กองทัพเมียนมา-เคเอ็นยู ปะทะยืดเยื้อ ไทยยิงเตือน หลังมีกระสุนมาตกฝั่งไทย 7 นัด

ที่มาของภาพ, สมจิต รุ่งจำรัสรัศมี
กองทัพไทยประท้วงรัฐบาลเมียนมาเป็นครั้งที่ 2 ในรอบสัปดาห์ รวมทั้งยิงระเบิดควันเพื่อเตือนกองทัพเมียนมาและกองกำลังสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (เคเอ็นยู) ที่ปะทะกันอยู่ในฝั่งเมียนมา หลังจากมีกระสุนไม่ทราบชนิดและไม่ทราบฝ่ายจำนวน 7 นัด ถูกยิงมาตกบริเวณริมแม่น้ำเมยในพื้นที่ จ.ตาก เมื่อวานนี้ (19 ธ.ค.)
พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงผลกระทบจากการสู้รบในเมียนมาต่อประเทศไทยวันนี้ (20 ธ.ค.) ว่าสถานการณ์ยังคงมีความรุนแรงต่อเนื่องนับจากที่มีการปะทะวันแรกเมื่อวันที่ 15 ธ.ค. และมีผู้หนีภัยการสู้รบเข้ามาในฝั่งไทยจนถึงขณะนี้กว่า 2,000 คนแล้ว โดยทั้งหมดผ่านการคัดกรองโควิด-19 ซึ่งบางคนพบว่าติดเชื้อและเข้าสู่กระบวนการการรักษาแล้ว
เลขา สมช. ย้ำด้วยว่า หากสถานการณ์การสู้รบในเมียนมาเข้าสู่ภาวะปกติจะต้องมีการผลักดันผู้หนีภัยฯ กลับเมียนมาทันที
ด้านศูนย์สั่งการชายแดนไทย-เมียนมา จ.ตาก ระบุในเอกสารข่าวสรุปสถานการณ์ที่ชายแดนไทย-เมียนมาว่า วานนี้ (19 ธ.ค.) เกิดการปะทะระหว่างทหารเมียนมากับกองกำลังชนกลุ่มน้อยเชื้อสายกะเหรี่ยง บริเวณบ้านแม่ทอดตะเลทางทิศใต้ของ จ.เมียวดี ห่างจากชายแดนลึกเข้าไปในเมียนมาประมาณ 500 เมตร
ระหว่างการปะทะ ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงสายจนถึงเวลาประมาณ 18.00 น. ได้มีกระสุนไม่ทราบชนิดและไม่ทราบฝ่ายตกลงบริเวณริมแม่น้ำเมยของฝั่งไทย หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 14 จึงได้ทำการยิงกระสุนควัน 5 นัด เพื่อเตือนให้กองกำลังทั้งสองฝ่ายทราบว่ามีกระสุนข้ามาตกในฝั่งไทย พร้อมทั้งได้ทำการประท้วงไปยังรัฐบาลเมียนมาผ่านช่องทางคณะกรรมการชายแดนระดับท้องถิ่นไทย-เมียนมา (TBC)
อย่างไรก็ตาม มีผู้หนีภัยการสู้รบฯ ที่ข้ามมาฝั่งไทยกลับบ้านที่ฝั่งเมียนมาแล้วประมาณ 330 คน หลังจากการสู้รบในบางพื้นที่ยุติลง

ที่มาของภาพ, สมจิต จำรัสรัศมี

ที่มาของภาพ, สมจิต จำรัสรุ่งรัศมี
เกิดอะไรขึ้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา บีบีซีไทยรวบรวมข้อมูลจากการรายงานของผู้สื่อข่าวในพื้นที่ และคำชี้แจงของทางการไทย
- จุดเกิดเหตุ
-จุดปะทะ: บ้านมินละป่าน ทางทิศใต้ของ จ.เมียวดี ห่างจากแนวชายแดนไทยลึกเข้าไปในเมียนมาประมาณ 500 เมตร ต่อมาพื้นที่การสู้รบได้ขยายไปในหมู่บ้านอื่น ๆ ด้วย เหตุปะทะเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่วันที่ 15 ธ.ค.
-จุดที่มีกระสุนตก: วันที่ 16 ธ.ค. มีกระสุนไม่ทราบชนิดและไม่ทราบฝ่ายจำนวน 1 นัดตกริมแม่น้ำเมยที่ ต.แม่ตาว อ.แม่สอด จ.ตาก ทางการไทยระบุว่าไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือมีทรัพย์สินเสียหาย แต่ผู้สื่อข่าวในพื้นที่รายงานกระสุนดังกล่าวทำให้เกิดไฟไหม้ที่ไร่อ้อยแห่งหนึ่งในบริเวณดังกล่าว ต่อมาวันที่ 19 ธ.ค. มีกระสุนอีก 7 นัดตกบริเวณริมแม่น้ำเมย
-จุดที่ผู้หนีภัยสู้รบเข้ามาในไทย: ชาวเมียนมาเชื้อสายกะเหรี่ยง เดินทางข้ามแม่น้ำเมยเข้ามาฝั่งไทยที่บ้านดอนไชย ประมาณ 700-1,000 คน ในวันที่ 16 ธ.ค. จากนั้นเจ้าหน้าที่นำไปพักที่พื้นที่ปลอดภัยชั่วคราวคอกวัวกำนันปั้น บ้านดอนไชย ณ วันที่ 19 ธ.ค. ทางการไทยระบุว่ามีผู้หนีภัยการสู้รบฯ ในฝั่งเมียนมาเดินทางมาฝั่งไทยประมาณ 2,000 คน
- จุดเริ่มต้นของการปะทะ
เนื่องจากเหตุปะทะเกิดขึ้นใน จ.เมียวดีของเมียนมา ขณะนี้เราจึงยังไม่รู้ว่าจุดเริ่มต้นที่แท้จริงของการปะทะระลอกใหม่นี้คืออะไร แต่ผู้สื่อข่าวพิเศษของบีบีซีไทยได้ฟังคำบอกเล่าจากแหล่งข่าว รวมทั้งผู้ลี้ภัยบางส่วนที่เดินทางเข้ามาในฝั่งไทยว่าการปะทะเริ่มขึ้นในวันที่ 15 ธ.ค. ในพื้นที่ภายใต้การควบคุมของเคเอ็นยู เนื่องจากมีทหารเมียนมาเข้าไปตรวจค้นและจับกุมผู้ต่อต้านรัฐบาลทหารที่ลี้ภัยจากเมืองต่าง ๆ มาพักพิงและฝึกยุทธวิธีสู้รบในพื้นที่ของเคเอ็นยู
ปฏิบัติการของทหารเมียนมานำมาสู่การปะทะกันของทั้งสองฝ่าย
- ผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ
หนึ่งในชาวกะเหรี่ยงที่หนีภัยการสู้รบมาฝั่งไทยเมื่อวันที่ 16 ธ.ค. ได้รับบาดเจ็บเป็นแผลเหวอะหวะที่แขน คาดว่าเกิดจากโดนสะเก็ดระเบิด ซึ่งหน่วยแพทย์ในฝั่งไทยได้ให้การปฐมพยาบาลแล้ว
สำหรับผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บในพื้นที่สู้รบที่ฝั่งเมียนมานั้น บีบีซีไทยไม่สามารถยืนยันได้ แต่ผู้ลี้ภัยให้ข้อมูลว่าทั้งฝ่ายกองทัพเมียนมาและเคเอ็นยูมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุปะทะครั้งนี้
ขณะที่รอยเตอร์รายงานเมื่อ 16 ธ.ค. ว่าเคเอ็นยูโพสต์ข้อความทางโซเชียลมีเดียว่ามีทหารเมียนมาเสียชีวิต 4 นายและบาดเจ็บ 4 นาย แต่กองทัพเมียนมายังไม่ได้ให้ข้อมูลใด ๆ เกี่ยวกับเหตุปะทะครั้งนี้
- การตอบโต้ของทางการไทย
วันที่ 16 ธ.ค. ศูนย์สั่งการชายแดนไทย-เมียนมา จ.ตาก รายงานว่ากองกำลังนเรศวรได้ทำการประท้วงไปยังรัฐบาลเมียนมา ผ่านช่องทางคณะกรรมการชายแดนระดับท้องถิ่นไทย-เมียนมา (TBC) จากกรณีที่กระสุนไม่ทราบชนิด/ไม่ทราบฝ่ายที่ตกลงบริเวณริมลำน้ำเมยของฝั่งไทย ให้ "ระมัดระวังเรื่องของการใช้อาวุธ ทางฝั่งไทยพร้อมตอบโต้ หากมีกระสุนตกฝั่งไทย"
วันที่ 19 ธ.ค. หลังจากมีกระสุนลอยมาตกบริเวณริมแม่น้ำเมยในฝั่งไทย 7 นัด หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 14 จึงได้ทำการยิงกระสุนควัน 5 นัด เพื่อเตือนให้กองกำลังทั้งสองฝ่ายทราบว่ามีกระสุนข้ามาตกในฝั่งไทย พร้อมทั้งได้ทำการประท้วงไปยังรัฐบาลเมียนมาผ่านช่องทาง TBC
- สถานการณ์ล่าสุด
20 ธ.ค. สมจิต รุ่งจำรัสรัศมี ผู้สื่อข่าวพิเศษบีบีซีไทย รายงานจาก จ.ตาก ว่าทหารเมียนมากับกองกำลังเคเอ็นยู ยังคงปะทะกันอย่างต่อเนื่องในหมู่บ้านบริเวณทิศใต้ของ จ.เมียวดี ตรงข้ามบ้านดอนไชย ต.แม่ตาว อ.แม่สอด จ.ตาก ขณะที่ทหารไทยยังคงตรึงกำลังตามแนวชายแดน
22 ธ.ค. สมจิต รายงานจาก อ.แม่สอด จ. ตาก ว่าการสู้รบกันระหว่างทหารกองกำลังสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง(เคเอ็นยู) กับทหารรัฐบาลเมียนมา ที่เริ่มมาตั้งแต่ 17 ธ.ค. ได้ขยายแนวรบไปทางด้านชายแดนไทย-เมียนมา อ.พบพระ จ.ตาก
กองกำลังทหารเคเอ็นยูร่วมกับ กลุ่มกะเหรี่ยงก้าวหน้า ของนายพันเอกจ่อแต้ อดีตผบ.กองกำลังของกะเหรี่ยงดีเคบีเอ เข้าปิดล้อมค่ายทีบาโบ ของทหารรัฐบาลเมียนมา ตรงข้ามบ้านหมื่นฤาไชย ตำบลพบพระ อ.พบพระ จ.ตาก โดยฝ่ายกะเหรี่ยงส่งกำลังทหารเข้าไปยิงด้วยอาวุธประจำกาย เพื่อยึดที่มั่นให้ได้ แต่ฝ่ายทหารเมียนมายิงด้วยอาวุธหนัก การสู้รบเป็นไปอย่างดุเดือด เสียงปืนเล็ก ปืนใหญ่ดังสนั่น ทำให้มีราษฎรกะเหรี่ยง จำนวน 268 คน แบ่งเป็นชาย 65 คน หญิง 139 คน ลี้ภัยเข้ามาเขตไทย เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และตำรวจสภ.พบพระ ได้จัดพื้นที่พักพิงชั่วคราวให้ที่วัดบ้านหมื่นฤาชัย
สำหรับผู้ลี้ภัยในเขตอำเภอแม่สอด ได้อาศัยอยู่ในพื้นที่ 4 แห่ง รวม 3,614 คน











