ประชุมรัฐสภา : ส.ว.ค้านตั้ง ส.ส.ร. ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ ด้าน พปชร. แสดงท่าทีรับเฉพาะร่าง 1 และ 2

ที่มาของภาพ, ภานุมาศ สงวนวงษ์ / Thai News Pix
สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ฝ่ายรัฐบาลมีท่าทีไม่ยอมรับร่างรัฐธรรมนูญที่เสนอโดย โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) หรือที่เรียกว่า รัฐธรรมนูญที่มาจากภาคประชาชน โดยอ้างว่า ผิดรัฐธรรมนูญ และผูกมัดสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.)
ด้านไอลอว์ยืนยัน ข้อเสนอไม่ได้ผูกมัด และจะยอมรับความเห็นของ ส.ส.ร. ที่มาจากการเลือกตั้ง แต่จำเป็นต้องรื้อถอนระบอบอำนาจที่มาจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ก่อน
นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. และอนุกรรมาธิการของ คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ศึกษาร่างแก้รัฐธรรมนูญ เป็นหนึ่งใน ส.ว.ที่ย้ำจุดยืนว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญต้อง "ไม่ก้าวล่วงสถาบันฯ" ขณะที่พรรคฝ่ายค้าน วิจารณ์ว่า รายงานผลศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญของ กมธ. "เสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์" และเป็นการเตะถ่วงเพื่อซื้อเวลาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
การประชุมร่วมกันของรัฐสภา เพื่อพิจารณาญัตติร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม รวม 6 ฉบับ ซึ่งเสนอโดย ส.ส. และอีก 1 ฉบับที่เพิ่มมาของภาคประชาชน เสนอโดยไอลอว์ มีขึ้นในวันที่ 17 พ.ย. เป็นวันแรก ขณะที่นอกรั้วรัฐสภากลุ่มประชาชนที่มีความเห็นต่าง 2 ฝ่าย ได้รวมตัวกดดันรัฐสภา
นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา เริ่มเปิดประชุมในเวลา 09.56 น. ก่อนสรุปเวลาการอภิปรายที่ 14 ชั่วโมงเศษ โดยในการรายงานร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับภาคประชาชนหรือไอลอว์ ใช้เวลาชี้แจงร่างกฎหมาย 30 นาที
การประชุมเริ่มต้นด้วยการชี้แจงรายงานผลศึกษาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 6 ร่าง โดยในประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่าด้วยหมวดเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล กล่าวสรุปปิดท้ายในการรายงานผลการศึกษาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ญัตติของพรรคร่วมรัฐบาลไม่ได้มีการเสนอหรือแตะต้องในหมวดนี้ ส่วนข้อกังวลของ ส.ว.เกี่ยวกับประเด็นพระราชอำนาจที่อยู่ในบทบัญญัติมาตราอื่น ๆ อีก 38 มาตรา สามารถเสนอต่อ กมธ.ให้อยู่ในบทบัญญัติของร่างรัฐธรรมนูญใหม่ สามารถเสนอให้อยู่ในพิจารณาวาระที่สอง

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
"ส่วนนี้เป็นอีกส่วนที่เราไม่ได้เข้าไปแตะต้อง อันนี้ยืนยันอีกครั้งหนึ่ง" นายวิรัช กล่าว
ญัตตินี้กลายเป็นวาระ "ค้างสภา" หลังจากที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาเมื่อ 23-24 ก.ย. ไม่ยอมลงมติรับ/ไม่รับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ให้ตั้ง กมธ. ศึกษาร่างแก้รัฐธรรมนูญก่อนรับหลักการ โดยอ้างว่า ส.ส. กับ ส.ว. ยังไม่เคยคุยกันเลย สร้างความไม่พอใจให้แก่ผู้ชุมนุมประท้วงบนท้องถนน ที่ชูธงแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็น 1 ใน 3 ข้อเรียกร้องหลัก
นายวิรัช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เป็นเจ้าของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับรัฐบาล และเป็น "ตัวชง" ข้อเสนอให้ตั้ง กมธ. ก่อนที่ตัวเขาจะนั่งเป็นประธาน กมธ. ชุดที่ไม่มี ส.ส. ฝ่ายค้านร่วมสังฆกรรมแม้แต่คนเดียว
ส.ส. และ ส.ว. เริ่มพิจารณาผลการศึกษาของ กมธ.ศึกษาร่างแก้รัฐธรรมนูญก่อนรับหลักการทั้ง 6 ร่าง ก่อนพิจารณาร่างของไอลอว์ โดยคาดว่าจะลงมติได้วันที่ 18 พ.ย. หลังเวลา 19.00 น.
ในการผ่านวาระ 1 ขั้นรับหลักการ ต้องได้คะแนนเสียงเห็นชอบจากสมาชิกรัฐสภา "ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกที่มีอยู่สองสภา" หรือ 366 จาก 732 เสียง (มี ส.ส. ปฏิบัติหน้าที่ได้ 487 คน และ ส.ว. 245 คน) ในจำนวนนี้ต้องเป็นคะแนนเสียงเห็นชอบจาก ส.ว. "ไม่น้อยกว่า 1 ใน 3" ของวุฒิสภาที่มีอยู่ หรือ 84 คน

ที่มาของภาพ, ภานุมาศ สงวนวงษ์ / Thai News Pix
ทั้งนี้ส่วนของ ส.ว. มีสมาชิกเข้าร่วมประชุม 245 คน เนื่องจากผู้บัญชาการเหล่าทัพทั้ง 5 เหล่า (บก-เรือ-อากาศ-กองทัพไทย-ตำรวจ) ประกาศไม่เข้าร่วมประชุมเนื่องจากยังไม่ได้รับการโปรดเกล้าฯ เป็นวุฒิสมาชิกและอยู่ระหว่างขั้นตอนการแต่งตั้ง
รายงานผลศึกษาแก้รัฐธรรมนูญ ไร้ข้อสรุป
นายนิกร จำนง ประธานอนุกรรมาธิการ จากพรรค ชาติไทยพัฒนา จัดทำรายงานพิจารณาศึกษา ชี้แจงเนื้อหารายงาน เมื่อไม่มีฝ่ายค้านร่วมด้วย จึงไม่มีข้อสรุปหรือข้อยุติใด ๆ มีเพียงบันทึกให้ความเห็นของคณะกรรมาธิการ เช่น เห็นควรว่าควรมีการออกเสียงประชามติเพียง 1 ครั้ง และต้องมีกฎหมายประชามติฉบับใหม่
ส่วนการป้องกันไม่ให้มีการแก้ไขกระทบพระราชอำนาจในมาตราอื่นๆ นอกจากหมวด 1 และ 2 นายนิกร ระบุว่า "กรรมาธิการฯ มีความเห็นว่า หมวด 1 หมวด 2 ไม่มีการแก้ไขเขียนไว้ชัด แต่ว่าในหมวดอื่นที่มีพระราชอำนาจอยู่ในหลายมาตรา จะมีผลกระเทือนหรือไม่ในการจัดตั้ง ส.ส.ร. ขึ้นมา กมธ. มีความเห็นทางเดียวกันว่า ส่วนพระราชอำนาจมาตราอื่นเป็นไปตาม ฐานะของประมุขของรัฐอยู่แล้ว แต่ให้กำหนดเป็นหลักการสำคัญในการพิจารณาวาระต่อไป

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
ส.ว. ค้านตั้ง สงส.ร. ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ
ส่วนการอภิปรายของ ส.ว. มีการอภิปราย ในหลากหลายประเด็น โดยการอภิปรายที่น่าสนใจ คือ นายเสรี สุวรรณภานนท์ ซึ่งชี้ประเด็นการแก้ไขมาตรา 255 และ 256 ชี้ว่าให้แก้เพิ่มเติมอย่างเดียว ไม่ใช่การร่างใหม่ทั้งฉบับ และบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญหากแก้ไขเพิ่มเติม หากเป็นเรื่องการเปลี่ยนแปลงการปกครองมี่พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขหรือการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐจะกระทำมิได้
"สิ่งสำคัญที่สุดการจะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หรือออกในรูปแบบใดก็ตาม ต้องไม่ก้าวล่วงสถาบัน ต้องเคารพเทิดทูน แล้วทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนทั่วประเทศว่าอย่าไปสร้างปัญหา เรื่องความแตกแยก ต้องหยิบยกเรื่องสถาบันอยู่นอกเหนือการเมือง อย่าหยิบยกมาต่อสู้ถกเถียงกัน ล้อเลียนกัน มันเกิดความไม่สงบเรียบร้อยในบ้านเมือง" นายเสรี กล่าว
นายเสรี ยังตั้งคำถามถึงการเสนอญัตติให้ตั้ง ส.ส.ร.ว่าการแก้ไขบทบัญญัติให้ตั้ง ส.ส.ร.ขึ้นอาจเป็นการละเมิดมาตรา 255 เนื่องจากรัฐสภามีอำนาจในการเสนอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ แต่กลับไปตั้ง ส.ส.ร.ขึ้นมาอีกชุดหนึ่ง
"พอไปบัญญัติให้แก้ไขรัฐธรรมนูญโดยมี ส.ส.ร.เกิดขึ้น รัฐสภามีอำนาจอยู่แล้ว แต่เราไม่ใช้ เรากลับไปมอบอำนาจให้คณะกรรมการอีกชุดหนึ่งจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่"
นายสมชาย แสวงการ เป็น ส.ว. อีกคน ที่แสดงความไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยให้ ส.ส.ร.ยกร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่ทั้งฉบับ เนื่องจากเป็นการขัดรัฐธรรมนูญ หลังจากนี้จะขอให้สภา ยื่นศาลรัฐธรรมนูญเพื่อความรอบคอบ ถ้าทำไม่ได้ จะได้แก้ไขให้ถูกต้อง ถ้าศาลวินิจฉัยให้ทำได้ก็จะเดินหน้าต่อไป
"การเสนอญัตติ ยกร่างใหม่ทั้งฉบับ และ การแก้รายมาตรา ถ้าสภารับไปพร้อมกันจะขัดแย้งกันเอง เราเดินมาผิดทางหมด ชัดเจนว่ารัฐธรรมนูญไม่ได้มีความเสียหายอะไรมากมายถึงขั้นไปล้ม ร่างใหม่ทั้งหมด แต่ท่านเดินมาถึงจุดนี้พร้อม ๆ กับการเคลื่อนมวลชนมาสู่สภาเลยทำให้ปัญหาลุกลามบานปลาย" นายสมชายกล่าว
พรรคเพื่อไทย ชี้รายงานไม่มีข้อสรุป ชัดเจนต้องการเตะถ่วงแก้ไขรัฐธรรมนูญ
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา เลขาธิการพรรคเพื่อไทย อภิปรายถึงรายงานของคณะกรรมาธิการ โดยไม่มีสาระสำคัญเพื่อให้สมาชิกรัฐสภาตัดสินใจ เป็นเพียงการรวบรวมความคิดเห็นจากแต่ละคนเท่านั้น ไม่มีแม้แต่ข้อสังเกตที่เป็นประโยชน์ จึงเป็นรายงานที่ไม่ได้มีการศึกษาเพิ่มเติม เป็นเพียงความเห็นที่เคยอภิปรายกันไปแล้ว จึงเสียทั้งเวลา เสียทั้งเงิน เสียความรู้สึก เพราะประชาชนมองว่าเป็นการซื้อเวลา รายงานฉบับนี้จึงแสดงให้เห็นถึงความไม่จริงใจแก้ไขรัฐธรรมนูญ แตะถ่วงให้รัฐธรรมนูญแก้ไขได้ยากยิ่งขึ้นโดยการกระทำการย้อนแย้ง แม้ฝ่ายรัฐบาลจะยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่มี ส.ส.พรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลถึง 25 คน ไปร่วมเข้าชื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ ตอกย้ำความจริงว่าเขาอยากอยู่ยาว รัฐบาลจึงไม่อยากแก้ไขเพราะได้ประโยชน์จากรัฐธรรมนูญฉบับนี้

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
นายนิยม เวชกามา ส.ส.เพื่อไทย อภิปรายสนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญของไอลอว์ และหักล้างเหตุผลของสมาชิกรัฐสภาที่ไม่เห็นด้วยซึ่งอ้างว่า ร่างดังกล่าวขัดต่อรัฐธรรมนูญ โดยเขาได้ยกตัวอย่างข้อเสนอที่ไอลอว์เสนอว่าเคยมีการเสนอกันแล้วในรัฐสภา และหากไม่เห็นด้วยก็สามารถตัดออกได้
นายนิยมได้ยกตัวอย่าง การเสนอไม่ให้มีนายกรัฐมนตรีที่ไม่ใช่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยการยกเลิกมาตรา 272 ว่าเป็นเพียงการเสนอความคิดเห็น
"เขาผิดอะไร เป็นการเสนอความเห็น เขาไม่ได้ผูกมัด อันไหนที่รับไม่ได้ ก็ไม่ต้องใส่เข้าไป สมาชิกบางท่านเห็นว่า กลุ่มราษฎรมีส่วนร่วมก็วิตกจริตเลย ดูตรงไหนใน 10 ข้อที่ว่าจะผิดรัฐธรรมนูญ" นายนิยม กล่าว
ส่วนการเสนอให้ยกเลิกแผนปฏิรูป สมาชิกรัฐสภาแห่งนี้หลายคนก็มีความคิดไม่แตกต่างกัน ดังนั้นเขาจึงต้องการให้มีการผ่านร่างรัฐธรรมนูญของไอลอว์เพื่อให้บ้านเมืองเดินหน้าต่อไปได้ และหากไม่เห็นด้วยในเรื่องใด ก็สามารถตัดออกได้ในขั้นตอนของคณะกรรมาธิการ
"กลุ่มที่เสนอเข้ามา จะมีสิทธิ์เป็นกรรมาธิการกับท่านได้สักกี่คน ท่านกลัวอะไร" นายนิยม กล่าว
นอกจากนี้ยังพูดถึงข้อเสนอยกเลิกมาตรา 279 คือการยกเลิกคำสั่งของ คสช. ทั้งหมด ว่า สมาชิกรัฐสภาก็เคยเสนอแล้ว ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องผิด เขาจึงไม่เห็นว่าจะมีข้อเสนอใดที่เป็นการทำร้ายชาติบ้านเมือง โดยเฉพาะการเสนอให้นายกฯ ต้องเป็น ส.ส. และส.ว.ต้องมาจากการเลือกตั้ง ซึ่งในสมัยที่พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลก็เคยผลักดันให้ ส.ว. มาจากการเลือกตั้งมาแล้ว แต่เกิดรัฐประหารก่อน
ท่าทีพลังประชารัฐ
ท่าทีลของ พปชร. คือคาดว่าจะโหวตรับหลักการเพียง 2 ร่างเท่านั้นคือ ร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขมาตรา 256 เสนอโดยพรรคร่วมรัฐบาล และร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขมาตรา 256 เสนอโดย 5 พรรคร่วมฝ่ายค้าน ยกเว้นพรรคก้าวไกล ซึ่งมีหลักการสำคัญคือการเปิดทางตั้งส.ส.ร. มาจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
นายวีรกร คำประกอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ ได้อภิปรายร่างรัฐธรรมนูญที่เสนอโดยไอลอว์ว่า ร่างดังกล่าวไม่ให้อิสระแก่ ส.ส.ร. แต่กลับเป็นการบังคับให้ ส.ส.ร. ทำตามข้อเสนอของไอลอว์ 10 ข้อ
"ในกรณีนี้เราให้ประชาชนเลือก ส.ส.ร. ขึ้นมาร่าง เมื่อเรามอบอำนาจให้กับประชาชน เลือกคนที่จะร่างขึ้นมา เราจะต้องให้อิสระกับเขา โดยไม่ไปผูกมัดความคิด" นายวีรกร กล่าว
นายวีรกร ระบุว่า เขาเห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญที่เสนอโดยรัฐบาลและฝ่ายค้านซึ่งคือ ร่างที่ 1 และ 2 มากกว่า
แม้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญผ่านความเห็นชอบของสมาชิกรัฐสภา ในวาระ 1 และเข้าสู่การตั้ง กมธ. วิสามัญพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก่อนกลับเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาในวาระ 2 และ 3 แต่ก็ยังไม่มีอะไรการันตีว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเกิดขึ้นได้ เมื่อมือกฎหมายของพรรคแกนนำรัฐบาลนำทีมส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 3 ฉบับ ที่มีเนื้อหาให้ตั้ง ส.ส.ร. มาร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับว่าทำได้หรือไม่ ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ท่ามกลางเสียงวิจารณ์จากฝ่ายค้านว่าจงใจ "ยื้อเวลา" "ตีสองหน้า" และ "ขัดขวางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ"
สัปดาห์ก่อน 48 ส.ว. และ 25 ส.ส. สังกัด พปชร. นำโดยนายสมชาย แสวงการ ส.ว. และนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พปชร. ร่วมกันลงชื่อเสนอญัตติต่อประธานรัฐสภา เพื่อให้ส่งเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยปัญหาหน้าที่และอำนาจของรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 210 (2)
"หากไม่ทำเช่นนี้ ส.ว. หลายคนไม่สบายใจ และอาจงดออกเสียงในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ" นายไพบูลย์กล่าว
นายไพบูลย์อ้างว่า "ไม่มีเจตนาถ่วง" และสิ่งที่ทำ "เป็นทางออก" ที่ต้องการให้เกิดความชัดเจนก่อนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะสิ้นสุดทั้งกระบวนการ

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
ไอลอว์ พูดอะไรในสภา
ขณะที่ด้านนอกสภายังเต็มไปด้วยความตึงเครียดและความวุ่นวายมานานกว่า 4 ชั่วโมงแล้ว การอภิปรายร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญยังดำเนินต่อไปในรัฐสภา
เวลาประมาณ 16.30 น. ผู้แทนจากโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชนหรือ "ไอลอว์" ซึ่งเป็นผู้เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนได้เข้าชี้แจงต่อที่ประชุมรัฐสภา
"นี่ไม่ใช่เรื่องสุดโต่งและไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ในบ้านเมืองเรา" นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการไอลอว์กล่าวในที่ประชุมสภา
ทั้งนี้ไอลอว์ได้ส่งผู้แทน 3 คนมาชี้แจงร่างฉบับประชาชน ได้แก่ น.ส.จิรนุช เปรมชัยพร นายจอน อึ๊งภากรณ์ และนายยิ่งชีพ
ระหว่างการอภิปราย นายยิ่งชีพ ได้ลุกขึ้นชี้แจงเป็นระยะ โดยเขาได้ชี้แจงข้อกล่าวหาว่าข้อเสนอของร่างรัฐธรรมนูญของไอลอว์ผูกมัด ส.ส.ร. ว่า ระบบที่ไอลอว์ออกแบบมานั้น ไม่ได้ปิดกั้นความคิดเห็นของ ส.ส.ร.ใหม่ แต่ไอลอว์เสนอให้รื้อถอนอำนาจของ คสช. ก่อน ซึ่งหมายถึงองค์กรอิสระที่ได้รับการแต่งตั้งจาก คสช. รวมถึง คณะกรรมการการเลือกตั้ง และศาลรัฐธรรมนูญ
นายยิ่งชีพกล่าวเพิ่มเติมว่า ถ้า ส.ส.ร. ที่มาจากการเลือกตั้ง 100% บอกว่าประชาชนอยากให้มี ส.ว. จากการแต่งตั้ง หรือมีนายกฯ ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง มีองค์กรอิสระที่ตรวจสอบไม่ได้ ทางไอลอว์ก็ยอมรับ
นายยิ่งชีพย้ำถึงความฝัน 5 ข้อ ซึ่งถูกนำเสนอสู่สาธารณะจนกระทั่งมีประชาชนกว่า 1 แสนคน ร่วมลงชื่อภายใน 43 วัน ว่าเป็นข้อเสนอที่เรียกร้องในหลักการพื้นฐานของการปกครองแบบประชาธิปไตยที่หลายประเทศทั่วโลกใช้กัน
เขาไล่เรียงถึงความฝันของร่างฉบับประชาชนว่า คือ ความฝันในการอยู่ในประเทศที่กติกาการปกครองสูงสุดถูกเขียนโดยประชาชน มีการยกร่างจากประชาชน 100% ทว่ากลไกต่าง ๆ ในรัฐธรรมนูญ 2560 ทำให้ความฝันเหล่านี้เป็นจริงไม่ได้
"ความฝันนี้ของพวกเราเป็นเรื่องยากเกินไปไหมครับ สิ่งที่พวกเราและอีกแสนคนเสนอเป็นข้อเสนอที่ธรรมดามาก ๆ และเรียกร้องหลักการที่พื้นฐานมาก ๆ" เขากล่าว
"นี่ไม่ใช่เรื่องสุดโต่งและไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ในบ้านเมืองเรา...เราเพียงเรียกร้องให้แก้ไขระบอบการเมืองที่ผิดปกติในปัจจุบัน ให้กลับมาเป็นระบอบการเมืองที่ปกติธรรมดาเท่านั้นเอง"
รุมโจมตี แหล่งทุน ไอลอว์
นอกจากนี้ ส.ส. รัฐบาล และ ส.ว. อีกหลายคนผลัดกันโจมตีไอลอว์ว่ารับเงินสนับสนุนจากต่างประเทศ ไม่หวังดีต่อประเทศ ซึ่ง น.ส. จีรนุช เปรมชัยพร ผู้แทนจากไอลอว์ ชี้แจงว่า องค์กรภาคประชาสังคมเองก็ไม่อยากรับเงินต่างชาติ หากองค์กรอิสระของรัฐ "ใจกว้างเพียงพอ" ในการอนุมัติงบประมาณให้กับองค์กรที่ทำงานวิพากษ์วิจารณ์รัฐ แต่สิ่งนี้ไม่เกิดขึ้น องค์กรภาคประชาสังคมจึงต้องแสวงหาแหล่งทุนที่พร้อมจะสนับสนุนงบประมาณ
เธอยืนยันว่าแหล่งทุน "ไม่สามารถชี้นิ้วสั่งบอกให้ทำอะไร" ได้ อีกทั้งประเทศต้นทางของแหล่งทุนจะมีการตรวจสอบและมีกระบวนการโปร่งใส ไอลอว์ไม่เคยงุบงิบปิดซ่อนถึงกระบวนการรับทุนดังกล่าว
น.ส. จีรนุช กล่าวอีกว่า การพยายามนำข้อกล่าวหาเหล่านี้มาทำลายไอลอว์ เป็นการบั่นทอนความเป็นจริงที่ว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นความต้องการในการแก้ไขรัฐธรรมนูญของประชาชนไทยหนึ่งแสนคน ไม่ได้มีแหล่งทุนหรือต่างชาติที่ไหนมากำหนดหรือบงการ
"วาทกรรมลักษณะนี้ ขอเถอะค่ะ มันเหนื่อยและไร้สาระมาก เรามีงานใหญ่ที่ต้องทำ มีเรื่องที่ต้องปรึกษาหารือกับประชาชน มีเรื่องใหญ่ ๆ มากมาย ขอเถอะค่ะเรื่องนี้"

ที่มาของภาพ, Jonathan Head/BBC
ชวน: ใครทำให้ผู้ชุมนุมโดยสงบเดือดร้อนต้องรับผิดชอบ
ช่วงหนึ่งของการประชุมสมาชิกรัฐสภา ซึ่งดำเนินไปขณะที่เจ้าหน้าที่ฉีดน้ำแรงดันสูงและแก๊สน้ำตาเข้าใส่กลุ่มผู้ชุมนุม รวมทั้งมีการปะทะกันระหว่างกลุ่ม "ราษฎร" และกลุ่มคนเสื้อเหลืองอยู่ด้านนอก สมาชิกรัฐสภาจากพรรคเพื่อไทยได้ลุกขึ้นอภิปรายเรียกร้องให้ประธานรัฐสภา ประสานงานไปยังหน่วยงานด้านความมั่นคงให้ยุติใช้ความรุนแรงกับกลุ่มผู้ชุมนุม บริเวณหน้าอาคารรัฐสภา และปฏิบัติต่อผู้ชุมนุมด้วยความเท่าเทียมกัน
โดยนายชวนกล่าวว่า เขาได้สั่งให้เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรทำบันทึกเหตุการณ์ และได้กำชับมาตลอดว่า ยินดีให้กลุ่มผู้ชุมนุมเข้ามาทำกิจกรรมในพื้นที่ของรัฐสภาได้ โดยที่ไม่ต้องมีการเตรียมมาตรการใดใดเป็นพิเศษ แต่จะต้องเป็นการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ ไม่คุกคามในทุกรูปแบบ และยังได้กำชับเจ้าหน้าที่ว่าอย่าทำอะไรที่เกินกว่าเหตุ
ใครทำอะไรกับผู้ชุมนุมที่ชุมนุมโดยสงบให้เดือดร้อน คนนั้นต้องรับผิดชอบนายชวนกล่าว
โดยนายชวน ได้เดินตรวจเยี่ยมเจ้าหน้าที่บริเวณทางเข้าออกรัฐสภา ภายหลังกลุ่มผู้ชุมนุมราษฎรประกาศสลายการชุมนุมหน้ารัฐสภา ระหว่างการประชุมร่วมกันของรัฐสภา
นายชวนสั่งพักการประชุมในเวลา 0.08 น. ของวันที่ 18 พ.ย. และนัดหมายการประชุมในเวลา 09.30 น.












