1 ปี รัฐประหารเมียนมา: ปิดจากโควิด ติดขัดจากการยึดอำนาจ การค้าชายแดนแม่สอดเป็นอย่างไร

การค้าแม่สอด-เมียนมา

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai

    • Author, ชัยยศ ยงค์เจริญชัย
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

บริเวณหน้าสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา ที่ 1 (แม่สอด-เมียวดี) เคยเป็นย่านการค้าที่คึกคักและคลาคล่ำไปด้วยผู้คนที่เข้ามาจับจ่ายใช้สอยตามร้านค้าที่เรียงรายอยู่สองข้างทางอันทอดยาวตามแนวสะพาน ในสภาวะปกติ ตลาดริมเมยและร้านค้าละแวกนั้นมีผู้คนจากเมียนมาข้ามมาซื้อของไม่ต่ำกว่าวันละ 2,000-3,000 คน

แต่การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้การค้าในย่านนั้นต้องหยุดชะงักไปตั้งแต่ มี.ค. 2563 สะพานถูกปิด ไม่ให้มีการข้ามแดน ตั้งแต่วันนั้นถึงวันนี้ สะพานก็ยังไม่กลับมาเปิด แต่เมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาดเริ่มซาลง เจ้าของธุรกิจที่รอการกลับมาของชาวเมียนมาก็ต้องผิดหวังอีกเมื่อมาเกิดการรัฐประหารเมื่อ 1 ก.พ. 64 ทำให้การค้าที่ยังไม่ฟื้นตัวกลับแย่ลงไปอีก

สภาพเศรษฐกิจที่กำลังรอฟื้นตัวโดยเฉพาะในภาคธุรกิจการท่องเที่ยวก็ยังคงต้องรอให้สภาพบ้านเมืองของฝั่งประเทศเพื่อนบ้านกลับมาเป็นเหมือนเดิม ในขณะที่เจ้าของธุรกิจส่งออกสินค้าอุปโภคบริโภคเห็นสถานการณ์การค้าที่ดีขึ้น

แท้จริงแล้ว รัฐประหารในเมียนมาส่งผลกระทบกับการค้าชายแดนในพื้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก มากน้อยแค่ไหน บีบีซีไทยลงพื้นที่สำรวจเมืองชายแดนนี้

การค้าแม่สอด-เมียนมา

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai

ซบเซาจากโควิดและรัฐประหาร

ในบรรดาร้านค้ากว่าร้อยแห่งในย่านการค้าสำคัญบริเวณหน้าสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา ที่ 1 ร้านเกือบทั้งหมดปิดตัวลง หลายแห่งมีป้าย "เซ้งร้าน" แขวนอยู่ แต่ร้านของ สมชาย นะเสือ เป็นหนึ่งในสามร้านที่ยังเปิดให้บริการอยู่

สมชายบบอกกับบีบีซีไทยว่าเขาเปิดธุรกิจขายทัวร์ให้นักท่องเที่ยว และร้านสะดวกซื้อ อยู่บริเวณหน้าสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา ที่ 1 มากว่า 30 ปีแล้ว และนี่เป็นครั้งแรกในชีวิตของเขาที่ไม่เห็นแม้แต่เงาของนักท่องเที่ยวเลยมาเป็นเวลานานขนาดนี้

"ธุรกิจเริ่มได้รับผลกระทบจริง ๆ เมื่อ มี.ค. 63 ช่วงที่สะพาน 1 ปิดไม่ให้มีการข้ามไปมา ตั้งแต่ปิดมาเราก็ทำธุรกิจไม่ได้เลย เมื่อชาวเมียนมาข้ามมาไม่ได้ เราก็ทำการค้าไม่ได้ และทางการก็มีคำสั่งให้ร้านค้าแถวนี้ต้องปิดให้หมด" ชายไทยที่มีภรรยาเป็นสาวเมียนมาตัดพ้อ

เมื่อไม่มีลูกค้า สมชายจึงปรับแผนธุรกิจจากการขายของหน้าร้าน มาเป็นการค้าในรูปแบบออนไลน์แทน โดยเขารับส่งสินค้าอุปโภคบริโภคไปยังเมียนมาผ่านสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา ที่ 2 แทน แต่หลังจากที่เขาทำการค้าผ่านช่องทางออนไลน์ได้ไม่กี่เดือน ก็เกิดรัฐประหารขึ้นในดินแดนอีกฝั่งของแม่น้ำเมย

"หลังรัฐประหารในเมียนมาส่งผลกระทบให้การขนส่งสินค้าทำได้ยากขึ้น เราไม่สามารถส่งของข้ามไปได้ตลอดเหมือนเดิม เราต้องคอยดูวันและเวลาที่สามารถส่งของออกไปจากไทยได้" สมชายอธิบาย

"กำไรจากการทำการค้าในช่วงโควิดก็หายไปครึ่งหนึ่งจากภาวะปกติ แต่หลังมีรัฐประหารก็ลดลงไปอีกในบางช่วง ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการผันผวนของค่าเงิน พอเกิดรัฐประหาร ค่าเงินของเขาก็ลดลง เวลาจะมาซื้อของจากเราก็ซื้อไม่ได้เท่าเดิม ถ้าสะพาน 1 เปิดได้ตามปกติ แต่บ้านเมืองของเขายังไม่สงบจากการต่อต้านการรัฐประหาร การค้าก็ยังจะกลับมาได้ไม่เหมือนเดิม"

การค้าแม่สอด-เมียนมา

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai

คำบรรยายภาพ, สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 1 ถูกปิดลงตั้งแต่การแพร่ระบาดของโควิด-19 เริ่มขึ้นในไทย ทำให้ร้านค้าและธุรกิจต่าง ๆ รอบบริเวณต้องปิดตัวลง

ไทยได้ประโยชน์จากจีนปิดพรมแดน

กลับมาที่ย่านการค้าหลักในย่านธุรกิจที่ใจกลางแม่สอด ห่างจากร้านของสมชายประมาณ 7 กิโลเมตร บรรพต ก่อเกียรติเจริญ ที่ปรึกษาหอการค้าจังหวัดตาก ผู้ส่งสินค้าอุปโภคบริโภคไปขายที่เมียนมา มองเห็นสถานการณ์ที่แตกต่างไปจากผู้ที่มีฐานลูกค้าหลักเป็นนักท่องเที่ยว

บรรพตอธิบายว่า ในช่วงแรกที่มีการปิดชายแดนช่วง มี.ค. 2563 จากการแพร่ระบาดของโควิด-19 สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา ที่ 1 ถูกปิดตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ แต่สะพานแห่งที่ 2 ที่ใช้เป็นเส้นทางของรถขนถ่ายสินค้าก็ยังเปิดให้ใช้งานได้ตามปกติและเส้นทางนี้กลายมาเป็นเส้นทางการค้าหลักระหว่างไทยกับเมียนมา

"ก่อนหน้านั้นมีโควิด และต่อมาก็เกิดรัฐประหารขึ้นที่เมียนมา โดยในช่วงแรก ๆ ก็มีผลกระทบอยู่ เพราะมีการประท้วงต่อต้านรัฐบารทหารที่ฝั่งเมียนมา และอีกเรื่องสำคัญคืออัตราแลกเปลี่ยนเงินจ๊าดที่ไม่ค่อยเสถียร กับการที่ระบบการธนาคารภายในเมียนมา ทำให้การทำธุรกรรมทางการเงินผ่านธนาคารในเมียนมาไม่ได้รับความสะดวก" บรรพตอธิบาย

"การปิดชายแดนจีนมีผลกระทบต่อการค้าในภูมิภาคนี้ เพราะประเทศจีนปิดชายแดนในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ไม่สามารถส่งสินค้าเข้ามาเมียนมาได้ และและต่อมาเมื่อเกิดรัฐประหารขึ้นในเมียนมา ส่งผลกระทบต่อการค้าในเมียนมาทำให้ราคาสินค้าไม่นิ่ง"

บรรพตกล่าวเสริมว่าหลังรัฐบาลทหารเริ่มคุมสถานการณ์ได้ ค่าเงิน และระบบธนาคารในเมียนมาเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น ทำให้ชาวเมียนมาหันมาซื้อสินค้าจากไทย เพราะชายแดนทางฝั่งไทยไม่ปิดเหมือนฝั่งจีน สินค้าจากไทยจึงเข้าเมียนมาได้สะดวก

ในขณะเดียวกัน การประท้วงของแรงงานที่ท่าเรือย่างกุ้งก็ทำให้เกิดปัญหาติดขัดจากการนำเข้าสินค้ามาในประเทศ ส่งผลให้เรือที่จะเข้ามาย่างกุ้งน้อยลง ไม่มีสินค้าส่งออก และสินค้าขาเข้าก็น้อยลงมาก จากเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้เรือสินค้าเปลี่ยนเส้นทางขึ้นจากท่าเรือย่างกุ้งมาใช้เส้นทางทางจากแม่สอดเข้าไปในเมียนมาแทน เพราะได้รับความสะดวกมากกว่า

"ถ้าพูดถึงการค้าชายแดนหลังเกิดการรัฐประหารที่เมียนมาก็ยังไปได้ ตามสภาพที่เป็นอยู่ อาจจะมีติดขัดบ้าง หรือมีปัญหาบ้าง แต่ก็ยังไปต่อได้"

การค้าแม่สอด-เมียนมา

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai

คำบรรยายภาพ, สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 2 ยังเปิดให้รถจากทั้งสองฝั่งขนของเข้า-ออก ได้เป็นปกติ

รัฐประหารทำการเงินสะดุด

กริช อึ้งวิฑูรสถิตย์ ประธานสภาธุรกิจไทย-เมียนมา บอกบีบีซีไทยว่า การระบาดของโควิด-19 ตั้งแต่ปี 2563 ทำให้ประเทศเมียนมาภายใต้การปกครองของพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย ( NLD) ออกมาตรการควบคุมโรค การเดินทางและการขนส่งภายในประเทศ จึงทำให้มีผลกระทบต่อการค้าภายในประเทศ การจับจ่ายใช้สอยของภาคประชาชนลดลงไปเป็นอย่างมาก

"การค้าระหว่างประเทศในช่วงต้น ยังไม่ได้รับผลกระทบเท่าไหร่ แต่พอเข้าสู่ช่วงของการเลือกตั้ง โควิดก็มีการควบคุมที่ดีขึ้น การค้าเริ่มกลับเข้ามาสู่ภาวะที่ดีขึ้นมาก แต่หลังจากเกิด (รัฐประหาร) ได้มีการเดินขบวนในเมืองต่าง ๆ การปราบปรามผู้ประท้วงจากฝ่ายปกครอง ทำให้เกิดวิกฤตด้านการเงิน การธนาคารอย่างรุนแรง" กริชอธิบาย

มาตการควบคุมการเบิกถอนเงินจากธนาคาร ส่งผลให้เงินสดหายจากท้องตลาด อีกทั้งเงินสกุลต่างประเทศก็เริ่มขาดแคลน การชำระเงินของภาคธุรกิจเริ่มมีปัญหา ทำให้กลุ่มผู้ประกอบการรายเล็กเริ่มอยู่ยาก แต่อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีฐานที่ดี ก็ไม่ได้รับผลกระทบมากเท่าไหร่ จึงเป็นโอกาสของผู้ประกอบการที่มีฐานมั่นคง

นักธุรกิจในพื้นที่ อ.แม่สอด หลายคนให้ข้อมูลตรงกันว่าระบบการโอนเงินให้กันแบบโบราณที่เรียกว่า "โพยก๊วน" ยังเป็นวิธีที่ชาวเมียนมาและชาวไทยใช้ในการแลกเปลี่ยนซื้อขายกันอยู่จนถึงทุกวันนี้

โพยก๊วน ได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มนักธุรกิจตามแนวชายแดนและแรงงานต่างด้าวทั้งที่ถูกและไม่ถูกกฎหมาย ที่มีความเชื่อว่าระบบการเงินการธนาคารปกติมีกฎระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้องมากมายจนกลายเป็นอุปสรรคต่อการทำธุรกรรมทางการเงิน

ระบบโพยก๊วนเป็นการทำธุรกรรมทางการเงินที่มีการโอนกันข้ามประเทศ โดยจะต้องมีตัวแทนหักบัญชี คอยทำหน้าที่เป็นคนกลาง เสมือนเป็นธนาคารในการรับโอนหรือส่งมอบเงินให้แก่บุคคลที่ผู้ใช้บริการโพยก๊วนระบุ ซึ่งอาจจะเป็นผู้ใช้บริการเองหรือบุคคลอื่น ๆ ที่ผู้ใช้โพยก๊วนระบุไว้ก็ได้ โดยผู้ที่มีสิทธิจะได้รับเงินจากตัวแทนหัก บัญชีได้นั้นก็คือต้องบุคคลที่มีหลักฐานการรับเงินหรือโพยเท่านั้น ซึ่งอาจจะเป็นธนบัตร หรือสิ่งอื่นตามแต่จะตกลงกันระหว่างผู้ใช้บริการโพยก๊วนและ ตัวแทนหักบัญชี

การค้าแม่สอด-เมียนมา

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai

มูลค่าการค้าที่เพิ่มขึ้น

แม้เมียนมามีปัญหาความไม่สงบในประเทศ มูลค่าการค้ารวมระหว่างชายแดนไทยและเมียนมา ด้าน อ.แม่สอด ในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2564 เพิ่มขึ้น 6.92% โดยเป็นการส่งออกจากไทยมีมูลค่าถึง 128,816 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 12.47% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า (ที่มาข้อมูลจาก "สภาธุรกิจไทย-เมียนมา")

กริชอธิบายว่ายอดส่งออกที่เพิ่มขึ้นของไทยมาจากหลายปัจจัย เช่น การคว่ำบาตรจากชาติตะวันตก การขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์เรือระดับโลก อีกทั้งชายแดนทางภาคเหนือระหว่างเมียนมากับจีนปิดตัวลงตั้งแต่ช่วงโควิดระบาดระลอกแรก

"นี่เป็นสาเหตุทำให้การค้าของไทย-เมียนมา ด้านการค้าชายแดนได้เติบโตสวนกระแส ในขณะที่ตัวเลขการค้าระหว่างเมียนมากับประเทศอื่นลดลงอย่างมาก สะท้อนให้เห็นผลประโยชน์ของการมีการค้าชายแดนระหว่างไทย-เมียนมาที่ชัดเจนนั่นเอง" กริชกล่าว

แต่ปัจจัยที่เป็นปัญหาด้านการค้าของเมียนมาคือ การเงินที่ทางธนาคารภายในประเทศเมียนมาไม่สามารถหาเม็ดเงินที่เป็นเงินสดและเงินสกุลสกุลดอลลาร์สหรัฐมาชำระค่าสินค้าได้ ในขณะที่การโอนเงินออกมาชำระค่าสินค้ายังต่างประเทศทำได้ยาก

โดยก่อนหน้านี้ ประธานสภาธุรกิจไทย-เมียนมาเปิดเผยกับบีบีซีไทยเมื่อช่วงเดือน เม.ย. 64 ว่าจากประสบการณ์ที่ทำธุรกิจในเมียนมามากว่า 30 ปี ถือว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปีนี้รุนแรงที่สุด ซ้ำเติมเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19

ส่วนด้านนายสุชาติ ตรีรัตน์วัฒนา อดีตประธานหอการค้าจังหวัดตาก ซึ่งทำธุรกิจกับเมียนมามาตลอดบอกว่า ผลกระทบทั้งต่อการลงทุนในเมียนมาและการค้าชายแดนถือว่า รุนแรง และน่ากลัวมากที่สุด เพราะการลงทุนและความเชื่อมั่นของบรรดานักลงทุนหายไป ขณะที่การเคลื่อนไหวทางการเมืองของประชาชนยังทำให้ขาดแคลนแรงงาน ทำให้การผลิตสินค้าส่งออกสะดุดลง

การค้าแม่สอด-เมียนมา

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai

ยังต้องพึ่งกันและกันต่อไป

ก่อนจะเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 สินค้าส่วนมากที่เข้ามาในประเทศเมียนมา มาจากประเทศจีนตลอดแนวชายแดน แต่ตอนนี้สินค้าส่วนใหญ่จากประเทศที่สามถูกส่งจากไทยไปเมียนมา

ด้วยพรมแดนไทย-เมียนมาที่ยาวกว่า 2,000 กิโลเมตร เฉพาะบริเวณ จ.ตาก ก็ยาวกว่า 500 กม. การค้าขายบริเวณชายแดนจึงเป็นเรื่องปกติ และเป็นประโยชน์ร่วมของทั้ง 2 ฝั่ง

"เรื่องการค้าชายแดน ณ เวลานี้ผมก็ยังไม่รู้ว่าประเทศอื่น ๆ เขาจะทำการค้ากับเมียนมาอย่างไร แต่สำหรับเราก็มีการค้าขายตามแนวชายแดนได้เป็นปกติ ซึ่งผมคิดว่า ถ้าเศรษฐกิจเมียนมาดีขึ้น ผมว่าตัวเลขการค้าก็น่าจะดีขึ้นตามไปด้วย" บรรพตกล่าว

"ก่อนหน้าที่จะเกิดการรัฐประหาร ความรุนแรงจากการสู้รบในฝั่งเมียนมาก็มีมาก่อนอยู่แล้ว แต่เราก็ยังทำการค้าขายได้เป็นปกติ แต่พัฒนาการเหล่านี้ เราก็ยังไม่รู้ว่ามันจะขยายวงไปขนาดไหน แต่เท่าที่เป็นอยู่ในเวลานี้ เราก็ยังค้าขายได้ปกติ"

ด้านนายประเสริฐ จึงกิจรุ่งโรจน์ ประธานหอการค้าจังหวัดตาก กล่าวว่า การสู้รบตามแนวชายแดนด้าน อ.แม่สอด ยังไม่ส่งผลกระทบต่อการค้าชายแดน จ.ตาก แต่มีผลกระทบทางอ้อมคือ ทางการเมียนมา มีการเข้มงวดรถยนต์บรรทุกสินค้ามากขึ้น

"ส่วนกรณีที่มีกองกำลังไม่ทราบฝ่ายยิงรถบรรทุกก๊าซ ระหว่างเส้นทางระหว่างเมืองเมียวดี ไปยังเมืองกอกาเลกนั้น ทำให้รถยนต์บรรทุกก๊าซหรือ นำมันเชื้อเพลิงต้องระวังมากขึ้น" ประเสริฐอธิบาย

"ในปีนี้คาดการณ์ว่า ประเทศเพื่อนบ้านจะมีการจัดระเบียบในเรื่องความมั่นคง และเศรษฐกิจควบคู่กันไป อาจส่งกระทบต่อความไหลลื่นของการนำเข้าส่งออกในบางสินค้า และในบางจังหวะ ซึ่งไทยจำเป็นที่ประเทศไทยจะต้องจับตาดูการเปลี่ยนแปลง และเร่งเจราจาหากมีอุปสรรคทางการค้าเกิดขึ้น"

ความรุนแรง

ที่มาของภาพ, สมจิต รุ่งจำรัสรัศมี

คำบรรยายภาพ, รถบรรทุกก๊าซ ระหว่างเส้นทางระหว่างเมืองเมียวดี ไปยังเมืองกอกาเลกถูกยิงและเผาระหว่างการขนส่ง