เยาวราช : ไชนาทาวน์เมืองไทยในความทรงจำของหญิงสูงวัยกับการพัฒนาที่เปลี่ยนวิถีชุมชน
- Author, เรื่อง-ภาพ โดย ทศพล ชัยสัมฤทธิ์ผล
- Role, ผู้สื่อข่าววิดีโอ บีบีซีไทย
เมื่อถามถึงไชน่าทาวน์ของกรุงเทพฯ เยาวราช คือ ย่านที่นักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศต่างอยากไปเยือน ตามการโฆษณาเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว แต่ สำหรับหญิงสูงวัยที่เกิดและเติบโตมาในชุมชนนี้ตลอด 7 ทศวรรษ เช่น สุธารัตน์ กิจติเวชกุล แล้ว การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพทำให้อัตลักษณ์ของชุมชนชาวไทย เชื้อสายจีนที่มีมากว่าร้อยปีเปลี่ยนไป กลายเป็นความทรงจำของคนรุ่นก่อน
"ชุมชนเปลี่ยนไป คนแก่ที่เราทักทายล้มหายตายจาก บางคนไม่ได้ตาย แต่ย้ายออกตามลูกหลานที่ไปสร้างฐานะข้างนอก" สุธารัตน์ หรือรู้จักกันในนาม "อาม่า" วัย 71 ปี เล่าถึงการเปลี่ยนผ่านของชุมชน ในบ้านตึกแถว 4 ชั้น ที่ผนังบ้านแขวนรูปภาพตั้งแต่วัยสาวมาถึงสูงวัย
บ้านของสุธารัตน์ ชั้นล่างเปิดเป็นร้านซักอบรีด อยู่ลึกเข้าไปในซอยภาณุรังษี ติดถนนทรงวาด ไม่ไกลจากวงเวียนโอเดียน โดยชีวิตกว่า 7 ทศวรรษของเธอผูกพันกับย่านนี้ จนไม่อยากย้ายไปไหน

ที่มาของภาพ, Tossapol Chaisamritpol/BBC Thai
"เห็นกับตาว่า พาพ่อแม่ไปอยู่บ้านใหม่ พ่อแม่มีอาการเศร้าซึม เขาอยู่นี่มา 70-80 ปี ชินกับชาวบ้านที่เดินโหวกเหวกทักทายกันเสียงดัง พอไปอยู่หมู่บ้านจัดสรร เหมือนกรงขัง ยิ่งมีเงินบ้านก็ยิ่งกว้าง แต่สู้สลัมบ้านเราไม่ได้" สลัมเป็นคำที่อาม่าใช้เปรียบชุมชนนี้ในอดีต เพราะผู้คนอยู่กันแออัด
จากรุ่นอากง ที่นั่งเรือสำเภาข้ามทะเลมาจากจังหวัดซัวเถา (ซ่านโถว) มณฑลกวางตุ้ง กว่า 100 ปีก่อน ช่วงก่อนการปฎิวัติล้มล้างราชวงศ์ชิง สู่วัยเด็ก ที่ศึกษาอยู่โรงเรียนกุหลาบวัฒนาในวัดกาลหว่าร์ จนแต่งงานมีครอบครัว สุธารัตน์สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงรอบตัวมาตลอด

ที่มาของภาพ, Tossapol Chaisamritpol/BBC Thai
เช่นเดียวกับภาพขาวดำ ที่กลายมาเป็นภาพสีในบ้านของสุธารัตน์ ชุมชนจีนใกล้ถนนเยาวราชแห่งนี้ เปลี่ยนแปลงไปจนไม่เหมือนเดิม คนเก่าไป คนใหม่เข้ามา กิจการร้านค้าขยาย จากถิ่นคนจีนกลายเป็นถิ่นคนหลากหลายเชื้อชาติ
"แต่จีนแท้ ๆ ก็ยังมีอยู่ คนใจเดียวกับอาม่า คือ เราไม่ยอมไปไหน เรามีบ้านอื่นแต่เรายังอยากอยู่แถวนี้ มันเคยชินไง"
ไชนาทาวน์ในความทรงจำ
อาม่าในเสื้อคอจีนสีทองตัวโปรด พาเราออกไปสำรวจละแวกบ้านที่เต็มไปด้วยเรื่องราว และบางจุดที่เหลือเพียงในความทรงจำ

ที่มาของภาพ, Tossapol Chaisamritpol/BBC Thai
"เมื่อก่อนมีบ้านหลังนึงเป็นของอาจารย์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ แกย้ายไปแล้วรื้อเป็นตึก" สุธารัตน์พูดพร้อมชี้ไปตรงซอยตันแห่งหนึ่ง หลังเดินออกจากบ้านไม่กี่นาที
"สมัยก่อนพื้นที่ตรงนี้เป็นทางน้ำ พอสร้างตรงนี้ เขาก็ถมทางน้ำ พอฝนตกลำบากมาก ย่ำโคลนตั้งแต่เด็กเลย"
ชุมชนแถบนี้มีวัดและศาลเจ้าแบบจีนตั้งอยู่หลายแห่ง อาทิ ศาลเจ้าโจวซือก๋ง ศาลเจ้าเชียงกง และศาลเจ้าแม่ทับทิม เป็นหลักฐานถึงความเป็นถิ่นคนจีนมายาวนาน
ทุกวันนี้ศาลเจ้าเหล่านี้ยังคงเป็นแหล่งนั่งพักผ่อนและทำกิจกรรมของคนเชื้อสายจีนในพื้นที่ เมื่อเดินผ่าน อาม่าทักทายและหยอกล้ออย่างเป็นกันเองกับผู้คนตลอดทาง

ที่มาของภาพ, Tossapol Chaisamritpol/BBC Thai
สุธารัตน์หยุดตรง 5 แยก ซอยวานิช 2 ที่ลงใต้ไปจะทะลุไปตลาดน้อย ใกล้กรมเจ้าท่า และหากขึ้นเหนือไปจะไปถึง "หัวมังกร" ถนนเยาวราช เธอชี้ให้ดูชีวิตสองข้างทางที่เป็นร้านรวง ร้านขายอะไหล่รถยนต์ แล้วเล่าถึงชีวิตในวัยเด็ก
"อาม่าทำงานมาตั้งแต่เด็กเลยนะ สมัยนั้นเย็บกระสอบ จากทรงวาดเขามาจ้างคนในชุมชน กิจกรรมของที่นี่คือหาเงินอย่างเดียว ไม่เย็บกระสอบ ก็ปะถุง ทำหลอดกาแฟ ถ้าไม่รับจ้างก็ขายของ"
พูดถึงตรงนี้ เธอยิ้ม ก่อนเล่าต่อว่า "ลูกสาวเคยถามว่า อะไรที่ไม่เคยขาย ที่จำได้มีแค่ 2 อย่างที่ไม่เคย คือโลงศพกับเสื้อผ้าคนตาย"
ประวัติคนแดนมังกร
เศรษฐพงษ์ จงสงวน นักวิชาการอิสระด้านศาสนาและวัฒนธรรมจีน เล่าให้บีบีซีไทยฟังว่า เมื่อพูดถึงคนจีนที่มาตั้งรกรากในไทยนั้น จำแนกออกได้ตามภาษาถิ่น คือ จีนแต้จิ๋ว ฮกเกี้ยน กวางตุ้ง และจีนแคะ (ฮากกา)

ที่มาของภาพ, Sresthabongsa Chongsanguan
"คนแต้จิ๋วเข้ามาเยอะ ภาษาจีนหลักในแถบเยาวราชคือแต้จิ๋ว ไม่ว่าจีนกลุ่มไหนต้องใช้ภาษาแต้จิ๋วในการสื่อสาร"
เศรษฐพงษ์ ผูู้มีเชื้อสายจีน และมีพ่อเป็นคนเยาวราช ย้อนประวัติว่า ซอยวานิชเป็นถนนคนจีนดั้งเดิม ก่อนพัฒนามาเป็นเจริญกรุงในรัชกาลที่ 4 นำความเจริญเข้ามา ถือเป็นตัวเมืองใหม่ที่พัฒนาต่อจากกรุงรัตนโกสินทร์
เมื่อชาวจีนเข้ามาอาศัยมากขึ้น รัฐจึงสร้างถนนทรงวาด เพื่อระบายความแออัดออกจากถนนสำเพ็ง แล้วตามมาด้วยการสร้างถนนเยาวราชที่มีอายุกว่าร้อยปี จนปัจจุบันถนนความยาว 1.5 กิโลเมตรนี้ คือเส้นเลือดใหญ่ของชุมชนจีนดั้งเดิมของกรุงเทพฯไปแล้ว

ที่มาของภาพ, Tossapol Chaisamritpol/BBC Thai

ที่มาของภาพ, Tossapol Chaisamritpol/BBC Thai
"ศูนย์รวมทั้งการดำรงชีวิต การค้าบริการ การบันเทิง เยาวราชในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ยังเป็นแหล่งรวมงิ้วแต้จิ๋ว แหล่งใหญ่ของโลก" แต่ปัจจุบัน เขาระบุว่า โรงงิ้วถาวรที่เคยมี 10 โรง ไม่เหลืออีกแล้ว กลายเป็น อาคารสำนักงาน ที่จอดรถ และที่รกร้าง
'ไม่ใช่อาหารเชิงวัฒนธรรม'
ใช้เวลาไม่ถึง 20 นาทีจากบ้าน สุธารัตน์เดินมาถึงต้นถนนเยาวราช แหล่งสตรีทฟู้ดชื่อดัง แต่สำหรับคนที่อาศัยอยู่ย่านนี้มาทั้งชีวิต "ของอร่อยเยาวราช" มันไม่เลิศรสเหมือนก่อนอีกแล้ว
รสชาติที่เปลี่ยนแปลง สูตรอาหารที่ถ่ายทอดไม่ถึงรุ่นหลัง กรรมวิธีทำอาหารที่เน้นรับนักท่องเที่ยว แต่คุณภาพลดลง ทำให้ปัจจุบัน อาม่าเดินเยาวราชแค่สัปดาห์ละครั้ง จากในอดีตที่มาเป็นประจำ

ที่มาของภาพ, Tossapol Chaisamritpol/BBC Thai
"สมัยก่อนจะทำน้ำซุป ก๋วยเตี๋ยว ข้าวต้มปลา ต้องต้มกระดูกเป็นชั่วโมง ๆ เป็นวัน ๆ ตอนนี้ ตั้งร้าน น้ำเดือดขายได้เลย ใส่ผงชูรส สารเคมีเข้าไปเยอะ ๆ มันผิดกันน่ะ คนขายก็ผิดกัน ราคาก็ผิดกันใหญ่"
เธอเล่าต่อว่า คนจีนสมัยก่อน ยกตัวอย่างคนที่มาจากกวางตุ้ง จะนำฝีมือการทำอาหารจากภูมิลำเนามาด้วย แต่สมัยนี้ ร้านแบบ "เหล่าหยี่ห่อ" หรือร้านเด็ดไม่ค่อยเหลือแล้ว เย็นตาโฟวัดแขกเปลี่ยนเจ้าของ รสชาติก็เปลี่ยนไป บางคนที่ไม่เคยกินอาจรู้สึกว่าอร่อย แต่ลิ้นอาม่าสัมผัสไม่เจอความอร่อยที่เคยลิ้มรสอีกแล้ว
คออาหารจีนอย่างเศรษฐพงษ์ เสียดายรสชาติที่จางลงของอาหารเยาวราชเช่นกัน เพราะต้องทำให้เร็วขึ้น รับลูกค้ามากขึ้น ความพิถีพิถันจึงหายไป ทั้งที่คนทำอาหารสมัยก่อนทำด้วยใจรัก เรียกได้ว่า แม้ตอนนี้เยาวราชจะเป็นตลาดอาหาร แต่ไม่ใช่อาหารเชิงวัฒนธรรมอีกต่อไป

ที่มาของภาพ, Tossapol Chaisamritpol/BBC Thai
"สิงคโปร์ เรายังสัมผัสความเป็นไชนาทาวน์ได้ ถึงอาหารจะเป็นยุโรป แต่ว่าคนที่ทำมีความเป็นจีน มันรู้สึกชัดกว่า แต่ของเราเลือนไปเยอะ"
ไชนาทาวน์ของสิงคโปร์ เป็นเขตย่อยที่มีรถไฟฟ้าเข้าถึงได้สะดวก แต่ยังคงรักษาคุณค่าทางวัฒนธรรมในลักษณะที่รัฐบาลสิงคโปร์เรียกว่า "เก่าพบใหม่" โดยประกาศให้พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นแหล่งมรดกแห่งชาติ เพื่ออนุรักษ์สถาปัตยกรรมและประเพณีดั้งเดิมไว้
เยาวราชของใคร?
พูดถึงเยาวราช เทศกาลหนึ่งที่มีชื่อเสียงและจัดอย่างยิ่งใหญ่ทุกปี คือ เทศกาลตรุษจีน กับซุ้มอาหารมากมาย และกิจกรรมเฉลิมฉลองที่คึกคัก แต่สุธารัตน์บอกว่า มาครั้งเดียวก็เกินพอ

ที่มาของภาพ, Tossapol Chaisamritpol/BBC Thai
"สิ่งที่คุณต้องการจากตรุษจีนมันคืออะไร คำว่ามงคลมาก่อน ถ้าคุณทำวันนี้ดี ทั้งปีคุณก็จะโชคดี" สุธารัตน์ให้แง่คิด
แต่งานตรุษจีนเยาวราชนั้น เธอบอกว่า "คนจีนนี่ส่วนน้อยนะ ไม่ค่อยใช่คนแถวนี้ด้วย กระทั่งไม่ใช่ช่วงตรุษจีน เยาวราชทั้งถนน มีไม่ถึง 10% ที่เป็นคนท้องถิ่น"
เธอยอมรับว่า การส่งเสริมการท่องเที่ยวทำให้ชาวต่างชาติรู้จักไชนาทาวน์เป็นเรื่องที่ดี กิจการร้านค้ามีรายได้มากขึ้น แต่ห้างร้านที่เห็น 2 ฝั่งถนน มักเป็นการให้เช่าที่ และคนที่มาเช่าคือคนจีนจากแผ่นดินใหญ่
"นับนิ้วได้เลยว่ามีกี่เจ้าที่เป็นคนเก่าคนแก่"
ในความเห็นของอาม่าวัย 71 ปี แก่นแท้ของวันขึ้นปีใหม่ของคนไทยเชื้อสายจีน เปลี่ยนไปจากประสบการณ์ในวัยเด็ก เธอจำได้ว่า ตรุษจีนจะเป็นวันที่ได้สวมใส่ชุดใหม่ ได้ทานอาหารดี ๆ สักครั้ง ได้อั่งเปา แต่ที่สำคัญ คือเป็นวันของครอบครัว

ที่มาของภาพ, Tossapol Chaisamritpol/BBC Thai
"ตรุษจีนปัจจุบันมันโอเว่อร์" สุธารัตน์กล่าวเสียงสูง "ตรุษจีนก็เหมือนปีใหม่ คุณรู้สึกว่านี่เป็นวันใหม่นะ คนจีนก็ไหว้เจ้า ระลึกถึงผู้ใหญ่ เยี่ยมเยียน พักผ่อน หรือรวมญาติลูกหลานกินข้าวอร่อย ๆ กัน ปีใหม่ทีเรามาไหว้ผู้ใหญ่ ทำบุญ นัดไปเยี่ยมปู่ย่าตายาย"
"ตรุษจีนเดี๋ยวนี้เป็นยังไง จัดงานกันทุกที่ ไทย จีน แขก มีตรุษจีนกันหมด"
'ไม่ทิ้งอดีต มุ่งรักษากลิ่นอายวัฒนธรรม'
อุกฤษฏ์ องค์ตระกูล หัวหน้าฝ่ายพัฒนาชุมชนและสวัสดิการสังคม เขตสัมพันธวงศ์ มองความเปลี่ยนแปลงของย่านเยาวราชว่าเป็นเรื่องที่ดี
"เดิมเป็นแผงค้าริมถนน ความสะอาดไม่ค่อยมี อาหารถูกสุขอนามัยขึ้น เราพัฒนาขึ้นเยอะ" อุกฤษฏ์เคยอาศัยในเขตนี้ด้วย จึงกล้าพูดได้เต็มปาก

ที่มาของภาพ, Tossapol Chaisamritpol/BBC Thai
การพัฒนาภูมิทัศน์ที่เห็นชัดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา อาทิ การปูพื้นสีแดงและโคมไฟให้เข้ากับอัตลักษณ์ของเยาวราช การส่งเสริมคุณภาพของอาหาร ด้านโรงแรมและที่พักได้เพิ่มเป็นกว่า 60 แห่ง ทำให้รองรับนักท่องเที่ยวได้มากขึ้น ช่วยให้ชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาติตะวันตกเพิ่มจนเป็นที่สังเกต
แม้สำนักงานเขตสัมพันธ์วงศ์พัฒนานำสิ่งใหม่เข้ามา แต่อุกฤษฏ์ยืนยันว่า ไม่ทิ้งอดีต และมุ่งรักษากลิ่นอายวัฒนธรรม โดยแผนงานต่อจากนี้ ทางเขตจะเข้าสำรวจบ้านเก่าของชุมชนจีนในสมัยก่อน อาทิ บริเวณตลาดน้อย เพื่อพิจารณาความเป็นไปได้เพื่อดัดแปลงเป็นกิจการ หรือพิพิธภัณฑ์ ใช้เวลาประมาณ 2 ปีจะเห็นภาพชัดขึ้น
"ถ้าทิ้งไว้ไม่ทำอะไร อาคารก็จะผุพังไปตามเวลา"
รถไฟฟ้าใต้ดินเข้าถึง
เมื่อถามสุธารัตน์ถึงรถไฟฟ้าใต้ดินสถานีวัดมังกร ที่เปิดให้บริการมาหลายปีแล้วนั้น เธอมองว่าจะช่วยเพิ่มความสะดวก เพราะถนนขยายไม่ได้แล้ว จึงน่าจะช่วยลดการจราจรติดขัดได้ระดับหนึ่ง

ที่มาของภาพ, Tossapol Chaisamritpol/BBC Thai
ส่วนความเห็นของนักวิชาการอย่างเศรษฐพงษ์ ที่มองรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีน้ำเงินในเชิงการพัฒนาเมือง เตือนว่าอาจต้องแลกมากับความเป็นจีนที่เบาบางลง จากการท่องเที่ยวที่เข้ามามากขึ้น
หากกล่าวถึงสิ่งที่หายไปอย่างเป็นรูปธรรมในย่านนี้ เขาชี้ถึงลักษณะการทำ "ย่านการค้า" ที่เป็นเอกลักษณ์ ย่านนี้ขายอะไหล่รถยนต์ ย่านนี้ขายวัตถุดิบอาหาร ย่านนี้ขายสิ่งของไหว้เจ้า ซึ่งล้วนเป็นอัตลักษณ์ของชุมชนจีนแบบเก่าที่มีการเกื้อกูลกัน แต่ตอนนี้ กระจายหายไปมากแล้ว
เขายกตัวอย่าง เวิ้งนครเกษม ที่เคยเป็นแหล่งรวมอุปกรณ์ทางการเกษตร เครื่องมือประกอบอาหาร เครื่องดนตรี ที่ปิดไปเพราะเจ้าของเปลี่ยนมือ บ้านหม้อ ที่แต่ก่อนขายเครื่องประดับ วันนี้มีเครื่องเสียงมาแทรก, และคลองถม สะพานเหล็ก ขายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเกม ที่ขึ้นมาอยู่บนห้าง เป็นต้น

ที่มาของภาพ, Tossapol Chaisamritpol/BBC Thai
"ความเป็นจีนของคนรุ่นปัจจุบัน คนเชื้อสายจีนรุ่นใหม่ไม่ได้เข้มแข็งเหมือนรุ่นก่อน บางอย่างสูญหายไป ภาษา วิถีชีวิต" เศรษฐพงษ์ ขยายความต่อว่า เมื่อก่อนภาษาจีนคือภาษาบรรพบุรุษ แต่คนไทยเชื้อสายจีนในปัจจุบัน แทบพูดไม่ได้และต้องไปหาเรียนในฐานะภาษาต่างประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจ
ประเด็นที่หัวหน้าฝ่ายพัฒนาชุมชนฯ สำนักงานเขตสัมพันธวงศ์ เป็นห่วง คือ เมื่อรถไฟฟ้าเข้าถึง ผู้คนที่มามากขึ้น แต่เยาวราชมีพื้นที่เท่าเดิม อาจเกิดปัญหานักท่องเที่ยวล้นได้

ที่มาของภาพ, Tossapol Chaisamritpol/BBC Thai
"สิ่งที่ต้องทำคือความปลอดภัย จัดเทศกิจ จัดเจ้าหน้าที่ดูแล ประสานงานกับรถไฟฟ้าด้วย เพราะกำลังของเขตเพิ่มไม่ทัน การจราจร ทางข้ามมากขึ้น ทางเดินทางเท้าต้องปรับให้ดีขึ้น" อุกฤษฏ์ อธิบายถึงแผนที่ต้องเตรียมรับมือ
"จุดผ่อนผันให้ค้าขายบางจุดต้องยกเลิกไป เพื่อเพิ่มพื้นที่ทางเดินเท้าให้มากขึ้น"
ชุมชนจีนเยาวราชที่ไม่มีวันหวนคืน
ย้อนกลับไปที่ถนนทรงวาด นี่เป็นอีกย่านที่เน้นขายอะไหล่รถยนต์ ซึ่งรื้อถอดมาจากรถยนต์มือสอง ลูกค้าส่วนใหญ่คือผู้ที่มองหาอะไหล่ราคาถูก หรือซื้อชิ้นส่วนที่จำเป็นนำไปประกอบรถอีแต๋น รถไถนานั่งขับ หรือกว้านเรือ เป็นต้น
บางร้านมีอายุมากกว่า 60 ปี ตั้งแต่รุ่นปู่มาถึงรุ่นพ่อ เหมือนร้านของสุวิทย์ กิจติเวชกุล สามีของสุธารัตน์ แต่เขาระบุว่า ร้านนี้คงไม่สืบทอดไปสู่รุ่นลูกและหลาน

ที่มาของภาพ, Tossapol Chaisamritpol/BBC Thai
"ลูกเราไปทำอย่างอื่น รุ่นลูกไม่เอาแล้ว รุ่นนี้เป็นรุ่นสุดท้ายแล้ว อากงตายก็จบ ขายกิจการทิ้ง" อากง วัย 75 ปีเสริมว่า ที่ยังทำอยู่ก็เพราะดีกว่านั่งอยู่เฉย ๆ อย่างน้อยก็มีลูกค้า คนคุ้นเคยมาคุยบ้าง
สุธารัตน์พยายามปรับตัวเข้ากับสังคมยุคใหม่ แต่ก็ยอมรับว่า คิดถึงบรรยากาศชุมชนจีนสมัยเก่าอยู่เสมอ เพราะซึมซับมาตั้งแต่เด็กจนโต มาถึงแก่เฒ่า
"คิดว่าจะได้เห็นอีกไหม คงไม่ได้เห็นแล้ว หลาย ๆ สิ่ง ปัจจัยหลาย ๆ อย่างมันไม่อำนวย อย่างเช่นสถานที่มันก็เปลี่ยนมือไปเยอะ คนแต่ละรุ่นมันก็เปลี่ยนไป" เธอกล่าว พลางถอนหายใจ
ก่อนอาม่าจะกลับบ้านในวันนี้ เธออยากฝากข้อคิดถึงคนไทยเชื้อสายจีนรุ่นใหม่ว่า

ที่มาของภาพ, Tossapol Chaisamritpol/BBC Thai
"ถึงแม้เราจะเกิดในแผ่นดินไทย แต่ก็มีเชื้อสายจีน...ไม่ผิดหรอกที่จะลืมไปบ้าง แต่ให้จำไว้ว่าปู่ย่าตายายเรามาจากแผ่นดินใหญ่"











