เลือดข้นคนจาง: มองอนาคตที่เลือนรางของธุรกิจกงเต๊ก

คำบรรยายวิดีโอ, เลือดข้นคนจาง:อนาคตที่เลือนรางของธุรกิจกงเต๊ก
    • Author, พริสม์ จิตเป็นธม
    • Role, ผู้สื่อข่าววิดีโอบีบีซีไทย

ประเพณีกงเต๊กเป็นหนึ่งในขนบที่ผูกพันกับรากเหง้าของความเป็นจีนของคนเชื้อสายจีนในไทยอย่างแนบแน่น ในขณะที่คนเชื้อสายจีนในไทยมีอยู่มากกว่าหนึ่งในสิบของประชากรประเทศ หากแต่ว่าสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้ขนบนี้ได้รับความสนใจน้อยลงเรื่อย ๆ

ฉากพิธีกงเต๊กอย่างที่ปรากฎในงานศพของ "อากง" ผู้นำตระกูล "จิระอนันต์" ในละครดังเรื่องเลือดข้นคนจาง กำลังเป็นภาพที่เลือนหายไปจากสังคมไทย เหมือนกับประเพณีดั้งเดิมที่คนไทยเชื้อสายจีนนิยมปฏิบัติสืบทอดกันมาหลายอย่างที่ลดความนิยมไปตามยุคสมัย

บีบีซีไทยสำรวจตลาดธุรกิจกงเต๊กของไทยที่กำลังหดตัวลง และพูดคุยกับคนในคณะกงเต๊กที่บอกว่าพวกเขายังทำอยู่เพราะความรักและศรัทธาในประเพณีที่เปี่ยมด้วยคุณค่านี้ แม้ว่าบางรายไม่สามารถยึดเป็นอาชีพหลักได้อีกแล้ว

งานหาย รายได้ลด

"มันหายไปช้า ๆ...จนกว่าคนไม่ทำ" ธนากร ธนชัยโชติ หรือ จงเหลียง แซ่ล้อ วัย 66 ปี ตอบคำถามบีบีซีไทยที่ว่าตอนนี้สถานการณ์ของคณะกงเต๊กเป็นอย่างไรบ้าง

กงเต๊ก เลือดข้นคนจาง

ที่มาของภาพ, PAris jitpentom/bbc thai

คำบรรยายภาพ, ธนากร ธนชัยโชติ ผู้ดูแลคณะกงเต๊กพุทธสมาคมหยิ่งอิ้ว เล่าว่า เมื่อ 30 ปีก่อนมีการจัดงานกงเต๊กแทบทุกวัน แต่ปัจจุบันเหลือเพียงเดือนละไม่ถึง 10 งาน

ธนากรบอกว่าเขาสืบทอดตำแหน่งผู้ดูแลคณะกงเต๊กพุทธสมาคมหยิ่งอิ้วต่อจากอาจารย์คนหนึ่งที่ประสิทธิ์ประสาทวิชาการดำเนินพิธีกรรมกงเต๊กนี้ให้กับเขา และเล่าต่อไปว่าเริ่มเข้ามาทำงานในคณะกงเต๊กตั้งแต่ปี พ.ศ. 2525 เพราะตามพี่เขยมา

เมื่อสามสิบกว่าปีก่อนนั้น มีคณะกงเต๊กที่เป็นฆราวาสราว 30 คณะ และมีผู้มาติดต่อให้จัดพิธีกงเต๊กแทบทุกวัน เพราะความเชื่อตามวัฒนธรรมจีนที่ว่าเป็นการแสดงความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณที่ล่วงลับไปแล้วให้ไปสู่สุขคติ

ปัจจุบันนี้ ในแต่ละเดือน คณะของเขาจัดงานพิธีกงเต๊กไม่ถึง 10 งาน เพราะจากความเชื่อที่เปลี่ยนไป "สมัย 30 กว่าปีก่อนนั้นทำทุกวันครับ สมัยนี้น้อยลงเยอะ เพราะเขาไม่เชื่อถือ เขาไม่รู้เรื่องประเพณี เขาไม่รู้ทำอะไร" ธนากรกล่าว

คณะกงเต๊กหนึ่ง ๆ นั้นจะมีสมาชิกประมาณ 10 คน ผู้ทำพิธีกงเต๊กนั้น สามารถเป็นคณะสงฆ์จีน หรือพระญวน หรือนางชี รวมไปถึงฆราวาส หรือคนธรรมดา นอกจากนี้การทำพิธีกงเต๊กของชาวไทยเชื้อสายจีนก็จะแตกต่างกันไปตามเชื้อสาย อย่างเช่น กวางตุ้ง จีนแต้จิ๋ว และจีนไหหลำ ฯลฯ หรือแม้แต่คณะต่างกันก็มีการสวดและการจัดพิธีที่แตกต่างกันออกไปเล็กน้อยด้วย

กงเต๊ก เลือดข้นคนจาง

ที่มาของภาพ, PAris jitpentom/bbc thai

คำบรรยายภาพ, วีระ อมรภัทร (คนซ้าย) หนึ่งในสมาชิกคณะกงเต๊ก พุทธสมาคมหยิ่งอิ้ว บอกว่ายังคงยึดอาชีพนี้เป็นอาชีพหลัก แม้รายได้ต่อเดือนจะลดลงเกือบ 20,000 บาท

วีระ อมรภัทร หนึ่งในสมาชิกคณะกงเต๊ก พุทธสมาคมหยิ่งอิ้ว ยังคงยึดอาชีพนี้เป็นอาชีพหลัก แม้ว่าจำนวนงานลดลง และส่งผลให้รายได้น้อยลงไปมาก "ทำมา 30 กว่าปีแล้ว ก็ไม่รู้จะไปทำอะไร...เมื่อก่อนได้รายได้เดือนละ 25,000 บาท ตอนนี้เหลือเดือนละ 8,000 บาท...แต่ก็จะทำต่อไปเรื่อยๆ รอส่งให้ลูกเรียนจบ"

กงเต๊ก เลือดข้นคนจาง

ที่มาของภาพ, PAris jitpentom/bbc thai

คำบรรยายภาพ, นริศร์ อัศวภิญโญภาพ สมาชิกคณะกงเต๊ก พุทธสมาคมหยิ่งอิ้ว มีหน้าที่เล่นปี่ประกอบพิธี ยังคงศรัทธาในพิธีกงเต๊ก แต่ไม่สามารถยึดเป็นอาชีพหลักได้อีกแล้ว

ขณะที่ นริศร์ อัศวภิญโญภาพ สมาชิกคณะอีกราย มีหน้าที่เล่นปี่ประกอบพิธี เนื่องจากเรียนจบทางด้านดนตรีจีนมาโดยตรง นริศร์ เล่าว่า คนไทยเชื้อสายจีนนิยมทำพิธีน้อยลง ทำให้ปัจจุบันเขาไม่สามารถยึดเป็นอาชีพหลักได้ ต้องหันไปทำธุรกิจส่วนตัว แต่เขายังคงศรัทธาในพิธีกงเต๊ก และยินดีจะมาทุกครั้งที่ทางคณะขาดนักดนตรี

"เป็นความต้องการของอาม่า"

แม้ประเทศไทยจะเป็นประเทศที่มีชาวจีนโพ้นทะเลอาศัยมากที่สุดในโลก โดยมีชาวไทยเชื้อสายจีนอยู่ราว 9.3 ล้านคน หรือคิดเป็น 11% ของประชากรทั้งประเทศ จากข้อมูลปี 2555 ของ Cultural Diplomacy องค์กรที่ศึกษาเรื่องการทูตวัฒนธรรม ซึ่งก็ดูเหมือนว่าไทยจะเป็นตลาดขนาดใหญ่ของพิธีกงเต๊ก แต่ยุคสมัยที่เปลี่ยนไปก็ทำให้ความเชื่อของลูกหลานต่อพิธีกรรมก็เปลี่ยนแปลงไปด้วย

กงเต๊ก เลือดข้นคนจาง

ที่มาของภาพ, PAris jitpentom/bbc thai

คำบรรยายภาพ, เมธาพร พยุงศักดิ์สถาพร หลานสาวของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า สาเหตุอย่างเดียวที่จัดพิธีกงเต๊กเพราะเป็นความต้องการของอาม่าผู้เสียชีวิต

เมธาพร พยุงศักดิ์สถาพร หลานสาวซึ่งจัดพิธีกงเต๊กให้กับอาม่าผู้เสียชีวิต ที่วัดเวตวันธรรมาวาส กล่าวกับ บีบีซีไทยว่า สาเหตุอย่างเดียวที่จัดงานพิธีกงเต๊กนั้น เป็นเพราะความต้องการของอาม่า ซึ่งได้สั่งเสียเอาไว้ก่อนเสียชีวิต ว่าให้ลูกหลานจัดพิธีกงเต๊กให้

เมธาพรก็บอกว่าเธอไม่ค่อยทราบธรรมเนียมปฏิบัติแล้ว แม้จะเคยเห็นมาบ้างตอนจัดพิธีให้อากง เมื่อประมาณ 30 ปีที่แล้ว เธอเห็นว่า "มันก็น่าจะค่อย ๆ หายไป เพราะสมัยนี้ก็ไม่ค่อยมีคนทำเท่าไหร่"

"อีก 10 ปี อาจจะเปลี่ยนอาชีพก็ได้"

พิธีกงเต๊กก็ยังได้สร้างงานให้กับหลากหลายอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจผลิตเครื่องกระดาษ (กระดาษเงินกระดาษทอง บ้าน ของใช้ เพื่อนำไปเผา) พ่อค้าแม่ค้าขายอุปกรณ์และอาหารเซ่นไหว้

เมื่อความนิยมในการปฏิบัติตามธรรมเนียมจีนลดน้อยลง ธุรกิจจำหน่ายหีบศพ รวมถึงบริการจัดพิธีกงเต๊ก ก็มีลูกค้าลดลงตามไปด้วย วิไล โตสิตระกูล เจ้าของร้านกิ้มเซ่งฮง ดำเนินกิจการต่อจากรุ่นพ่อแม่ ซึ่งแต่ก่อนนั้นประกอบและจำหน่ายหีบศพเพียงอย่างเดียว แต่เมื่อลูกค้าต้องการความสะดวกสบายมากขึ้น รวมถึงไม่มีความรู้เรื่องการจัดพิธี ทางร้านจึงต้องเป็นผู้ดำเนินการในการประสานส่วนต่าง ๆ ให้

"ไม่ค่อยเข้าใจและไม่ค่อยอยากจะเชื่อและศรัทธา เป็นอย่างนั้นมากกว่า เพราะว่าพอหมดรุ่นผู้ใหญ่แล้ว...พอเหลือแต่รุ่นหลัง ๆ ก็เรียนหนังสือ จะมีเรื่องของวิทยาศาสตร์ แล้วก็เทคโนโลยีใหม่ ๆ เพราะฉะนั้นความเชื่อแบบโบราณ ก็จะลดน้อยถอยลงไปเรื่อย ๆ" วิไล กล่าว

กงเต๊ก เลือดข้นคนจาง

ที่มาของภาพ, PAris jitpentom/bbc thai

คำบรรยายภาพ, วิไล โตสิตระกูล เจ้าของธุรกิจจำหน่ายหีบศพ มองว่าปัจจุบันคนไทยเชื้อสายจีนทำพิธีกงเต๊กน้อยลงเนื่องจากปัจจัยด้านความเชื่อ และค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง

วิไล เล่าว่า ธุรกิจจัดงานศพมีการแข่งขันกันสูงขึ้น เช่นโรงพยาบาล หรือวัดบางแห่งก็จะมีบริการให้เลือก แต่สำหรับพิธีจีนค่อนข้างจะเฉพาะกลุ่ม ถึงอย่างนั้นปัจจุบันก็มีลูกค้าน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด ส่วนตัวมองว่าเป็นปัจจัยเรื่องความเชื่อ และค่าใช้จ่าย ทำให้ธุรกิจบริการจัดงานกงเต๊กก็คงจะเลือนรางในไม่ช้า

สำหรับค่าใช้จ่ายการจัดงานศพ รวมถึงพิธีกงเต๊ก วิไล กล่าวว่า อยู่ที่ประมาณ 100,000-160,000 บาท ซึ่งจะรวมทุกอย่างทั้งรถรับส่งศพตั้งแต่วันแรกที่เสียมายังวัด ค่าของเซ่นไหว้ ดอกไม้ และอุปกรณ์ต่าง ๆ

"เราก็สามารถที่จะยังอยู่กับอาชีพนี้ได้ เนื่องจากว่าลูกหลานจีนที่ยังมีความเชื่อเรื่องนี้ ก็ยังมีมากอยู่ เนื่องจากจำนวนคนมันเยอะ ถึงหายไป 50% เราก็ยังเป็นความต้องการที่เขาต้องการในเรื่องพิธีกรรมตรงนี้ ถามว่ายังอยู่ได้ไหมก็ยังอยู่ได้ แต่อีก 10 ปีให้หลังก็ไม่แน่นะ อาจจะเปลี่ยนอาชีพก็ได้ อาจจะไปเป็นเกษตรกรก็ได้" วิไล กล่าวกับบีบีซีไทย

ประวัติกงเต๊กในประเทศไทย

กงเต๊ก เลือดข้นคนจาง

ที่มาของภาพ, PAris jitpentom/bbc thai

คำบรรยายภาพ, ในการประกอบพิธีกงเต๊ก ลูกของผู้เสียชีวิตจะแต่งชุดผ้าดิบ ชุดกระสอบ และหมวกกระสอบ ส่วนคนอื่น ๆ จะมีการแต่งกายแตกต่างกันไปตามความสัมพันธ์ของผู้เสียชีวิต

ไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าพิธีกงเต๊กเกิดขึ้นสมัยใด งานวิจัยเรื่อง 'การปรับตัวของธุรกิจบ้านและเครื่องใช้กระดาษในพิธีกงเต๊กของคนไทยเชื้อสายจีน' โดย สุพร ศาสตร์รัตนมณี ได้อ้างว่า "บันทึกบางแห่งได้ระบุว่าพิธีกงเต๊กมีขึ้นในสมัย (ราชวงศ์) จิ้น หรือประมาณปี พ.ศ. 808-1131 โดยในสมัยราชวงศ์จิ๋นซีฮ่องเต้ที่ได้มีการฝังหุ่นปั้นทหารและหุ่นปั้นม้าหินจํานวนมากมายไว้ภายในบริเวณสุสานของฮ่องเต้"

ส่วนในประเทศไทย งานวิจัยเรื่อง 'วิถีชีวิตชุมชนเขตดุสิต กรุงเทพมหานครใต้ร่มพระบรมโพธิสมภาร กรณีศึกษาชุมชนวัดญวนคลองลำปัก' โดย ธีรารัตน์ ทิพย์จรัสเมธา ได้อธิบายว่า พระสงฆ์ญวนเป็นผู้นำเอาพิธีกงเต๊กมาเผยแผ่ในประเทศไทย ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) ได้ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ประกอบพิธีกงเต๊กพระราชทานให้กับพระบรมศพของสมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี เมื่อปี พ.ศ.2405

พิธีกงเต๊กในยุคแรกไม่นิยมประสานกับพิธีสงฆ์ของไทย จนถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) จึงได้มีการจัดพิธีกงเต๊กประสานกับพิธีสงฆ์ไทยเป็นครั้งแรกในงานพระศพสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ เมื่อปี พ.ศ. 2423

ขั้นตอนและความเชื่อในพิธีกงเต๊ก

ในพิธีจะมีการบรรเลงดนตรีประกอบพิธีด้วย ตามความเชื่อของชาวจีนโบราณที่เชื่อว่าเสียงดนตรีช่วยขับไล่สิ่งชั่วร้าย สำหรับเครื่องดนตรีที่ใช้บรรเลง อาทิ ปี่ ขิม ซอ กลอง และกระดิ่ง ฯลฯ

สำหรับสถานที่จัดงานนั้น ในอดีตนิยมจัดภายในบ้านของผู้เสียชีวิต แต่เนื่องจากพื้นที่คับแคบ และชาวไทยเชื้อสายจีนเริ่มนิยมจัดพิธีกงเต๊กร่วมกับพิธีสงฆ์ของไทย จึงมีการจัดพิธีกงเต๊กภายในวัด

กงเต๊ก เลือดข้นคนจาง

ที่มาของภาพ, PAris jitpentom/bbc thai

คำบรรยายภาพ, ก่อนเริ่มพิธีกงเต๊ก ลูกหลานของผู้เสียชีวิตจะต้องแจ้งชื่อผู้เสียชีวิต ที่อยู่ก่อนเสียชีวิต รายชื่อลูกหลาน และข้อมูลต่าง ๆ ให้กับผู้ทำพิธี เพื่อจัดทำเอกสารเรียกว่าฎีกา

พิธีกงเต๊กมีขั้นตอนแตกต่างกันไปตามแต่ละความเชื่อ สำหรับพิธีกงเต๊กที่จัดโดยพุทธสมาคมหยิ่งอิ้ว มีขั้นตอนทั้งหมด 14 ขั้นตอน มีบทสวดประมาณ 13-14 บทสวด และใช้เวลาในการประกอบพิธีประมาณ 7 ชั่วโมง ซึ่งถือว่ามีขั้นตอนและระยะเวลาลดน้อยลงจากธรรมเนียมในอดีต และในแต่ละครั้งก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของลูกหลานผู้เสียชีวิต

พิธีกรรมก็อย่างเช่น สวดเปิดมณฑลสถาน เปรียบเป็นการอัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายมาประทับที่ปะรำพิธี เพื่อที่จะทำพิธีให้แก่ดวงวิญญาณ, เรียกดวงวิญญาณมาอาบน้ำทานข้าวเปลี่ยนเสื้อผ้า โดยจะนำห้องน้ำกงเต๊กมาวางหน้าศพ ภายในจะมีอ่างขาวใส่น้ำสะอาดและผ้าขนหนูเตรียมไว้ เชื่อว่าเป็นการชำระอกุศลธรรมของผู้เสียชีวิต หรือกรรมที่ผู้เสียชีวิตได้กระทำลงไปโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ หรือ ขอขมากรรม ฯลฯ

กงเต๊ก เลือดข้นคนจาง

ที่มาของภาพ, PAris jitpentom/bbc thai

หลังจากนั้นจะมีการเผากระดาษเงินกระดาษทอง รวมถึงกระดาษที่เป็นรูปบ้าน คนรับใช้ รถ หรือสิ่งของเครื่องใช้ต่าง ๆ ตามความเชื่อว่าการเผาสิ่งของเหล่านี้จะถูกส่งไปให้ดวงวิญญาณผู้เสียชีวิตบนสวรรค์ โดยเครื่องกระดาษข้าวของเครื่องใช้ในปัจจุบันถูกปรับให้เข้ากับยุคสมัยมากขึ้น มีการผลิตเครื่องกระดาษเป็นรูปสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต รวมไปถึงรถยนต์ และสิ่งของแบรนด์เนมต่าง ๆ

อย่างไรก็ตาม จิตรา ก่อนันทเกียรติ ผู้เขียนหนังสือ 'ธรรมเนียมจีน' ได้ระบุในหนังสือว่า การเผากระดาษเป็นกุศโลบายของพระเจ้าถังไท่จง แห่งราชวงศ์ถัง ที่ต้องการสร้างอาชีพแก่ประชาชน และสร้างความเชื่อว่านรกมีจริง เพื่อให้บ้านเมืองสงบเพราะประชาชนไม่กล้าทำบาปทำชั่ว