ศรีลังกา : ประท้วงใหญ่ไม่พอใจรัฐบาลเครือญาติบริหารงานจนเกิดวิกฤต

A protester holds up the Sri Lanka flag amid a crowd of demonstrators in Colombo
คำบรรยายภาพ, ผู้ประท้วงถือธงชาติศรีลังกาขณะร่วมการชุมนุมในกรุงโคลัมโบ

คณะรัฐมนตรีและผู้ว่าการธนาคารกลางศรีลังกาประกาศลาออกยกคณะ หลังประชาชนออกมาประท้วงใหญ่ เพราะไม่พอใจการทำงานของรัฐบาลในช่วงที่ประเทศกำลังเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจครั้งเลวร้ายที่สุดในรอบหลายทศวรรษ

รัฐมนตรีทั้ง 26 คนของรัฐบาลได้ยื่นจดหมายลาออก ยกเว้นนายกรัฐมนตรี มหินทา ราชปักษา กับน้องชายของเขา คือ ประธานาธิบดี โกตาบายา ราชปักษา

ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำซึ่งหลายฝ่ายชี้ว่าเลวร้ายที่สุดนับแต่ศรีลังกาได้รับเอกราชจากอังกฤษในปี 1948 นั้น มีสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากปัญหาขาดแคลนเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ ทำให้ศรีลังกาไม่มีเงินนำเข้าสินค้าที่จำเป็นต่าง ๆ เช่น น้ำมันเชื้อเพลิง นอกจากนี้ ยังมีปัญหาไฟฟ้าดับต่อเนื่องครึ่งค่อนวัน ปัญหาขาดแคลนอาหาร และยารักษาโรค

Elder brother and former president Mahinda (left) was a big part of Gotabhaya's election campaigning

ที่มาของภาพ, NurPhoto via Getty Images

คำบรรยายภาพ, ประธานาธิบดี โกตาบายา ราชปักษา (ขวา) และนายกรัฐมนตรี มหินทา ราชปักษา (ซ้าย) พี่ชายของเขาซึ่งเคยเป็นประธานาธิบดีศรีลังกาถึงสองสมัย

กระแสไม่พอใจที่เกิดขึ้นจึงทำให้ชาวศรีลังกาฝ่าฝืนคำสั่งห้ามออกนอกเคหสถาน (เคอร์ฟิว) เพื่อแสดงพลังต่อต้านรัฐบาลตามท้องถนนในหลายเมืองทั่วประเทศ เมื่อ 3 เม.ย.

ก่อนหน้านี้ ทางการพยายามสกัดการประท้วงด้วยการปิดกั้นการใช้โซเชียลมีเดีย เช่น เฟซบุ๊ก วอตส์แอปป์ และทวิตเตอร์ หลังจากการประท้วงหน้าบ้านพักประธานาธิบดีเมื่อ 31 มี.ค.บานปลายกลายเป็นเหตุปะทะรุนแรง ส่งผลให้รัฐบาลต้องประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อให้อำนาจแก่เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงในการจับกุมและคุมขังผู้ประท้วง ซึ่งกลุ่มเพื่อสิทธิมนุษยชนต่าง ๆ อาทิ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ระบุว่า ผู้ประท้วงหลายคนถูกทำร้ายร่างกายในขณะถูกควบคุมตัว

ไร้ความหมาย

People queue up to buy cooking gas cylinders near a selling depot amid a cooking gas shortage in Colombo, Sri Lanka, 02 April 2022.

ที่มาของภาพ, EPA

คำบรรยายภาพ, ชาวบ้านเข้าคิวซื้อแก๊สหุงต้มในกรุงโคลัมโบ ท่ามกลางปัญหาขาดแคลนแก๊สหุงต้มในประเทศ

นายดีเนศ กุนาวาร์เดนา รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ เผยกับผู้สื่อข่าวเมื่อ 3 เม.ย. ว่า คณะรัฐมนตรีได้ยื่นจดหมายลาออกต่อนายกรัฐมนตรี แม้แต่นายนามาล ราชปักษา บุตรชายของนายกรัฐมนตรีเองก็ได้ลาออกเช่นกัน พร้อมโพสต์ข้อความทางทวิตเตอร์แสดงความหวังว่า การลาออกยกคณะของรัฐมนตรีจะช่วยให้ประธานาธิบดี และนายกรัฐมนตรี "ตัดสินใจสร้างเสถียรภาพให้แก่ประชาชนและรัฐบาล"

ประธานาธิบดีโกตาบายา ราชปักษา ได้เชิญให้พรรคการเมืองต่าง ๆ เข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ของศรีลังกา แต่ประชาชนที่กำลังเดือดร้อนจากปัญหาอาหารและน้ำมันเชื้อเพลิงราคาแพง ต่างชี้ว่าการลาออกยกคณะของรัฐบาลจะไม่มีความหมายใด ๆ หากสองพี่น้องตระกูลราชปักษาไม่ยอมลาออกจากตำแหน่ง

คำบรรยายวิดีโอ, ศรีลังกา : วิกฤตเศรษฐกิจและการเมือง

ผู้ใช้ทวิตเตอร์ต่างแสดงความไม่พอใจที่ประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรียังไม่ยอมลาออก

"เราต้องการให้พวกคุณลาออกทั้งหมด พวกราชปักษา คณะรัฐมนตรี พวกพ้องทางการเมือง คนสนิทที่ทุจริต และสื่อในสังกัด" ผู้ใช้ทวิตเตอร์รายหนึ่งระบุ

ส่วนผู้ใช้ทวิตเตอร์อีกคนระบุว่า "มหินทา และโกตาบายา ยังอยู่ก็เท่ากับการใส่มะเร็งร้ายกลับเข้าไปแล้วเย็บปิดแผล การลาออกยกคณะของรัฐบาลไร้ความหมายเมื่อยังมีสองคนนี้อยู่ มหินทา และโกตาบายา ต้องออกไป"

ข้าม X โพสต์
ยินยอมรับเนื้อหาจาก X

บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก X เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ X และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ X ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"

คำเตือน:เนื้อหาภายนอกอาจมีโฆษณา

สิ้นสุด X โพสต์

บริหารประเทศผิดพลาด

กลุ่มผู้ประท้วงชี้ว่า ประธานาธิบดีและครอบครัวของเขามีส่วนร่วมที่ทำให้ศรีลังกาต้องเผชิญกับวิกฤตทางเศรษฐกิจ โดยชี้ว่า แม้การขาดแคลนรายได้จากภาคการท่องเที่ยวเนื่องจากวิกฤตโควิด-19 จะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ขาดแคลนรายได้จากต่างประเทศ แต่พวกเขามองว่า ประธานาธิบดี ราชปักษา บริหารวิกฤตที่เกิดขึ้นอย่างผิดพลาด

ผู้ประท้วงตะโกนขับไล่ ประธานาธิบดี โกตาบายา ราชปักษา และครอบครัวให้ลาออกจากตำแหน่ง

ที่มาของภาพ, EPA

คำบรรยายภาพ, ผู้ประท้วงตะโกนขับไล่ ประธานาธิบดี โกตาบายา ราชปักษา และครอบครัวให้ลาออกจากตำแหน่ง

ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า การดำเนินนโยบายของประธานาธิบดี ราชปักษา หลังจากชนะเลือกตั้งในปี 2019 เช่น การตัดลดภาษีอย่างมาก และการห้ามการนำเข้า ยิ่งทำให้ทำให้วิกฤตครั้งนี้เลวร้ายลง ขณะเดียวกันเขาก็ไม่เต็มใจที่จะขอความช่วยเหลือจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ ไอเอ็มเอฟ

อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดี ราชปักษา ได้กล่าวโทษว่าวิกฤตที่เกิดขึ้นเป็นผลสืบเนื่องมาจากการทำงานของรัฐบาลชุดก่อน แต่ชาวศรีลังกาต่างมองว่าถึงเวลาแล้วที่เขาจะลาออกจากตำแหน่ง และแสดงความรับผิดชอบอย่างเต็มที่