สถานการณ์ชายแดนไทย-เมียนมาตึงเครียดหนัก หลังเคเอ็นยูสั่งปิดเส้นทางสัญจรหลัก

ที่มาของภาพ, AFP
- Author, สมจิต รุ่งจำรัสรัศมี
- Role, ผู้สื่อข่าวพิเศษ บีบีซีไทย
การสู้รบระหว่างกองทัพเมียนมากับกองกำลังจัดตั้งของกลุ่มพลเรือนติดอาวุธในพื้นที่ต่าง ๆ ยังคงดำเนินต่อเนื่องนับตั้งแต่การก่อรัฐประหารเมื่อเดือน ก.พ. ปีที่แล้ว จนกลายเป็นสงครามกลางเมืองในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ในรัฐกะเหรี่ยง ซึ่งติดชายแดนไทย บริเวณ จ.ตาก
นับแต่วันที่ 27 มี.ค. ที่ผ่านมา ทหารสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (เคเอ็นยู) กองพลน้อยที่ 6 ซึ่งดูแลรับผิดชอบพื้นที่รัฐกะเหรี่ยงตรงข้าม อ.แม่สอด อ.พบพระ และ อ.อุ้มผาง จ.ตาก ได้ประกาศให้ประชาชนชาวเมียนมางดใช้เส้นทางสายเมียวดี-กอกาเลก โดยอ้างเหตุผลว่า ทหารเมียนมาส่งหน่วยทหารเข้าไปปราบปรามฝ่ายเคเอ็นยู
นอกจากนี้ ภายในพื้นที่กองพลน้อยที่ 6 ก็มีปฏิบัติการโจมตีทางอากาศด้วย ซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายมีการสู้รบกันมาโดยตลอด
สถานการณ์ภายในรัฐกะเหรี่ยงถือว่ามีการสู้รบกันอย่างหนัก โดยทหารเมียนมามักตกเป็นเป้าถูกโจมตีมาโดยตลอดในพื้นที่ส่วนในของประเทศเมียนมา เช่น เมืองกอกาเลก เมียวดี ผาอ่าง และตะโถ่ง เป็นต้น
มีรายงานว่าทหารเมียนมาเสียชีวิตไปไม่น้อยกว่า 90 นายและได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก รวมถึงถูกยึดค่ายใหญ่ที่สุดคือ ค่ายมอคี บริเวณบ้านมอคี อ.วาเล่ย์ใหม่ จ.เมียวดี ตรงข้ามบ้านแม่กลองคี ต.โมโกร อ.อุ้มผาง จ.ตาก โดยฝ่ายกะเหรี่ยงสามารถยึดอาวุธปืนนานาชนิดไปจำนวนหลายรายการ
เมื่อวันที่ 7 เม.ย. ที่ผ่านมา แม้ว่าฝ่ายทหารเมียนมาพยายามที่จะเข้ายึดค่ายมอคีคืนจากฝ่ายกะเหรี่ยงที่ยึดจากฝ่ายเมียนมาไปเกือบ 1 เดือนที่แล้ว แต่ฝ่ายกะเหรี่ยงยังสามารถต้านทานไว้ได้ จนทำให้ฝ่ายทหารเมียนมาต้องล่าถอยไป

ที่มาของภาพ, สมจิต รุ่งจำรัสรัศมี
มีรายงานว่า มีการใช้อาวุธปืนอาร์พีจีและอาวุธประจำกายอื่นๆ ยิงปะทะกัน และฝ่ายเมียนมาได้สนับสนุนด้วยอาวุธหนัก เช่น ปืน ค.60 และ ค.120 ทำให้ผู้ลี้ภัยตามแนวชายแดนฝั่งเมียนมาต้องหนีออกจากหมู่บ้าน และทำเพิงพักอาศัยอยู่ฝั่งแม่น้ำเมย กว่า 1,000 คน ตรงข้าม อ.แม่สอด ซึ่งฝ่ายไทยได้ให้ความช่วยเหลือ ทางด้านข้าวสาร อาหารแห้ง และน้ำดื่ม

ที่มาของภาพ, สมจิต รุ่งจำรัสรัศมี
ด้านศูนย์สั่งการชายแดนไทย-เมียนมา จ.ตาก ให้ข้อมูล ณ วันที่ 7 เม.ย. ที่ผ่านมาว่า การสู้รบระหว่างฝ่ายกะเหรี่ยง กับฝ่ายเมียนมา ไม่ปรากฏว่ามีการรุกล้ำอธิปไตยเข้ามาในเขตไทย แต่มีผู้ลี้ภัยข้ามในเขตไทยมาแล้วจำนวน 1,674 คน โดยอาศัยอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย 5 แห่ง ที่ อ.พบพระ 1 แห่ง และที่ อ.อุ้มผาง 4 แห่ง

ที่มาของภาพ, สมจิต รุ่งจำรัสรัศมี
สำหรับมาตรการปิดถนนตอบโต้ฝ่ายทหารเมียนมาของฝ่ายเคเอ็นยู ได้ส่งผลกระทบประชาชนชาวเมียนมาที่เดินทางไปมาระหว่างถนนสายเมืองเมียวดีกับเมืองกอกาเลกเช่นกัน
ถนนที่ถูกปิดถือเป็นเส้นทางที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ เนื่องจากเป็นเส้นทางในการขนส่งสินค้าระหว่างไทยและเมียนมา โดยมีระยะทางราว 65 กิโลเมตร

ที่มาของภาพ, สมจิต รุ่งจำรัสรัศมี
มีรายงานว่า ชาวเมียนมาที่ฝ่าฝืนไม่ฟังคำประกาศของฝ่ายกะเหรี่ยง ถูกเผารถยนต์ไป 15 คัน ประกอบด้วยรถยนต์บรรทุกขนาดใหญ่ขนาดเล็ก รถบัสโดยสาร รถส่วนตัว และมีชาวเมียนมาถูกยิงเสียชีวิตไป 2 คนด้วย

ที่มาของภาพ, สมจิต รุ่งจำรัสรัศมี
จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้ทหารเคเอ็นยู กองพลน้อยที่ 6 หารือกับที่ดอยเลวา ฝั่งเมียนมา ตรงข้าม อ.ท่าสองยาง จะยกเลิกมาตรการปิดเส้นทางสำหรับประชาชนชนทั่วไป ยกเว้นยานพาหนะที่ใช้ในราชการและรถยนต์ของกองทัพเมียนมา เริ่มมีผลตั้งแต่วันพรุ่งนี้ (11 เม.ย.) เป็นต้นไป
สำหรับการสู้รบระหว่างฝ่ายเคเอ็นยูและกลุ่มต่อต้านกองทัพเมียนมาหลายกลุ่มที่ร่วมกันปฏิบัติการทางทหารต่อฝ่ายทหารเมียนมานั้น เกิดขึ้นทุกวันในพื้นที่ชายแดน และพื้นที่ส่วนในตามหมู่บ้านต่างๆ ทั้งสองฝ่ายปะทะกันอย่างหนัก บ้านเรือนราษฎรกะเหรี่ยงถูกทิ้งระเบิดจากเครื่องบินรบ และใช้เฮลิคอปเตอร์ติดปืนกลยิงใส่หมู่บ้าน นับเป็นสงครามกลางเมืองที่เกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่งเฉกเช่นสมัยอดีตนายพลเนวินผู้นำ

ที่มาของภาพ, สมจิต รุ่งจำรัสรัศมี
เมื่อในช่วงเช้าที่ผ่านมา (10 เม.ย.) ทหารเคเอ็นยูได้เข้าโจมตีทหารเมียนมาที่บ้านโซซิเมี่ยง จ.เมียวดี ตรงข้ามบ้านแม่กุใหม่ท่าซุง ต.แม่กุ จ.ตาก และโจมตีทหารเมียนมาที่บ้านเลเตอก่อ ตรงข้ามบ้านบ้านไร่ ต.แม่ตาว อ.แม่สอด ยังไม่ทราบรายงานการสูญเสียของทั้ง 2 ฝ่าย ขณะที่ฝ่ายทหารเมียนมาโดยกองทัพภาคตะวันออกเฉียงใต้ รัฐกะเหรี่ยง ได้ขอรับการสนับสนุนจากกองทัพอากาศเมียนมาช่วยส่งเครื่องบินรบ MIC29 ไปทิ้งระเบิดลงใส่ที่มั่นกะเหรี่ยงถึง 2 ครั้ง ที่บ้านเลเตอก่อ เบื้องต้นมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนหนึ่ง และมีผู้เสียชีวิต 2 นายเป็นทหารของฝ่ายต่อต้านทหารเมียนมา
โดยสรุปวันนี้ (10 เม.ย. ) เพียงวันเดียว มีการสู้รบของทั้ง 2 ฝ่ายถึง 3 จุด











