โควิด-19: ศบค. เผยยอดผู้ป่วยหนักยังมีแนวโน้มเพิ่ม เร่งแก้ปัญหาขาดเตียงผู้ป่วยใน กทม.และปริมณฑล

ที่มาของภาพ, Getty Images
ยอดผู้ป่วยโควิด-19 เสียชีวิตรายวัน พุ่ง 51 ราย ทำสถิติใหม่ ส่วนใหญ่อยู่ใน กทม. ซึ่งเผชิญภาวะขาดแคลนเตียงสำหรับผู้ป่วยหนัก
กรมการแพทย์เผยว่าเหลือเตียงสำหรับผู้ป่วยขั้นวิกฤตใน กทม. 20 เตียงเท่านั้น ขณะที่ รพ. เชียงรายประชานุเคราะห์พบบุคลากรทางการแพทย์ติดเชื้อ 41 ราย ยังไม่ยืนยันว่าเป็นผู้ที่ฉีดวัคซีนครบ 2 โดสแล้วหรือไม่
23 มิ.ย. นพ. ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์ โควิด-19 (ศบค.) รายงานภาพรวมของการระบาดว่า มีผู้ป่วยรายใหม่ 3,174 ราย แบ่งเป็นการติดเชื้อในประเทศ 3,112 ราย ติดเชื้อจากต่างประเทศ 26 ราย และติดเชื้อภายในเรือนจำอีก 36 ราย ทำให้ผู้ป่วยสะสมเพิ่มเป็น 228,539 ราย ส่วนกลุ่มที่รักษาหายแล้วเพิ่มขึ้น 1,941 ราย ทำให้ผู้ป่วยที่รักษาหายแล้วรวมทั้งหมด 189,777 ราย
ตัวเลขผู้เสียชีวิตที่รายงานเมื่อ 23 มิ.ย. มีทั้งหมด 51 ราย มาจากกรุงเทพมหานคร 34 ราย ตามมาด้วย ปทุมธานีและสมุทรปราการ จังหวัดละ 3 ราย ชลบุรีและนครปฐม จังหวัดละ 2 ราย นนทบุรี ราชบุรี ยะลา ปราจีนบุรี สงขลา สระแก้ว และสระบุรี จังหวัดละ 1 ราย โดยส่วนใหญ่แล้วมีโรคประจำตัว เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง โรคไต หลอดเลือดสมอง โรคหัวใจ โรคตับ เป็นต้น
ศบค. พบว่า มีผู้ป่วยปอดอักเสบรวม 1,526 ราย ในจำนวนนี้ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ 433 ราย คิดเป็น 28.37% เกินกว่าครึ่งอยู่ในกรุงเทพมหานคร 210 ราย สมุทรปราการ 53 ราย นนทบุรี 22 ราย ปทุมธานี 20 ราย สมุทรสาคร 15 ราย และชลบุรี 21 ราย เป็นต้น

ที่มาของภาพ, ศบค.
โดยภาพรวมของผู้ป่วยอาการหนักที่ต้องใส่ท่อช่วยหายใจ ข้อมูล ณ วันที่ 22 มิ.ย. พบว่ายังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ไม่เพียงกทม. และปริมณฑล แต่รวมไปถึงในพื้นที่ต่างจังหวัดอีกด้วย
"นี่เป็นสิ่งที่น่าห่วงใย เพราะกลุ่มผู้ป่วยติดเชื้อพุ่งขึ้นตลอด ขณะที่การค้นหาเชิงรุกก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเช่นกัน" นพ. ทวีศิลป์กล่าว
ศบค. ได้สั่งการ กทม. ทำงานร่วมกับโรงพยาบาลรัฐ เพื่อหาแนวทางขยายจำนวนเตียง รองรับเแนวโน้มจำนวนผู้ป่วยที่จะเพิ่มขึ้น โดยมอบหมายให้รองผู้ว่า กทม. แสวงหาช่องทางและโมเดลใหม่ ๆ ในการขยายศักยภาพจากโรงพยาบาลเอกชน โดยใช้กำลังบุคลากรภาคเอกชนเข้ามาช่วยในส่วนของสถานที่ภาคสนามของรัฐ แต่ขาดบุคลากรภาครัฐ
"เรากำลังเจอสถานการณ์วิกฤตอย่างนี้ ก็จะต้องใช้การบริหารจัดการรูปแบบใหม่ ๆ เข้ามา" โฆษก ศบค. กล่าว

ที่มาของภาพ, ศบค.
กรมควบคุมโรคยอมรับกลุ่มผู้ป่วยหนักมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
นพ.เฉวตสรร นามวาท ผู้อำนวยการกองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค บอกกับบีบีซีไทยว่า กลุ่มผู้เสียชีวิตเป็นกลุ่มความเสี่ยงเดิมคือผู้สูงอายุ โรคประจำตัวยังเป็นกลุ่มเดิม 50% ของผู้เสียชีวิตเป็นกลุ่มสูงอายุขึ้นไป ค่ากลางยังอยู่ที่ 69 ปี แต่ก็ยังมีกลุ่มที่มีอายุน้อย ระยะเวลาในการรักษามาอย่างยาวนานจากระยะเวลาติดเชื้อจนเสียชีวิตราว 53 วัน หรือเกือบสองเดือน และกลุ่มผู้ป่วยหนักนี่ยังไม่มีแนวโน้มที่ลดลง เพราะฉะนั้นตัวเลขผู้ป่วยหนักสะสมจึงยังคงเพิ่มขึ้น และจะทำให้เมื่อผู้ป่วยสู้จนถึงที่สุดแล้วก็ย่อมทำให้ยอดผู้เสียชีวิตก็อาจจะสูงตามด้วย

ที่มาของภาพ, EPA
อย่างไรก็ตาม ถ้าพิจารณาสัดส่วนผู้เสียชีวิตและผู้ติดเชื้อสะสมโดยรวมแล้ว นพ.เฉวตสรรกล่าวว่า ยังอยู่ในอัตราต่ำกว่า 1%
"หากถามว่า เชื้อโรคมีความรุนแรงเพิ่มขึ้นหรือไม่ เราก็ดูในเรื่องของกลุ่มประชากร ความเสี่ยงและระยะเวลาของการเสียชีวิต ซึ่งตอนนี้ค่ากลางจากการติดเชื้อถึงเสียชีวิตอยู่ที่ 11.5 วัน แต่ก็ยังเป็นปัจจัยที่ต้องให้ความสำคัญ ส่วนเรื่องสายพันธุ์ใหม่ ก็ยังไม่มีการตรวจสอบว่าผู้ที่เสียชีวิต 51 รายดังกล่าวมาจากสายพันธุ์ใด"
ขณะที่อัตราการครองเตียงสูง ก็ถือเป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลต่อการบริหารจัดการผู้ป่วยติดเชื้อมากขึ้น เพราะว่าผู้ป่วยใหม่ที่ต้องการเตียงเพิ่มขึ้น ในขณะที่ผู้ป่วยติดเชื้อที่ยังรักษาอยู่ก็จำเป็นต้องใช้เตียงอยู่
สถานการณ์เตียงใน กทม. ยังน่าเป็นห่วง
สถานการณ์เตียงผู้ป่วยโรคโควิด-19 ในเขตกรุงเทพมหานครกำลังเป็นประเด็นที่หลายฝ่ายกังวลว่าหน่วยงานด้านสาธารณสุขจะสามารถบริหารจัดการอย่างไร ในขณะที่กรุงเทพฯ ยังถือว่าเป็นศูนย์กลางการระบาดอยู่ในขณะนี้ ด้วยตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่มากที่สุดและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
เมื่อ 22 มิ.ย. นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า จากที่มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะในเขตกรุงเทพและปริมณฑลที่มีจำนวนผู้ป่วยใหม่มากกว่า 1,000 รายต่อวัน เป็นเวลาต่อเนื่องกว่า 2 เดือน ทำให้มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นจำนวนมากโดยเฉพาะผู้ป่วยในกลุ่มสีแดง คือ กลุ่มที่มีอาการหนักจำเป็นต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ และกลุ่มผู้ป่วยสีเหลืองซึ่งเป็นกลุ่มที่มีอาการปานกลางหรือมีปัจจัยเสี่ยงจำเป็นต้องได้รับการดูแลเพิ่มเติม ทำให้มีความต้องการเตียงในกลุ่มนี้สูงขึ้น
Nope
ข้อมูลวันที่ 21 มิ.ย. พบว่าในขณะนี้จำนวนเตียงในสถานพยาบาลภาครัฐ ผู้ป่วยโควิดสีแดงมีจำนวนครองเตียงอยู่ที่ 409 ราย เหลือเตียงสำหรับการรองรับผู้ป่วยโควิดสีแดงเพียงประมาณ 20 เตียงเท่านั้นซึ่งต้องเก็บไว้สำหรับรองรับผู้ป่วยโควิดที่มีภาวะฉุกเฉินหรือต้องรับการผ่าตัดหรือการช่วยเหลือเร่งด่วน ในขณะที่ผู้ป่วยโควิดสีเหลืองมีจำนวนครองเตียงอยู่ที่ 3,937 ราย และเหลือเตียงสำหรับการรองรับผู้ป่วยโควิดสีเหลืองอีกประมาณ 300 รายเท่านั้น
จากสถานการณ์ที่จำนวนเตียงเหลือน้อยในขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องส่งผลต่อการประสานงานผ่านระบบจัดหาเตียง 1668 มีความล่าช้าบ้าง เนื่องจากต้องบริหารเตียงที่เหลืออยู่ก่อนจึงจะสามารถรับผู้ป่วยรายใหม่ได้ ทำให้สถานการณ์เตียงโรคโควิด 19 ในเขตกทม. ณ ขณะนี้ค่อนข้างน่าเป็นห่วงอย่างมาก
แพทย์มหิดลเสนอล็อกดาวน์กทม. 7 วัน
จากการที่มียอดผู้ป่วยใหม่รายวันยังคงเพิ่มขึ้น จำทำให้มีความกังวลว่าจะเตียงผู้ป่วยขั้นวิกฤตจะขาดแคลน โดยเฉพาะเตียงสำหรับเด็ก รศ.นพ.นิธิพัฒน์ เจียรกุล หัวหน้าสาขาวิชาโรคระบบการหายใจและวัณโรค ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ได้โพสต์ข้อเสนอผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว แนะให้ล็อกดาวน์กรุงเทพฯ อย่างน้อย 7 วัน เพื่อเร่งจัดการปัญหาโควิด-19 และลดปัญหาใหม่ที่จะพอกพูนเพิ่มขึ้นในสัปดาห์หน้า

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
นอกจากนี้เขายังได้เสนอให้มีมาตรการเด็ดขาดเพื่อลดการเคลื่อนย้ายของประชาชน เพื่อไม่ซ้ำรอยเหตุการณ์เมื่อช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา และเขายังตั้งข้อสังเกตว่า ไทยกำลังเข้าสู่ระลอกที่ 4 แล้วหรือไม่
ด้านโฆษก ศบค. ระบุในการแถลงข่าววันนี้ (23 มิ.ย.) ว่า รับทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว และมองว่ามาตรการที่มีอยู่โดยเฉพาะการควบคุมในแต่ละพื้นที่หรือ bubble and seal ยังคงสามารถดำเนินการได้โดยการแบ่งเขตพื้นที่ เช่นที่เคยทำให้ส่วนของโรงงานจังหวัดสมุทรสาคร แต่ยอมรับว่าการดำเนินการดังกล่าวนี้ยากลำบากกว่าเพราะจำนวนคนที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ มากกว่า รวมทั้งความซับซ้อนขององค์กรและสถานที่มากกว่า จึงได้มอบหมายให้ปลัดกรุงเทพมหานครพิจารณาว่า "แหล่งรังโรคเกิดขึ้นที่ใดก็ให้จัดการเฉพาะที่"
รพ.เชียงรายชี้แจงเหตุบุคลากรติดโควิด-19 หลังรับวัคซีนครบโดส
เช้าวันที่ 23 มิ.ย. โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ จ.เชียงราย ออกแถลงการณ์กรณีพบบุคลากรของโรงพยาบาลติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 41 ราย โดยบุคลากรดังกล่าวมีอาการเล็กน้อย และส่วนใหญ่ไม่มีอาการ
ทางโรงพยาบาลได้ออกแนวทางการควบคุมและป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดการแพร่ระบาด โดยกำหนดมาตรการต่าง ๆ เช่นกำหนดให้พื้นที่หอผู้ป่วยอายุรกรรม เป็นพื้นที่ควบคุม งดรับผู้ป่วย, ให้ญาติสามารถเฝ้าไข้ได้ 1 คนและงดเยี่ยมทุกกรณี, และปรับการให้บริการลง 50% จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
บีบีซีไทยติดต่อ นพ.ไชยเวช ธนไพศาล ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ เพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าวว่าบุคลากรของโรงพยาบาลได้รับวัคซีนไปครบ 2 โดสแล้วหรือยัง และได้รับวัคซีนของยี่ห้ออะไร แต่ทางผู้ช่วยผู้อำนวยการได้แจ้งกลับมาว่าทางโรงพยาบาลไม่สามารถให้รายละเอียดได้ เพราะผู้ที่มีอำนาจในการให้ข้อมูลกับสื่อมวลชนต้องเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดเท่านั้น และแนะนำให้รอฟังประกาศจากจังหวัดเท่านั้น
ในขณะเดียวกัน เพจเรื่องเล่าจากโรงหมอในเฟซบุ๊กได้โพสข้อความเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้พร้อมคาดการณ์ว่าบุคลากรที่ติดเชื้อ 39 รายนี้ น่าจะเพิ่งฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม ผ่านมาแล้วเกิน 2 สัปดาห์ เกือบทั้งหมด

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
อนุทิน เผยไฟเซอร์ส่งมอบวัคซีนล่าช้าไปหนึ่งไตรมาส
ท่ามกลางความกังวลใจในเรื่องประสิทธิภาพของวัคซีนโควิด-19 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ออกมาให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเมื่อ 22 มิ.ย. ถึงความคืบหน้าในการจัดหาวัคซีนจากไฟเซอร์จำนวน 20 ล้านโดสว่า การส่งมอบให้ไทยในปีนี้ล่าช้ากว่าการกำหนดการเดิมที่เคยตกลงกันว่า จะเป็นช่วงไตรมาส 3 แต่เมื่อตกลงกันไปแล้วทราบว่าจะเป็นช่วงไตรมาส 4 เนื่องจากว่าวัคซีนดังกล่าวเป็นที่ต้องการของคนทั่วโลก
เขาอธิบายเพิ่มเติมว่า "ถามว่าเราทำอะไรได้ เราไม่ได้เป็นเจ้าของโรงงาน แต่ละโรงงานก็มีข้อผูกมัดสัญญากับประเทศอื่นๆ ทั่วโลก"
รมว. สาธารณสุขกล่าวว่า ไทยไม่ขาดวัคซีนและมีวัคซีนส่งทุกสัปดาห์และจัดสรรออกไป ประสิทธิภาพการฉีดสูงมาก บางวันได้ 3-4 แสนเข็ม ยิ่งคนฉีดมากเท่าไร แม้คนไม่ได้ฉีดก็ลดอัตราความเสี่ยงการติดเชื้อมาระดับหนึ่ง เพราะคนรับวัคซีนไปแล้วต่อให้ติดเชื้อแต่อาการไม่หนัก การแพร่เชื้อก็เบาลงไป ต้องพยายามมองในองค์รวมมากขึ้น

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
โมเดอร์นามาถึงไตรมาส 4
องค์การเภสัชกรรมระบุผ่านเอกสารข่าวเมื่อ 23 มิ.ย. ว่า เป็นผู้ทำหน้าที่อำนวยความสะดวกให้โรงพยาบาลต่าง ๆ ที่ต้องการโมเดอร์นาเป็นวัคซีนทางเลือก โดย วัคซีนจะทยอยนำเข้ามาในไตรมาสที่ 4/2564 ถึงมกราคม 2565
นายแพทย์วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการจัดหาวัคซีนโมเดอร์นา ว่า ในการจัดหาวัคซีนโมเดอร์นาเป็นวัคซีนทางเลือก องค์การเภสัชกรรมเป็นหน่วยงานภาครัฐที่ทำหน้าที่อำนวยความสะดวกในการจัดซื้อระหว่างบริษัทซิลลิก ฟาร์มา จํากัด กับโรงพยาบาลเอกชน ตามแนวทางข้อกำหนดการดำเนินงานของบริษัทโมเดอร์นาต่างประเทศ องค์การฯ ไม่ได้เป็นผู้นำเข้า
ขณะนี้องค์การเภสัชกรรมอยู่ในขั้นตอนการจัดทําร่างสัญญา ระหว่างองค์การฯ กับบริษัทซิลลิกฯ ให้สอดคล้องกับกฎหมายของประเทศไทยและต่างประเทศใกล้เสร็จแล้ว อาทิ สัญญาซื้อขาย สัญญา บริการ หลังจากนั้นองค์การเภสัชกรรมจะส่งร่างสัญญาซื้อขายดังกล่าวให้อัยการสูงสุดพิจารณา คาดว่าจะมีการลงนามสัญญาซื้อขาย (Supply Agreement) กับบริษัทซิลลิก ฯ ได้ในต้นเดือนสิงหาคม 2564
นายแพทย์วิฑูรย์กล่าวอีกว่า องค์การฯ ได้มีการชี้แจงแนวทางการดําเนินการดังกล่าวให้กับทางสมาคมโรงพยาบาลเอกชน ซึ่งได้ข้อสรุปว่า องค์การฯ จะได้รับการจัดสรรวัคซีนโมเดอร์นาจากบริษัทซิลลิก ฯ ซึ่งเป็นผู้ได้รับอนุญาตทะเบียนวัคซีนในประเทศไทย จํานวน 5 ล้านโดส โดยทางบริษัทซิลลิก ฯ จะทยอยจัดส่งให้องค์การฯ ในไตรมาสที่ 4/2564 ถึงเดือนมกราคม 2565
ที่ผ่านมาได้ประสานงานกับโรงพยาบาลเอกชนเพื่อคาดการณ์การจองวัคซีนอย่างไม่เป็นทางการ พบว่าจํานวนที่จองมีมากกว่าจํานวนวัคซีนที่จะได้รับการนําเข้า ดังนั้นโรงพยาบาลจึงขอกลับไปทบทวนเพื่อปรับจํานวนการสั่งซื้ออีกครั้ง และภายในสิ้นเดือนมิถุนายน 2564 องค์การเภสัชกรรมจะมีการประชุมบอร์ด ซึ่งจะมีความชัดเจนเรื่องราคาที่จําหน่ายให้กับโรงพยาบาล เป็นราคาที่รวมค่าจัดเก็บ ค่าขนส่ง ค่าประกันภัยรายบุคคลฉีดวัคซีน และภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว พร้อมแจ้งให้โรงพยาบาลรับทราบภายในต้นกรกฎาคม 2564 เพื่อให้แจ้งยืนยันจํานวนวัคซีนที่สั่งซื้อภายในสิ้นเดือนกรกฎาคม 2564 เมื่อรับคำสั่งซื้อพร้อมงบประมาณจากโรงพยาบาล องค์การฯ จะเซ็นสัญญาสั่งซื้อกับบริษัทซิลลิกฯ ต่อไป คาดว่าประมาณเดือนสิงหาคม 2564










