จีนกำลังสร้างกับดักหนี้ ทำให้ชาติยากจนมีหนี้สินล้นพ้นตัวหรือเปล่า

A Chinese construction worker outside a new shopping complex building site in Colombo (2018 photo)

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, หนี้ส่วนใหญ่มาจากการลงทุนในโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (Belt & Road Initiative - BRI) ของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง

จีนโดนวิพากษ์วิจารณ์ว่าให้ชาติยากจนกู้เงินจนมีหนี้สินล้นพ้นตัว ส่งผลให้ประเทศเหล่านี้ตกอยู่ในอิทธิพลของชาติมหาอำนาจแห่งเอเชีย

แต่จีนก็ออกมาปฏิเสธเรื่องนี้โดยบอกว่าเป็นการพยายามใส่ร้ายป้ายสีโดยชาติตะวันตก

มาดูกันว่าจริง ๆ แล้ว จีนกำลังทำให้ชาติต่าง ๆ มีหนี้สินล้นพ้นตัวหรือเปล่า

เรารู้อะไรเกี่ยวกับการให้กู้เงินของจีนบ้าง

ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา จีนให้ชาติรายได้ต่ำถึงปานกลางยืมเงินมากขึ้นถึง 3 เท่า โดยคิดเป็น 1.7 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในสิ้นปี 2020

อย่างไรก็ดี มีความเป็นไปได้ว่าตัวเลขจริงสูงกว่านี้มาก

เอดดาตา (AidData) ศูนย์วิจัยของมหาวิทยาลัยวิลเลียมแอนด์แมรี (William & Mary) ในสหรัฐฯ บอกว่า เงินที่จีนให้ประเทศกำลังพัฒนากู้ยืมไม่ได้ปรากฏในรายงายสถิติทางการ โดยส่วนใหญ่เป็นการให้ยืมผ่านบริษัทหรือธนาคารรัฐ หรือสถาบันเอกชน แทนที่จะเป็นการตกลงระหว่างรัฐกับรัฐ

เอดดาตา บอกว่ามีประเทศรายได้ต่ำถึงปานกลางกว่า 40 ประเทศที่มีหนี้สูงกว่า 10% ของตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของตัวเอง

จิบูตี ลาว แซมเบีย และคีร์กีซสถาน เป็นหนี้จีนอย่างน้อย 20% ของตัวเลขจีดีพีพวกเขา

หนี้ส่วนใหญ่มาจากการลงทุนในโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (Belt & Road Initiative - BRI) ของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ซึ่งเริ่มเมื่อปี 2013 อาศัยความเชี่ยวชาญของจีนในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานบวกทุนมหาศาลที่จีนมีในการสร้างเส้นทางการค้าใหม่ทั่วโลก

กับดักหนี้

Sri Lankan police stand guard during a protest against the proposed sale of a stake in a loss-making port to a Chinese company in Colombo

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ชาวศรีลังกาประท้วงต่อต้านข้อตกลงให้บริษัทของทางการจีนจะได้สิทธิเช่าท่าเรือนาน 99 ปี เมื่อ 2017

กรณีที่เกิดขึ้นศรีลังกาคือตัวอย่างหนึ่งที่ผู้วิจารณ์บอกว่าจีนสร้างกับดักหนี้เพื่อเข้าไปมีอิทธิพลในประเทศ

หลายปีก่อนหน้านี้ จีนเข้าไปลงทุนในโครงการท่าเรือขนาดใหญ่ที่เมืองแฮมบันโตตา

โครงการมูลค่าหลายพันล้านซึ่งอาศัยเงินกู้และผู้รับเหมาจากจีนเผชิญอุปสรรคจนศรีลังกามีหนี้เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ในที่สุด รัฐบาลศรีลังกาก็ตกลงให้บริษัทของทางการจีนจะได้สิทธิเช่าท่าเรือนาน 99 ปี เพื่อแลกกับการลงทุนจากจีนต่อ

นอกจากกรณีของศรีลังกาแล้ว มีกรณีที่จีนให้ชาติอื่น ๆ กู้เงินพร้อมสัญญาที่เปิดช่องทางให้จีนมีความได้เปรียบที่จะได้ผลประโยชน์จากสินทรัพย์ของประเทศเหล่านั้นได้อีกมากมาย

อย่างไรก็ดี จากการศึกษาหลายร้อยกรณีโดยเอดดาตา ยังไม่พบว่าบริษัทหรือสถาบันให้กู้เงินที่ทางการจีนเป็นเจ้าของ เข้าไปยึดครองสินทรัพย์ของประเทศนั้นจริง ๆ เวลาผิดชำระหนี้

เทียบกับประเทศอื่น ๆ

จีนไม่เผยแพร่ข้อมูลการให้ต่างประเทศกู้ยืมเงิน และสัญญาส่วนใหญ่ก็มีข้อตกลงรักษาความลับป้องกันไม่ให้ผู้กู้เงินเปิดเผยข้อมูลได้

ประเทศอุตสาหกรรมส่วนใหญ่เปิดเผยข้อมูลการให้ต่างประเทศกู้ยืมเงินผ่านการเป็นสมาชิกกลุ่มประเทศเจ้าหนี้รายใหญ่ที่เรียกกันว่า "ปารีสคลับ" (Paris Club)

จีนไม่ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกกลุ่มนี้ แต่หากดูจากข้อมูลเท่าที่มีจากธนาคารโลก จะเห็นว่าปริมาณเงินที่จีนให้ชาติอื่นกู้ยืมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ใช้หนี้จีนยากกว่าหรือเปล่า

จีนมีแนวโน้มที่จะคิดอัตราดอกเบี้ยสูงกว่ารัฐบาลชาติตะวันตก

อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ราว 4% ใกล้เคียงกับอัตราการกู้เชิงพาณิชย์ และสูงกว่าอัตราทั่วไปที่จะคิดโดยธนาคารโลกหรือประเทศต่าง ๆ อาทิ ฝรั่งเศสหรือเยอรมนี ถึง 4 เท่า

นอกจากนี้ ระยะเวลาบังคับใช้หนี้ของจีนก็มักจะสั้นกว่าด้วย คือไม่ถึง 10 ปี เมื่อเทียบกับเจ้าหนี้รายอื่นที่ให้เวลาประเทศกำลังพัฒนาราว 28 ปี

บริษัทหรือสถาบันผู้ให้กู้เงินที่ทางการจีนเป็นเจ้าของยังมักจะบังคับให้ลูกหนี้คงเงินสดจำนวนขั้นต่ำไว้ในบัญชีธนาคารในต่างประเทศด้วยโดยจีนจะสามารถเข้าถึงบัญชีนี้ได้โดยตรง

แบรด พาร์คส์ จากเอดดาตา บอกว่า นั่นหมายความว่าหากประเทศใดผิดชำระหนี้ จีนก็สามารถนำเงินออกจากบัญชีนั้นได้เลยโดยไม่ต้องผ่านกระบวนการทางกฎหมาย

China automated counting machine in bank

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, จีนมีแนวโน้มที่จะคิดอัตราดอกเบี้ยสูงกว่ารัฐบาลชาติตะวันตก

นี่เป็นวิธีการที่เราแทบไม่เห็นประเทศตะวันตกทำกัน

ขณะนี้มีโครงการโดยกลุ่มประเทศ G20 ที่ให้ทุนช่วยเหลือประเทศที่ยากจนในการผ่อนปรนหนี้ขณะที่ต้องรับมือกับโควิด-19

ธนาคารโลกบอกว่า ตั้งแต่เดือน พ.ค. ปี 2020 เป็นต้นมา มีการให้เงินในการผ่อนปรนหนี้โดยประเทศ G20 มากกว่า 1.03 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่เมื่อบีบีซีถามธนาคารโลกว่าแต่ละประเทศให้เงินเท่าไหร่ ธนาคารโลกตอบมาว่าไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลในส่วนนี้ได้