นโยบายจ่ายเงินเดือนให้ผู้หญิงในบ้าน: กลยุทธ์หาเสียง หรือเพื่อการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของสตรีอินเดีย ?

 Women who were beneficiaries of mukhyamantri ladaki bahin yojana showing their bank passbooks and the message of the scheme money received in thier mobile phones at Kisan Nagar on September 10, 2024 in Thane, India. The beneficiaries have recieved Rs three thousand in 2 months. (Photo by Praful Gangurde/Hindustan Times via Getty Images)

ที่มาของภาพ, Hindustan Times via Getty Images

คำบรรยายภาพ, ผู้หญิงในรัฐมหาราษฏระ ที่อายุระหว่าง 21-65 ปี จะได้รับเงินโอน 1,500 รูปี (ราว 530 บาท) ต่อเดือน
    • Author, สุติก บิสวาส
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซี ประจำประเทศอินเดีย

ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งในรัฐมธยประเทศ ทางตอนกลางของอินเดีย ผู้หญิงคนหนึ่งได้รับเงินจำนวนเล็กน้อยแต่ก็ได้ทุกเดือนอย่างต่อเนื่อง แต่นั่นไม่ใช่เงินค่าจ้าง เพราะเธอไม่มีงานประจำ แต่มันเป็นเงินโอนจากรัฐบาลโดยตรงแบบไม่มีเงื่อนไข

เปรมิลา ภาลาวี บอกว่าเงินจำนวนนี้ครอบคลุมค่ายา ค่าผัก และค่าเล่าเรียนของลูกชายของเธอ เงินจำนวน 1,500 รูปี (ราว 530 บาท) อาจดูเล็กน้อย แต่ผลกระทบที่ได้ตามมาไม่น้อยเลย ไม่ว่าจะเป็นรายได้ที่คาดการณ์ได้ ความรู้สึกว่าตนสามารถควบคุมชีวิตตัวเองได้ และการได้สัมผัสถึงอิสรภาพ

เรื่องราวของเธอกลายเป็นเรื่องธรรมดามากขึ้นเรื่อย ๆ ในทั่วประเทศอินเดีย ปัจจุบันผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ 118 ล้านคนใน 12 รัฐ ได้รับเงินโอนจากรัฐบาลโดยไม่มีเงื่อนไข ทำให้อินเดียกลายเป็นหนึ่งในพื้นที่ทำโครงการทดลองนโยบายสังคมที่ใหญ่ที่สุดแต่มีการศึกษาเกี่ยวกับผลกระทบน้อยที่สุดในโลก

หลังคุ้นเคยกับการอุดหนุนด้วยการซื้อธัญพืช เชื้อเพลิง และจ้างงานในชนบทมาอย่างยาวนาน อินเดียได้ก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงที่สุดโต่งมากกว่านั้น นั่นคือการจ่ายเงินให้ผู้หญิงวัยผู้ใหญ่เพียงเพราะพวกเธอได้คอยดูแลครอบครัว แบกรับภาระการดูแลที่ไม่ได้รับค่าตอบแทน และกลุ่มคนเหล่านี้ก็กลายเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่กลุ่มใหญ่เกินกว่าจะเพิกเฉยได้

ทั้งนี้ ตัวกรองคุณสมบัติผู้เข้าข่ายได้รับผลประโยชน์แตกต่างกันไป ทั้งเกณฑ์อายุ เพดานรายได้ และการยกเว้นสำหรับครอบครัวที่มีข้าราชการ ผู้เสียภาษี หรือเจ้าของรถยนต์หรือที่ดินผืนใหญ่

"การโอนเงินโดยไม่มีเงื่อนไขเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงการขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญของระบบสวัสดิการของรัฐในอินเดียที่เอื้อประโยชน์ต่อผู้หญิง" ประภา โคติสวารัน ศาสตราจารย์ด้านกฎหมายและความยุติธรรมทางสังคมที่มหาวิทยาลัยคิงส์คอลเลจลอนดอน กล่าวกับบีบีซี

นโยบายโอนเงินให้ผู้หญิงของอินเดียมีตั้งแต่ยอดตั้งแต่ 1,000-2,500 รูปี (ราว 354 - 886 บาท) ต่อเดือน ซึ่งเป็นจำนวนเงินเพียงเล็กน้อย หรือคิดเป็นประมาณ 5-12% ของรายได้ครัวเรือน แต่นี่ก็เป็นเงินที่เข้ามาอย่างประจำ ปัจจุบันมีผู้หญิง 300 ล้านคนที่มีบัญชีธนาคาร การโอนเงินจึงเป็นเรื่องง่ายขึ้นในเชิงการบริหารจัดการ

โดยทั่วไปแล้ว ผู้หญิงจะใช้จ่ายเงินไปกับสิ่งของจำเป็นในครัวเรือนและเพื่อสมาชิกครอบครัว เช่น การศึกษาของลูก ค่าอาหาร ค่าก๊าซหุงต้ม ค่ารักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน หนี้สินเล็กน้อย เพื่อการเกษียณอายุ และของใช้ส่วนตัวเป็นครั้งคราว เช่น ทองคำ หรือสิ่งอำนวยความเล็กน้อย

สิ่งที่ทำให้อินเดียแตกต่างจากเม็กซิโก บราซิล หรืออินโดนีเซีย ซึ่งเป็นประเทศที่มีโครงการโอนเงินแบบมีเงื่อนไขขนาดใหญ่ คือการไม่มีเงื่อนไข เงินจะจ่ายให้ ไม่ว่าเด็กในครอบครัวจะเข้าเรียนหรือไม่ หรือครัวเรือนจะยากจนหรือไม่ก็ตาม

 Women voters stand in queues to cast their ballots at a polling station during the first phase of voting for assembly elections on November 6, 2025, at the Raghopur constituency in the Vaishali district of the Indian state of Bihar.

ที่มาของภาพ, AFP

คำบรรยายภาพ, รัฐพิหารโอนเงิน 10,000 รูปี (ราว 3,542 บาท) เข้าบัญชีธนาคารประชาชนผู้หญิงก่อนการเลือกตั้ง

รัฐกัวเป็นรัฐแรกที่เปิดตัวโครงการโอนเงินให้กับผู้หญิงแบบไม่มีเงื่อนไขในปี 2013 ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นก่อนการระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19 ในปี 2020 เมื่อรัฐอัสสัมทางตะวันออกเฉียงเหนือได้เริ่มโครงการสำหรับผู้หญิงที่เปราะบาง นับแต่นั้นมา การโอนเงินเหล่านี้ได้กลายเป็นประเด็นทางการเมืองครั้งใหญ่

การโอนเงินแบบไม่มีเงื่อนไขเมื่อเร็ว ๆ นี้มุ่งเป้าไปที่ผู้หญิงวัยผู้ใหญ่ โดยบางรัฐยอมรับว่าพวกเธอทำงานบ้านและดูแลบ้านโดยไม่ได้รับค่าจ้าง

รัฐทมิฬนาฑูได้เรียกการจ่ายเงินว่าเป็น "เงินช่วยเหลือด้านสิทธิ" ในขณะที่โครงการที่คล้ายคลึงกันของรัฐเบงกอลตะวันตก ก็บอกว่าเป็นการให้คุณค่าแก่ผู้หญิงที่ไม่ได้ค่าจ้างเช่นกัน

ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า ในรัฐอื่น ๆ การตีความนโยบายนี้ก็ชัดเจนโดยปริยาย เพราะผู้กำหนดนโยบายคาดหวังว่าผู้หญิงจะใช้เงินบริจาคเหล่านี้เพื่อสวัสดิการในครัวเรือนและครอบครัว

การให้ความสำคัญกับบทบาททางเศรษฐกิจของผู้หญิงเช่นนี้ยังส่งผลต่อการเมืองอีกด้วย ในปี 2021 คามาล ฮาซัน นักแสดงชาวทมิฬที่ผันตัวมาเป็นนักการเมืองได้ให้คำมั่นสัญญาว่าจะ "จ่ายเงินเดือนให้กับแม่บ้าน" (แต่ต่อมาพรรคการเมืองที่เพิ่งตั้งขึ้นใหม่ของเขากลับพ่ายแพ้การเลือกตั้ง) โดยภายในปี 2024 คำมั่นสัญญาที่จะมอบเงินสนับสนุนให้กับผู้หญิงก็ช่วยให้พรรคการเมืองในรัฐมหาราษฏระ รัฐฌารขัณฑ์ รัฐโอริสสา รัฐหริยาณา และรัฐอานธรประเทศได้รับชัยชนะ

ในการเลือกตั้งครั้งล่าสุดในรัฐพิหาร อำนาจทางการเมืองในการมอบเงินสนับสนุนปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน ในช่วงหลายสัปดาห์ก่อนการเลือกตั้งในรัฐที่ยากจนที่สุดของประเทศ รัฐบาลได้โอนเงิน 10,000 รูปี (ราว 3,546 บาท) ไปยังบัญชีธนาคารของผู้หญิง 7.5 ล้านบัญชี ภายใต้โครงการส่งเสริมการยังชีพ โดยมีผู้หญิงลงคะแนนเสียงมากกว่าผู้ชาย ซึ่งเป็นตัวกำหนดผลลัพธ์อย่างชัดเจน

นักวิจารณ์เรียกสิ่งนี้ว่าเป็นการซื้อเสียงอย่างโจ่งแจ้ง แต่ผลลัพธ์ก็ชัดเจน นั่นคือ ผู้หญิงช่วยให้พรรคร่วมรัฐบาลที่นำโดยพรรคภารตียชนตา หรือ บีเจพี (Bharatiya Janata Party - BJP) ได้รับชัยชนะอย่างถล่มทลาย หลายคนเชื่อว่าการมอบเงินสนับสนุนนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าการสนับสนุนทางการเงินสามารถนำมาใช้เป็นแรงผลักดันทางการเมืองได้อย่างไร

แต่รัฐพิหารเป็นเพียงส่วนหนึ่งของภาพรวมที่ใหญ่กว่ามาก โดยการโอนเงินโดยไม่มีเงื่อนไขนั้นกระจายเข้าถึงผู้หญิงหลายสิบล้านคนเป็นประจำทั่วทั้งประเทศ

รัฐมหาราษฏระเพียงรัฐเดียวให้คำมั่นสัญญาว่าจะให้ผลประโยชน์แก่ผู้หญิงกว่า 25 ล้านคน ส่วนโครงการของรัฐโอริสสาเข้าถึงผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่เป็นผู้หญิงถึง 71%

ในแวดวงผู้กำหนดนโยบายบางกลุ่ม โครงการเหล่านี้ถูกเยาะเย้ยว่าเป็นการซื้อเสียงโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ นอกจากนี้ยังสร้างแรงกดดันต่อการเงินของรัฐด้วย โดย 12 รัฐเตรียมใช้จ่ายเงินประมาณ 1.8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับการจ่ายเงินดังกล่าวในปีงบประมาณนี้

รายงานของสถาบันคลังสมอง PRS Legislative Research ระบุว่าครึ่งหนึ่งของรัฐเหล่านี้ประสบปัญหาการขาดดุลรายได้ ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อรัฐกู้ยืมเงินเพื่อจ่ายค่าใช้จ่ายประจำโดยไม่สร้างสินทรัพย์

แต่หลายคนโต้แย้งว่าโครงการเหล่านี้สะท้อนถึงการรับรู้ที่ล่าช้าของสิ่งที่นักสตรีนิยมในอินเดียได้ถกเถียงกันมานานหลายทศวรรษ นั่นคือ มูลค่าทางเศรษฐกิจแฝงที่มาจากงานบ้านและงานดูแลครอบครัวที่ไม่ได้รับค่าจ้าง

จากการสำรวจการใช้เวลาของประชากรล่าสุด พบว่า ผู้หญิงในอินเดียใช้เวลาเกือบห้าชั่วโมงต่อวันในการทำงานประเภทนี้ในปี 2024 ซึ่งมากกว่าเวลาที่ผู้ชายใช้ถึง 7.6 เท่า ภาระที่ไม่สมดุลนี้อธิบายถึงการมีส่วนร่วมของแรงงานหญิงในอินเดียที่ต่ำอย่างน่าตกใจ ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า อย่างน้อยที่สุด การโอนเงินสดก็แสดงให้เห็นถึงความไม่สมดุลนี้

แต่มันได้ผลจริงหรือ ?

หลักฐานยังคงมีน้อยแต่ก็มันก็ให้ข้อคิดอะไรบางอย่าง การศึกษาในปี 2025 ในรัฐมหาราษฏระพบว่าผู้หญิงที่มีสิทธิกว่า 30% ไม่ได้ลงทะเบียนรับผลประโยชน์ ซึ่งบางครั้งอาจเกิดจากปัญหาเอกสาร หรือบางครั้งก็เป็นเพราะต้องการพึ่งพาตนเอง แต่ในบรรดาผู้หญิงที่ลงทะเบียนได้ เกือบทั้งหมดมีบัญชีธนาคารเป็นของตนเอง

Soma Das sells clothes using the money, supporting her seven-member household in West Bengal

ที่มาของภาพ, Swastik Pal

คำบรรยายภาพ, โซมา ดาส ขายเสื้อผ้าโดยใช้เงินที่หามาได้เพื่อเลี้ยงดูครอบครัวของเธอในรัฐเบงกอลตะวันตก

ผลสำรวจในปี 2023 ในรัฐเบงกอลตะวันตกพบว่า 90% ของผู้หญิงจัดการบัญชีด้วยตนเอง และ 86% เป็นผู้ตัดสินใจว่าจะใช้เงินอย่างไร โดยส่วนใหญ่ใช้เงินไปกับค่าอาหาร ค่าเล่าเรียน และค่ารักษาพยาบาล ซึ่งไม่ได้ช่วยเปลี่ยนแปลงชีวิตมากนัก แต่ความสม่ำเสมอนั้นมอบความมั่นคงและความรู้สึกว่าตนเองมีอำนาจในการควบคุมสิ่งต่าง ๆ

งานวิจัยที่มีความละเอียดมากขึ้น ที่จัดทำโดยศาสตราจารย์โคติสวารันและคณะ แสดงให้เห็นผลลัพธ์ที่หลากหลาย

ในรัฐอัสสัม ผู้หญิงส่วนใหญ่ใช้เงินไปกับสิ่งจำเป็น หลายคนเห็นคุณค่าในศักดิ์ศรีที่เงินมอบให้ แต่มีเพียงไม่กี่คนที่เชื่อมโยงเงินกับการเห็นคุณค่าที่พวกเธอทำงานที่ไม่มีค่าตอบแทน และส่วนใหญ่ยังคงต้องการงานที่มีค่าตอบแทน

ในรัฐทมิฬนาฑู ผู้หญิงที่ได้รับเงินนี้บ่งบอกถึงความสบายใจ ความขัดแย้งในชีวิตสมรสที่ลดลง และการเพิ่งได้รู้จักกับความรู้สึกมั่นใจ ซึ่งเป็นผลตอบแทนทางสังคมที่หาได้ยาก

ในรัฐกรณาฏกะ มีรายงานว่าผู้ได้รับเงินกินอยู่ดีมากขึ้น มีสิทธิ์ในการตัดสินใจเรื่องครัวเรือนมากขึ้น และต้องการเงินช่วยเหลือที่สูงขึ้น

แต่มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่เข้าใจว่าโครงการนี้เป็นค่าชดเชยสำหรับงานดูแลบ้านและครอบครัวที่ไม่ได้รับค่าตอบแทน แสดงถึงว่าการสื่อสารของรัฐบาลยังไม่สำเร็จ ถึงกระนั้น ผู้หญิงก็กล่าวว่าเงินนี้ช่วยให้พวกเธอสามารถตั้งคำถามกับนักการเมืองและจัดการเหตุฉุกเฉินได้ จากการศึกษาทั้งหมด พบว่าผู้หญิงส่วนใหญ่สามารถควบคุมเงินสดได้อย่างเต็มที่

"หลักฐานแสดงให้เห็นว่าการโอนเงินมีประโยชน์อย่างมากต่อผู้หญิงในการตอบสนองความต้องการเร่งด่วนของตนเองและครัวเรือน นอกจากนี้ยังช่วยคืนศักดิ์ศรีให้กับผู้หญิงที่ต้องพึ่งพาทางการเงินจากสามี สำหรับค่าใช้จ่ายเล็ก ๆ น้อย ๆ ทุกกรณี" ศาสตราจารย์โคติสวารันกล่าว

ที่สำคัญคือ การสำรวจไม่พบหลักฐานใด ๆ ที่บ่งชี้ว่าเงินจำนวนดังกล่าวทำให้ผู้หญิงไม่กล้าหางานทำหรือยึดมั่นในบทบาททางเพศ ซึ่งเป็นสองสิ่งที่สตรีนิยมกังวลอย่างยิ่ง ตามรายงานของศาสตราจารย์โคติสวารัน และเกล แอนดรูว์ และมธุศรี จานา

นักวิจัยพบว่าเงินจำนวนดังกล่าวไม่ได้ช่วยลดภาระงานที่ไม่ได้รับค่าจ้างของผู้หญิง อย่างไรก็ตาม เงินจำนวนดังกล่าวช่วยเสริมสร้างความเป็นอิสระทางการเงินและเสริมสร้างอำนาจในการต่อรองในระดับหนึ่ง เงินจำนวนดังกล่าวไม่ใช่ยารักษาโรคหรือยาพิษ แต่เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ที่ยังมีข้อจำกัดในสังคมชายเป็นใหญ่ ซึ่งเงินสดเพียงอย่างเดียวไม่สามารถลบล้างความเหลื่อมล้ำทางโครงสร้างได้

Women at a cash transfer camp in West Bengal

ที่มาของภาพ, Swastik Pal

คำบรรยายภาพ, ผู้หญิงยินดีกับศักดิ์ศรีที่มาพร้อมกับเงินโอนจากรัฐบาล

จะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้ ?

งานวิจัยที่กำลังเกิดขึ้นใหม่นี้ให้ข้อบ่งชี้ที่ชัดเจน

กฎเกณฑ์คุณสมบัติควรมีความเรียบง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้หญิงที่ทำงานดูแลผู้ป่วยหนักโดยไม่ได้รับค่าจ้าง การโอนเงินควรไม่มีเงื่อนไขและไม่ขึ้นอยู่กับสถานภาพสมรส

อย่างไรก็ตาม นักวิจัยกล่าวว่า ควรเน้นย้ำถึงสิทธิสตรีและคุณค่าของงานที่ไม่ได้รับค่าจ้าง และความพยายามในการเสริมสร้างความรู้ทางการเงินต้องมีความลึกซึ้งยิ่งขึ้น

ส่วนการโอนย้ายเงินสดไม่สามารถทดแทนโอกาสในการจ้างงานได้ ผู้หญิงหลายคนกล่าวว่าสิ่งที่พวกเธอต้องการจริง ๆ คืองานที่ได้รับค่าตอบแทนและความเคารพที่ยั่งยืน

"หากเงินโอนนี้ติดพ่วงไปกับการส่งสารถึงการเห็นคุณค่าต่องานที่ไม่ได้รับค่าจ้างของผู้หญิง นี่อาจส่งผลกระทบต่อการแบ่งงานตามเพศสภาพเมื่อผู้หญิงมีโอกาสในการจ้างงานที่ได้รับค่าจ้าง" ศาสตราจารย์โคติสวารันกล่าว

การปฏิวัติการโอนเงินสดอย่างเงียบ ๆ ของอินเดียยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่สิ่งนี้แสดงให้เห็นแล้วว่าเงินจำนวนเล็กน้อยที่จ่ายเป็นประจำให้กับผู้หญิง สามารถเปลี่ยนแปลงสมดุลอำนาจได้อย่างแนบเนียนและมีนัยสำคัญ

ไม่ว่าสิ่งนี้จะกลายเป็นเส้นทางสู่การเสริมอำนาจผู้หญิงหรือเป็นเพียงรูปแบบใหม่ของการอุปถัมภ์ทางการเมือง นั่นก็ขึ้นอยู่กับสิ่งที่อินเดียเลือกที่จะสร้างขึ้นด้วยงบประมาณก้อนนี้