โควิด-19: นายกฯ ใช้งบประมาณจากเงินกู้และประกันสังคม 7.5 พันล้าน เยียวยาผู้ประกอบการ-แรงงานใน 6 จังหวัด

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
ศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบจากโควิด-19 (ศบศ.) เห็นชอบมาตรการเยียวยาผู้ประกอบการ นายจ้าง ลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบจากข้อกำหนดฉบับที่ 25 ของ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน คาดใช้งบประมาณ 7.5 พันล้านบาท
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แถลงภายหลังการประชุมว่าเบื้องต้น รัฐบาลเน้นการช่วยเหลือนายจ้างและแรงงานในกิจการก่อสร้าง ร้านอาหารและโรงแรมที่พักในพื้นที่ 6 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ นครปฐม สมุทรปราการ สมุทรสาคร นนทบุรีและปทุมธานีในช่วงเวลา 1 เดือน โดยรัฐบาลได้เตรียมงบประมาณจากเงินกู้ และเงินจากกองทุนประกันสังคมรวมแล้วประมาณ 7.5 พันล้านบาท
ข้อกำหนดฉบับที่ 25 ภายใต้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ซึ่งเผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 26 มิ.ย. และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันนี้ (28 มิ.ย.) ในพื้นที่ 10 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ และปริมณฑล 6 จังหวัด และ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (สงขลา ยะลา ปัตตานี นราธิวาส) มีมาตรการหลัก ๆ ได้แก่
- ควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดในกลุ่มแรงงานก่อสร้าง โดยให้ปิดสถานที่ก่อสร้างและปิดสถานที่พักอาศัยชั่วคราวสำหรับคนงานทั้งที่อยู่ภายนอกและภายในสถานที่ก่อสร้าง รวมทั้งให้หยุดงานก่อสร้าง ห้ามการเดินทางและเคลื่อนย้ายแรงงานเป็นเวลาอย่างน้อย 30 วัน
- กำหนดมาตรการควบคุมโรคเฉพาะสำหรับพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ได้แก่ ห้ามนั่งรับประทานอาหารในร้านให้ซื้อกลับบ้านได้เท่านั้น, ศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้าให้ปิดบริการในเวลา 21.00 น., โรงแรม ศูนย์แสดงสินค้า ศูนย์ประชุม เปิดได้ตามปกติ แต่ห้ามจัดประชุม สัมมนาหรือจัดเลี้ยง, ห้ามจัดกิจกรรมที่มีการรวมกลุ่มกันเกินกว่า 20 คน เว้นแต่ได้รับอนุญาตหรือเป็นกิจกรรมที่ดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่
- ตั้งจุดตรวจและจุดสกัดเพื่อคัดกรองการเข้าออกพื้นที่ 10 จังหวัดอย่างเข้มงวด
เยียวยาอย่างไรบ้าง
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่าเขาทราบดีว่ามีผู้ได้รับผลกระทบจากข้อกำหนดนี้จำนวนมาก แต่ยืนยันว่าก่อนจะออกมาตรการใด ๆ รัฐบาลได้รับฟังความคิดเห็นอย่างรอบด้านและหารือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมาแล้ว
"แน่นอนล่ะครับต้องมีคนไม่สบายใจ หรือไม่พอใจ แต่เราต้องบริหารงานให้เป็นระบบให้ได้ ไม่เช่นนั้นจะเกิดปัญหา พันกันยุ่งเหยิงในอนาคต รัฐบาลต้องดำเนินการให้รอบคอบรัดกุม" นายกฯ กล่าว
"ก็รู้แหละว่าเดือดร้อน ก็เดือดร้อนกันทั้งหมด พวกเราก็เดือดร้อนไปไม่น้อยกว่าท่าน มากกว่าท่านด้วย เพราะต้องทำให้ทุกคนสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ในช่วงนี้" พล.อ.ประยุทธ์กล่าวและยอมรับว่าเขา "เสียใจ" และ "อดทน" ต่อการที่หลายคนใช้วาจากิริยาไม่สุภาพวิจารณ์รัฐบาล

สำหรับมาตรการเยียวยา ซึ่งจะเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันพรุ่งนี้ (29 มิ.ย.) มีเช่น
- จ่ายค่าแรง 50% ให้แรงงานในแคมป์ก่อสร้างที่ต้องหยุดงาน โดยรัฐบาลขอความร่วมมือนายจ้างให้จัดหาอาหารการกินให้แรงงานซึ่งไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าออกจากแคมป์
- จ่ายเงินเพิ่มเติมให้กับลูกจ้างในระบบประกันสังคมประมาณ 2,000 บาทต่อคน และนายจ้างในระบบประกันสังคมตามจำนวนลูกจ้างแต่ไม่เกิน 200 คน เป็นเงิน 3,000 บาทต่อคน
"สรุปว่ารัฐบาลจะดูแลทุกกลุ่มที่ได้รับผลกระทบในระยะเวลา 1 เดือนที่ได้ประกาศปิดไปแล้ว...การเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบแบ่งเป็นระยะที่ 1 ระยะที่ 2 และระยะที่ 3 ซึ่งก็จะมีพื้นที่จังหวัดอื่นตามมา แต่วันนี้ขอในส่วน 6 จังหวัดก่อน" นายกฯ ชี้แจง
"ผมเป็นห่วงร้านอาหาร โดยเฉพาะร้านอาหารรายย่อยที่ปกติคนค่อนข้างระมัดระวังเรื่องโควิดระบาดอยู่แล้ว ไม่ค่อยออกนอกบ้านจึงได้ขอความร่วมมือไปยังสมาคมก่อสร้างกับผู้ประกอบการร้านอาหารต่าง ๆ เพื่อประกอบอาหารและจัดส่งไปยังสถานประกอบการและแคมป์คนงานต่าง ๆ เพื่อที่จะได้มีรายได้เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง เรื่องนี้ทางกรุงเทพฯ รับเรื่องไปแล้ว"
พล.อ.ประยุทธ์ยอมรับว่าเขา "เสียใจ" และ "อดทน" ต่อการที่หลายคนใช้วาจากิริยาไม่สุภาพวิจารณ์รัฐบาล แต่ยืนยันว่าเขาไม่หวั่นไหวและจะเดินหน้าทำงานต่อไป
"ผมไม่เคยหวั่นไหวอะไรทั้งสิ้น ผมจะทำของผมให้ดีที่สุดตราบใดที่ผมยังทำได้ ผมรักประชาชน รักอย่างเจตนารมณ์บริสุทธิ์ ผมไม่ต้องการอะไรจากเขา มีอะไรที่ผมจะดูแลเขาได้มากที่สุด ผมก็จะขอความร่วมมือจากทุกท่าน ทุกคนช่วยกันหมด"
แรงงานได้รับผลกระทบใน 6 จังหวัดเกือบ 7 แสนคน
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานยืนยันวันนี้ (28 มิ.ย.) รัฐจะจ่ายค่าชดเชย 50% ของค่าแรงให้แรงงานก่อสร้างที่ต้องหยุดงานจากมาตรการปิดแคมป์ก่อสร้างและหยุดก่อสร้าง 1 เดือนใน 10 จังหวัด แต่ขอความร่วมมือนายจ้างช่วยดูแลค่าอาหารในแคมป์ที่พัก เผยมีมาตรการปลดล็อกแคมป์ก่อสร้างทุก ๆ 15 วัน หากแรงงานได้รับวัคซีนครบและไม่มีผู้ติดเชื้อโควิด-19
เขาให้ข้อมูลว่าจำนวนแรงงานที่ได้รับผลกระทบจากการปิดกิจการและหยุดโครงการก่อสร้างใน 6 จังหวัด คือ กรุงเทพฯ นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และสมุทรสาครกว่า 697,000 คน

ที่มาของภาพ, Thai news pix
นายสุชาติอธิบายเพิ่มเติมว่า สำหรับค่าแรง 50% ที่รัฐจะจ่ายให้ในช่วงที่หยุดงานนั้น จะมีเจ้าหน้าที่จ่ายให้ทุก 5 วัน โดยมีเงื่อนไขว่าผู้ที่ได้รับเงินจะต้องได้รับการรับรองจากนายจ้างว่าอยู่ในแคมป์ทุกวันตลอดเวลาการปิดแคมป์ก่อสร้าง นอกจากนี้ ยังมีระบบการตรวจสอบว่าแรงงานที่จะได้รับการเยียวยาจะต้องอยู่ในแคมป์ก่อสร้าง หากไม่อยู่ก็จะไม่ได้รับเงินชดเชยดังกล่าว
รมว.แรงงานคาดว่าจะมีการจ่ายค่าแรงชดเชยงวดแรกในวันที่ 6 ก.ค.นี้
"ขอความร่วมมือในการควบคุมคนงานให้อยู่กับแคมป์ที่พักอยู่กับที่ สำหรับอาหาร เจ้าของกิจการจะดำเนินการดูแลพนักงานและลูกจ้างเอง โดยกระทรวงแรงงานและรัฐบาลเองก็มีบางส่วนที่จะช่วยได้ แต่ก็ไม่ได้มากมายเท่ากับนายจ้างดูแลลูกจ้างอยู่แล้ว" นายสุชาติกล่าวในการแถลงข่าวเมื่อวานนี้
"เราจะเข้าไปเช็กที่ไซต์งาน พร้อมกับตัวแทนนายจ้าง ว่านาย ก อยู่ไหม อยู่ก็จ่าย นาย ข ไม่อยู่ก็ไม่จ่าย เพราะเราถือว่าการจ่ายเงินต้องมีทั้งลูกจ้างและนายจ้าง"
รมว.แรงงานยืนยันว่า ข่าวที่มีแรงงานทยอยออกจากแคมป์นั้น "เป็นส่วนน้อย" ส่วนการหยุดงาน 1 เดือนที่ ผู้ประกอบการต้องขยายสัญญา เป็นสิ่งที่กระทรวงแรงงานจะประสานต่อไป
แรงงานที่ไม่มีประกันสังคม ขอนายจ้างช่วยจ่าย

ที่มาของภาพ, Thai news pix
ความกังวลจากสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยฯ ในการจ่ายค่าชดเชยเมื่อหยุดงานในกลุ่มแรงงานนอกระบบประกันสังคม รมว.แรงงาน ได้อ้างคำตอบจากเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (ปกส.) ที่ระบุว่า แรงงานส่วนนี้ที่ไม่มีประกันสังคม เป็นส่วนน้อยเท่านั้น
นายสุชาติระบุว่า แรงงานที่ไม่มีประกันสังคม "ทางผู้ประกอบการต้องช่วยแบ่งเบาตรงนี้ไป" หากมีการนำเข้าระบบประกันสังคม อาจต้องมีการเสียค่าปรับบางส่วนและจ่ายสมทบย้อนหลัง สำหรับรายละเอียดให้ ผอ.เขตประกันสังคมประสานงานกับทางผู้ประกอบการ
"ถ้ามีไม่เยอะผู้ประกอบการยินดีช่วยเหลือ" นายสุชาติกล่าว
นอกจากนี้ในช่วงระยะเวลาปิด 1 เดือน จะให้มีการแต่ประเมินครั้งละ 15 วัน เพื่อให้ข้อมูลกับ ศบค. ว่าในบางแคมป์ ถ้าคนงานได้วัคซีนเพียงพอปลอดภัยแล้วจะสามารถยื่นขออนุญาตปลดล็อกให้เปิดได้
"จะทำเรื่องเสนอ ศบค. ปลดล็อกเป็นบางแคมป์ แต่เป้าหมาย 1 เดือน นายกรัฐมนตรีมองว่าเป็นกรอบระยะเวลา และจะหารือทุก 15 วัน"
ภาคก่อสร้าง 8% ของจีดีพี ปิดนานมีผลกระทบ
ก่อนหน้านี้ มติชนออนไลน์ รายงานว่า น.ส.ลิซ่า งามตระกูลพานิช นายกสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยถึงผลกระทบจากมาตรการนี้ว่าปัจจุบัน กทม.มีแคมป์คนงานกว่า 400 แห่ง บริษัทใหญ่ไม่น่าห่วง ห่วงเฉพาะรายเล็กที่กระจัดกระจายตามชุมชน หากไม่มีนโยบายชัดเจนเชื่อว่าคนงานจะแตกกระจายหนีกลับบ้านหรือออกนอกพื้นที่ทั้งหมด
"เมื่อคืนวันศุกร์ 25 มิ.ย.ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งจากผู้รับเหมาที่เป็นสมาชิกในสมาคม หลังนายกรัฐมนตรีประกาศปิดแคมป์คนงานพบว่ามีแรงงานรายย่อยแบบเหมาค่าจ้างรายวันบางส่วนทยอยกลับต่างจังหวัด ก็ไม่รู้ได้ว่าแรงงานชาวไทยและต่างด้าวที่มีอยู่ในพื้นที่ กทม.ขณะนี้กว่า 50,000 คน พอมีข่าวว่าปิดแคมป์จึงเข้าใจในทิศทางเดียวกันว่าปิดไซต์ก่อสร้างด้วย เร่งเดินทางออกจากแคมป์" น.ส.ลิซ่า กล่าวในมติชนออนไลน์

ในการแถลงร่วมกับ รมว. แรงงาน นายกสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยฯ บอกว่า ในการระบาดระลอกที่ 1-2 ผู้ประกอบการก่อสร้างระมัดระวังและปฏิบัติตามมาตรการอย่างดีและดำเนินมาตรการบับเบิ้ล แอนด์ ซีลมาโดยตลอด แม้ไม่มีคำสั่งจากรัฐบาล และในการระบาดทั้งสองระลอกไม่มีแรงงานติดโควิดแต่อย่างใด
แต่สำหรับระบาดระลอกสามเป็นเหตุสุดวิสัย แม้ว่าแคมป์ก่อสร้างบางส่วนจะฉีดวัคซีนให้กับแรงงานแล้วก็ตาม ผู้ประกอบเข้าใจว่าถ้าการสั่งปิดช่วยประเทศชาติได้ก็ยินดี แต่ขอให้รัฐมีมาตรการที่ชัดเจน
"เดิมไม่ค่อยมีความชัดเจนว่าจะทำอย่างไร ผู้ประกอบการก็มีความสบายใจขึ้น อาจจะมีบางประเด็นที่เหลืออยู่ เช่นการบริหาร สัญญา การขยายอายุสัญญา เป็นเรื่องที่ทางสมาคม ต้องทำหนังสือหารือ นายกฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป"
น.ส. ลิซ่า ได้ย้ำถึงการจัดสรรวัคซีนมายังภาคแรงงานก่อสร้าง เนื่องจากเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่สร้างจีดีพีให้กับประเทศ 8% หากปิดนานจะกระทบถึงเศรษฐกิจโดยรวม
"คนงานแคมป์ก่อสร้างทั่วประเทศมีประมาณ 3-5 ล้านคน เฉพาะ กทม. และปริมณฑล ประมาณแสนคน และซัพพลายเชน ยาวมาก ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ทั้งระบบโลจิสติกส์ โรงงานที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้าง ฉะนั้นถ้าเกิดว่าหยุดไปนาน แน่นอนว่ามีผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ"
สำหรับเอกชนภาคก่อสร้างที่เข้าหารือในนามสมาคมวันนี้ ได้แก่ บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) บริษัท ฤทธา จำกัด บริษัท ทวีมงคลก่อสร้าง จำกัด บริษัท ยูเวิร์ด 999 จำกัด บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน)
แรงงานเมียนมาและไทยที่แม่สอดติดโควิด 452 ราย

ที่มาของภาพ, BBC thai stringer
นอกจากที่กรุงเทพฯ แล้ว จากการตรวจเชื้อแรงงานเมียนมาและไทย 840 ราย เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. ที่สถานประกอบการในพื้นที่ ต.แม่ตาว อ.แม่สอด แพทย์พบผู้ติดเชื้อทั้งหมด 452 ราย และยังแน่ชัดอีก 25 ราย โดยตอนนี้ได้ถูกส่งไปตามโรงพยาบาลที่ต่าง ๆ รวมถึงโรงพยาบาลสนาม แล้ว
เจ้าหน้าที่สาธารณสุขแจ้งว่าได้เข้าเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งจากโรงงานสองแห่ง ที่เหลือเป็นบ้านเช่า โดยในจำนวนนี้เป็นชาวเมียนมาเป็นส่วนใหญ่ และได้ขอให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือ และงดการไปในที่สาธารณะ










