จองฉีดวัคซีนโมเดอร์นา: "วัคซีนทางเลือก" จากสหรัฐฯ ที่ประชาชนบางส่วนยอมจ่ายหลักพันเพื่อได้ฉีด

ขวดวัคซีนโมเดอร์นา

ที่มาของภาพ, Getty Images

วัคซีนต้านโควิด-19 ของ "โมเดอร์นา" (Moderna) บริษัทเทคโนโลยีชีวภาพและเวชภัณฑ์จากสหรัฐอเมริกา เป็นวัคซีนลำดับที่ 4 ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนตำรับยาแผนปัจจุบันโดยองค์การอาหารและยา (อย.) ต่อจากวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้า ซิโนแวค และจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน

การขึ้นทะเบียนวัคซีนของโมเดอร์นาเมื่อวันที่ 13 พ.ค. และการเปิดให้จองฉีดวัคซีนของโรงพยาบาลเอกชนหลังจากนั้นได้รับความสนใจจากคนไทยมาก เนื่องจากนี่จะเป็น "วัคซีนทางเลือก" ตัวแรกที่โรงพยาบาลเอกชนสามารถสั่งมาฉีดให้ลูกค้าได้ รวมทั้งบริษัทเอกชนก็สามารถสั่งซื้อวัคซีนยี่ห้อนี้มาฉีดให้พนักงานได้โดยผ่านการทำสัญญาสั่งซื้อกับโรงพยาบาลเอกชน

สมาคมโรงพยาบาลเอกชนระบุว่าได้สั่งซื้อวัคซีนโมเดอร์นา ผ่านองค์การเภสัชกรรมปริมาณรวม 10 ล้านโดส ซึ่งจะทยอยเข้ามาจำนวน 3 ครั้งตั้งแต่เดือน ต.ค. จนถึงกลางปี 2565

แต่ต่อมาองค์การเภสัชกรรม (อภ.) ชี้แจงว่า อภ. ซึ่งทำหน้าที่อำนวยความสะดวกในการจัดซื้อวัคซีนระหว่างโรงพยาบาลเอกชนกับบริษัทซิลลิก ฟาร์มา จํากัด ผู้ได้รับอนุญาตทะเบียนวัคซีนโมเดอร์นาในไทย ตามแนวทางข้อกำหนดการดำเนินงานของบริษัทโมเดอร์นา ได้รับการจัดสรรวัคซีนโมเดอร์นาจากบริษัทซิลลิกฯ จํานวน 5 ล้านโดส ซึ่งจะทยอยจัดส่งให้ อภ. ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2564 จำนวน 3.9 ล้านโดส และในไตรมาสที่ 1 ถึงเดือน ม.ค. 2565

นพ. วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผู้อำนวยการ อภ. กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดหาวัคซีนโมเดอร์นาว่า อภ. ได้กำหนดราคาขายวัคซีนโมเดอร์นาให้โรงพยาบาลเอกชนที่ราคาโดสละ 1,100 บาท รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ค่าขนส่ง และค่าประกันภัยรายบุคคล แต่สมาคมโรงพยาบาลเอกชนจะเป็นผู้กำหนดราคากลางค่าบริการฉีดที่เป็นอัตราเดียวกันทุกโรงพยาบาล

โมเดอร์นา

ที่มาของภาพ, Reuters

อภ. ยังได้แจ้งกรอบระยะเวลาดำเนินการเบื้องต้นเกี่ยวกับการสั่งซื้อ นำเข้าและการฉีดวัคซีนโมเดอร์นา ดังนี้

  • มิ.ย. 2564 โรงพยาบาลเอกชนรวบรวมชื่อผู้จองฉีดวัคซีนโมเดอร์นาส่งให้สมาคมโรงพยาบาลเอกชน ขณะที่ อภ. ร่างสัญญาซื้อขาย (Supply Agreement) กับบริษัทซิลลิกฯ และสัญญาบริการ ส่งให้อัยการสูงสุดพิจารณา
  • สิ้นเดือน ก.ค. 2564 สมาคมโรงพยาบาลเอกชนแจ้งยืนยันจํานวนวัคซีนที่สั่งซื้อให้ อภ.
  • ส.ค. 2564 อภ. เซ็นสัญญาสั่งซื้อกับบริษัทซิลลิกฯ หลังจากได้รับคำสั่งซื้อและงบประมาณจากโรงพยาบาลเอกชน
  • ต.ค. 2564 วัคซีนโมเดอร์นาล็อตแรกมาถึง และพร้อมเริ่มฉีดให้ประชาชนที่จอง
  • ม.ค. 2565 วัคซีนโมเดอร์นาที่ อภ. ได้รับจัดสรรจาก บ.ซิลลิกฯ มาถึงไทยครบ 5 ล้านโดส

ราคาไม่นิ่ง

การจัดหาวัคซีนโมเดอร์นาของไทยมีขึ้นหลังจากคณะคณะทำงานพิจารณาการจัดหาวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) เห็นชอบให้มีการจัดหา "วัคซีนทางเลือก" นอกเหนือจากยี่ห้อที่รัฐบาลสั่งซื้อและอยู่ระหว่างการเจรจาสั่งซื้อ เพื่อให้โรงพยาบาลเอกชนนำมาฉีดให้ผู้ที่ต้องการ

หลังจาก อย. ขึ้นทะเบียนตำรับยาแผนปัจจุบันสำหรับวัคซีนของโมเดอร์นา สมาคมโรงพยาบาลเอกชนได้มีมติเมื่อวันที่ 7 มิ.ย. กำหนดราคากลางค่าบริการวัคซีนโมเดอร์นา รวม 2 โดส ที่ราคา 3,800 บาท แต่ต่อมาได้มีมติเมื่อวันที่ 28 มิ.ย. ปรับราคามาอยู่ที่ 3,400 บาท หรือโดสละ 1,700 บาท เป็นราคากลางสำหรับโรงพยาบาลเอกชนที่ให้บริการ ซึ่งเป็นราคาสุทธิที่รวมค่าวัคซีน ค่าบริการ และค่าประกันวัคซีน

วันที่ 1 ก.ค. สมาคมโรงพยาบาลเอกชนมีมติปรับราคาอีกครั้งมาอยู่ที่เข็มละ 1,650 บาทหรือ 3,300 บาทต่อ 2 เข็ม แต่ปรากฏว่าโรงพยาบาลเอกชนแต่ละแห่งได้เปิดจองวัคซีนโมเดอร์นาในราคาที่แตกต่างกันเล็กน้อยระหว่าง 1,500-1,700 บาท ซึ่งส่วนใหญ่จะมีผู้จองเต็มในเวลารวดเร็ว

วัคซีนของโมเดอร์นาได้รับความสนใจจากประชาชนจำนวนมากแม้ค่าใช้จ่ายจะค่อนข้างสูง โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับวัคซีนของซิโนแวคและแอสตร้าเซนเนก้าที่รัฐบริการฉีดให้ฟรี หรือวัคซีนตัวเลือกของซิโนฟาร์มที่นำเข้าโดยราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์าและกำหนดราคาเข็มละ 888 บาท (รวมค่าวัคซีน ค่าขนส่ง ค่าเก็บรักษาพร้อมประกันผลข้างเคียงที่อาจเกิดจากวัคซีน แต่ไม่รวมค่าบริการของโรงพยาบาลและค่าบริการทางการแพทย์ที่ขึ้นอยู่กับโรงพยาบาลแต่ละแห่ง)

"จองฉีดวัคซีนโมเดอร์นา" เป็นหนึ่งในวลียอดนิยมที่คนไทยใช้ค้นหาในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา โดยประชาชนที่สนใจจะแจ้งความประสงค์ไปที่โรงพยาบาลเอกชนแต่ละแห่งที่ต้องการเข้ารับบริการฉีด จากนั้นโรงพยาบาลแต่ละแห่งก็จะรวบรวมรายชื่อส่งให้สมาคมโรงพยาบาลเอกชนช่วงต้นเดือน ก.ค. จากนั้นสมาคมฯ ก็จะสรุปยอดการจองที่ได้รับการยืนยันให้ อภ. ดำเนินการจัดสรรให้สอดคล้องกับจำนวนที่บริษัทซิลลิกฯ นำเข้า

วัคซีน

ที่มาของภาพ, Reuters

แม้จะยังไม่มีการเปิดเผยยอดการจองวัคซีนโมเดอร์นา แต่ข้อมูลของ อภ.ที่เปิดเผยเมื่อวันที่ 23 มิ.ย. ว่าขณะนี้จํานวนที่จองวัคซีนมีมากกว่าจํานวนวัคซีนที่จะได้รับการนําเข้าคือ 5 ล้านโดส ขณะที่โรงพยาบาลเอกชนหลายแห่งได้เริ่มแจ้งให้ลูกค้ายืนยันการจองวัคซีนและจ่ายเงินมัดจำแล้ว เช่น โรงพยาบาลธนบุรี ในเครือบริษัทธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด แจ้งให้ประชาชนที่จองวัคซีนเตรียมชำระค่ามัดจำวัคซีนทางเลือก 1,200 บาท/เข็ม

รพ.รามาธิบดีเปิดจองด้วย

โรงพยาบาลรามาธิบดีเปิดจองวัคซีนของโมเดอร์นาด้วยเช่นกันแม้เป็นโรงพยาบาลของรัฐ กำหนดราคาวัคซีนรวมค่าบริการฉีดไว้ที่ 1,500 บาทต่อเข็ม โดยเปิดให้จองระหว่างวันที่ 5-11 ก.ค. แต่เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังเปิดรับจองทางออนไลน์เมื่อเวลา 08.30 น. ของวันที่ 5 ก.ค. ทางโรงพยาบาลก็ประกาศว่าระบบได้รับการสั่งจองวัคซีนโควิต-19 ทางเลือกโมเดอร์นาครบเต็มจำนวนแล้วทั้งในแบบรายบุคคลและในนามองค์กร

"ผู้ที่จองสำเร็จจะต้องชำระเงินเต็มจำนวนภายใน 2 ชั่วโมงนับแต่เวลาที่จองเสร็จ หากครบกำหนดเวลาแล้วยังไม่ชำระเงินเต็มจำนวน ระบบจะยกเลิกการจองดังกล่าว และบุคคลอื่นสามารถจองใหม่ได้ หากคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล มีวัคซีนเพิ่มเติมที่จะเปิดให้จองเพิ่มในอนาคต จะประชาสัมพันธ์ให้ทราบต่อไป" โรงพยาบาลรามาฯ ระบุบนเว็บไซต์

จองวัคซีน

ที่มาของภาพ, Facebook/คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี

รู้จักบริษัทโมเดอร์นา

โมเดอร์นาเป็นบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพและเวชภัณฑ์ในสหรัฐฯ ที่ก่อตั้งเมื่อปี 2010 มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองเคมบริดจ์ รัฐแมสซาชูเซตส์ เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีเมสเซนเจอร์อาร์เอ็นเอ (mRNA) ในการคิดค้นและผลิตยารักษาโรคต่าง ๆ เช่น โรคติดเชื้อ โรคหัวใจ โรคเกี่ยวภูมิต้านทานของร่างกาย และโรคหายากต่าง ๆ ปัจจุบันมีพนักงานกว่า 1,500 คน

ประธานเจ้าหน้าที่บริหารหรือซีอีโอคนปัจจุบันคือนายสเตฟาน บองเซล ซึ่งจบการศึกษาด้านวิศวกรรมเคมีและจบการบริหารธุรกิจจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เคยเป็นผู้บริหารบริษัทด้านเวชภัณฑ์และยารักษาโรคมาแล้วหลายแห่ง

หลังเกิดการระบาดของโควิด-19 โมเดอร์นาเป็นบริษัทหนึ่งที่ร่วมวงพัฒนาผลิตวัคซีนด้วย และในเดือน พ.ย. 2563 บริษัทก็ประกาศว่าพวกเขาประสบความสำเร็จในการผลิตวัคซีนชนิดใหม่ที่ผลการทดสอบขั้นต้นพบว่ามีประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ได้เกือบ 95%

นับเป็นวัคซีนยี่ห้อที่สองที่ผลิตโดยบริษัทยาของสหรัฐฯ อีกบริษัทหนึ่งคือไฟเซอร์ ซึ่งทั้งโมเดอร์นาและไฟเซอร์ต่างใช้นวัตกรรมและวิธีการทดลองขั้นสูงในการออกแบบวัคซีน

โมเดอร์นาทดลองวัคซีนชนิดนี้กับอาสาสมัคร 30,000 คนในสหรัฐฯ โดยให้อาสาสมัครครึ่งหนึ่งได้รับวัคซีน 2 โดส โดยมีระยะเวลาการให้วัคซีนห่างกัน 4 สัปดาห์ ส่วนอาสาสมัครอีกครึ่งที่เหลือได้รับยาหลอกซึ่งไม่มีตัวยาจริง

ผลปรากฏว่า มีอาสาสมัครที่ได้รับวัคซีนจริงติดเชื้อโรคโควิด-19 เพียง 5 คน ส่วนกลุ่มที่ได้รับยาหลอกติดเชื้อไป 90 คน บริษัทระบุว่าวัคซีนตัวนี้สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ 94.5%

นายทาล แซกส์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายการแพทย์ของโมเดอร์นาให้สัมภาษณ์กับบีบีซีว่า วัคซีนตัวนี้มี "ประสิทธิภาพโดยรวมยอดเยี่ยมมาก...มันเป็นวันที่ยิ่งใหญ่"

ขณะที่ ดร.สตีเฟน โฮก ประธานบริษัทกล่าวว่า "เขายิ้มกว้างจนปากถึงหู 2 ข้าง อยู่ 1 นาที"

หลังจากนั้นไม่นาน วัคซีนของโมเดอร์นาก็ได้รับการอนุมัติขึ้นทะเบียนยาในสหรัฐฯ และอีกหลายประเทศ

สำนักงานใหญ่ของ บ.โมเดอร์นา

ที่มาของภาพ, EPA

คำบรรยายภาพ, สำนักงานใหญ่ของ บ.โมเดอร์นา ในรัฐแมสซาชูเชตส์ ถ่ายเมื่อปี 2018

ประสิทธิภาพของวัคซีนโมเดอร์นา

เภสัชกรนรภัทร ปีสิริกานต์ ผู้อำนวยการกองผลิตวัคซีนจากไวรัส ฝ่ายชีววัตถุ องค์การเภสัชกรรม (อภ.) โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อวันที่ 3 พ.ค. ให้ข้อมูลเกี่ยวกับวัคซีนของโมเดอร์นา ดังนี้

  • กระตุ้นภูมิต้านทานได้สูงเกินกว่าภูมิต้านทานจากพลาสมาของผู้ป่วยติดเชื้อโควิด 3.4 เท่า
  • ประสิทธิผลการทดสอบเฟส 3 สูงถึง 94.1% ซึ่งใกล้เคียงกับวัคซีนโนวาแวคและไฟเซอร์ (ไม่ได้ศึกษาในเวลาเดียวกัน)
  • เมื่อฉีดวัคซีนเข็มที่สองไปแล้ว 14 วัน พบว่า
  • ป้องกันการติดโรคได้ 94.1% ในประชากรทั่วไป
  • ป้องกันการติดโรคได้ 86.4% ในผู้สูงอายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไป
  • ลดความรุนแรงของโรค 100%
  • ลดอัตราการเสียชีวิตจากการติดเชื้อ COVID-19 ได้ 100%
  • ข้อมูลทางห้องปฏิบัติการล่าสุด พบว่าสามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ในระดับที่สูงพอที่จะยับยั้งสายพันธุ์ B.1.17 จากอังกฤษ

ขณะที่บริษัท โมเดิร์นนา เปิดเผยเมื่อวันที่ 5 พ.ค. ว่าข้อมูลเบื้องต้นจากการศึกษาระยะที่ 2 แสดงให้เห็นว่าการฉีดวัคซีนของบริษัทที่เรียกชื่อตามสูตรว่า mRNA-1273 หรือ mRNA-1273.351 ขนาด 50 กรัม เพียงเข็มเดียวให้กับกลุ่มผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนครบโดสมาก่อนหน้านี้ จะช่วยเพิ่มการตอบสนองของแอนติบอดีเพื่อต่อสู้กับ SARS-CoV-2 ที่ก่อโรคโควิด-19 และเชื้อกลายพันธุ์อีก 2 ชนิด ได้แก่ B.1.351 (สายพันธุ์ที่พบในแอฟริกาใต้) และ P.1 (สายพันธุ์ที่พบในบราซิล)

คำบรรยายวิดีโอ, วัคซีนเอ็มอาร์เอ็นเอ อันตรายจริงหรือ

"เทคโนโลยี mRNA ของเราช่วยให้สามารถพัฒนาวัคซีนทางเลือกที่เหมาะสมกับเชื้อกลายพันธุ์ในอนาคตได้เร็วขึ้น…เราจะพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ของเราให้มากที่สุดเพื่อควบคุมการแพร่ระบาด" นายสเตฟาน ซีอีโอของโมเดอร์นาระบุ

สำหรับการเก็บรักษาวัคซีนนั้น โมเดอร์นาระบุว่าสามารถอยู่ในตู้เย็น 2-8 องศาได้ 30 วัน และในตู้เย็น -20 องศา 6 เดือน

ความปลอดภัย-อาการข้างเคียง-อาการแพ้

เภสัชกรนรภัทร รอง ผอ.อภ. ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความปลอดภัยของวัคซีนโมเดอร์นาว่า จากกลุ่มประชากรวิจัย 15,000 คน พบว่า

  • วัคซีนมีอาการข้างเคียงที่ยอมรับได้ เช่น อาการปวดเล็กน้อยถึงปานกลาง และสามารถหายได้เองภายใน 2-3 วัน
  • จากฐานข้อมูลของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐฯ (ซีดีซี) พบรายงานอาการไม่พึงประสงค์ทั่วไปประมาณ 0.03% ของประชากร
  • โอกาสแพ้ยาแบบรุนแรงอยู่ที่ประมาณ 2.5 : 1 ล้านคน

ฉีดไปแล้วมากแค่ไหน

ข้อมูลจากเว็บไซต์ด้านวิจัยและข้อมูล Our World in Data ของอังกฤษรายงานว่าจนถึงวันที่ 27 มิ.ย. ใน สหรัฐอเมริกามีการฉีดวัคซีนของโมเดอร์นาไปแล้วราว 132.9 ล้านโดส ซึ่งมากเป็นอันดับสองรองจากวัคซีนของไฟเซอร์ ซึ่งฉีดไปแล้วในสหรัฐฯ กว่า 177 ล้านโดส

นอกจากสหรัฐฯ แล้ว ยังมีหลายประเทศที่สั่งซื้อวัคซีนของโมเดอร์นา รวมทั้งแคนาดาและสหราชอาณาจักร

นอกจากนี้บริษัทโมเดอร์นายังได้มีการทำข้อตกลงจัดหาและส่งมอบวัคซีนโควิด-19 ให้ออสเตรเลียจำนวน 25 ล้านโดสภายในปีนี้ รวมทั้งวัคซีนสำหรับกระตุ้นภูมิคุ้มกันหรือ "บูสเตอร์" อีก 15 ล้านโดสในปี 2565