โควิด-19 : มาตรการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดใหญ่

คนงานในเกาหลีใต้ฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรค

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, มาตรการช่วยเหลือจะช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจโลกได้หรือไม่
    • Author, เอกรินทร์ บำรุงภักดิ์
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

การล็อกดาวน์ในช่วงการระบาดของโควิด-19 ทั่วโลก ส่งผลให้หลายประเทศต้องเผชิญกับวิกฤต รัฐบาลจำเป็นต้องออกมาตรการช่วยเหลือประชาชนและภาคธุรกิจ เพื่อลดผลกระทบที่เกิดขึ้น ซึ่งคาดว่าจะทำให้เศรษฐกิจโลกหดตัวมากที่สุดนับตั้งแต่ทศวรรษ 1930

สำหรับประเทศขนาดใหญ่แถบยุโรปหลายแห่ง รัฐบาลรับปากว่าจะปล่อยเงินกู้ก้อนใหม่ให้แก่ห้างร้านที่ได้รับผลกระทบจากการล็อกดาวน์ เพื่อไม่ให้กิจการล้มละลาย ธนาคารกลางสหรัฐฯ ก็ได้มีโครงการให้เงินกู้ที่คล้ายคลึงกัน นอกจากนี้หลายประเทศยังมีการช่วยเหลือประชาชน ที่ยากจนหรือได้รับผลกระทบจากมาตรการล็อกดาวน์ด้วยการโอนเงินให้โดยตรง

แจกเงิน

ตัวอย่างหนึ่งคือแคนาดา ที่ในช่วงล็อกดาวน์ ได้มอบเงิน 2,000 ดอลลาร์แคนาดา (ประมาณ 51,900 บาท) ต่อเดือน สูงสุดเป็นเวลา 4 เดือนให้แก่ผู้ที่สูญเสียรายได้เนื่องจากการระบาดใหญ่ของโควิด ขณะที่คอสตาริกา ประเทศในอเมริกากลาง ให้เบี้ยเลี้ยงประชาชน 220 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 6,400 บาท) ต่อเดือน แก่ประชาชนที่สูญเสียงานในช่วงโควิด

สหรัฐฯ และบางประเทศในเอเชียได้ใช้วิธีการที่ครอบคลุมมากกว่านั้น

ชาวอเมริกันทุกคนที่มีรายได้ต่ำกว่า 99,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.17 ล้านบาท) ซึ่งคาดว่าคิดเป็นประมาณ 90% ของครัวเรือน จะได้รับเงินมากถึง 1,200 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 38,400 บาท) ต่อคน ส่วนรัฐบาลกลางเกาหลีใต้ส่งเช็คมูลค่าสูงสุดถึง 1 ล้านวอน (ประมาณ 28,300 บาท) ให้ครัวเรือนที่มีฐานรายได้ 80% แรกของประเทศ

ปีที่แล้ว ในช่วงเริ่มต้นของการระบาด ฮ่องกงได้ประกาศแจกเงินให้ประชากรผู้ใหญ่ 10,000 ดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 41,200 บาท) ต่อคน ญี่ปุ่นก็มอบเงินให้ประชาชน 100,000 เยน (ประมาณ 28,800 บาท) ต่อคน ส่วนสิงคโปร์มอบเงินให้ประชาชนคนละ 600 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ประมาณ 14,300 บาท)

ส่วนในยุโรป หลายประเทศไม่ได้มอบเงินพิเศษให้แก่ประชาชนแบบครั้งเดียว แต่ได้ใช้โครงการช่วยเหลือที่มีอยู่แล้วของตัวเองอย่าง โครงการยูนิเวอร์แซลเครดิต (Universal Credit) ของสหราชอาณาจักร ซึ่งให้ความช่วยเหลือผู้มีรายได้ต่ำและผู้ว่างงาน

พนักงานในร้านอาหารกำลังรับแขก

ที่มาของภาพ, Getty Images

สนับสนุนค่าจ้าง

อีกกลยุทธ์หนึ่งที่รัฐบาลในหลายประเทศนำมาใช้คือการให้การสนับสนุนในการจ่ายค่าจ้างแรงงานแก่บริษัทต่าง ๆ ที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการล็อกดาวน์ เพื่อหวังว่าบริษัทจะรักษาพนักงานไว้ และเศรษฐกิจจะฟื้นตัวกลับคืนมาได้อย่างรวดเร็วหลังจากมีการยกเลิกข้อจำกัดต่าง ๆ

โดยสหราชอาณาจักรให้เงิน 80% ของค่าจ้างต่อเดือนก่อนหักภาษีสูงสุดไม่เกิน 2,500 ปอนด์ (ประมาณ 111,000 บาท) ต่อเดือน ตลอดโครงการ

แคนาดาและเดนมาร์กให้เงินช่วยเหลือสูงสุด 75% ของค่าจ้างก่อนหักภาษี สูงสุด 847 ดอลลาร์แคนาดา (ประมาณ 21,900 บาท) ต่อสัปดาห์และ 30,000 โครน (ประมาณ 154,000 บาท) ต่อเดือน ตามลำดับ แต่เดนมาร์กให้นายจ้างจ่ายสมทบส่วนที่เหลือแก่ลูกจ้าง เพื่อให้ลูกจ้างมีรายได้ 100% ตามเดิม

ส่วนสวีเดน, ไอร์แลนด์, เยอรมนี, ฝรั่งเศส และสหรัฐฯ ให้เงินช่วยเหลือเช่นเดียวกันแต่สัดส่วนแตกต่างกันไปตั้งแต่ 50-90% และจำกัดจำนวนเงินช่วยเหลือสูงสุดไว้เช่นกัน

ขณะที่ออสเตรเลียให้เงินช่วยเหลือในจำนวนตายตัว 1,500 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (ประมาณ 36,200 บาท) ต่อ 2 สัปดาห์ ต่อพนักงาน 1 คน ไม่ว่ารายได้ก่อนหน้านั้นหรือรายได้ในปัจจุบันจะอยู่ที่เท่าไหร่ก็ตาม

Getty Images

ที่มาของภาพ, Getty Images

ชดเชยผู้มีอาชีพอิสระ

นอกจากนี้ยังมีการจ่ายเงินชดเชยให้กับคนที่มีอาชีพอิสระด้วย โดยในสวีเดน ผู้ที่มีอาชีพอิสระสามารถขอรับผลประโยชน์ได้ 70-80% ของเงินที่หาได้ก่อนหน้านี้ หากเป็นสมาชิกของโครงการรับประกันการว่างงาน a-kassa และหยุดทำงาน

สหราชอาณาจักร, ฝรั่งเศส, เดนมาร์ก และสหรัฐฯ ได้ทำโครงการพิเศษขึ้นเพื่อคนที่มีอาชีพอิสระเพื่อรับมือกับการระบาดของโควิด ซึ่งมีเป้าหมายในการชดเชยรายได้บางส่วนที่พวกเขาหาได้ในช่วงก่อนเกิดการระบาด

เดนมาร์กและฝรั่งเศสอาจให้เงินชดเชยสูงสุดถึง 100% โดยเดนมาร์กจ่ายเงิดชดเชยให้แก่ผู้มีอาชีพอิสระ 90% ของรายได้ที่สูญเสียไป เมื่อเทียบกับรายได้ในปี 2019 และจะจ่ายให้ 100% หากหยุดกิจการตามคำสั่งของรัฐบาล ส่วนฝรั่งเศสจ่ายให้ 100% ของรายได้ที่สูญเสียไปเมื่อเทียบกับรายได้ในเดือนเดียวกันในปี 2019 แต่ทั้งสองประเทศจำกัดเงินช่วยเหลือสูงสุดต่อเดือนไว้ที่ 23,000 โครน (ประมาณ 117,800 บาท) และ 1,500 ยูโร (ประมาณ 57,200 บาท) ตามลำดับ

คำบรรยายวิดีโอ, โควิด ติดซ้ำได้หรือไม่

สหราชอาณาจักรจ่ายเงินชดเชยให้ผู้มีอาชีพอิสระ 80% ของเงินที่หาได้ในอดีต ไม่ว่าจะได้รับผลกระทบจากโควิดหรือไม่

สหรัฐฯ ให้ความช่วยเหลือคนกลุ่มนี้เหมือนกับคนว่างงาน โดยมีการจ่ายเงินชดเชยให้ 25-50% ของค่าจ้างรายสัปดาห์ ขึ้นอยู่แต่ละรัฐ บวกกับเงิน 600 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 19,200 บาท) ต่อสัปดาห์

ต่างจากในออสเตรเลีย, ไอร์แลนด์ และแคนาดา ผู้ที่มีอาชีพอิสระมีสิทธิ์ได้รับผลประโยชน์การชดเชยค่าจ้างเป็นเงินจำนวนตายตัวโดยไม่มีเงื่อนไขยุ่งยาก และไม่เกี่ยวกับรายได้ที่เคยได้รับก่อนหน้า โดยผู้ที่มีสิทธิ์ได้รับเงินนี้จะต้องยืนยันว่าสูญเสียรายได้ทั้งหมดหรือบางส่วน ส่วนในเยอรมนี ผู้ที่มีอาชีพอิสระมีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการเงินช่วยเหลือทางธุรกิจ ซึ่งจะชดเชยค่าใช้จ่ายคงที่ต่าง ๆ นาน 3 เดือน สูงสุด 9,000 ยูโร (ประมาณ 343,000 บาท)

ผู้หญิงขายผลไม้ในกัวเตมาลา

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, คนจำนวนมากต้องการประสบปัญหาในการเข้าถึงการช่วยเหลือจากรัฐบาล

เพื่อนบ้านไทยมีมาตรการช่วยเหลืออย่างไร

เจอโรม วิราวัน บรรณาธิการบีบีซีภาคภาษาอินโดนีเซีย ระบุว่า รัฐบาลอินโดนีเซียได้ให้เงินช่วยเหลือมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ มีโครงการช่วยเหลือทางสังคม และให้วัคซีนฟรีแก่ประชาชนนับตั้งแต่เริ่มมีการระบาดของโควิดในปีที่แล้ว

"โครงการให้วัคซีนมีเป้าหมายในการให้วัคซีนแก่ประชากรวัยผู้ใหญ่ 181.5 ล้านคนโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย รัฐบาลยังชดเชยค่าใช้จ่ายในการรักษาคนไข้โควิด-19 ให้แก่โรงพยาบาลทั้งของรัฐและเอกชนด้วย" บรรณาธิการบีบีซีภาคภาษาอินโดนีเซียระบุ

ส่วนในเมียนมา โซ วิน ทัน บรรณาธิการบีบีซีภาคภาษาเมียนมากล่าวว่า เนื่องจากการทำรัฐประหารเมื่อวันที่ 1 ก.พ. ทำให้การระบุถึงความช่วยเหลือของรัฐบาลทำได้ยากในขณะนี้ นอกจากนี้ประชาชนยังไม่ไว้วางใจในการไปใช้บริการตามสถานที่ที่กองทัพจัดหาให้ด้วย

"แพทย์และพยาบาลหลายพันคนได้เข้าร่วมขบวนการอารยะขัดขืน (Civil Disobedient Movement--CDM) และออกจากงาน ดังนั้นตามคลินิกและโรงพยาบาลต่าง ๆ จึงขาดแคลนเจ้าหน้าที่ด้านการแพทย์อย่างมาก" โซ วิน กล่าว

คนต่อแถวรอรับอาหารในอินเดีย

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, คนต่อแถวรอรับอาหารในอินเดีย

อย่างไรก็ตาม บรรณาธิการบีบีซีภาคภาษาเมียนมาระบุว่า ขณะนี้ผู้ป่วยโควิดสามารถเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย รัฐบาลทหารของเมียนมายังได้จัดตั้งศูนย์กักกันตัวทั่วประเทศ และมีบริการตรวจหาเชื้อฟรีให้แก่ผู้ที่คิดว่าตัวเองมีอาการป่วยโควิด

เขาระบุว่า รัฐบาลก่อนหน้านี้ได้เริ่มโครงการให้วัคซีนขึ้น โดยได้มีการให้วัคซีนแก่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ทำงานในแนวหน้าทุกคน แต่เพราะรัฐประหารทำให้โครงการนี้หยุดไป รัฐบาลทหารได้กลับมาทำโครงการนี้ต่อและมีการให้วัคซีนแก่ทหารและผู้สูงอายุ แต่มีรายงานจากหลายแห่งระบุว่า วัคซีนหมดลงแล้ว โดยรัฐบาลทหารเมียนมาระบุว่า กำลังได้รับวัคซีนเพิ่มเติมจากอินเดียและจีนในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้

โฮเวิร์ด หวัง บรรณาธิการบีบีซีภาคภาษาจีน ให้ข้อมูลเกี่ยวกับมาตรการของทางการจีนว่า ผู้ป่วยโควิดจะได้รับการรักษาโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเช่นกัน นอกจากนี้รัฐบาลยังจัดหาประกันการรักษาพยาบาล สนับสนุนการพักการชำระหนี้ที่อยู่อาศัย หรือเลื่อนการชำระหนี้ออกไป นอกจากนี้ยังมีการมอบเงินพิเศษให้แก่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในการช่วยต่อสู้กับโควิดด้วย

"รัฐบาลสนับสนุนเงินกู้ดอกเบี้ยศูนย์เปอร์เซ็นต์สำหรับบริษัทสำคัญต่าง ๆ เพื่อปกป้องงาน" โฮเวิร์ดกล่าว

ในส่วนของฮ่องกง จนถึงขณะนี้รัฐบาลฮ่องกงได้ให้เงินช่วยเหลือด้านการจ้างงานและภาคธุรกิจต่าง ๆ ในช่วงการระบาดของโควิดแล้วเป็นมูลค่า 1,300 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 5,350 ล้านบาท) เพื่อให้อุตสาหกรรมต่าง ๆ ให้บริการต่อไปได้

BBC Thai

ที่มาของภาพ, BBC Thai