น้ำมัน : ขับรถอย่างไรถึงประหยัดได้

ที่มาของภาพ, Getty Images
- Author, ทอม เอ็ดกิงตัน
- Role, บีบีซี นิวส์
หลายคนบอกว่าการลดค่าใช้จ่ายจากปัญหาน้ำมันราคาแพงแก้ได้ง่าย ๆ ด้วยการไม่ขับรถในช่วงที่การเติมน้ำมันเต็มถังแต่ละครั้งต้องเสียเงินไม่ต่ำกว่า 1,000 บาท หรือ 2,000 บาท แล้วแต่ประเภทของรถยนต์ แต่ว่าจะมีทางเลือกอื่นอีกไหมที่จะประหยัดน้ำมันได้
นี่คือคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ เราจะมาดูกันว่าวิธีไหนที่ใช้ได้ผลหรือไม่ได้ผล
1. ขับด้วยความเร็ว 90 กม./ชม. ดีที่สุด?
อาร์เอซี กลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านยานยนต์อังกฤษบอกว่าคนขับรถยนต์หลายคนคิดว่าการขับด้วยความเร็ว 56 ไมล์/ชม. (90.12 กม./ชม.) ไม่ขาดไม่เกิน เป็นอัตราความเร็วที่เหมาะสมที่สุดในการใช้น้ำมันอย่างคุ้มค่า แต่จริง ๆ แล้วไม่มีอัตราความเร็วไหนที่เหมาะสมที่สุด และตัวเลข 56 ไมล์นี้ ก็มาจากการทดสอบวัดอัตราการบริโภคน้ำมันของรถยนต์ในอดีต และเป็นการทดสอบการใช้รถในเมืองในอัตราความเร็ว 56 ไมล์ และ 75 ไมล์ (120.70 กม./ชม.) ซึ่งในขณะนั้นพบว่าอัตราความเร็ว 56 ไมล์ต่อชั่วโมงเป็นการใช้น้ำมันอย่างคุ้มค่า อย่างไรก็ดี ต้องขึ้นกับขนาดและประเภทของรถยนต์ ซึ่งอาร์เอซี เห็นว่าการขับด้วยอัตราความเร็วประมาณ 45-50 ไมล์ (ประมาณ 72.42-80.46 กม.) ต่อชั่วโมงนั้นคุ้มค่าที่สุด

ที่มาของภาพ, WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
2. ปิดแอร์ขณะขับดีไหม
ถ้าคุณเคยอดทนไม่ยอมเปิดแอร์ตอนขับรถ เพื่อหวังว่าจะประหยัดน้ำมัน แล้วละก็ ถือว่าทำถูกแล้วล่ะ
บริษัทประกันภัยเอเอ ระบุว่า ต้องใช้พลังงานเพิ่มเติมเพื่อทำให้ระบบทำความเร็วของรถยนต์ทำงาน และการเปิดแอร์ขณะขับทำให้ใช้น้ำมันเพิ่มถึง 10% ซึ่งจะเห็นได้ชัดในการขับเป็นระยะทางสั้น ๆ เพราะระบบแอร์จะต้องใช้พลังงานมากในช่วงแรกเพื่อทำให้อุณหภูมิภายในห้องโดยสารลดลง
การเปิดกระจกหน้าต่างขับอาจจะดีกว่า แต่นั่นก็สร้างปัญหาอีกอย่างตามมา นั่นก็คือการเกิดแรง "drag" ซึ่งหมายถึงภาวะที่เครื่องยนต์จะต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อชดเชยแรงต้านของอากาศที่เกิดจากการเปิดกระจกหน้าต่าง
แต่ถ้าต้องเลือกว่าจะเปิดแอร์หรือเปิดกระจกหน้าต่างดี การตัดสินใจก็ขึ้นกับว่าคุณขับรถเร็วแค่ไหน เพราะการเปิดแอร์น่าจะดีกว่าหากขับรถด้วยความเร็วเกินกว่า 50 ไมล์/ชม. (ประมาณ80.46 กม./ชม.) เพราะยิ่งเปิดกระจกขับรถเร็วเท่าไหร่ก็จะยิ่งเกิดแรงต้านอากาศมากขึ้นเท่านั้น
3. ขับไปด้วยเลี้ยงคลัตช์ (coasting) ไปด้วยดีไหม
การเหยียบคลัตช์ขณะรถวิ่งไปด้วยมีค่าเท่ากับการใช้เกียร์ว่าง หรือการทำ coasting ซึ่งบริษัทประกันภัยเอเอ ไม่แนะนำให้ทำอย่างนั้นเพราะเป็นอันตราย (ทำให้ไม่สามารถควบคุมรถได้อยู่เมื่อตกอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉิน) และที่สำคัญการขับรถแบบนี้ไม่ได้ช่วยประหยัดน้ำมัน
เอเอระบุว่า รถยนต์ส่วนใหญ่จะมีระบบไฟฟ้าควบคุมที่คอยตัดการหล่อเลี้ยงน้ำมันทุกครั้งที่คนขับถอนคันเร่ง เพราะฉะนั้นการขับไปเลี้ยงคลัตช์ไปไม่ได้ช่วยอะไรเลย

4. ใช้ระบบควบคุมอัตโนมัติดีไหม
Cruise control คือระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติที่รักษาความเร็วรถให้คงที่โดยที่คนขับไม่ต้องเหยียบคันเร่ง มีการมองกันว่า ระบบนี้จะช่วยประหยัดน้ำมันได้ เพราะผู้ขับขี่ไม่ต้องเร่งความเร็ว และเบรกอย่างแรง
อย่างไรก็ดี การใช้ระบบควบคุมอัตโนมัติอาจประหยัดน้ำมันได้ก็เฉพาะในช่วงที่ขับบนมอเตอร์เวย์ ที่ถนนเรียบ แต่การขับบนถนนที่เป็นเนิน ระบบจะต้องใช้เวลาในการปรับความลาดชันซึ่งทำให้ใช้น้ำมันมากขึ้น เพราะเวลาขับรถยนต์โดยปกติ ผู้ขับขี่จะถอนคันเร่งเมื่อขับลงจากเนิน แต่ระบบควบคุมอัตโนมัติไม่รู้ได้ว่า เส้นทางข้างหน้าเป็นอย่างไร จึงต้องใช้เวลาและพลังงานมากขึ้นในการปรับอัตราความเร็วบนเส้นทางลาดชัน

ที่มาของภาพ, Getty Images

5. เติมลมยางผิดทำให้ใช้น้ำมันมากขึ้นไหม
การเติมลมยางต่ำกว่าที่ควรทำให้ใช้น้ำมันมากขึ้น ดังนั้นจึงมีคำแนะนำให้ผู้ขับขี่ตรวจสอบระดับลมยางให้เหมาะสมอยู่เป็นประจำ
ในคู่มือรถยนต์จะระบุระดับลมยางที่เหมาะสมเอาไว้ แต่คุณอาจจำเป็นต้องเติมลมยางให้สูงสุดเข้าไว้หากต้องบรรทุกผู้โดยสารหลายคนหรือมีกระเป๋าเดินทางหลายใบ
อย่างไรก็ดี น้ำหนักโดยสารที่เพิ่มมากขึ้นทำให้ใช้น้ำมันมากขึ้นด้วย เพราะฉะนั้นก็ควรเอาสิ่งของที่ไม่จำเป็นออกจากรถจะดีกว่า













