ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ : ความหวังที่มาพร้อมกับความกังวลใจของคนในพื้นที่

ป่าตอง

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai

คำบรรยายภาพ, คนทำมาหากินย่านป่าตอง แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของภูเก็ตหวังว่านักท่องเที่ยวจะกลับมา ช่วยต่อชีวิตกิจการ แต่ก็กลัวว่าคนที่เข้ามามากขึ้น ทั้งนักท่องเที่ยวและคนทำงานจะทำให้เกิดการระบาดระลอกใหม่
    • Author, เรื่องโดย ชัยยศ ยงค์เจริญชัย ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
    • Role, วิดีโอโดย วสวัตติ์ ลุขะรัง ผู้สื่อข่าววิดีโอ

"อยากจะให้มีนักท่องเที่ยวมากัน เราจะได้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น" คือสิ่งที่อาทิตยา เทบำรุง หมอนวดบนชายหาดป่าตอง จ.ภูเก็ต อยากเห็นหลังจากพยายามประคับประคองกิจการนวดริมหาดของเธอมานานเกือบ 2 ปี ตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งทำให้เมืองที่ขับเคลื่อนด้วยนักท่องเที่ยวอย่างภูเก็ตเงียบเหงาจนน่าใจหาย

เช่นเดียวกับอีกหลายชีวิตในภูเก็ต ทั้งพ่อค้าแม่ค้า พนักงานบริการ ผู้ประกอบการรายย่อยและธุรกิจรายใหญ่ อาทิตยาหวังว่าฝันร้ายจะหมดไปนับตั้งแต่วันพรุ่งนี้ (1 ก.ค.) ซึ่งเป็นวันที่ จ.ภูเก็ตเริ่มต้นรับนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศภายใต้โครงการนำร่อง "ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์" ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ตั้งเป้าว่าจะนำนักท่องเที่ยวเข้ามา 100,000 คน และมีเม็ดเงินสะพัดจากการท่องเที่ยวที่ 1.1 หมื่นล้านบาทในช่วง 3 เดือนแรกของโครงการคือเดือน ก.ค.-ก.ย.

แม้หลายคนจะรอคอยการเกิดขึ้นของภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์และลุ้นว่าจำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้ที่เข้ามาจะเป็นไปตามเป้าหรือไม่ แต่ด้วยเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกพื้นที่เกาะเป็นเวลา 14 วัน การเพิ่มขึ้นของผู้ติดเชื้อกลายพันธุ์ในจังหวัดในภาคใต้ ทำให้ความหวังของการฟื้นฟูเศรษฐกิจในครั้งนี้มาพร้อมกับความกังวล ความกลัวและความไม่มั่นใจ อย่างที่ชาวภูเก็ตบางส่วนบรรยายความรู้สึกให้ทีมข่าวบีบีซีไทยฟัง

แย่กว่าสึนามิ

จากเมืองท่องเที่ยวที่คึกคักที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวปีละไม่ต่ำกว่า 13 ล้านคน ภูเก็ตในวันนี้เหมือนเมืองร้าง อาคารพาณิชย์ ร้านอาหาร และโรงแรมหลายแห่งปิดกิจการชั่วคราว ป้ายประกาศขาย เซ้ง หรือให้เช่ามีให้เห็นเกลื่อน เพราะเจ้าของเดิมสู้ต่อไม่ไหวในช่วงที่ขาดรายได้

อาทิตยา หมอนวดชาวอุดรธานี วัย 47 ปี ย้ายมาปักหลักทำงานในภูเก็ตมากว่า 10 ปีแล้ว แม้แทบไม่มีนักท่องเที่ยวเลยมาหลายเดือนแล้ว เธอก็ยังมาประจำที่เต็นท์นวดที่ริมชายหาดป่าตองเหมือนอย่างเคย เบาะนวดวางเรียงราย หมอนวดพร้อมให้บริการอยู่นับสิบ แต่ลูกค้าเป็นศูนย์

"สถานการณ์แย่มาก (โควิดระบาด) รอบแรกก็ยังโอเค ยังมีเงินเก็บนิดหน่อยพอประทังชีวิตไปได้ แต่มารอบ3 นี่แย่มาก ไม่มีแขกเลย แล้วเราก็ถูกสั่งปิดอีกช่วงหลังสงกรานต์ เพิ่งมาเปิดได้แค่เดือนกว่า ๆ เอง" อาทิตยาโอดครวญ

"เรามานั่งรอแขกหน้าหาดทุกวัน บางทีก็ได้แขกอาทิตย์ละคนหรือสองคน จากแต่ก่อนที่ได้วันละ 30-40 คน ช่วงนี้ไม่มีรายได้พวกเราก็ตามหาข้าวที่เขาแจกให้ฟรีประทังชีวิต"

ร้านนวดริมหาดป่าตอง

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai

คำบรรยายภาพ, ร้านนวดริมหาดป่าตองที่อาทิตยาเป็นหมอนวดอยู่

อาทิตยาบอกกับบีบีซีไทยว่าเธออยู่ในภูเก็ตช่วงที่สึนามิพัดถล่มหาดป่าตองเมื่อ 26 ธ.ค. 2547 แม้โศกนาฏกรรมครั้งนั้นจะเลวร้าย สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินมหาศาล แต่ใช้เวลาเพียงแค่ 2 เดือน ทุกอย่างก็กลับมาเป็นปรกติ

"สึนามิฟื้นตัวเร็วเพราะเป็นภัยธรรมชาติ มาครั้งเดียวจบ ซ่อมแซมเสร็จก็โอเค แต่นี่มันโรคระบาด มันอยู่กับเรานานมาก ถึงวันนี้ยังไม่มีทีท่าว่าจะสงบลงเลย" เธอกล่าว

ตอนนี้อาทิตยาและเพื่อน ๆ หมอนวดเตรียมพร้อมที่จะรับนักท่องเที่ยวแล้ว อาศัยช่วงที่ไม่มีแขกปรับปรุงภูมิทัศน์ของร้านให้น่าใช้บริการ เธอบอกเราอย่างภูมิใจว่าที่ร้านมีทั้งเครื่องวัดอุณหภูมิ เจลแอลกอฮอลล์ สมุดบันทึกรายชื่อและเบอร์ติดต่อลูกค้า แต่หมอนวดลดลงจาก 40 เหลือแค่ 10 คนเพราะส่วนใหญ่สู้ไม่ไหวต้องไปหางานอย่างอื่นทำหรือกลับภูมิลำเนา

"คาดหวังจะให้มีนักท่องเที่ยวมา เราจะได้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ที่ผ่านมากินแต่มาม่ากับปลากระป๋องสลับกันไปเพราะไม่มีเงินไปซื้ออาหารอย่างอื่นกิน มันลำบากมาก"

แม้จะบอกว่าพร้อมมาก แต่ในใจลึก ๆ อาทิตยาก็มีความกลัวว่าจะติดโควิดอยู่ เพราะอาชีพหมอนวดต้องสัมผัสใกล้ชิดลูกค้า แม้หมอนวดทุกคนจะฉีดวัคซีนแล้ว แต่ก็รับประกันไม่ได้ว่าจะไม่ติดเชื้อ โดยเฉพาะเมื่อวัคซีนที่พวกเธอได้รับมีประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อไม่สูงนักเมื่อเทียบกับยี่ห้ออื่น ๆ ยังไม่ต้องพูดถึงไวรัสกลายพันธุ์สายพันธุ์ใหม่ ๆ ที่พบการระบาดมากขึ้นในหลายพื้นที่

หมอนวดนั่งรอลูกค้าที่ริมหาดป่าตอง

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai

คำบรรยายภาพ, หมอนวดนั่งรอลูกค้าที่ริมหาดป่าตอง

"เรากังวลมากเกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของสายพันธุ์ใหม่ ๆ วัคซีนที่เราฉีดก็ได้ยินมาว่ามันป้องกันไม่ได้ เราเลยคิดว่าจะเก็บเงินไว้ซื้อวัคซีนที่ดี ๆ ที่ป้องกันได้ จะได้ไม่ต้องมากังวล"

"แต่สิ่งที่กังวลมากว่าก็คือคนจะกลับมาติดกันอีกจนโครงการนี้ต้องล้มเลิกไป แล้วจะไม่มีนักท่องเที่ยวมาอีกนาน ที่ผ่านมาเราก็หวังแบบนี้แหละว่านักท่องเที่ยวจะมา...แต่สงกรานต์ที่ผ่านมา พอมีนักท่องเที่ยวมา ก็เอาโรคมาด้วย ทำให้เราต้องปิดไปอีกเป็นเดือน ถ้าภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ทำให้เรากลับไปอยู่จุดนั้นอีก เราก็ไม่รู้จะอยู่ยังไง" อาทิตยากล่าว

ขณะที่ยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ของไทยอยู่ที่ 4,000-5,000 รายต่อวัน ส่วน จ.ภูเก็ต ถูกจัดให้เป็น 1 ใน 36 จังหวัด "พื้นที่สีเขียว" ซึ่งมียอดผู้ติดเชื้อต่ำกว่า 10 คนในแต่ละวัน

สำหรับการฉีดวัคซีน จ.ภูเก็ตถือว่าเป็นจังหวัดที่ได้รับวัคซีนสูงที่สุด โดยมีผู้ที่ได้รับวัคซีนเข็มที่ 1 คิดเป็น 63.33% ของประชากรและเข็มที่ 2 จำนวน 40.73% โดยวัคซีนหลักของคนใน จ.ภูเก็ตคือซิโนแวค

คำบรรยายวิดีโอ, ภูเก็ตในวันที่ไร้นักท่องเที่ยว

ยอมรับมีนักท่องเที่ยวยกเลิกจองโรงแรม

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการ ททท. เผยกับผู้สื่อข่าวเมื่อต้นสัปดาห์นี้ว่า ในวันที่ 1 ก.ค. จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามา 400-500 คน และถ้ารวมทั้งเดือนจะมีต่างชาติเข้ามา 12,000-15,000 คน

ด้านนายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร รองผู้ว่าการ ททท. ให้ข้อมูลว่าจนถึงขณะนี้มีสายการบินจองบินเข้าภูเก็ตในวันที่ 1 ก.ค. แน่นอนแล้ว 4 สายการบิน ได้แก่ เอทิฮัด แอร์เวย์ ลงจอดเวลา 10.30 น. กาตาร์แอร์เวย์ (13.30 น.) แอลอัล อิสราเอล แอร์ไลน์ (13.45 น.) และสิงคโปร์แอร์ไลน์ เวลา 17.00 น. ซึ่ง พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีกำหนดการจะไปต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มากับเที่ยวบินนี้ด้วยตัวเอง

นักท่องเที่ยวกลุ่มแรกนี้มาจากหลายประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา ประเทศในยุโรป และอิสราเอล และวันต่อไปก็จะมีสายการบินเอมิเรตส์แอร์ไลน์และการบินไทยมาลงที่ภูเก็ต

นายศิริปกรณ์กล่าวว่าในส่วนของการจองที่พักนั้น ยืนยันแล้ว 217 คน และช่วงเวลาระหว่างวันที่ 1-15 ก.ค. มียอดจองที่พักและชำระเงินแล้ว ทั้งหมด 1,101 รายการ คิดเป็นจำนวนห้องพัก 13,116 ห้อง ซึ่งถือเป็นการทดสอบระบบ และประเมินการทดลองเปิดภูเก็ตรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ

อย่างไรก็ตาม นายภูมิกิตติ์ รักแต่งาม นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยว จ.ภูเก็ต ยอมรับว่าเงื่อนไขที่ยุ่งยากของโครงการ เช่น ข้อกำหนดให้นักท่องเที่ยวกักตัวในภูเก็ต 14 วัน ทำให้นักท่องเที่ยวเริ่มยกเลิกการจอง ประกอบกับการออกหนังสือรับรองการเดินทางเข้าไทย (ซีโออี) ที่ล่าช้า ทำให้เกิดการยกเลิกในวันแรกจาก 500 คนเหลือ 300 คนจากทั้ง 4 เที่ยวบินในวันแรก

"เหมือนกับเรารอวีซ่าไปต่างประเทศแต่ใกล้วันแล้วยังไม่ได้ นักท่องเที่ยวก็เกิดความไม่แน่ใจเลยยกเลิกไป แต่ก็ไม่เป็นไร เพราะนี่คือตัวเลขของวันแรก พวกเขาอาจจะเลื่อนไปวันอื่นหลังจากได้ซีโออีกันมากขึ้น" นายภูมิกิตติ์กล่าวกับบีบีซีไทยวันนี้ (30 มิ.ย.)

คำบรรยายวิดีโอ, ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ : ความหวังเล็ก ๆ ของนักธุรกิจรายย่อยในภาวะหนี้สินล้นพ้น

หรือว่าภูเก็ตยังไม่พร้อม?

โรงแรมบ้านลายไม้ หาดป่าตองหยุดกิจการไปตั้งแต่เดือน เม.ย.- ส.ค. 2563 หลังจากกลับมาเปิดใหม่ช่วงปลายปี ภักจันทร์ เก็บทรัพย์ เจ้าของโรงแรมต้องเจ็บปวดไม่น้อยเมื่อจำนวนแขกที่เข้าพักลดฮวบจาก 95% ของ 275 ห้อง มาเหลือแค่ 5 ห้องต่อวัน

เขาบอกว่าโรงแรมต้องขาดทุนเดือนละกว่า 5 ล้านบาท แม้จะให้พนักงานบางส่วนหยุดงานไป

แม้โครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์กลายมาเป็นความหวังใหม่ในการทำรายได้อีกครั้ง แต่เนื่องด้วยมาตรการต่าง ๆ และความล่าช้าในการประกาศเรื่องใบซีโออีทำให้เกิดการยกเลิกกระทันหัน

"ตอนแรกที่เปิดโครงการเริ่มมียอดจองห้องของเราอยู่ที่ 50% จากห้องที่เปิดให้เข้าพักได้ 150 ห้อง และหลังจากที่มีความล่าช้าในเรื่องของใบซีโออี ทำให้เราค่อย ๆ เห็นแขกยกเลิกห้องไปเรื่อย ๆ จาก 10 ห้องตอนนี้เหลือ 5 ห้องสำหรับวันแรกของโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์" ภักจันทร์กล่าว

หาดป่าตอง

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai

คำบรรยายภาพ, หาดป่าตองมีนักท่องเที่ยวบางตาช่วงโควิด

ธีรวัฒน์ จุฑามนตรี เจ้าของ Moontree Spa และผู้จัดการฝ่ายการตลาดของโรงแรมบ้านลายไม้เห็นยอดการยกเลิกห้องและมาตรการต่าง ๆ ที่ออกมาแทบจะนาทีสุดท้าย ทำให้หวนคิดว่าหรือบางทีภูเก็ตอาจจะยังไม่พร้อมที่จะเปิดรับนักท่องเที่ยวในวันที่ 1 ก.ค. นี้

"ทางผู้ประกอบการเตรียมความพร้อมมาสักพักหนึ่งแล้ว เรามีการซ้อมแผนการรับรองนักท่องเที่ยวและแผนการรับมือหากพบผู้ติดเชื้อ แต่มาตรการและกฎระเบียบที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาแบบนี้ทำให้เห็นว่าบางทีภาครัฐอาจจะยังไม่พร้อมสำหรับการให้ภูเก็ตกลับมาเปิดรับนักท่องเที่ยวอีกครั้ง" ธีรวัฒน์อธิบาย

"จริง ๆ แล้วจะให้รอไปอีกซัก 1-2 สัปดาห์ก็ได้ เพราะยังไงผู้ประกอบการก็พร้อมกันอยู่แล้ว แต่มาเร่งให้เปิดในวันที่ออกนโยบายฉุกละหุกแบบนี้ ผู้ประกอบการก็ไม่มั่นใจกับโครงการนี้" ผู้จัดการฝ่ายการตลาด โรงแรมบ้านลายไม้กล่าว

ไม่กลัวติดเชื้อจากนักท่องเที่ยว แต่กลัวคนไทย

หลังการระบาดของโควิด-19 รอบแรกเมื่อต้นปี 2563 ที่ส่งผลให้ จ.ภูเก็ต ปิดเมือง งดรับนักท่องเที่ยวตั้งแต่เดือน มี.ค. 2563 ปิ่นพร ธีรารักข์ เจ้าของกิจการทัวร์ซันฟลาวเวอร์ ภูเก็ตทราเวล ก็เริ่มหาช่องทางอื่นในการทำมาหากิน เธอไปขายกล้วยทอดอยู่ได้ 5 เดือนแต่ก็สู้ไม่ไหวเพราะคนขายมีมากกว่าคนซื้อ

ปิ่นพรชาวพังงาวัย 39 ปี จึงตัดสินใจกลับมาเปิดบูธขายทัวร์ที่หน้าหาดป่าตองอีกครั้งเมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา เพราะคิดว่าอย่างน้อยก็น่าจะมีรายได้จากนักท่องเที่ยวชาวไทยบ้าง เธอขายทัวร์ได้บ้างก็จริง แต่น้อยมากจากที่มีรายได้หลักแสนต่อเดือนเหลือเพียงไม่ถึงหมื่น

"เราปิดร้านไปตั้งแต่เดือน มี.ค. ปีที่แล้ว กลับมาเปิดใหม่เดือน มี.ค. ปีนี้ แต่วันที่ 8 พ.ค. ก็โดนปิดไปอีก (เพราะพบการระบาดที่ย่านบางลา ป่าตอง) แล้วเพิ่งกลับมาเปิดอีกทีวันที่ 1 มิ.ย." ปิ่นพรกล่าว เธอบอกว่าตอนนี้บริษัทของเธอเป็นเจ้าเดียวที่เปิด หลายบริษัทยังไม่กล้ากลับมาเปิดใหม่เพราะตามข้อกำหนดของภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ นักท่องเที่ยวก็ยังไปเที่ยวที่จังหวัดอื่นไม่ได้ในช่วง 14 วันแรก

ปิ่นพรเห็นว่าวัคซีนที่มีประสิทธิภาพสูงเป็นกุญแจสำหรับการเปิดประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มอาชีพที่ต้องพบปะผู้คนจำนวนมาก เพราะเธอกังวลว่าจะติดเชื้อได้แม้ฉีดวัคซีน

ร้านขายทัวร์

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai

คำบรรยายภาพ, ปิ่นพร เจ้าของกิจการทัวร์ที่หาดป่าตองอยากให้เลื่อนการเปิดเกาะออกไปจนถึงเดือน ต.ค. เพื่อให้แน่ใจว่าคุมสถานการณ์การระบาดได้

"ตอนนี้จริง ๆ ไม่ได้กลัว (ติดเชื้อจาก) นักท่องเที่ยว แต่กลัวคนไทยด้วยกันที่จะหลั่งไหลเข้ามาทำงาน เพราะนักท่องเที่ยวจะได้รับการตรวจถึงสามครั้ง แต่คนไทยที่จะเข้ามาในเกาะเพื่อทำงานหลังนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาน่ากลัวกว่า" ปิ่นพรกล่าว

"ใจจริงแล้วเรายังไม่ได้อยากให้เปิดเกาะตอนช่วงเดือน ก.ค. นี้นะ จริง ๆ อยากให้เปิดช่วง ต.ค. ไปเลย เพราะอย่างน้อยให้คนในประเทศได้รับการป้องกันให้มากที่สุดก่อน และถ้าเปิด ต.ค. มันจะลากยาวไปถึงปีใหม่ได้ เพราะลูกค้าเขาอยากมาช่วงปีใหม่ หลังเดือน พ.ย. ไปแล้ว กลัวว่าจะพังไปถึงปีใหม่เลย"

รู้ว่าเสี่ยงแต่ก็มีความหวัง

พัชราพร ศรีรัตนพันธุ์ พนักงานร้านแลกเปลี่ยนเงินตราโกลบอล ซูเปอร์ริช ภูเก็ต เปิดร้านรับแลกเงินอยู่บริเวณ ซ.บางลา ริมหาดป่าตอง คิดถึงบรรยากาศก่อนโควิดจะมา ภาพนักท่องเที่ยวซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวจีนต่อคิวแลกเงินที่ร้าน ทำรายได้เดือนละเป็นหลักล้าน แต่ตอนนี้เธอมีรายได้จากลูกค้าเก่กลุ่มเล็ก ๆ เท่านั้น

แต่ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ทำให้เธอกลับมาเตรียมกลับมาเปิดบูธแลกเงิน 5 สาขาทั่วเกาะภูเก็ต เริ่มจากทำความสะอาดและเตรียมสำรองเงินให้เพียงพอต่อความต้องการ

"ตอนนี้เราคาดหวังกับโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์มาก เพราะถ้าไม่เปิดก็อยู่ไม่ได้แล้วเพราะรัฐบาลก็มาจ่ายเงินเยียวยาเราใม่ไหวแล้ว ที่คาดการณ์ไว้ว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเป็นแสนคน เราหวังว่าจะได้ลูกค้าสักหมื่นคนก็พอ" พัชราพรบอกกับบีบีซีไทย

"มีนักท่องเที่ยวก็ดี ชาวป่าตองจะได้มีชีวิตอยู่ต่อได้ แต่พวกเราก็มีความเสี่ยงสูง เพราะวัคซีนที่ได้มา (ประสิทธิภาพ) ไม่ดีมาก แล้วเชื้อตัวใหม่อาจจะไม่ออกอาการเลยก็ได้ เรากลัวว่าคนที่เข้ามาจะเอาเชื้อใหม่เข้ามา ไม่รู้ว่าสถานการณ์จะดีขึ้นหรือแย่ลง"

บูธแลกเปลี่ยนเงินตรา

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai

คำบรรยายภาพ, บูธแลกเปลี่ยนเงินตราของพัชราพรเปิดให้บริการอยู่ที่ ซ.บางลา เมืองป่าตอง ที่ไม่เคยเงียบเหงาเท่านี้มาก่อน

อรุณ โสรส พ่อค้าขายข้าวไข่เจียวและผัดกะเพรา เป็นอีกคนหนึ่งที่ดิ้นรนให้อยู่รอดในช่วงที่ภูเก็ตไร้นักท่องเที่ยวมากว่าปีครึ่ง เขาเคยมีรายได้วันละ 2,000 บาท ตอนนี้เหลือแค่ 500 บาท

อรุณหวังว่าถ้าร้านอาหาร โรงแรม เตียงชายหาดกลับมาทำธุรกิจได้เหมือนเดิม บรรดาพนักงานและลูกจ้างซึ่งเป็นลูกค้าหลักที่มาซื้อข้าวผัดกระเพรา-ไข่เจียวของเขาก็จะกลับมาด้วย และเขาก็จะขายดีขึ้น

"เราต้องการภาพความคึกคักแบบเดิมคืนมาแต่ก็ยังคงเป็นไปไม่ได้ แต่ขอให้มีเข้ามาบ้างก็ยังดี ตอนนี้บางทีวิ่งเป็นชั่วโมงเพิ่งขายได้แค่จานเดียว" อรุณเล่าและบอกว่าเขาฉีดวัคซีนแล้ว แต่ก็ยังกังวลอยู่ว่าถ้าเปิดเกาะรับนักท่องเที่ยวและผู้คนกลับมาทำงานเหมือนเดิมแล้ว อาจจะเกิดการระบาดระลอกใหม่ขึ้นมาอีก

"แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรเลย เพราะถ้าไม่มีนักท่องเที่ยวเราก็ขายของลำบาก" เขาบอก

อรุณบอกว่าเขาไม่ค่อยพอใจกับมาตรการเยียวยาของรัฐบาล เพราะเข้าถึงยาก มีกฎเกณฑ์หลายอย่าง

คนขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้าง

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang/BBC Thai

คำบรรยายภาพ, เจริญ ทรงกิจ อาชีพมอเตอร์ไซค์รับจ้างเคยมีรายได้ถึงวันละ 5,000-7,000 บาท ในฤดูท่องเที่ยวก่อนโควิดระบาด

"ถ้าเลือกได้อยากมีช่องทางให้ทำมาหากินได้เองมากกว่า เพราะพวกเรามีความสามารถที่จะหาเงินได้มากกว่ารอเงินเยียวยาจากรัฐบาล...ถ้ามีช่องทางให้ทำมากินได้จะดีกว่า"

เจริญ ทรงกิจ คนขี่มอเตอร์ไซด์รับจ้างวัย 61 ปี รอรับนั่งท่องเที่ยวอยู่ริมชายหาดป่าตอง ถึงแม้ว่าวันนี้จะยังไม่มีนักท่องเที่ยว แต่เจริญก็ยังมานั่งรอลูกค้าที่จุดเดิมที่เขาหากินมา 27 ปี จากที่เคยมีรายได้ถึง 5,000-7,000 บาทต่อวันช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว โควิดทำให้เจริญรายได้ลดลงเหลือวันละ 200 บาท

"ผมพอมีเงินเก็บเอาไว้ใช้ แต่ลูกหลานเราตกงานไม่งานทำ ทำให้เราต้องให้เงินเก็บไปให้ลูกหลานใช้" เจริญบอก "ผมหวังว่าการเปิดเกาะครั้งนี้ อย่าให้ตามมาด้วยการติดเชื้อเพิ่มขึ้นก็พอ เรื่องรายได้มาก็ดี แต่ไม่อยากให้ภูเก็ตต้องถูกปิดยาวไปอีก"

อย่างไรก็ตาม ประเด็นเรื่องความกังวลของคนในพื้นที่ต่อโอกาสที่จะกลับมาระบาดของโควิด-19 จากการเปิดเกาะนี้ ศบค. ได้เตรียมมาตรการรองรับไว้แล้ว โดยระบุว่า โครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์อาจถูกระงับหรือยกเลิกได้ หากเกิด 5 ปัจจัยต่อไปนี้

  • จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่มากกว่า 90 ราย/สัปดาห์ (หรือ 13 ราย/วัน)
  • มีลักษณะการกระจายของเชื้อโรคใน 3 อำเภอ และมากกว่า 6 ตำบล
  • มีการระบาดเกิน 3 คลัสเตอร์ หรือมีการระบาดในวงกว้างที่หาสาเหตุหรือความเชื่อมโยงไม่ได้
  • มีผู้ติดเชื้อครองเตียงตั้งแต่ 80% ของศักยภาพจังหวัดที่รองรับได้
  • มีการระบาดของเชื้อกลายพันธุ์แบบวงกว้างควบคุมไม่ได้

หากเกิดปัจจัยไม่พึงประสงค์ตามข้างต้น นพ. ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. ใช้คำว่า "เปิดได้ ก็ปิดได้" โดยรัฐพร้อมทบทวนและปรับเปลี่ยนโครงการ เริ่มต้นจากการปรับลดบางกิจกรรมลง, เปลี่ยนเงื่อนไขการเดินทางจากให้อิสระนักท่องเที่ยวไปได้ทั่วเกาะ เป็นจำกัดเส้นทาง (Sealed route), ให้กักตัวอยู่ในบริเวณที่พัก (Hotel Quarantine) และสุดท้ายคือยุติโครงการไปเลย

line

ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์: ข้อกำหนดสำหรับนักท่องเที่ยว

ในการท่องเที่ยววิถีใหม่ (New Normal) ภายใต้การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้า จ.ภูเก็ต ต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคสำหรับผู้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร (Standard Operation Procedures หรือ SOP) ที่เพิ่งประกาศลงราชกิจจานุเบกษาค่ำวันที่ 29 มิ.ย. โดยสรุปสาระสำคัญได้ ดังนี้

ก่อนเข้าเมือง

  • ต้องได้รับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ครบ 2 เข็ม หรือครบโดสตามจำนวนวัคซีนแต่ละชนิด หรือได้รับวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า 1 เข็มมาแล้วเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 14 วัน หรือเป็นผู้หายจากโรคโควิด-19 มาแล้วไม่เกิน 90 วัน หรือได้รับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธีการ RT-PCR ไม่เกิน 72 ชม. ก่อนวันเดินทาง
  • เด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี ที่เดินทางมาพร้อมผู้ปกครองที่ฉีดวัคซีนแล้วเดินทางเข้าได้
  • ต้องเดินทางมาจากกลุ่มประเทศต้นทางที่มีความเสี่ยงต่ำ-ปานกลาง ตามหลักเกณฑ์ สธ. ซึ่งขณะนี้มีทั้งสิ้น 66 ประเทศ โดยผู้เดินทางต้องอยู่ในประเทศเหล่านั้นไม่น้อยกว่า 21 วัน
  • ต้องมีเอกสาร 5 ประเภทมาแสดง ได้แก่ 1) หนังสือรับรองการเดินทางเข้าประเทศ (Certificate of Entry - COE) 2) ใบรับรองแพทย์ที่ยืนยันว่าไม่มีเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธีการ RT-PCR ไม่เกิน 72 ชม. ก่อนการเดินทาง 3) กรมธรรม์ประกันภัยที่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพและรักษาพยาบาล รวมกรณีโรคโควิด-19 ตลอดเวลาที่อยู่ในไทย ในวงเงินไม่น้อยกว่า 1 แสนดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.15 ล้านบาท) 4) หลักฐานการชำระค่าที่พักและค่าตรวจหาเชื้อโดย RT-PCR โดยระบุเวลาเข้าพักไม่น้อยกว่า 14 วัน และ 5) เอกสารรับรองการฉีดวัคซีนจากประเทศต้นทาง (Certificate of Vaccination) ครบตามเกณฑ์ที่ผู้ผลิควัคซีนกำหนด ซึ่งต้องเป็นวัคซีนที่ขึ้นทะเบียนตามกฎหมายของไทย หรือได้รับการรับรองโดยองค์การอนามัยโลก เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 14 วัน

หลังเข้าเมือง

  • ต้องพำนักอยู่ใน จ.ภูเก็ต 14 วัน หลังจากนั้นสามารถเดินทางไปพื้นที่อื่นในไทยได้
  • ต้องดาวน์โหลดและติดตั้งแอปพลิเคชัน "หมอชนะ" บนสมาร์ทโฟน และยินยอมให้เข้าถึงตำแหน่งที่ตั้ง (Share Location) ตลอดระยะเวลาที่อยู่ใน จ.ภูเก็ต
  • เข้ารับการทดสอบโควิด-19 ด้วยวิธี RT-PCR โดยออกค่าใช้จ่ายเอง 3 ครั้ง ครั้งแรก เมื่อเดินทางถึงสนามบินภูเก็ต และรอผลตรวจเชื้อในที่พัก จากนั้นตรวจโควิดอีกครั้งในวันที่ 6-7 ณ โรงแรม/สถานพยาบาลคู่สัญญา และวันที่ 12-13 ณ โรงแรม/สถานพยาบาลคู่สัญญา
  • ในระหว่างอยู่ในภูเก็ต ไม่ต้องกักตัวอยู่แต่ในห้องพัก ไปเที่ยวได้ทั่วเกาะ หากประสงค์จะเดินทางท่องเที่ยวในน่านน้ำของจังหวัด ให้เดินทางผ่านท่าเรือที่กำหนดเท่านั้น
  • หลังครบ 14 วัน หากประสงค์จะเดินทางออกจากภูเก็ตทางเรือ ให้เดินทางผ่าน 3 ท่าเรือที่กำหนดเป็นด่านตรวจทางน้ำเท่านั้น ได้แก่ 1) ท่าเทียบเรืออ่าวฉลอง ต.ฉลอง อ.เมืองภูเก็ต 2) ท่าเทียบเรือรัษฎา ต.รัษฎา อ.เมืองภูเก็ต และ 3) ท่าเทียบเรืออ่าวปอ ต.ป่าคลอก อ.ถลาง ในกรณีเดินทางโดยเรือยอร์ชให้ออกจาก 5 ท่าเรือนี้เท่านั้น ได้แก่ 1) ท่าเทียบเรือยอร์ช เฮเว่น มารีน่า 2) ท่าเทียบเรืออ่าวปอ แกรนด์ มารีน่า 3) ท่าเทียบเรือภูเก็ต โบ๊ทลากูน 4) ท่าเทียบเรือรอยัล ภูเก็ต มารีน่า และ 5) ท่าเทียบเรือมารีน่าอ่าวฉลอง
ข้าม YouTube โพสต์
ยินยอมรับเนื้อหาจาก Google YouTube

บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก Google YouTube เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ Google YouTube และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ Google YouTube ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"

คำเตือน:เนื้อหาภายนอกอาจมีโฆษณา

สิ้นสุด YouTube โพสต์