ทำความรู้จักตระกูล “ราชปักษา” นักการเมืองผู้ครองอำนาจเหนือศรีลังกาเกือบ 2 ทศวรรษ

Current Sri Lankan President Gotabaya Rajapaksa (right) and his brother, former Prime Minister and President Mahinda Rajapaksa, in 2018

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, นายมหินทา ราชปักษา (ซ้าย) และนายโกตาบายา ราชปักษา (ขวา) สองพี่น้องที่้ขึ้นสู่ตำแหน่งประธานาธิบดี

"ประเทศนี้ทุกคนนามสกุลราชปักษาหมดเลยหรือ" ผู้แทนจีนที่มาเยือนศรีลังกาถามขึ้นด้วยความประหลาดใจ หลังพบว่าเจ้าหน้าที่ระดับสูงทุกคนที่เขาได้ติดต่องานด้วย ล้วนแต่มีนามสกุลเดียวกันหมด

แม้เรื่องนี้จะเป็นเพียงมุกตลกขำขันที่ชาวศรีลังกาแต่งขึ้นและเล่าสู่กันฟังในท้องถิ่น แต่ก็สะท้อนความเป็นจริงที่ว่า ตระกูลราชปักษาคือผู้ครองอำนาจสูงสุดของที่นี่มานานเกือบสองทศวรรษแล้ว

แต่เมื่อศรีลังกาต้องเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจครั้งร้ายแรงที่สุด นับแต่ได้รับเอกราชจากสหราชอาณาจักรเมื่อปี 1948 อำนาจของตระกูลราชปักษาก็เริ่มสั่นคลอน เนื่องจากประชาชนพากันมองว่า วิกฤตครั้งนี้เกิดจากการบริหารงานที่ผิดพลาดของรัฐบาลเป็นส่วนใหญ่

เหตุประท้วงและก่อการจลาจลแพร่กระจายไปทั่วประเทศตั้งแต่ต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยการปะทะกันครั้งใหญ่ระหว่างผู้ประท้วงและผู้สนับสนุนรัฐบาลเมื่อวันจันทร์ (9 พ.ค.) ทำให้มีผู้เสียชีวิตไปอย่างน้อย 5 คน บาดเจ็บอีกราว 190 คน และนายกรัฐมนตรีมหินทา ราชปักษา ยอมลาออกจากตำแหน่ง

คำบรรยายวิดีโอ, เกิดการปะทะกันระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมในศรีลังกา

แต่ถึงกระนั้นก็ตาม ประธานาธิบดีโกตาบายา ราชปักษา น้องชายของนายมหินทา ยังคงไม่ยอมก้าวลงจากตำแหน่งง่าย ๆ เป็นเหตุให้กลุ่มผู้ประท้วงที่โกรธแค้นพากันวางเพลิงเผาบ้านของบรรดาผู้นำรัฐบาล รวมถึงบ้านเก่าของต้นตระกูลราชปักษาในเมืองฮัมบันโททาทางตอนใต้ของประเทศด้วย

ลงสนามการเมืองช้ากว่าตระกูลอื่น

ก่อนที่นายมหินทา ราชปักษา จะเริ่มมีชื่อเสียงในแวดวงการเมืองศรีลังกานั้น ตระกูลราชปักษาไม่เคยเกี่ยวข้องกับการเมืองระดับชาติมาก่อน พวกเขาเป็นตระกูลเจ้าของที่ดินในเมืองฮัมบันโททา ซึ่งรับมรดกตกทอดสืบต่อกันมาหลายชั่วรุ่น จนกระทั่งนายมหินทาได้รับเลือกเป็น สส. ครั้งแรกเมื่อปี 1970 โดยเป็นผู้แทนราษฎรที่มีอายุน้อยที่สุดในรัฐสภา และต่อมาในช่วงทศวรรษ 1980 นายชามาลซึ่งเป็นพี่ชายของนายมหินทาก็ได้รับเลือกตั้งเป็น สส. ด้วยเช่นกัน

Former Sri Lankan president Mahinda Rajapaksa

ที่มาของภาพ, BBC/Getty Images

คำบรรยายภาพ, นายมหินทา ราชปักษา เป็นประธานาธิบดีอยู่ 2 วาระ ระหว่างปี 2005 และ 2015

นายมหินทาได้รับคะแนนนิยมเพิ่มขึ้นอย่างมาก หลังกล่าวประณามการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อกลุ่มกบฏฝ่ายซ้าย ในช่วงปี 1987-89 ซึ่งต่อมาเขาเรียกร้องให้สหประชาชาติเข้าแทรกแซงเพื่อแก้ไขสถานการณ์

ในปี 1994 นายมหินทาได้นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีแรงงาน ในรัฐบาลของประธานาธิบดีจันทริกา กุมาระตุงคะ สิบปีต่อมาเขาได้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อปี 2005 โดยเขาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสองสมัย ระหว่างปี 2005-2015 และเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการยุติสงครามกลางเมือง ซึ่งรัฐบาลของชาวพุทธเชื้อสายสิงหลได้สู้รบกับกลุ่มกบฏพยัคฆ์ทมิฬมานานเกือบ 30 ปี

ธุรกิจครอบครัว

แม้ในขณะที่ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสองสมัยแรกนั้น นายมหินทาจะถูกกล่าวหาว่ากระทำการละเมิดสิทธิมนุษยชน ต่อชนกลุ่มน้อยเชื้อสายทมิฬและชนกลุ่มน้อยที่ไม่ใช่ชาวพุทธ รวมทั้งถูกกล่าวหาว่าฉ้อราษฎร์บังหลวงอีกด้วย แต่เรื่องอื้อฉาวเหล่านี้ไม่อาจหยุดยั้งการนำญาติพี่น้องของเขาเข้ากุมอำนาจในภาคส่วนต่าง ๆ ของรัฐบาลได้

นายโกตาบายา น้องชายของนายมหินทาซึ่งเป็นประธานาธิบดีศรีลังกาคนปัจจุบัน เคยมีตำแหน่งระดับสูงในกระทรวงกลาโหมมาก่อน และมีบทบาทสำคัญในการช่วยพี่ชายปราบปรามกลุ่มกบฏพยัคฆ์ทมิฬ ในช่วงสงครามกลางเมือง ส่วนนายชามาล พี่ชายของนายมหินทาได้รั้งตำแหน่งสูงในหลายกระทรวง รวมถึงกระทรวงเกษตร การประมง และการชลประทาน ด้านนายบาซิลซึ่งเป็นน้องชายอีกคนนั้น นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีคลังและกำกับดูแลงานด้านการพัฒนาเศรษฐกิจ

bbc

เครือญาติของพี่น้องทั้งสี่ยังได้ตำแหน่งสูงในรัฐบาลกันถ้วนหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งนายนามาล ลูกชายของนายมหินทา ซึ่งได้เป็นถึงรัฐมนตรีกระทรวงกีฬา ในขณะที่นายโยศิธา ลูกชายอีกคนได้เข้ามาช่วยพ่อบริหารงาน ในตำแหน่งหัวหน้าเจ้าหน้าที่ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

แม้ตระกูลราชปักษาต้องสูญเสียอำนาจทางการเมืองไปชั่วคราว หลังจากนายมหินทาแพ้การเลือกตั้งในปี 2015 แต่สี่ปีหลังจากนั้นพวกเขาหวนคืนสู่สังเวียนการเมืองอีก โดยคราวนี้มีนายโกตาบายาเป็นตัวแทนลงทำศึกชิงตำแหน่งประธานาธิบดี เนื่องจากกฎหมายห้ามนายมหินทาซึ่งเคยเป็นประธานาธิบดีแล้วถึงสองสมัยลงสมัครรับเลือกตั้งอีก

นายโกตาบายาหาเสียงด้วยการชูประเด็นชาตินิยม รวมทั้งเน้นย้ำถึงภาพลักษณ์ของผู้นำตระกูลราชปักษา ซึ่งมีผลงานโดดเด่นด้านการรักษาความสงบเรียบร้อยของประเทศเป็นสำคัญ สิ่งนี้ทำให้นายโกตาบายาได้รับคะแนนเสียงท่วมท้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังเกิดเหตุก่อการร้ายโดยกลุ่มที่เรียกตัวเองว่ารัฐอิสลามหรือไอเอส ในเดือน เม.ย. ปี 2019 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตไปถึง 250 ราย

Gotabaya Rajapaksa

ที่มาของภาพ, BBC/Getty Images

คำบรรยายภาพ, นายโกตาบายา น้องชายของนายมหินทาซึ่งเป็นประธานาธิบดีศรีลังกาคนปัจจุบัน เคยมีตำแหน่งระดับสูงในกระทรวงกลาโหมมาก่อน และมีบทบาทสำคัญในการช่วยพี่ชายปราบปรามกลุ่มกบฏพยัคฆ์ทมิฬ

ข้อกล่าวหาเรื่องการคอร์รัปชัน

เสียงเล่าลือว่าพี่น้องตระกูลราชปักษาทำการทุจริตฉ้อราษฎร์บังหลวง ไม่เคยลบเลือนหายไปตลอดช่วงเวลาที่พวกเขาครองอำนาจอยู่ ข้อกล่าวหานี้หวนกลับมาอีกครั้ง ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจหลังเกิดการระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19

ประชาชนจำนวนไม่น้อยเชื่อว่า นายมหินทาคือผู้เปิดทางให้เครือญาติในตระกูลเข้ามาปล้นชิงความมั่งคั่งของประเทศ เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ทางการเงินส่วนตน ป้ายข้อความที่กลุ่มผู้ประท้วงชูและคำขวัญที่พวกเขาร้องตะโกนไปตามท้องถนน ล้วนแต่เรียกร้องให้ผู้นำรัฐบาล "คืนเงินที่ขโมยไป"

คะแนนนิยมที่ตกต่ำลงอย่างมากของตระกูลราชปักษาในตอนนี้ ถึงกับทำให้เกิดความร้าวฉานแตกแยกภายในหมู่พี่น้องกันเอง โดยเมื่อช่วงปลายเดือน เม.ย. มีรายงานว่านายมหินทาและโกตาบายาขัดแย้งกัน ในเรื่องช่วงชิงอำนาจควบคุมกลุ่มผู้สนับสนุน

Basil

ที่มาของภาพ, BBC/Getty Images

คำบรรยายภาพ, นายบาซิล ราชปักษา ดำรงตำแหน่งสำคัญในคณะรัฐบาลหลายตำแหน่ง โดยส่วนใหญ่เขาได้ครองตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

ภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำถึงขีดสุด ทำให้ประชาชนที่เคยลงคะแนนเสียงเลือกนายโกตาบายาเป็นผู้นำมาก่อน หันมาชูป้ายและตะโกนข้อความ "โกตา โก โฮม" (Gota go home) ซึ่งฟังดูคล้ายกับประโยคภาษาอังกฤษที่ว่า "ต้องกลับบ้านแล้ว" อย่างไรก็ตามคำว่า "โกตา" ในที่นี้ คือชื่อเล่นของนายโกตาบายา ข้อความดังกล่าวจึงมีความหมายว่า "โกตากลับบ้านไป" ซึ่งเป็นการขับไล่ประธานาธิบดีคนปัจจุบันออกจากตำแหน่ง

แต่จนถึงบัดนี้ ยังไม่มีวี่แววว่านายโกตาบายาจะทำตามเสียงเรียกร้องนั้นแต่อย่างใด ในขณะที่เหตุจลาจลลุกลามสู่การเผาทำลายบ้านของเครือญาติตระกูลราชปักษา รวมทั้งบ้านของนักการเมืองฝ่ายรัฐบาลหลายหลัง นอกจากนี้ยังมีการทำลายหลุมศพและอนุสรณ์สถานของบุพการีผู้ให้กำเนิดสี่พี่น้องราชปักษาด้วย เนื่องจากถูกกล่าวหาว่าพวกเขายักยอกเงินของรัฐมาใช้ในการก่อสร้าง

มีการประกาศภาวะฉุกเฉินทั่วประเทศ และมีแววว่านายโกตาบายาอาจเดินหน้าปราบปรามกลุ่มผู้ประท้วงอย่างเด็ดขาด แม้ว่าบรรดารัฐมนตรีและนักการเมืองผู้สนับสนุนของเขาจะได้ลาออกกันไปเกือบหมดแล้วก็ตาม

ความรุนแรงและเหตุจลาจลอาจดำเนินต่อไป แต่เป็นที่แน่นอนแล้วว่า ตระกูลราชปักษาได้สูญเสียการยึดกุมอำนาจอย่างเหนียวแน่นตลอดสองทศวรรษไปโดยสิ้นเชิง ซึ่งยากที่จะช่วงชิงกลับคืนมาได้อีกครั้ง

ข้าม YouTube โพสต์
ยินยอมรับเนื้อหาจาก Google YouTube

บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก Google YouTube เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ Google YouTube และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ Google YouTube ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"

คำเตือน:เนื้อหาภายนอกอาจมีโฆษณา

สิ้นสุด YouTube โพสต์