3 ประเทศมหาอำนาจคว่ำบาตร จ้าว เหว่ย นายทุนจีนเทา ผู้สร้างเมืองกาสิโนที่สามเหลี่ยมทองคำ

ที่มาของภาพ, Jiraporn Sricham
- Author, จิราภรณ์ ศรีแจ่ม
- Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซี ไทย
สหราชอาณาจักร แคนาดา และสหรัฐอเมริกา ร่วมกันแถลงคว่ำบาตรผู้เกี่ยวข้องกับเมืองใหม่ทุนจีนรอบชายแดนไทย โดยพบชื่อ จ้าว เหว่ย ชาวจีนเจ้าของสัมปทานเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ ประเทศลาว ตรงข้ามชายแดน อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ของไทย รวมถึง เฉอ เจ้อเจียง และ พันเอกชิต ตุ ผู้เกี่ยวข้องกับเมืองใหม่ชเวโก๊กโก่ ซึ่งตั้งอยู่ติดกับชายแดน อ.แม่สอด จ.ตาก อยู่ในรายชื่อดังกล่าว
ในแถลงการณ์การคว่ำบาตรโดย 3 ประเทศมหาอำนาจครั้งล่าสุด อ้างรายงานของสหประชาชาติที่ระบุว่า ทั้งหมดเกี่ยวข้องกับการบังคับใช้แรงงานและการค้ามนุษย์ข้ามชาติในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผ่านการหลอกลวงออนไลน์ หรือที่คนไทยคุ้นหูในชื่อว่า แก๊งคอลเซ็นเตอร์
การอายัดทรัพย์สินและห้ามเดินทาง คือผลลัพธ์ของการคว่ำบาตรครั้งนี้ โดยตามกฎหมายของสหราชอาณาจักร ระบุว่า ห้ามไม่ให้พลเมืองของสหราชอาณาจักรหรือธุรกิจใด ๆ ในสหราชอาณาจักรเข้าไปลงทุน ถือครอง หรือควบคุมทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับบุคคลหรือบริษัทที่ถูกคว่ำบาตร และห้ามบุคคลหรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับบริษัทดังกล่าวเดินทางเข้าสหราชอาณาจักร หรืออยู่ในสหราชอาณาจักร
จ้าว เหว่ย และภรรยาถูกคว่ำบาตรอีกครั้ง
ผู้คนยังเรียกเมืองใหม่ติดแม่น้ำโขงบริเวณสามเหลี่ยมทองคำว่า คิงส์โรมันส์ แม้ว่ากาสิโนชื่อนี้ได้หายไปเป็นเวลาปีกว่าแล้ว เนื่องจากบริษัทดอกงิ้วคำของ จ้าว เหว่ย ขายกิจการกาสิโนคิงส์โรมันส์ให้กับกลุ่มทุนสิงคโปร์ และตั้งชื่อใหม่ว่าอัลลักซี คาสิโน (ALLUXI CASINO)
จ้าว เหว่ย วัย 71 ปี เป็นชาวมณฑลเฮย์หลงเจียง ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน ในปี 2550 บริษัทดอกงิ้วคำของเขาได้สัมปทานจากรัฐบาลลาวให้ลงทุนสร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ เนื้อที่กว่า 5,000 ไร่ เป็นเวลา 99 ปี โดยเขาเริ่มสร้างกาสิโนหรูคิงส์โรมันส์เพื่อดึงดูดนักพนัน รวมถึงโรงแรมห้าดาวที่ชื่อว่า ดาวดอกงิ้วคำ อาคารสีทองสัญลักษณ์ของเศรษฐกิจพิเศษฯ เมื่อมองจากมุมใดของเมืองก็ตาม

ที่มาของภาพ, Facebook/the Golden Triangle SEZ
คำสั่งคว่ำบาตรทางการเงินโดยประเทศมหาอำนาจ ระบุชื่อ จ้าว เหว่ย และ กุยชิง ซือ ภรรยาของเขา นอกจากนี้ยังพบชื่อ นัท รุ่งตะวันคีรี ชาวไทย และ อับบาส เอบราฮิม ชาวออสเตรเลีย ด้วย
ทั้งหมดเป็นรายชื่อที่กระทรวงการคลังของสหรัฐฯ เคยประกาศคว่ำบาตรทางการเงินมาแล้วในปี 2561 โดยกล่าวหาว่าจ้าว เหว่ย และพวก รวมถึงบริษัทในเครือคิงส์โรมันส์ เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมข้ามชาติ ไม่ว่าจะเป็นการค้ายาเสพติด ค้ามนุษย์ ค้าประเวณีเด็ก และค้าสัตว์ป่า
อย่างไรก็ตาม จ้าว เหว่ย เคยปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมดนี้กับสำนักข่าวไทยพีบีเอส และไม่ปฏิเสธว่ามาตรการคว่ำบาตรเมื่อปี 2561 ส่งผลกระทบกับเขาอย่างมาก โดยจ้าว เหว่ย มองว่าบริษัทสัญชาติจีนของเขาถูกสหรัฐฯ เล่นงาน จากปัญหาความไม่ลงรอยกันระหว่างจีนและสหรัฐฯ เพราะสหรัฐฯ ต้องการกีดกันนโยบายสายแถบและเส้นทาง (Belt and Road Initiative: BRI) ซึ่งจ้าว เหว่ย มองว่าเป็นนโยบายที่พัฒนาประเทศยากจนให้พัฒนาไปด้วยกัน และ “เป็นคุณธรรมขั้นสูง”
นัท รุ่งตะวันคีรี คนไทยจาก จ.เชียงราย กลับมาอยู่ในรายชื่อที่ถูกคว่ำบาตรโดย 3 ประเทศอีกครั้ง ทั้งที่ก่อนหน้านี้ เขาปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับคิงส์โรมันส์ตั้งแต่ถูกคว่ำบาตรทางการเงินโดยสหรัฐฯ เมื่อปี 2561 โดยให้สัมภาษณ์กับสื่อไทยหลายแห่งว่า เขาเป็นแค่ล่ามต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวจีน และลาออกจากบริษัทคิงส์โรมันส์มาตั้งแต่ปี 2554 เพื่อมาทำงานที่บ้านใน จ.เชียงราย

ที่มาของภาพ, Facebook/the Golden Triangle SEZ
หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าท่ามกลางการขาดทุนอย่างหนักของกาสิโนทั่วโลก แต่ดูเหมือนว่ากาสิโนในเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำแทบไม่ได้รับผลกระทบ นอกจากนี้ ตั้งแต่ปี 2564 เป็นต้นมา มีคนไทยมากกว่า 100 คน ได้รับการช่วยเหลือออกจากเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ เนื่องจากถูกหลอกลวงให้ไปทำงานกับกลุ่มสแกมเมอร์หรือพนันออนไลน์ซึ่งตั้งฐานปฏิบัติการอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว
ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยืนยันว่า พื้นที่นี้เป็นฐานการทำงานของกลุ่มไฮบริดสแกมที่หลอกลวงคนไทย โดยมีพฤติกรรมแฝงหาเหยื่อตามเว็บไซต์และแอปพลิเคชันหาคู่ เพื่อตีสนิท และหลอกให้ลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล
ปลายปี 2565 นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ออกมาเปิดโปงว่า จ้าว เหว่ย มีความเชื่อมโยงกับ ตู้ ห่าว หรือ นายชัยณัฐร์ กรณ์ชายานันท์ เจ้าของผับจินหลิง สถานบันเทิงกลางกรุงเทพฯ ซึ่งถูกกล่าวหาว่ามีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับนักการเมือง ตำรวจ และผู้มีอิทธิพลหลายราย จนนำไปสู่การเปิดปฏิบัติการกวาดล้าง “จีนเทา” ในไทยอย่างกว้างขวาง
และล่าสุดมีข้อมูลว่า บริษัทดอกงิ้วคำเข้าไปลงทุนในเมือง KK Park ริมแม่น้ำเมยบริเวณรัฐกะเหรี่ยง จ.เมียวดี ประเทศเมียนมา ประชิดชายแดน อ.แม่สอด จ.ตาก ของไทย โดยสถานที่นี้ถูกกล่าวหาว่าเป็นศูนย์กลางอาชญากรรมออนไลน์และแหล่งค้ามนุษย์ข้ามชาติ ผ่านการล่อลวงคนจากประเทศต่าง ๆ เข้าไปทำงานให้กลุ่มสแกมเมอร์
ทั้งนี้ KK Park ถูกรัฐบาลเมียนมาระงับสัมปทานการซื้อขายไฟฟ้าจากประเทศไทยไปเมื่อกลางปีที่ผ่านมา แต่การตัดไฟแทบไม่ส่งผลกระทบใด ๆ ต่อเมือง
อย่างไรก็ตาม จ้าว เหว่ย ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาของชูวิทย์ ขณะที่บริษัทดอกงิ้วคำยืนยันว่าพวกเขาไม่เคยเข้าไปลงทุนใน KK Park แต่อย่างใด
ฟันนายทหารกะเหรี่ยง BGF และผู้บริหารชาวจีนของเมืองชเวโก๊กโก่

ที่มาของภาพ, Jiraporn Sricham
เฉอ เจ้อเจียง ชาวจีนสัญชาติกัมพูชา อาจไม่ใช่ชื่อที่คุ้นหูนักสำหรับคนไทย แต่เขาคือประธานบริษัท ยาไท่ อินเตอร์เนชันแนล โฮลดิ้ง กรุ๊ป (YATAI IHG) ผู้ลงทุนสร้างเมืองชเวโก๊กโก่ รัฐกะเหรี่ยง จ.เมียวดี ประเทศเมียนมา ซึ่งมีที่ตั้งอยู่ติดกับ อ.แม่ระมาด และ อ.แม่สอด ของไทย ปัจจุบันเขาถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำกลางพิเศษกรุงเทพ หลังจากถูกจับกุมโดยตำรวจไทยเมื่อเดือน ส.ค. 2565 ตามหมายจับของตำรวจสากล ข้อหาฉ้อโกงการพนันออนไลน์ในหลายประเทศ มูลค่าความเสียหายมากกว่า 5,000 ล้านบาท และอยู่ระหว่างการอุทธรณ์คำสั่งสำนักงานอัยการสูงสุดของไทยที่เห็นชอบให้ส่งตัว เฉอ เจ้อเจียง ไปดำเนินคดีที่จีนตามคำขอของทางการจีน

ที่มาของภาพ, YATAI IHG
ความเคลื่อนไหวล่าสุดของเขา คือถูกกรมราชทัณฑ์สั่งตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังพบคลิปวิดีโอการสนทนาระหว่างเขากับญาติถูกเผยแพร่ลงในแอปพลิเคชันติ๊กตอกเมื่อวันที่ 25 พ.ย. ที่ผ่านมา โดยทางกรมราชทัณฑ์ระบุว่า เฉอทำผิดกฎระเบียบข้อบังคับการเยี่ยมญาติผ่านระบบแอปพลิเคชันไลน์
เฉอกล่าวในคลิปว่า เขา “ถูกใส่ร้าย ทำให้ถูกจับกุมอยู่ในเรือนจำที่ประเทศไทย” และเห็นว่า “ความพยายามส่งตัวกลับไปดำเนินคดีที่จีน คือการฆ่าตัวตาย” พร้อมกับตั้งคำถามว่าการจับกุมที่ผ่านมาถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่
เมืองชเวโก๊กโก่เป็นเมืองใหม่ทุนจีนที่สร้างขึ้นในพื้นที่ของกองกำลังกะเหรี่ยงพิทักษ์ชายแดน หรือ กะเหรี่ยง BGF ภายใต้เขตอิทธิพลของพันเอกชิต ตุ ที่ผ่านมา เมืองนี้ถูกรัฐบาลกลางเมียนมาระงับสัมปทานซื้อไฟฟ้าจากประเทศไทย เช่นเดียวกับเมือง KK Park เพื่อตอบสนองต่อนโยบายปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีของจีน ซึ่งต้องการตัดตอนกลุ่มอาชญากรไซเบอร์ที่กระจายอยู่ตามชายแดนประเทศเมียนมา
รายงานขององค์การสหประชาชาติระบุว่า มีคนในเมียนมาอย่างน้อย 120,000 คน ถูกบังคับใช้แรงงานให้กับกลุ่มอาชญากรรมไซเบอร์ กระทรวงการต่างประเทศและการพัฒนาของสหราชอาณาจักรเคยช่วยเหลือชาวอังกฤษจำนวนหนึ่งที่ตกเป็นเหยื่อกลุ่มอาชญากรรมดังกล่าวมาแล้ว

ที่มาของภาพ, YATAI IHG
ในรายชื่อของผู้ที่ถูกคว่ำบาตรโดย 3 ประเทศ ยังพบชื่อของพันเอกชิต ตุ ผู้นำกองกำลังพิทักษ์ชายแดนกะเหรี่ยง หรือ กะเหรี่ยง BGF ด้วย ซึ่งเขาเป็นหนึ่งในผู้ลงทุนร่วมกับบริษัทยาไท่ฯ และพัฒนาเมืองใหม่ครบวงจรด้วยกัน
ก่อนครบรอบหนึ่งปีที่เฉอถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำของไทยเพียงไม่กี่วัน พันเอกชิต ตุ จัดงานบุญอย่างยิ่งใหญ่ เชิญพระสงฆ์กว่า 30 รูปมาร่วมกันสวดมนต์ อธิษฐานให้นายเฉอกลับมายังเมืองชเวโก๊กโก่โดยเร็ว พร้อมกับยกย่องว่านายเฉอเป็นผู้มีพระคุณ เพราะเข้ามาพัฒนาพื้นที่นี้ให้ทันสมัยอย่างก้าวกระโดดในช่วงเวลาไม่ถึง 10 ปี
นอกจากนี้ ยังมีชื่อบริษัท เจิ้งเหิง กรุ๊ป (ZhengHeng Group) อยู่ในรายชื่อบริษัทที่ถูกคว่ำบาตรด้วยเช่นกัน ก่อนหน้านี้ สำนักข่าววอยซ์ ออฟ เดโมเครซี (Voice of Democracy) ซึ่งเป็นสำนักข่าวในกัมพูชา เคยได้รับข้อมูลว่าบริษัทเจิ้งเหิงมีความเชื่อมโยงกับโครงการลองเบย์ดาราสาคร จ.เกาะกง ประเทศกัมพูชา แหล่งลงทุนแรกของ เฉอ ก่อนที่เขาจะหันมาลงทุนสร้างเมืองชเวโก๊กโก่กับกองกำลังกะเหรี่ยง BGF
โดยในปี 2565 มีคนไทยอย่างน้อย 40 คน ที่ถูกช่วยเหลือออกจากลองเบย์ดาราสาคร เนื่องจากถูกหลอกให้ไปทำงานสแกมเมอร์ออนไลน์ และพวกเขาถูกนายจ้างชาวจีนเรียกเงินค่าไถ่ตัวเป็นจำนวนเงิน 100,000 บาทต่อคน หากต้องการลาออกเพื่อกลับไทย
หาก เฉอ ไม่ถูกจับกุมเสียก่อน เราอาจได้เห็นการลงทุนของกลุ่มยาไท่ฯ ในประเทศไทย โดยนายรังสิมันต์ โรม สส.พรรคก้าวไกลเคยอภิปรายทั่วไปเมื่อวันที่ 15 พ.ย. 2565 ว่า บริษัทยาไท่ฯ “อาศัยเส้นสายการเมืองส่วนตัว” เข้าประชุมร่วมกับคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจร และกาสิโนถูกกฎหมายฯ สภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 28 เม.ย. 2565 เพื่อเข้ามาโฆษณาชวนเชื่อ เอื้อให้ธุรกิจสีเทามีโอกาสหลั่งไหลเข้ามาในไทย พร้อมกับตั้งคำถามว่าทำไมพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งเป็นรัฐบาลขณะนั้น จึงปล่อยให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ได้
ในเนื้อหาการประชุมระหว่างกลุ่มทุนยาไท่ฯ และ กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาการเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจรฯ ระบุว่าทางบริษัทสนใจสร้างเมืองฝาแฝดชเวโก๊กโก่ในพื้นที่ อ.แม่สอด ของไทย และเข้าครอบครองอาคาร 32 ชั้น ซึ่งตั้งอยู่บนถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ใจกลางกรุงเทพฯ โดยวางแผนสร้างเป็นสถานบันเทิงครบวงจร หรือ Entertainment Complex และตั้งใจจะดำเนินโครงการนี้ต่อ ถึงแม้ยังไม่ได้รับใบอนุญาตให้เปิดกาสิโนจากรัฐบาลไทย











