น้ำมันจะหมดไทยใน 60 วันจริงไหม ราคาจะพุ่งขึ้นไปเท่าไหร่ ?

ที่มาของภาพ, Getty Images
- Author, ปณิศา เอมโอชา
- Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
- เวลาอ่าน: 13 นาที
ไม่เพียงข่าวการสังหาร อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ณ ใจกลางกรุงเตหะราน เมื่อช่วงเช้าของวันเสาร์ที่ 28 ก.พ. 2569 จะส่งแรงสั่นสะเทือนไปยังแวดวงภูมิรัฐศาสตร์ การทหาร และความมั่นคงทั่วโลก แต่เหตุการณ์นี้ยังสร้างความหวั่นไหวต่อแวดวงธุรกิจ เศรษฐกิจ และชีวิตประจำของผู้คนทั่วโลกที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิงขับเคลื่อนด้วย
สื่อด้านเศรษฐกิจของไทยรายงานข่าวในวันเดียวกันว่า กระทรวงพลังงานของไทยสั่งจับตาสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเสี่ยงต่อการปิดช่องแคบฮอร์มุซ (Hormuz) ซึ่งถูกใช้เป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสูงถึงราว 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือคิดเป็นสัดส่วนราว 20% ของปริมาณการใช้น้ำมันและของเหลวปิโตรเลียมอื่น ๆ ทั่วโลก ตามข้อมูลจากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐอเมริกาในปี 2024
บีบีซีไทยยังพบด้วยว่า ภูมิภาคตะวันออกกลางมีความสำคัญกับผู้ซื้อน้ำมันในเอเชียอย่างมาก ข้อมูลจากเว็บไซต์ทางการของรัฐสภาสหรัฐฯ ชี้ว่าน้ำมันส่งออกส่วนใหญ่จากภูมิภาคนี้ถูกบรรทุกจากบริเวณอ่าวเปอร์เซีย และต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อส่งมอบให้ผู้ซื้อในเอเชีย
"ถ้าน้ำมัน ประเทศไทยเรานำเข้าประมาณ 85% ของความต้องการใช้ทั้งหมดของประเทศ ตรงนี้ต้องบอกว่าเกือบทั้งหมดมาจากตะวันออกกลาง" ดร.อารีพร อัศวินพงศ์พันธ์ นักวิชาการประจำ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวกับบีบีซีไทย
ตามข้อมูลในปี 2568 จากกรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน เมื่อดูแหล่งการจัดหาน้ำมันดิบเพื่อเข้ากลั่นต่อวัน พบว่าราว 57% มาจากตะวันออกกลาง โดยในภูมิภาคนี้ ไทยจัดหาน้ำมันจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์สูงสุดถึง 39.4% ของปริมาณน้ำมันดิบเข้ากลั่นทั้งหมด ขณะที่ซาอุดิอาระเบีย รั้งอันดับที่สองในสัดส่วน 11.3%
แม้ประเทศไทยจะไม่ได้ซื้อน้ำมันดิบจากอิหร่านโดยตรง แต่เพราะเส้นทางการขนส่งน้ำมันดิบที่ผลิตจากภูมิภาคตะวันออกกลางนั้นต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งมีพื้นที่ติดกับอิหร่านและโอมาน ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในดินแดนนี้จึงส่งผลต่อเส้นทางการขนส่งน้ำมันอย่างมีนัยสำคัญ
เพียงหนึ่งวันหลังเหตุสังหารผู้นำอิหร่าน นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้สั่งระงับการส่งออกน้ำมัน พร้อมเปิดศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ฉุกเฉินด้านพลังงานโดยทันที รวมทั้งเตรียมใช้มาตรการกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าชดเชยราคาน้ำมันเพื่อบรรเทาผลกระทบต่อราคาสินค้าและค่าครองชีพของประชาชนจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น
กระทรวงพลังงานของไทยยังเปิดเผยด้วยว่า ปริมาณสำรองน้ำมันของไทย ณ วันที่ 1 มี.ค. 2569 มีน้ำมันคงเหลือ (น้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูป) 4,877 ล้านลิตร เพียงพอต่อความต้องการใช้ 38 วัน
อีกทั้งยังมีน้ำมันดิบที่อยู่ระหว่างขนส่ง (ผ่านช่องแคบฮอร์มุซแล้ว) 1,666 ล้านลิตร และจากแหล่งอื่น 1,117 ล้านลิตร เพียงพอต่อความต้องการใช้ 22 วัน รวมปริมาณน้ำมันคงเหลือ 7,660 ล้านลิตร สามารถใช้ได้ 60 วัน
บีบีซีไทยสนทนากับผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน 3 ราย เพื่อตอบคำถามว่า ราคาน้ำมันกำลังจะพุ่งสูงขึ้นแค่ไหนและยาวนานเท่าไหร่ มีโอกาสที่น้ำมันจะหมดประเทศไทยหรือไม่หากสถานการณ์ยืดเยื้อ และกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจะเป็นกลไกที่เข้ามาช่วยผู้บริโภคได้แค่ไหน
ราคาน้ำมันจะเป็นอย่างไร ?

ที่มาของภาพ, Getty Images
รศ.ดร.คมสัน สุริยะ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเศรษฐศาสตร์โทรคมนาคมและพลังงาน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า น้ำมันดิบที่ไทยนำเข้านั้นจะผ่านช่องแคบฮอร์มุซซึ่งติดกับประเทศอิหร่านราว 40% ขณะที่อีก 60% จะมาจากช่องทางอื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้อง
ตามข้อมูลของกรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน เส้นทางการขนส่งน้ำมันดิบมายังไทยนอกจากที่เริ่มต้นในตะวันออกกลางและต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ยังประกอบไปด้วย :
- เส้นทางการผลิตที่เริ่มต้นจากกลุ่มประเทศตะวันออกไกล (Far East) ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ซึ่งจะตรงเข้ามายังอ่าวไทย
- เส้นทางที่เริ่มต้นจากกลุ่มประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกา บราซิล หรือไนจีเรีย ผ่านเข้ามาทางแหลมกู้ดโฮป ก่อนจะเข้ามาที่ช่องแคบมะละกา แล้วจึงเข้าอ่าวไทย
- เส้นทางที่เริ่มต้นผลิตในลิเบียและซูดาน ก่อนจะผ่านคลองสุเอซ ทะเลแดง แล้วจึงเข้าช่องแคบมะละกา และเข้าอ่าวไทย
รศ.ดร.คมสัน อธิบายต่อไปว่า จากสถานการณ์ข้างต้นนี้ เมื่อใช้แบบจำลองสถานการณ์วิกฤตราคาน้ำมัน (Oil Shock Simulator) ที่ทีมศูนย์วิจัยฯ พัฒนาขึ้นมา ในกรณีที่เลวร้ายที่สุดคือ ไทยมีปริมาณน้ำมันสำรองเหลือเพียง 38 วัน และไม่สามารถได้รับน้ำมันจากฝั่งตะวันออกกลางเข้ามาเติมได้ หรือหมายความว่า ไทยจะมีน้ำมันดิบเข้ามาเติมแค่เพียง 60% ของความต้องการทั้งหมดต่อวัน นั่นจะส่งผลให้ผู้บริโภคเกิดความตระหนกและส่งให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นสูงสุด 3 เท่าจากราคาปกติได้
อย่างไรก็ดี เขาย้ำว่า "ในประวัติศาสตร์ มันไม่ขึ้นถึงขนาดนั้น ขึ้นประมาณสองเท่าก็ว่าแย่แล้ว"
"ราคาจะส่งกันมาเป็นทอด ๆ ซึ่งในที่สุดแล้ว จะกระทบทั้งราคาน้ำมันดิบและราคาน้ำมันสำเร็จรูปที่จำหน่าย เพราะฉะนั้นเต็มที่คือสามเท่า ไม่เกินนี้แน่นอน" รศ.ดร.คมสัน ชี้
สำหรับกรณีที่ดีขึ้นมา คือไทยมีปริมาณน้ำมันสำรอง 60 วัน รศ.ดร.คมสัน อธิบายว่าเมื่อใช้ฐานคิดเดิมว่าจะไม่มีน้ำมันจากฝั่งตะวันออกกลางเข้ามายังไทยได้เลย แต่ยังมีน้ำมันจากแหล่งอื่น ๆ เข้ามาได้อยู่ ราคาน้ำมันอาจปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นราว 76% จากราคาก่อนเกิดวิกฤตเท่านั้น
"เราคงจะคาดหวังไม่ได้ว่าราคาน้ำมันจะคงที่ มันคงจะขยับสูงขึ้นไป แต่ถ้ามีการลดการบริโภค ราคาน้ำมันก็จะไม่ได้สูงขึ้นเป็นสามเท่าอย่างที่เราคิดในตอนแรก มันจะแค่ประมาณ 76%"
ด้าน ผศ.ดร.ปิติ เอี่ยมจำรูญลาภ คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายพลังงาน อธิบายเพิ่มว่า ต้นทนุการนำเข้าน้ำมันกับราคาขายหน้าปั๊มไม่ได้เป็นตัวเลขเดียวกันอย่างที่หลายคนเข้าใจ
เขาชี้ว่า เมื่อเกิดเหตุการณ์ความขัดแย้งหรือสถานการณ์ที่ทำให้อุปทานน้ำมันถูกขัดขวาง น้ำมันดิบซึ่งเป็นสินค้าโภคภัณฑ์โลกก็จะมีราคาแกว่งขึ้นลงได้ตามกลไกตลาด แต่สำหรับราคาน้ำมันที่ขายให้กับประชาชนนั้น นอกจากต้นทุนเนื้อน้ำมันนำเข้าที่กล่าวไปแล้ว ยังมีส่วนประกอบอย่างภาษี เงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง และค่าการตลาด เพิ่มอีก
"ส่วนที่เรากังวลคือ ต้นทุนเนื้อน้ำมัน มันผันผวนไปตามราคาตลาดโลก แล้วเราเป็นประเทศนำเข้า ดังนั้นมันไม่มีทางเลือกเลยเพราะเราไม่ได้เป็นคนกำหนดราคาเอง" ผศ.ดร.ปิติ ชี้
น้ำมันจะหมดประเทศไทยไหม ?
เมื่อใช้แบบจำลองสถานการณ์วิกฤตราคาน้ำมัน (Oil Shock Simulator) ตัวเดิม ที่ทีมศูนย์วิจัยฯ แห่งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พัฒนาขึ้นมา รศ.ดร.คมสัน ชี้ว่า ในกรณีที่เลวร้ายที่สุด หรือกรณีที่ไทยมีน้ำมันสำรองเพียง 38 วัน และไม่ได้รับน้ำมันเข้ามาเติมจากฝั่งตะวันออกกลางเลย แต่ยังมีน้ำมันจากแหล่งอื่น ที่เหลืออยู่อีก 60% ของความต้องการทั้งหมดของประเทศต่อวัน ไทยจะยังมีน้ำมันเชื้อเพลิงให้ใช้ได้ต่อเนื่องอีก 130 วัน ส่วนกรณีที่เรามีน้ำมันสำรอง 60 วันนั้น จะสามารถยืดออกได้เป็น 190 วัน
"ในกรณีที่เลวร้ายจริง ๆ น้ำมันจะหมดใน 130 วัน ซึ่งนานมาก นานมากพอที่สถานการณ์การสู้รบจะคลี่คลาย ไม่มีการรบไหนหรอกที่เกินหนึ่งเดือนขึ้นไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรบใหญ่ ๆ ขนาดนี้ ฉะนั้นท่านเชื่อมั่นได้เลยว่าประเทศไทยยังมีความมั่นคงเรื่องพลังงาน ท่านไม่มีความจำเป็นต้องตื่นตระหนกหรือว่ากักตุนน้ำมัน" อาจารย์เศรษฐศาสตร์พลังงาน จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ย้ำ
เขายังเสริมอีกว่า หากประชาชนมีการปรับตัวใช้พลังงานลดลง "ภายใน 365 วัน น้ำมันของเราจะยังคงมีใช้ตามปกติอยู่ แต่ขึ้นอยู่กับการลดการบริโภคของประชาชนด้วย"
"เรายังมีน้ำมันเข้ามาเติม วันนึง 60% ของปริมาณในอดีต เพราะฉะนั้น คิดง่าย ๆ ว่าถ้าทุกคนลดปริมาณการใช้ลงคนละนิดคนละหน่อย มันก็ยังจะสามารถใช้ 60% ได้ เพราะฉะนั้น เกินกว่า 365 วัน แน่นอน" รศ.ดร.คมสัน แสดงความเห็น

ที่มาของภาพ, Getty Images
น้ำมันจะราคาแพงไปนานแค่ไหน ?
รศ.ดร.คมสัน ชี้ว่า โดยมากแล้วภาวะช็อคที่เกิดขึ้นจะส่งผลสูงสุดในช่วง 2-3 วันแรก และภายในสัปดาห์แรกราคาน้ำมันจะพุ่งขึ้นแบบ "สะดุ้ง เป็นการพุ่งขึ้นตามธรรมชาติของทุกวิกฤตใหญ่ คนจะแห่กันหาสต็อกน้ำมัน ราคาจึงเด้งแรงช่วงต้น ก่อนจะค่อย ๆ ปรับตัวลงหลังผ่านไปราวสองสัปดาห์"
เขาเสริมว่า ถ้าสถานการณ์คลี่คลาย ราคาก็จะทยอยลด และโดยมากภายใน 6 เดือนระดับราคาจะกลับมาใกล้ภาวะปกติ
ด้าน ผศ.ดร.ปิติ เสริมว่า นอกจากมิติเรื่องราคาน้ำมันหน้าปั๊มที่ผู้บริโภคอาจรู้สึกได้ทันทีเมื่อราคาขึ้นหรือลง เขาเสริมด้วยว่า เพราะราคาพลังงานเป็นปัจจัยพื้นฐานของธุรกิจแทบทั้งหมด ผลกระทบอาจไปอยู่ในรูปของราคาสินค้าหรือบริการที่ทยอยปรับตัวสูงขึ้นเช่นเดียวกัน
"ต้นทุนค่าขนส่งคือต้นทุนของสินค้าบริการทั้งหมด มันอาจจะยังไม่ใช่ตอนนี้เพราะว่าของที่มาถึงคุณ อาจจะเติมน้ำมันจากวันก่อนแล้ว แต่เดี๋ยวมันจะทยอยมา" เขากล่าวเสริม
กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงคืออะไร จะช่วยผู้บริโภคได้จริงไหม ?
จุดเริ่มต้นกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงของไทย เกิดขึ้นในปี 2516 ในรูปแบบของพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 โดยมีสาระสำคัญกำหนดให้นายกรัฐมนตรีมีอำนาจออกคำสั่งเพื่อกำหนดมาตรการแก้ไขและป้องกันการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงให้ทันต่อเหตุการณ์ต่างๆ
ตอนนั้นเป็นช่วงที่ราคาน้ำมันดิบทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้น จนกลายเป็นวิกฤตราคาน้ำมันโลก โดยมีต้นกำเนิดมาจากความขัดแย้งระหว่างองค์การประเทศผู้ส่งออกปิโตรเลียมอาหรับ (OAPEC) กับสหรัฐอเมริกา จนทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้นเกือบ 4 เท่า จากระดับ 2.90 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เป็น 11.65 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
จากนั้นจึงมีวิวัฒนาการมาเรื่อย ๆ อาทิ ถูกตั้งเป็นกองทุนรักษาระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ตามคำสั่งนายกที่ 178/2520 ลงวันที่ 19 ก.ย. 2520 ก่อนที่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในปัจจุบันนั้นจะจัดตั้งขึ้นมาตามพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาเสถียรภาพระดับราคาน้้ามันเชื้อเพลิงในประเทศให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมในกรณีที่เกิดวิกฤตการณ์ด้านน้้ามันเชื้อเพลิง

ที่มาของภาพ, Getty Images
ตาม พ.ร.บ.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 มาตราที่ 28 กำหนดให้ ผู้ที่ต้องส่งเงินเข้ากองทุนฯ ประกอบไปด้วย 3 ฝ่าย ได้แก่ :
- ผู้ผลิตหรือผู้จำหน่ายน้ำมันที่เป็นโรงกลั่นในประเทศ ต้องส่งเงินเข้ากองทุนฯ ผ่านกรมสรรพสามิต ตามปริมาณเชื้อเพลิงที่ผลิตและจำหน่าย
- ผู้นำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงจากต่างประเทศ ต้องส่งเงินเข้ากองทุนฯ ผ่านกรมศุลกากร ตามปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่นำเข้า
- ผู้ซื้อหรือผู้ได้มาซึ่งก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) จากการแยกก๊าซธรรมชาติ ส่งเงินเข้ากองทุนฯ ผ่านกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ตามปริมาณ LPG ที่ซื้อหรือได้รับมา
สำหรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่นั้น ดร.อารีพร แห่งทีดีอาร์ไอ เสริมว่า เมื่อราคาน้ำมันดิบที่ไทยต้องนำเข้าอาจได้รับผลกระทบและสูงขึ้น สิ่งที่รัฐบาลทำได้คือการลดการเรียกเก็บเงินกองทุนตรงนี้ลงเพื่อลดภาระต้นทุน
"นอกจากลดแล้ว อาจจะต้องสนับสนุนด้วย คือเอาเงินในกองทุนเข้ามาช่วย ไม่ให้ราคาน้ำมันมันพุ่งสูงเกินไป" ดร.อารีพร เสนอแนะ
ผศ.ดร.ปิติ มีความเห็นคล้ายคลึงกันว่าสถานการณ์เช่นนี้รัฐบาลสามารถใช้ศักยภาพของเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งปัจจุบันมีตัวเลข ณ วันที่ 1 มี.ค. 2569 เป็นบวก ที่ 2,459 ล้านบาท เมื่ออ้างอิงข้อมูลจากสำนักการเงินและบัญชีส้านักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง
"กองทุนฯ มีคีย์เวิร์ดสำคัญคือคำว่า 'stability' [เสถียรภาพ] เวลาที่ราคาน้ำมันมันผันผวน ประชาชนไม่ควรจะรับแรงสะบัดมาก เลยมีกองทุนฯ เข้ามาช่วย คืออย่าให้ราคาสะบัดจนหัวฟาด แต่ถ้ารถมันเขย่า ยังไงคุณก็ต้องรับแรงสั่นบ้าง" อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายพลังงานเสริม
บีบีซีไทยพบว่า ในรายงานจากสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ประจำปี 2567 ระบุว่า กองทุนฯ จะใช้เงินกองทุนฯ เพื่อรักษาเสถียรภาพระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในสถานการณ์ดังนี้
- ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงมีการปรับขึ้นเกินระดับที่มีผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชน (ระดับวิกฤต) คือ น้ำมันดีเซลสูงกว่า 30 บาท/ลิตร และราคาขายปลีก LPG เกิน 363 บาท/ ถัง 15 กิโลกรัม
- ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงปรับตัวสูงขึ้นมาอย่างรุนแรง คือ ราคาน้ำมันดิบปรับขึ้นใน 1 สัปดาห์ มากกว่า 5 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล ราคาน้ำมันดีเซลขายปลีกปรับขึ้นมากกว่า 1 บาท/ลิตร และ ราคา LPG ตลาดโลกเปลี่ยนแปลงในสองสัปดาห์ เฉลี่ยมากกว่า 35 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน และราคา LPG ขายปลีก เปลี่ยนแปลงในสองสัปดาห์ รวมกัน มากกว่า 1 บาท/กิโลกรัม
- สถานการณ์ที่ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงอาจจจะขาดแคลนและไม่เพียงพอต่อการใช้ภายในประเทศ
นอกจากนี้ยังเคยมีกรณีตัวอย่างที่ กองทุนฯ นำเงินไปตรึงราคาน้ำมันดีเซลเป็นเวลา 3 เดือน ระหว่างเดือน ม.ค.-มี.ค. 2567 โดยตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้ที่ 30 บาท/ลิตร ก่อนจะขยายต่อไปอีก 19 วัน เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชน โดยใช้วิธีการลดภาษีสรรพสามิตรและลดเงินจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงช่วยอุดหนุน จนทำให้สถานะกองทุนติดลบเกือบแสนล้านบาทไปช่วงหนึ่งเช่นเดียวกัน
ตอนนี้ประชาชนทำอะไรได้ รัฐต้องวางแผนอย่างไร ?
ดร.อารีพร ชี้ว่า สำหรับประชาชน ในระยะสั้นเธอแนะนำให้หันไปใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะอยู่ในภาวะวิกฤตหรือไม่
"ทั้งน้ำมัน ทั้งแก๊ส ทั้งไฟฟ้า ประหยัดให้ได้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ ไม่ใช่ว่าต้องรอให้เกิดวิกฤต คนไทยเราควรที่จะมีการสนับสนุนเรื่องนี้" นักวิจัยจากทีดีอาร์ไอ กล่าว
ในส่วนของภาครัฐนั้น เธอชี้ว่า ต้องกลับมาทบทวนเรื่องการพึ่งพาพลังงานจากต่างประเทศให้มากขึ้น เพราะเหตุการณ์ภายนอกเช่นนี้อาจกระทบต่อราคาพลังงานได้ตลอดเวลา และส่งผลสะท้อนมาถึงภาระค่าครองชีพของประชาชน
"สิ่งที่ภาครัฐควรจะต้องทำก็คือมองว่าเราควรที่จะมีเครื่องมืออะไรในการที่จะลดการพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศได้บ้าง"

ที่มาของภาพ, Getty Images
ด้าน ผศ.ดร.ปิติ เสริมว่า นอกจากจะมองจากฝั่งการอุดหนุนราคาต้นทุนพลังงานจากภาครัฐแล้ว เขายังอยากมองไปที่ผู้เล่นที่ต้องไปลงสนามจริงเพื่อค้นหาพลังงานเชื้อเพลิงอย่า บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ด้วย
ผศ.ดร.ปิติ ตั้งข้อสังเกตว่า เดิมที ปตท. ถูกตั้งขึ้นมาเมื่อปี 2521 ในช่วงเวลาเดียวกับวิกฤตการณ์ขาดแคลนน้ำมันโลกครั้งที่สอง ด้วยเหตุนี้ ภารกิจหลักของ ปตท. ในตอนนั้นจึงคือการเร่งจัดหาน้ำมันให้เพียงพอต่อการบริโภคภายในประเทศ ซึ่งเขาชี้ว่ามีลักษณะคล้ายคลึงกับสถานการณ์ในตอนนี้
ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายพลังงานชี้ว่า แม้ ปตท. ในปัจจุบันจะมีสถานะเป็นบริษัทมหาชน แต่ก็ยังมีกระทรวงการคลังถือหุ้นเกินครึ่งหนึ่งอยู่ ดังนั้น เขาจึงอยากเห็นบทบาทของ ปตท.ในการช่วยหาแหล่งพลังงานที่ราคาเข้าถึงได้ และเป็นประโยชน์กับประเทศไทย
"เรามีคนเก่ง เรามีคนเก่งที่เคยทำสำเร็จแล้วในอดีต" เขาจึงอยากให้ ปตท. เข้ามามีบทบาทในการช่วยแก้วิกฤตครั้งนี้ในฝั่งการหาอุปทานด้วยเช่นเดียวกัน





























