF) จะเปลี่ยนชื่อเป็นกองทัพกะเหรี่ยงหรือเคเอ็นเอ (Karen National Army - KNA)
ถึงแม้ยังไม่มีแถลงการณ์ประกาศออกมาอย่างเป็นทางการในเวลานี้ แต่บีบีซีภาคภาษาเมียนมาได้รับคำยืนยันจากปากของพันเอก เต่ง วิน รองผู้บัญชาการกองพันทหารกะเหรี่ยงบีจีเอฟเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว
ในพื้นที่ควบคุมของกะเหรี่ยงบีจีเอฟเป็นที่ตั้งของเมืองชเวโก๊กโก่และเมืองเคเค พาร์ค ซึ่งทางสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติยืนยันว่า ทั้ง 2 เมืองคือฐานอาชญากรรมออนไลน์ข้ามชาติระดับโลกที่มีความเกี่ยวพันกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ การค้ามนุษย์ การฟอกเงิน และยาเสพติด โดยมีนักลงทุนเป็นกลุ่มอาชญากรชาวจีน
โฆษกจากเครือข่ายชุมชนชาวกะเหรี่ยงทั่วโลกบอกกับบีบีซีไทยว่า กองกำลังพิทักษ์ชายแดนรัฐกะเหรี่ยงที่ครั้งหนึ่งเคยอยู่ภายใต้รัฐบาลทหารเมียนมา กำลังแยกตัวออกจากกองทัพเมียนมาเพื่อปกป้องธุรกิจของตนเองมากกว่าทำเพื่อประชาชนชาวกะเหรี่ยงอย่างที่พวกเขากล่าวอ้าง
ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองและกลุ่มชาติพันธุ์ในเมียนมาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มองการรีแบรนด์ของกะเหรี่ยงบีจีเอฟว่าเป็นการปรับตัวตามทิศทางการเมือง ที่ดูเหมือนว่ารัฐบาลทหารเมียนมากำลังเพลี่ยงพล้ำทั้งทางการเมืองและการศึก และเมื่อประเมินศักยภาพของกำลังพลกะเหรี่ยงบีจีเอฟที่มีทหารมากกว่า 7,000 คน สิ่งนี้อาจเป็นประโยชน์ต่อสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยงได้ หากทั้งคู่ตกลงจับมือกันในอนาคต
เมื่อ 1 สัปดาห์ก่อน ทางองค์กรกะเหรี่ยงระหว่างประเทศ หรือ เคไอโอ (International Karen Organization - KIO) ออกมาเรียกร้องให้กองกำลังติดอาวุธชาวกะเหรี่ยงทุกกลุ่มรวมถึง BGF ให้กลับมารวมกันเป็นหนึ่งภายใต้ชื่อกองทัพปลดปล่อยชาติกะเหรี่ยงหรือเคเอ็นแอลเอ (Karen National Liberation Army – KNLA) เพื่อร่วมกันสู้ต่อต้านรัฐบาลทหาร
ด้านสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยงหรือเคเอ็นยู (Karen National Union – KNU) ปฏิเสธการสัมภาษณ์กับบีบีซีไทย และขอสงวนให้ความเห็นเรื่องการรีแบรนด์ของกะเหรี่ยงบีจีเอฟ รวมถึงการกลับมาจับมือกันในอนาคต
เช่นเดียวกันกับพันเอกชิต ตุ ผู้นำกองกำลังกะเหรี่ยงบีจีเอฟ ที่ยังไม่ตอบรับการสัมภาษณ์เช่นกัน

เมืองชเวโก๊กโก่ ฐานที่มั่นของพันเอกชิต ตุ แห่งกะเหรี่ยงบีจีเอฟ
ห่างจากสะพานมิตรภาพไทย-พม่าแห่งที่ 1 ขึ้นไปทางเหนือประมาณ 20 กิโลเมตร เป็นที่ตั้งของเมืองใหม่ชเวโก๊กโก่ (Shwe Kokko) ซึ่งอยู่ติดกับแนวชายแดน อ.แม่ระมาด และ อ.แม่สอด จ.ตาก พื้นที่นี้อยู่ภายใต้การควบคุมของพันเอกชิต ตุ หัวหน้ากองกำลังกะเหรี่ยงบีจีเอฟ
ภายในพื้นที่ประมาณ 450,000 ไร่ เต็มไปด้วยกาสิโนและโรงแรมหรู ศูนย์การค้า ร้านอาหาร สถานบันเทิง และที่พักอาศัยของนักลงทุนหรือนักธุรกิจที่อยู่ที่นี่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวจีน
พื้นที่นี้ถูกเนรมิตขึ้นในปี 2560 ด้วยเม็ดเงินกว่า 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 525,000 ล้านบาท) ของกลุ่มทุนยาไท่ อินเตอร์เนชันแนล โฮลดิ้ง กรุ๊ป (Yatai International Holding Group) หรือ Yatai IHG ซึ่งนำโดยนายเฉอ เจ้อเจียง ชาวจีนสัญชาติกัมพูชา โดยเขาร่วมลงทุนกับบริษัทของพันเอกชิต ตุ จากข้อมูลที่ระบุไว้ในรายงานของสถาบันสันติภาพแห่งสหรัฐอเมริกาหรือ USIP (United States Institute of Peace)
เมื่อปลายปีที่แล้ว พันเอกชิต ตุ ถูกสหราชอาณาจักร แคนาดา และสหรัฐอเมริกา ร่วมกันแถลงคว่ำบาตร โดยอ้างรายงานของสหประชาชาติที่ระบุว่า เขามีความเกี่ยวข้องกับการบังคับใช้แรงงานและการค้ามนุษย์ รวมถึงอาชญากรรมไซเบอร์ที่เกิดขึ้นภายในเมืองใหม่ชเวโก๊กโก่
ส่งผลให้ผู้นำกองกำลังกะเหรี่ยงบีจีเอฟรายนี้ พร้อมด้วย นายเฉอ เจ้อเจียง ประธานกลุ่มทุนยาไท่ และ นายจ้าว เหว่ย ชาวจีนเจ้าของสัมปทานเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ ประเทศลาว ไม่สามารถเดินทางหรืออยู่ในสหราชอาณาจักรได้

ที่มาของภาพ, MYANMAR YATAI INTERNATIONAL HOLDING GROUP COMPANY ပုံဟောင်း

ที่มาของภาพ, Google Earth
โชคดีที่พันเอกชิต ตุ ไม่ประสบชะตากรรมเดียวกันกับนายเฉอ เจ้อเจียง ซึ่งถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำกลางพิเศษกรุงเทพในขณะนี้ หลังจากถูกตำรวจไทยเข้าจับกุมตามหมายจับของตำรวจสากลเมื่อเดือน ส.ค. 2565 ขณะกำลังร่วมโต๊ะรับประทานอาหารเย็นกับบุคคลชนชั้นนำของไทยคนหนึ่ง
นายเฉอ ซึ่งเป็นชาวจีนสัญชาติกัมพูชา ถูกตั้งข้อหาฉ้อโกงการพนันออนไลน์ในหลายประเทศ มูลค่าความเสียหายมากกว่า 5,000 ล้านบาท และอยู่ระหว่างการอุทธรณ์คำสั่งสำนักงานอัยการสูงสุดของไทยที่เห็นชอบให้ส่งตัวเขาไปดำเนินคดีที่จีนตามคำขอของทางการจีน
นายเฉอ ประธานกลุ่มทุนหยาไท่เห็นว่า “ความพยายามส่งตัวกลับไปดำเนินคดีที่จีน คือการฆ่าตัวตาย” เขากล่าวกับญาติที่เข้าเยี่ยมผ่านวิดีโอคอลทางแอปพลิเคชันไลน์ ซึ่งหลุดเผยแพร่ในติ๊กตอกเมื่อวันที่ 25 พ.ย. 2566 จนทำให้กรมราชทัณฑ์ต้องออกมาแจงว่านายเฉอทำผิดระเบียบกรมราชทัณฑ์
ในเวลาเดียวกัน พันเอกชิต ตุ จัดงานบุญในเมืองชเวโก๊กโก่อย่างยิ่งใหญ่เพื่อภาวนาให้นายเฉอพ้นโทษและกลับมาบริหารเมืองใหม่แห่งนี้โดยเร็ว และยังยกย่องให้นายเฉอเป็นผู้มีพระคุณต่อชาวกะเหรี่ยง เนื่องจากการเข้ามาของทุนยาไท่ทำให้พื้นที่นี้พัฒนาไปอย่างก้าวกระโดดภายในเวลาไม่ถึง 10 ปี
หากนายเฉอไม่ถูกจับกุมเสียก่อน เราอาจได้เห็นการลงทุนของกลุ่มยาไท่ฯ ในประเทศไทย โดยนายรังสิมันต์ โรม สส.พรรคก้าวไกลเคยอภิปรายทั่วไปเมื่อวันที่ 15 พ.ย. 2565 ว่า บริษัทยาไท่ฯ “อาศัยเส้นสายการเมืองส่วนตัว” เข้าประชุมร่วมกับคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจร และกาสิโนถูกกฎหมายฯ สภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 28 เม.ย. 2565 เพื่อเข้ามาโฆษณาชวนเชื่อ เอื้อให้ธุรกิจสีเทามีโอกาสหลั่งไหลเข้ามาในไทย พร้อมกับตั้งคำถามว่าทำไมพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งเป็นรัฐบาลขณะนั้น จึงปล่อยให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ได้
ในเนื้อหาการประชุมระหว่างกลุ่มทุนยาไท่ฯ และ กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาการเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจรฯ ระบุว่าทางบริษัทสนใจสร้างเมืองฝาแฝดชเวโก๊กโก่ในพื้นที่ อ.แม่สอด ของไทย และเข้าครอบครองอาคาร 32 ชั้น ซึ่งตั้งอยู่บนถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ใจกลางกรุงเทพฯ โดยวางแผนสร้างเป็นสถานบันเทิงครบวงจร หรือ Entertainment Complex และตั้งใจจะดำเนินโครงการนี้ต่อ ถึงแม้ยังไม่ได้รับใบอนุญาตให้เปิดกาสิโนจากรัฐบาลไทย

ที่มาของภาพ, Google Earth
เมืองเคเค พาร์ค พื้นที่ในการควบคุมของพันเอกเต่ง วิน แห่งกะเหรี่ยงบีจีเอฟ
เมืองเคเค พาร์ค (KK Park) เดิมทีมีชื่อว่าเมืองเอเอ (AA) อยู่ในพื้นที่ควบคุมของกองกำลังกะเหรี่ยงบีจีเอฟภายใต้การนำของพันเอกเต่ง วิน
เมืองใหม่แห่งนี้อยู่ตรงข้ามกับ ต.แม่กุ อ.แม่สอด จ.ตาก โดยข้อมูลจากรายงานของสถาบันสันติภาพแห่งสหรัฐอเมริการะบุว่า ผู้ลงทุนหลักคือบริษัทตงเหมยกรุ๊ป ของนายหวัน ค็อกคอย ฉายาไอ้ฟันหลอ อดีตหัวหน้ากลุ่ม 14K จากมาเก๊า ซึ่งตอนนี้เคลื่อนไหวอยู่ในเมืองสีหนุวิลล์ ประเทศกัมพูชา และเดินทางไป ๆ มา ๆ ระหว่างไทยและมาเลเซียอยู่บ่อยครั้ง
นายหวันเปิดตัวโครงการลงทุนเมืองใหม่นี้ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อปี 2563 โดยนำเสนอนักลงทุนที่มาร่วมงานเลี้ยงว่าทางบริษัทกำลังจะสร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษที่ชื่อว่า “เขตอุตสาหกรรมไซซีกัง” ขนาดพื้นที่ 20 ตารางกิโลเมตร เพราะเล็งเห็นว่าจังหวัดเมียวดีเป็นจุดผ่านแดนที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศเมียนมา เขาจึงตั้งใจพัฒนาที่นี่ให้เป็นเมืองเซินเจิ้นของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยจะเลียนแบบความทันสมัยของเมืองเซินเจิ้น ประเทศจีน
แต่ความเป็นจริงแล้วเมืองแห่งนี้กลับเติบโตไปในทิศทางตรงกันข้าม ที่นี่มีทั้งกาสิโน ศูนย์การค้า สถานบันเทิง อาคารสำนักงานของแก๊งสแกมเมอร์ออนไลน์ข้ามชาติ รวมถึงที่พักชาวกะเหรี่ยงที่เข้ามาทำงานเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยหรือพนักงานบริการ
หากมองพ้นรั้วคอนกรีตสูงกว่า 2 เมตรที่ล้อมรอบด้วยรั้วลวดหนาม ยังจะพบกับหมู่บ้านจัดสรรที่ปล่อยเช่าให้กับหัวหน้าชาวจีนด้วย
มีรายงานข่าวจากสื่อไทยและสื่อต่างประเทศจำนวนมาก ที่ระบุว่าคนจากหลากหลายประเทศทั่วโลกถูกล่อลวงให้มาทำงานเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์หรือสแกมเมอร์ออนไลน์ในสถานที่ที่มีการรักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนาแห่งนี้
พวกเขาหลายคนเสียชีวิต บางส่วนบาดเจ็บสาหัสเพราะถูกนายจ้างชาวจีนทำร้ายทุบตี และบางส่วนถูกข่มขู่ว่าจะโดนฆ่าเพื่อนำอวัยวะไปขาย หากไม่ยอมทำตามคำสั่ง

ที่มาของภาพ, South China Morning Post via Getty Images
หากย้อนกลับไปดูประวัติของนายหวันในอดีต ก็จะพบว่าเขาถูกจำคุกอยู่ในมาเก๊ากว่า 14 ปี ด้วยข้อหาเกี่ยวข้องกับการพนันผิดกฎหมาย การปล่อยกู้เงินนอกระบบ มีความเชื่อมโยงกับองค์กรอาชญากรรม และข้อหาพยายามฆาตกรรมนายอันโตนิโอ มาร์เกส บัปติสตา ผู้บัญชาการตำรวจมาเก๊า ด้วยวิธีคาร์บอม
เมื่อพ้นโทษออกมา นายหวันลาออกจากการเป็นหัวหน้ากลุ่ม 14K และย้ายฐานการเคลื่อนไหวมายังประเทศกัมพูชา โดยในปี 2561 เขาเปิดตัวสมาคมประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมหงเหมินโลก พร้อมกับแพลตฟอร์มบล็อกเชนและสกุลเงินดิจิทัลชื่อว่าเหรียญหงเหมิน โดยมีนักการเมืองชั้นนำของกัมพูชามาร่วมงานเปิดตัวอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง และเปิดสำนักงานใหญ่ที่ไทยในเวลาต่อมา ซึ่งมีบุคคลที่มีชื่อเสียงของไทยและต่างประเทศไปร่วมงานจำนวนมาก รวมถึง พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย
ในปี 2563 ซึ่งเป็นปีเดียวกันกับที่เขากำลังระดมทุนสร้างเมืองเคเค พาร์ค ทางกระทรวงการคลังของสหรัฐอเมริกา ประกาศมาตรการลงโทษคว่ำบาตรทางการเงินบริษัทที่เกี่ยวข้องกับนายหวันทั้งหมด หนึ่งในนั้นคือ สมาคมประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมหงเหมินโลก ที่ก่อตั้งขึ้นในประเทศกัมพูชา

ที่มาของภาพ, กฟภ.
ปัจจุบันเมืองเคเค พาร์คของนายหวัน ซึ่งอยู่ในพื้นที่ควบคุมของพันเอกเต่ง วิน ได้ขยายอาณาจักรออกไปอย่างรวดเร็ว บ่งบอกถึงเงินลงทุนที่หนาและไม่เคยขาดสาย ขณะที่ทางสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) ตั้งข้อสังเกตว่า อาณาจักรสีเทาตรงนี้กำลังเป็นแหล่งฟอกเงินให้กับกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติผ่านแพลตฟอร์มสกุลเงินดิจิทัลและบ่อนกาสิโน ที่ให้บริการทั้งทางออนไลน์และออฟไลน์
ด้านบริษัทดอกงิ้วคำของนายจ้าว เหว่ย ผู้ได้รับฉายาว่าเป็นมังกรแห่งสามเหลี่ยมทองคำ ปฏิเสธกับไทยพีบีเอสเมื่อปีที่แล้วว่า ทางบริษัทฯ ไม่ได้ร่วมลงทุนในเมืองใหม่แห่งนี้ จากกรณีที่มีกระแสข่าวว่าเงินทุนของเขาคือสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เมืองเคเค พาร์คขยายและเติบโตแซงหน้าเมืองชเวโก๊กโก่ภายในเวลาไม่ถึงปี
พันเอกเต่ง วิน ไม่ได้เป็นเพียงนายทหารที่คุมกองกำลังกะเหรี่ยงบีจีเอฟเท่านั้น ในเวลาเดียวกันเขาคือนักธุรกิจผู้ได้รับสัมปทานลงนามซื้อขายไฟฟ้าจากไทยผ่านการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ภายใต้ชื่อบริษัท Shwe Myint Thaung Yinn Industry & Manufacturing Company Limited หรือ บริษัท SMTY จำกัด
บริษัท SMTY ของพันเอกเต่ง วิน เป็นผู้ลงนามซื้อขายไฟฟ้าจากไทยซึ่งจ่ายให้กับเมืองชเวโก๊กโก่ และเมืองเคเค พาร์ค แต่รัฐบาลกลางเมียนมาระงับให้สัมปทานกับบริษัทของเขาในเวลาต่อมา หลังจากถูกทางการจีนรุกอย่างหนัก เพื่อจัดการกับกลุ่มอาชญากรจีนที่ฝังตัวกระจัดกระจายตามแนวชายแดนประเทศเมียนมา ซึ่งพบว่ามีพฤติกรรมต้มตุ๋นหลอกลวงคนจีนทั้งในและต่างประเทศด้วย
ทาง กฟภ. จึงต้องระงับการขายไฟกับบริษัท STMY ในเดือน มิ.ย. 2566 แต่นั่นไม่ได้ทำให้กิจกรรมต่าง ๆ ในสองเมืองใหญ่หยุดชะงักลงแต่อย่างใด ตรงกันข้าม การก่อสร้างขนาดใหญ่หลายโครงการยังคงเดินหน้าต่อ เช่น การก่อสร้างตึกหรูหลายสิบชั้นภายในเมืองเคเค พาร์ค หรือสวนน้ำขนาดใหญ่ในเมืองชเวโก๊กโก่ เป็นต้น

ที่มาของภาพ, STR/AFP via Getty Images
ชะตากรรมของเมืองสแกมเมอร์หลังเปลี่ยนชื่อและตราจากบีจีเอฟเป็นเคเอ็นเอ
ล่าสุด พันเอกเต่ง วิน รองผู้บังคับการกองกำลังกะเหรี่ยงบีจีเอฟ ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีภาคภาษาเมียนมาว่า ได้แยกตนเองออกจากกองทัพเมียนมาแล้วหลังจากทำงานร่วมกันหลายสิบปี
โดยกองกำลังกะเหรี่ยงบีจีเอฟจะเปลี่ยนชื่อและตราเป็นกองทัพกะเหรี่ยงหรือ KNA (Karen National Army) และไม่รับเงินเดือน รวมถึงผลตอบแทนต่าง ๆ จากกองทัพเมียนมาซึ่งอยู่ภายใต้สภาบริหารแห่งรัฐเมียนมา (SAC) ของรัฐบาลทหารอีกต่อไป
“เราจะเปลี่ยนเป็น KNA เพื่อพัฒนาและรักษาความสงบสุขให้กับรัฐกะเหรี่ยง ซึ่งเราไม่สามารถทำได้อย่างอิสระเมื่อเป็น BGF” พันเอกเต่ง วิน กล่าวกับบีบีซีภาคภาษาเมียนมา
นอกจากนี้เขายังให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว KIC ว่ากองกำลังกะเหรี่ยงบีจีเอฟจำนวน 13 กองพัน จากทั้งหมด 4 เขตทหาร เห็นตรงกันกับการเปลี่ยนแปลงจุดยืนในครั้งนี้
“ข่าวลือที่บอกว่าเราจะกลับไปรวมตัวกับสภาทหารแห่งรัฐเมียนมาไม่เป็นความจริง ในขณะนี้กองกำลังบางส่วนของเรายังใช้ตรา BGF อยู่ หรือบางที่อาจสวมเพียงเครื่องแบบแต่นำตรา BGF ออกแล้ว” พันเอกเต่ง วิน กล่าวกับสำนักข่าว KIC
ถึงแม้ไม่มีประกาศอย่างเป็นทางการถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ แต่มีรายงานการพบเห็นโปสเตอร์หรือป้ายประกาศเชิญชวนให้ผู้คนเข้าร่วมกองกำลัง KNA ตามหมู่บ้านต่าง ๆ ที่อยู่ในพื้นที่ควบคุมของกะเหรี่ยงบีจีเอฟ
ทางสำนักข่าว KIC ยังรายงานด้วยว่า แม้กองกำลังกะเหรี่ยงบีจีเอฟจะตัดความสัมพันธ์กับรัฐบาลทหารเมียนมา แต่คาดว่าพวกเขาจะยังคงให้ความคุ้มครองเมืองชเวโก๊กโก่ และเมืองเคเค พาร์ค ซึ่งอยู่ในพื้นที่ควบคุมของ BGF ต่อไปเช่นเดิม
ระหว่างวันที่ 29 ก.พ. – 2 มี.ค. ที่ผ่านมา มีคนจีนกว่า 900 คนจากจังหวัดเมียวดีที่ถูกส่งตัวให้ทางการจีน ผ่านสนามบินแม่สอดของไทย เนื่องจากต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์ข้ามชาติ โดยในจำนวนนี้เป็นชาวจีน 150 คนที่ทางกะเหรี่ยงบีจีเอฟนำตัวออกมาจากเมืองชเวโก๊กโก่ และเคเค พาร์ค และส่งให้ทางการจีน

ที่มาของภาพ, LightRocket via Getty Images
เคเอ็นเอจะผนึกกำลังกับกองกำลังกะเหรี่ยงกลุ่มอื่น ๆ หรือไม่
สำนักข่าว KIC รายงานเมื่อวันที่ 1 ก.พ. ที่ผ่านมาว่า องค์กรกะเหรี่ยงนานาชาติหรือเคไอโอ (The International Karen Organization - IKO) ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้กองกำลังต่าง ๆ ในรัฐกะเหรี่ยงร่วมผนึกกำลังเพื่อต่อต้านรัฐบาลทหารที่กำลังอ่อนกำลังลงภายใต้กองทัพปลดปล่อยแห่งชาติกะเหรี่ยงหรือเคเอ็นแอลเอ (Karen National Liberation Army – KNLA)
ในแถลงการณ์ดังกล่าว ระบุถึงกองกำลังกะเหรี่ยงบีจีเอฟ กองกำลังกะเหรี่ยงคุณธรรมเพื่อประชาธิปไตย (Democratic Karen Benevolent Army – DKBA) รวมถึงฝ่ายสภาสันติภาพกะเหรี่ยงซึ่งประกอบไปด้วย สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยงหรือเคเอ็นยู (Karen National Union – KNU) และ KNLA
ที่ผ่านมา ชาวกะเหรี่ยงที่ต้องการเป็นอิสระจากรัฐบาลเมียนมาต่างร่วมกันต่อสู้ภายใต้การขับเคลื่อนของ KNU ขณะที่ปีกทหารนั้นประกอบด้วยกองกำลังกะเหรี่ยงหลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็น KNLA, DKBA, หรือแม้แต่กองกำลังของ KNU เอง
ขณะที่กะเหรี่ยงบีจีเอฟนั้นขึ้นตรงกับสภาทหารของกองทัพเมียนมา มีหน้าที่รักษาชายแดนรัฐกะเหรี่ยงและสู้รบกับกลุ่มชาติพันธุ์เดียวกัน เพื่อปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ของรัฐบาล
“เราเชื่อว่าการปรองดองของชาวกะเหรี่ยงทุกคนในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อนี้ จะปูทางไปสู่ประวัติศาสตร์บทใหม่ของพวกเรา” โฆษกของเคไอโอบอกกับสำนักข่าว KIC ของกะเหรี่ยง โดยเขามองว่าความแตกแยกระหว่างกะเหรี่ยงกลุ่มต่าง ๆ ที่มีมาอย่างยาวนานเกิดจากนโยบายแบ่งแยกและปกครองของรัฐบาลทหารเมียนมา
รศ.ดร.ดุลยภาค ปรีชารัชช อาจารย์โครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา คณะศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ บอกกับบีบีซีไทยว่า “ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย” หากพันเอกชิต ตุ จะนำกองกำลัง KNA หรือบีจีเอฟเดิมกลับเข้าร่วมต่อสู้กับกลุ่มอื่น ๆ ในรัฐกะเหรี่ยงในอนาคต เมื่อพิจารณาจากปูมหลังในอดีต
ในปี 2538 กลุ่มกะเหรี่ยงที่นับถือศาสนาพุทธแยกตัวเองออกจาก KNU ซึ่งเป็นองค์กรเคลื่อนไหวทางการเมืองที่เรียกร้องเอกราชและสันติภาพให้กับชาวกะเหรี่ยงมาหลายทศวรรษ โดยกลุ่มที่แยกออกมานี้มีชื่อว่า DKBA
“ผู้นำสูงสุดของ KNU ส่วนใหญ่ในสมัยนั้นนับถือศาสนาคริสต์ ขณะที่กลุ่มนี้นับถือศาสนาพุทธ เมื่อผลประโยชน์ใด ๆ ไม่ลงตัวกัน กินแหนงแคลงใจกัน ทางกลุ่มพุทธก็แยกตัวออกไป และชี้ช่องเส้นทางจุดยุทธศาสตร์ให้กับรัฐบาลทหารเมียนมา จนทางกองทัพเมียนมาตีค่ายมาเนอร์ปลอว์ซึ่งเป็นฐานที่มั่นของ KNU แตกได้ในที่สุด” ผู้เชี่ยวชาญด้านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าว
จากนั้นในปี 2552 ทางกองทัพเมียนมามีนโยบายจัดตั้งกองกำลังพิทักษ์ชายแดนหรือ BGF ขึ้น พันเอกชิต ตุ จึงนำกำลังพลและนายทหารคนสนิทแยกตัวออกมาจาก DKBA และเปลี่ยนชื่อเป็นกะเหรี่ยงบีจีเอฟ ซึ่งรับคำสั่งจากสภาทหารของกองทัพเมียนมาโดยตรง แม้ต้องออกรบกับกองกำลังติดอาวุธชาติพันธุ์กะเหรี่ยงด้วยกันก็ตาม
เนื่องจากพวกเขามองว่ามันคุ้มค่ากับผลประโยชน์ทางการค้าและเศรษฐกิจ หากได้เข้าควบคุมพื้นที่ชายแดนรัฐกะเหรี่ยง
“ณ เวลานี้ ทางกะเหรี่ยงบีจีเอฟอาจจะถอยห่างจากรัฐบาลทหารมากขึ้น และอาจจะ slide (โน้มเอียง) เข้าหา KNU มากขึ้น แต่คงไม่ร่วมหัวจมท้ายแบบสุด ๆ” รศ.ดร.ดุลยภาค ประเมินท่าทีของบีจีเอฟในช่วงนี้ ซึ่งเขามองว่าทางบีจีเอฟเอง “ยังมีท่าทีแบบกั๊ก ๆ”
แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าหาก BGF ผนึกกำลังกับ KNU เพื่อต่อต้านรัฐบาลทหารจริง กองกำลังของ KNU จะมีศักยภาพมากขึ้นทันที จากกำลังพลมากกว่า 7,000 คนของกะเหรี่ยงบีจีเอฟ
ด้าน นอว์ เซอร์ เซอร์ โฆษกจากเครือข่ายชุมชนชาวกะเหรี่ยงทั่วโลก บอกกับบีบีซีไทยว่า พันเอกชิต ตุ และกองกำลังบีจีเอฟของเขาไม่เคยมีจุดยืนทางการเมืองที่ชัดเจน
“การเปลี่ยนแปลงชื่อกองกำลังในครั้งนี้เป็นไปเพื่อปกป้องธุรกิจในพื้นที่ของพวกเขาเท่านั้น หาใช่เพื่อประชาชนชาวกะเหรี่ยง” เธอบอกกับบีบีซีไทย
ความเห็นนี้สอดคล้องกับ รศ.ดร.ดุลยภาค ที่มองว่าปฏิบัติการ 1027 ทางรัฐฉานตอนเหนือมีส่วนให้ทางกะเหรี่ยงบีจีเอฟถอยห่างจากกองทัพเมียนมา เพราะไม่ต้องการมีจุดจบเช่นเดียวกับ 4 ตระกูลแห่งเมืองเล้าก์ก่าย ซึ่งได้รับสิทธิควบคุมพื้นที่ชายแดนโกก้างในฐานะบีจีเอฟ จนสามารถสร้างอาณาจักรคาสิโนและเมืองสแกมเมอร์ในรูปแบบเดียวกันได้
เมื่อต้นปี 2565 เครือข่ายชุมชนชาวกะเหรี่ยงทั่วโลกเรียกร้องให้ผู้นำระดับสูงของ KNU ลาออกหลังพบหลักฐานว่าหนึ่งในผู้นำอาวุโสมีส่วนเกี่ยวข้องกับการสร้างเมืองใหม่หวันหยาของทุนจีนที่ย้ายมาจากเมืองสีหนุวิลล์ ประเทศกัมพูชา โดยเมืองนี้ตั้งอยู่ระหว่างเมืองชเวโก๊กโก่และเมืองเคเค พาร์ค
พวกเขามองว่าผู้นำชาวกะเหรี่ยงปล่อยให้เกิดกิจกรรมอาชญากรรมในลักษณะเดียวกัน ถึงแม้เมืองหวันหยามีขนาดเล็กกว่าทั้ง 2 เมืองนี้มาก หากเทียบจากขนาดพื้นที่

ที่มาของภาพ, BBC THAI
นอว์ เซอร์ เซอร์ บอกว่าผลกระทบของเมืองสแกมเมอร์ติดชายแดนรัฐกะเหรี่ยงที่ประชิดกับชายแดน อ.แม่สอด ของไทย ไม่ได้ส่งผลกระทบกับคนที่อยู่ภายนอกเท่านั้น แต่ชาวกะเหรี่ยงจำนวนไม่น้อยในบริเวณใกล้เคียงก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน
ทั้งนี้ พบว่ามีเด็กและผู้หญิงชาวกะเหรี่ยงถูกล่อลวงเข้าไปทำงานในเมืองดังกล่าวและถูกล่วงละเมิดทางเพศ แต่ไม่สามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้ ขณะที่ชายชาวกะเหรี่ยงที่เข้าไปทำงานในเมืองเหล่านั้นล้วนได้รับค่าจ้างที่ไม่เป็นธรรมและมีสภาพการทำงานที่ย่ำแย่
“เราไม่สามารถให้อภัยได้ พวกเขา (หมายถึงกะเหรี่ยงบีจีเอฟ) ต้องรับโทษจากอาชญากรรมที่พวกเขาก่อเสียก่อน ไม่ใช่ปล่อยให้ลอยนวลพ้นพิษเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น” โฆษกจากเครือข่ายชุมชนชาวกะเหรี่ยงทั่วโลกเน้นย้ำกับบีบีซีไทย พร้อมกับบอกว่าพวกเขา “กำลังจับตามอง” ความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ของบีจีเอฟอยู่
พันเอกชิต ตุ ผู้กำลังจะเปลี่ยนจากหัวหน้ากะเหรี่ยงบีจีเอฟมาเป็นหัวหน้ากองกำลัง KNA ยังไม่ตอบรับคำขอสัมภาษณ์จากบีบีซีภาคภาษาเมียนมา กรณีเกี่ยวกับบทบาทต่อจากนี้ของ KNA รวมถึงอนาคตของเมืองสแกมเมอร์ที่อยู่ในพื้นที่ควบคุมของพวกเขา
ด้านสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยงหรือเคเอ็นยู ปฏิเสธการสัมภาษณ์กับบีบีซีไทย และขอสงวนให้ความเห็นเรื่องการรีแบรนด์ของกะเหรี่ยงบีจีเอฟ รวมถึงโอกาสการกลับมาจับมือกันในอนาคต











