ผู้เชี่ยวชาญชี้รัฐบาล "คิดไม่ครบ" จับตาไทยตัดตอนเมืองสแกมเมอร์ชายแดนเมียนมา ผ่านการตัดไฟที่ขายโดย กฟภ.

.

ที่มาของภาพ, Getty Images

แม้เป็นที่ประจักษ์ว่าฐานสแกมเมอร์รอบชายแดนไทยต่างหลบเลี่ยงเขตอำนาจทางกฎหมายของไทยโดยตั้งอยู่ในพื้นที่ประเทศเพื่อนบ้าน แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่ากลุ่มอาชญากรรมเหล่านี้ไม่สามารถดำเนินกิจกรรมหลอกลวงออนไลน์คนทั่วโลกรวมถึงไทยได้ หากขาดสิ่งอำนวยความสะดวกจากฝั่งไทย เช่น เครือข่ายโทรคมนาคม สิ่งอุปโภคบริโภค อุปกรณ์การก่อสร้าง น้ำประปา ไปจนถึงไฟฟ้า ฯลฯ

ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรี (ครม.) เคยมีมติเห็นชอบตามที่นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี เสนอในที่ประชุม ครม. วันที่ 14 พ.ค. 2567 ขอให้หน่วยงานของรัฐ เช่น การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) ระงับการให้บริการข้ามพรมแดน และขอให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประสานขอความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และผู้ประกอบการด้านสื่อสารร่วมมือด้วย เพื่อลดปัญหายาเสพติด อาชญากรรมไซเบอร์ คอลเซ็นเตอร์ และปัญหาอื่น ๆ ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

เนื่องจากปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ อาชญากรรมไซเบอร์ และอาชญากรรมจากการผลิต รวมถึงการลักลอบค้ายาเสพติด ส่วนหนึ่งมีการตั้งฐานอยู่บริเวณชายแดนและใช้ทรัพยากรของไทยทั้งไฟฟ้า-การสื่อสารในการทำความผิด และหลอกลวงคนไทย

ทว่า จนถึงตอนนี้ เผือกร้อนตกมาถึง กฟภ. เนื่องจากมีหลักฐานชัดเจนแล้วว่าพื้นที่บางส่วนที่ขายไฟฟ้าให้นั้น เป็นฐานที่ตั้งของเหล่าสแกมเมอร์ข้ามชาติ ส่งผลให้ทาง กฟภ. ต้องออกมาแถลงข่าวเมื่อวานนี้ (29 ม.ค.) ว่าเหตุใดยังไม่สามารถระงับขายไฟได้ในทันทีอย่างที่หลายฝ่ายเรียกร้อง

กฟภ. ส่งไฟขายให้เมียนมา 5 จุด

กฟภ. ระบุว่ามีลูกค้า 22 ล้านรายทั้งในและต่างประเทศ คิดเป็นรายได้ 6 แสนล้านบาทต่อปี โดยการจ่ายไฟฟ้าไปยังเมียนมาสามารถสร้างรายได้ให้กับองค์กรได้ประมาณ 800 ล้านบาทต่อปี ซึ่งปัจจุบันทาง กฟภ. จ่ายกระแสไฟฟ้าให้เมียนมา จำนวน 5 จุด ดังนี้

  • บ้านเจดีย์สามองค์ – เมืองพญาตองซู รัฐมอญ บริษัท Mya Pan Investment and Manufacturing Company Limited เป็นผู้ได้รับสัมปทานจากสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา
  • บ้านเหมืองแดง – เมืองท่าขี้เหล็ก รัฐฉาน บริษัท อัลลัวร์ กรุ๊ป (พีแอนด์อี) เป็นผู้ได้รับสัมปทานจากสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา
  • สะพานมิตรภาพไทย – พม่า – เมืองท่าขี้เหล็ก รัฐฉาน บริษัท อัลลัวร์ กรุ๊ป (พีแอนด์อี) จำกัด เป็นผู้ได้รับสัมปทานจากสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา
  • สะพานมิตรภาพไทย – พม่า แห่งที่ 2 อ.เมียวดี รัฐกะเหรี่ยง บริษัท Nyi Naung Oo Company Limited และ Enova Grid Enterprise (Myanmar) Company Limited เป็นผู้ได้รับสัมปทานจากสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา
  • บ้านห้วยม่วง – อ.เมียวดี รัฐกะเหรี่ยง มีบริษัท Shwe Myint Thaung Yinn Industry & Manufacturing Company Limited (SMTY) เป็นผู้ได้รับสัมปทานจากสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา

ทาง กฟภ. ระบุว่าความเป็นมาในการขายไฟฟ้าให้กับประเทศเพื่อนบ้านนั้นเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีปี 2539 ที่เห็นชอบให้ กฟภ. ขายไฟฟ้าในบริเวณหมู่บ้านใกล้กับเขตชายแดนของไทยเพื่อรองรับด้านเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงชายแดนเป็นหลัก โดยไม่ต้องขออนุมัติในระดับนโยบายอีก แต่ให้นำเสนอคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เพื่อทราบ ยกเว้นมีประเด็นสำคัญด้านนโยบายใดเข้ามาเกี่ยวข้อง

การขายไฟฟ้าให้กับประเทศเมียนมาเป็นลักษณะรัฐต่อรัฐ ผ่านบริษัทที่ได้รับสัมปทานจากรัฐบาลเมียนมาเท่านั้น

.

ที่มาของภาพ, THAI NEWS PIX

คำบรรยายภาพ, เคเค พาร์ค (KK Park) เมืองสแกมเมอร์ในพื้นที่ของกองทัพแห่งชาติกะเหรี่ยงหรือเคเอ็นเอ (Karen National Army-KNA) ที่ทาง กฟภ. ระงับจ่ายไฟเมื่อปี 2566

ก่อนหน้านี้ ทาง กฟภ. ได้ดำเนินการระงับการจำหน่ายไฟฟ้าในพื้นที่ 2 จุด ได้แก่ ที่บ้านวังผา อ.แม่ระมาด – บ.ก๊กโก๋ อ.เมียวดี รัฐกะเหรี่ยง และบ้านแม่กุใหม่ท่าซุง – อ.เมียวดี รัฐกะเหรี่ยง โดยทั้งสองจุดเป็นฐานสแกมเมอร์ในเขตอิทธิพลของกองกำลังพิทักษ์ชายแดนกะเหรี่ยงหรือกะเหรี่ยง BGF (Karen Border Guard Force-Karen BGF) นำโดย พ.อ.ชิต ตุ ซึ่งตอนนี้เปลี่ยนชื่อเป็นกองทัพแห่งชาติกะเหรี่ยงหรือเคเอ็นเอ (Karen National Army-KNA)

เนื่องจากทางรัฐบาลเมียนมาไม่ต่อสัมปทานให้กับบริษัท SMTY ซึ่งมีนายทหารของกองกำลัง KNA เป็นเจ้าของ ทำให้ทาง กฟภ. ไม่สามารถขายไฟฟ้าให้ต่อได้

ผลการระงับสัมปทานดังกล่าวเกิดขึ้นหลังรัฐบาลจีนหารือกับรัฐบาลทหารเมียนมา เพื่อจัดการปัญหาอาชญากรรมที่ใช้ชายแดนเมียนมาเป็นฐานหลอกลวงชาวจีนผ่านช่องทางออนไลน์

นอกจากนี้ในปี 2567 ทาง กฟภ. ยกเลิกการขายไฟฟ้าบริเวณ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย – เมืองพงษ์ จ.ท่าขี้เหล็ก เนื่องจากคู่สัญญาผิดนัดชำระค่าไฟฟ้า

กฟภ. แถลง "ไม่สามารถทำอะไรได้บุ่มบ่ามโดยพลการได้"

ในการแถลงข่าว เมื่อ 29 ม.ค. กฟภ. ออกมากล่าวว่า ที่ผ่านมายังไม่เคยมีการใช้เหตุผลเรื่องความมั่นคงมาพิจารณาตัดไฟคู่สัญญาที่ซื้อไฟฟ้าจากองค์กร แต่นายประสิทธิ์ จันทร์ประสิทธิ์ รองผู้ว่า กฟภ. ก็บอกด้วยว่าสามารถทำได้หาก "หน่วยงานความมั่นคง กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงกลาโหม สำนักนายกรัฐมนตรี มีหลักฐานซึ่งมีการประสานงานกัน [กับ กฟภ.] มีหลักฐานเชิงประจักษ์" ทาง กฟภ. จึงจะพิจารณาระงับจ่ายไฟฟ้าได้

ท่าทีเช่นนี้เสริมด้วยคำพูดของนายประดิษฐ์ เฟื่องฟู รองผู้ว่า กฟภ. ในฐานะโฆษก กฟภ. ที่ออกมาบอกว่า "เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน" และทางองค์กรไม่ทราบว่าในจำนวนลูกค้า 22 ล้านราย มีลูกค้ารายใดบ้างที่นำไฟฟ้าไปใช้ในทางผิดกฎหมาย แต่หากทราบว่าลูกค้ารายใดกระทำผิดสัญญาการซื้อขาย เช่น ลักลอบขโมยไฟฟ้าไปใช้ ไม่ชำระค่าไฟฟ้าตามที่กำหนด หรือพบว่าเป็นความมั่นคงต่อประเทศ ทาง กฟภ. ก็สามารถยกเลิกสัญญาได้

"เราคงไม่มีหน้าที่โดยตรงที่จะเข้าไปตรวจสอบว่าใครกระทำความผิด แล้วก็ตัดไฟ อันนี้ไม่ใช่หน้าที่ของเรา เราต้องตระหนักดีว่าการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคไม่สามารถทำอะไรได้บุ่มบ่ามโดยพลการได้ เราเป็นหน่วยงานภาครัฐที่มี governance (ธรรมาภิบาล) ที่ดี ยึดหลัก Compliance (ปฏิบัติตามกฎระเบียบ) เราจึงต้องตรวจสอบข้อมูลอย่างถูกต้อง ไม่สามารถใช้คำบอกกล่าวโดยไม่มีหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรยืนยัน" นายประดิษฐ์ กล่าว

ส่วนนายประสิทธิ์เสริมว่าทาง กฟภ. ต้องหารือต่อว่าคำนิยามของคำว่า ความมั่นคง คืออะไร เพราะที่ผ่านมาทางองค์กรไม่เคยใช้เงื่อนไขนี้ในการพิจารณาตัดไฟคู่สัญญามาก่อน

สำนักข่าวมติชนรวมถึงสื่อหลายสำนักของไทยรายงานตรงกันว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานที่กำกับดูแล กฟภ. ออกมาให้สัมภาษณ์หลังการแถลงของ กฟภ. ว่า "หากหน่วยงานความมั่นคงระบุว่าการจำหน่ายไฟฟ้าไปให้ มันเป็นภัยต่อความมั่นคง ก็พร้อมจะตัดไฟทันที"

ทั้งนี้ เขาชี้ให้เห็นด้วยว่าการพิจารณาตัดไฟฟ้าต้องคำถึงเหตุผลด้านมนุษยธรรมด้วย เนื่องจากในพื้นที่ที่ไฟฟ้าของไทยไปถึงนั้นก็ประกอบด้วยโรงเรียนและสถานพยาบาลต่าง ๆ ด้วย

"ขอให้หน่วยงานความมั่นคงไปสอบถาม เพราะเป็นผู้ประสานงาน และหน่วยงานความมั่นคงประเมินแล้วว่ามีการนำไฟฟ้าไปใช้อย่างผิดกฎหมายและเพื่อความเดือดร้อนของคนไทย แจ้งปุ๊บเราหยุดเลย มันหยุดง่ายมากนะ กดปุ่มปุ๊ปก็หยุดเลย เราพร้อมอยู่แล้ว แต่ต้องสั่งมา" มติชนรายงานคำสัมภาษณ์ของนายอนุทินที่พยายามเน้นย้ำด้วยว่า "อย่ามาบอกว่ากระทรวงมหาดไทยไม่ทำอะไรเลย"

.

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, สถานบันเทิงครบวงจรและกาสิโนที่ตั้งอยู่ใน อ.เมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ตรงข้ามชายแดนแม่สอดของไทย

ในวันเดียวกัน นายรังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อจากพรรคประชาชน (ปชน.) ออกมาให้ความเห็นผ่านสื่อสังคมออนไลน์ของเขาว่า บางทีสาเหตุการที่ กฟภ. ไม่ยอมตัดไฟ อาจไม่ใช่เรื่องกฎหมายหรือต้องไปถามหน่วยงานความมั่นคงก่อน เพราะไม่มีกฎหมายกำหนดว่า กฟภ. ต้องถามใคร หากจะตัดไฟ

"แต่คงเป็นเพราะผลประโยชน์ที่เมียวดีมันเยอะ หลายกาสิโนเป็นของคนไทย หากไฟฟ้าถูกตัดแล้ว ธุรกิจพวกนี้คงจะเสียหายไม่น้อย" พร้อมกับแสดงรายชื่อกาสิโนในเมียวดีที่มีเจ้าของเป็นคนไทย จำนวน 17 แห่ง

"ไม่เคยคิดว่าคุณอนุทินจะอาการหนักได้ขนาดนี้ แบกได้แม้กระทั่งคอลเซ็นเตอร์" นายรังสิมันต์ กล่าว

ก่อนหน้านี้ นายรังสิมันต์ โรม เคยออกมาเปิดเผยในการอภิปรายเมื่อวันที่ 16 ม.ค. ที่ผ่านมาด้วยเช่นกันว่า ไทยขายไฟให้กับประเทศเพื่อนบ้านทั้งหมด 18 จุด ไม่ว่าจะเป็นจุดขายไฟบริเวณชายแดนอรัญประเทศที่ติดกับเมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา หรือจุดบ้านห้วยเกี๋ยง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ที่อยู่ตรงข้ามกับเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำที่มีบริษัทดอกงิ้วคำของนายจ้าว เหว่ย เป็นผู้ได้รับสัมปทานจากประเทศลาว เป็นต้น

ความย้อนแย้งในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมไซเบอร์ของรัฐบาลเพื่อไทย

ก่อนหน้าการแถลงของ กฟภ. เพียงวันเดียว คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเสนอแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.ก. มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 ที่มีอยู่เดิม ซึ่งรู้จักกันในชื่อว่า พ.ร.ก.ไซเบอร์

สาระสำคัญในเนื้อหาร่าง พ.ร.ก. ดังกล่าว คือ เพิ่มมาตรการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์และมิจฉาชีพ โดยเพิ่มหน้าที่ให้หน่วยงานของรัฐหรือผู้ให้บริการหมายโทรศัพท์ในการสั่งระงับหรือยกเลิกการให้บริการเลขหมายโทรศัพท์สำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ถูกใช้ หรืออาจถูกใช้ทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พร้อมกับกำหนดขั้นตอนหรือกระบวนการพิจารณาโดยเฉพาะเพื่อให้การคืนเงินแก่ผู้เสียหายให้เป็นไปอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น และเพิ่มโทษการซื้อขายข้อมูลส่วนบุคคล

รศ.ดร.ทศพล ทรรศนพรรณ หัวหน้าศูนย์ศึกษากฎหมายกับเทคโนโลยี คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวกับบีบีซีไทยว่า เขาเห็นความพยายามอุดช่องโหว่เรื่องการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคลและป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์จาก ร่าง พ.ร.ก. ไซเบอร์ที่ ครม. เห็นชอบล่าสุด แต่เมื่อไม่พบการเพิ่มมาตรการที่เกี่ยวข้องกับการตัดไฟ น้ำประปา โทรคมนาคม รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกที่ถูกลำเลียงไปหล่อเลี้ยงเมืองอาชญากรรมรอบชายแดนไทย ก็สะท้อนให้เห็นว่า "รัฐบาลคิดไม่รอบด้านหรือทีมงานที่ปรึกษาของรัฐบาลยังคิดไม่ครบ"

.

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, เมืองชเวโก๊กโก่ อีกหนึ่งฐานสแกมเมอร์ที่ถูกระงับจ่ายไฟจาก กฟภ. เมื่อปี 2566 ด้วยเช่นกัน

เขากล่าวต่อว่า เมื่อพิจารณาเหตุผลที่ทาง กฟภ. อ้างว่ายังไม่มีสัญญาณจากฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายความมั่นคง ก็เป็นเหตุผลที่ขัดกันเอง เนื่องจาก กฟภ. เป็นหน่วยงานที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งนั่งอยู่ในที่ประชุม ครม. เมื่อวันที่ 28 ม.ค. ที่ผ่านมาด้วย และร่วมเห็นชอบกับหลักการแก้ไขร่าง พ.ร.ก.ไซเบอร์ ดังกล่าว

"ส่วนที่อ้างเรื่องการผิดสัญญาหรือความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ผมมองว่าอ้างไม่ค่อยขึ้น เพราะก่อนหน้านี้ก็เคยตัด แม้อ้างว่ารัฐบาลฝั่งนู้นขอให้ตัด แต่พอวันนี้บอกว่ายังไม่มีคำขอมา ก็เลยไม่ตัด ผมก็มองว่าเราต้องมาดูผลกระทบต่อประเทศเราเองหรือเปล่า" เขากล่าว "และในฐานะประเทศอาเซียน เราก็ตกเป็นเป้า ถูกเพ่งเล็งด้วยซ้ำว่าประเทศไทยจะเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาหรือเป็นผู้แก้ไขปัญหา เพราะเมืองอาชญากรรมที่ใช้ไฟฟ้าของเราได้สร้างปัญหาไปให้กับประเทศอื่น ๆ ในอาเซียนด้วยเช่นกัน"

รศ.ดร.ทศพล กล่าวต่อว่า หากมองเรื่องนี้เป็นความมั่นคง รัฐควรชั่งน้ำหนักใน 2 หลักใหญ่ว่าการตัดไฟครั้งนี้จะช่วยลดความได้เปรียบขององค์กรอาชญากรรมที่อยู่ในประเทศเพื่อนบ้านได้หรือไม่ รวมถึงสร้างความได้เปรียบให้กับรัฐไทยในการบีบให้กลุ่มอาชญากรดำเนินกิจกรรมได้มากแค่ไหน

นอกจากนี้ หากมันเกิดผลกระทบต่อโรงเรียนหรือสถานพยาบาลอย่างที่หลายฝ่ายกล่าวอ้าง ส่วนตัวเขาก็มองว่า ถ้าสัดส่วนของผลกระทบมีน้อยกว่าผลกระทบต่อกลุ่มอาชญากร มันก็เป็นเรื่องสมเหตุสมผลที่ทางการไทยจะต้องดำเนินการระงับจ่ายไฟฟ้าให้กับพื้นที่ดังกล่าว

อาจารย์จาก ม.เชียงใหม่ ยังตั้งข้อสังเกตว่า ทิศทางการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลที่ย้อนแย้งกันเองเช่นนี้ สะท้อนให้เห็นว่า "รัฐบาลที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ ไม่ได้มีอำนาจนำรัฐบาลในลักษณะครองอำนาจนำได้" ทั้งที่ในยุคก่อน ๆ มักพบว่ารัฐบาลที่นำโดยพรรคเพื่อไทยมักมีจุดเด่นเรื่องการทำงานแบบบูรณาการอำนาจต่าง ๆ มาได้โดยตลอด

เขาหยิบยกการแก้ไข พ.ร.ก.ไซเบอร์ ที่มาจากกระทรวงดิจิทัลฯ ซึ่งกุมเก้าอี้โดยพรรคเพื่อไทยที่ดำเนินการอย่างรวดเร็วเพื่ออุดช่องโหว่ต่าง ๆ จากอาชญากรรมออนไลน์ ทว่าท่าทีจากกระทรวงมหาดไทยที่ครองโดยพรรคภูมิใจไทยนั้น แม้ไม่ได้คัดค้าน แต่ก็ไม่ได้ตอบสนองอย่างแข็งขัน

"พอ [กระทรวงมหาดไทย] อยู่ภายใต้การกำกับของพรรคอื่น เขาไม่สามารถขับเคลื่อนนโยบายตรงนี้ได้ มันจึงสะท้อนสเถียรภาพและอำนาจนำของพรรคเพื่อไทยในการขับเคลื่อนรัฐบาล" รศ.ดร. ทศพล กล่าว

ทักษิณบอกต้องตัดทั้งไฟและการสื่อสาร-อนุทินอ้าง "นายกฯ" ยังไม่ได้สั่ง

นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงของนายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร ผู้สมัครสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เชียงใหม่ ของพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวขณะลงพื้นที่หาเสียงในเชียงใหม่เมื่อวันที่ 30 ม.ค. ว่าต้องตัดทั้งไฟและการสื่อสารที่ส่งไปยังเมืองสแกมเมอร์รอบชายแดน โดยบอกว่าสัญญาซื้อขายไฟฟ้า "ที่ถูกต้องก็สามารถยกเลิกได้ หากสัญญานั้นถูกนำไปใช้ในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง"

ในวันเดียวกัน กรุงเทพธุรกิจรายงานว่า นายอนุทินให้สัมภาษณ์ว่าทาง กฟภ. ได้ชงเรื่องไปยังหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อขอข้อมูลมาพิจารณาตัดไฟนานแล้ว "แต่คำตอบคือสายลม" และบอกด้วยว่า "ท่านนายกฯ ยังไม่ได้สั่งผมเลย ผมจะไปทำตามคนอื่นได้ยังไง"

ขณะที่สำนักข่าวอิสราเปิดเผยว่าเมื่อวันที่ 21 พ.ค. 2567 หลัง ครม. ของนายเศรษฐามีมติให้ตัดน้ำ ไฟ และการสื่อสารเมืองสแกมเมอร์ ทาง กฟภ. ได้ทำหนังสือถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำนวน 25 หน่วยงาน เพื่อขอความอนุเคราะห์พิจารณาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยหรือความมั่นคงของประเทศ รวมทั้งพิจารณาผลกระทบและเตรียมความพร้อมหากเกิดกรณีการระงับการให้บริการจำหน่ายไฟฟ้าข้ามพรมแดน แต่แหล่งข่าวจาก กฟภ. บอกกับอิสราว่า ยังไม่ได้รับคำตอบจากหน่วยงานดังกล่าวจนถึงตอนนี้

ด้านนายรังสิมันต์ โรม สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ยืนยันว่า กระทรวงมหาดไทยและ กฟภ. มีอำนาจตัดสินใจระงับจ่ายไฟได้ โดยไม่ต้องรอให้ใครมาสั่ง ทำให้นายพลพีร์ สุวรรณฉวี สส. นครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย ออกมาโต้ว่ามหาดไทยและ กฟภ. ตัดไฟเองไม่ได้

"อย่าลืมว่าการที่เราจ่ายไฟไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เพราะเป็นสัญญาระหว่างรัฐต่อรัฐ ซึ่งเกี่ยวพันกับหลายหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงการต่างประเทศ หน่วยงานความมั่นคงของรัฐ ทั้งของไทยและประเทศเพื่อนบ้าน สิ่งนี้มาจากการตัดสินใจร่วมกันของหลายฝ่าย หน่วยงานการไฟฟ้าภูมิภาค หรือ กฟภ. นั้น ใช่ว่ามีสิทธิ์ขาดว่าจะตัดไฟ จะจ่ายไฟได้เอง อย่างที่นายรังสิมันต์เข้าใจ" สส. ภูมิใจไทย กล่าว