โควิด-19 : ล็อกดาวน์รอบใหม่ในจีนทำคนต้องซื้ออาหารออนไลน์

ที่มาของภาพ, Will Liu
"ผมจ่ายเงิน 400 หยวน (ราว 2,000 บาท) สำหรับเนื้อหมูสันนอกติดกระดูกเน่า ๆ สองชิ้น" วิลล์ หลิว ชาวเซี่ยงไฮ้กล่าวด้วยความโมโห เขาสั่งซื้อหมูผ่านช่องทางออนไลน์ ด้วยความหิวโหยระหว่างที่ต้องอยู่บ้านในช่วงล็อกดาวน์เป็นสัปดาห์ที่สอง
ขณะที่จีนยังยึดยุทธศาสตร์กำหนดให้มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 เป็นศูนย์ต่อไป ตอนนี้นครเซี่ยงไฮ้เข้าสู่การล็อกดาวน์เป็นสัปดาห์ที่ 5 แล้ว เพื่อกำจัดเชื้อโควิดในเมืองศูนย์กลางเศรษฐกิจซึ่งมีประชากรถึง 25 ล้านคน
แนวทางของรัฐบาลจีนคือบังคับให้ประชาชนสั่งซื้ออาหารและเครื่องดื่มมาส่งที่บ้าน และรอคอยให้รัฐบาลเอาผัก เนื้อสัตว์ และไข่ มาส่งให้ แต่การล็อกดาวน์ที่ยืดเยื้อส่งผลให้บริการต่าง ๆ ประสบปัญหา ไม่ว่าจะเป็นบริการส่งของ เว็บไซต์สั่งซื้อของชำ และการให้ความช่วยเหลือของรัฐบาล
บีบีซีได้รับข้อความทั้งทางสาธารณะและช่องทางส่วนตัวที่บอกเล่าถึงความยากลำบากในการหาอาหารและหยูกยาตั้งแต่การล็อกดาวน์ครั้งใหม่เริ่มขึ้น

ที่มาของภาพ, Getty Images
หมูเน่า
วิลล์ หลิว เป็นชาวไต้หวันที่อาศัยอยู่ในนครเซี่ยงไฮ้มา 7 ปี เขาบอกกับบีบีซีแผนกภาษาจีนว่า การระบาดใหญ่ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อชีวิตเขาจนกระทั่งเมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา
"ทางการได้ขยายช่วงเวลาการล็อกดาวน์ซึ่งตอนแรกคือแค่ 5 วัน ยาวออกไปเรื่อย ๆ ชีวิตของทุกคนกลับตาลปัตรไปหมด"
วิลบอกว่าตอนแรกเขากักตุนอาหารพอสำหรับ 5 วัน เขามีแค่ไมโครเวฟสำหรับเตรียมอาหารเท่านั้น และเมื่อช่วงการล็อกดาวน์ถูกขยายออกไป อาหารเขาก็หมดลง
"ในช่วงสัปดาห์ที่สองของการล็อกดาวน์ ผมหิวมากและไปเจอเว็บไซต์โฆษณาขายพอร์กช็อป(เนื้อหมูสันนอกติดกระดูก) ราคา 400 หยวน (ราว 2,000 บาท) แต่สิ่งที่ผมได้คือหมูเน่า ๆ สองชิ้น ผมเรียกร้องเงินคืนได้สำเร็จ แต่ก็รู้สึกผิดหวังกับเรื่องทั้งหมดมาก"
บนเว็บไซต์โซเชียลมีเดียอย่าง เวยป๋อ (หรือ เวยโป๋) และอื่น ๆ มีคนพูดถึงปัญหาการหาซื้ออาหารมากขึ้นเรื่อย ๆ ตั้งแต่การล็อกดาวน์เริ่มขึ้นในบางพื้นที่ของเมืองเมื่อวันที่ 5 เม.ย.
"บ้านเรามีผักเป็นกอง แต่ว่าตู้เย็นเสีย ทางเลือกเดียวของเราก็คือเอาผักไปวางไว้ข้างนอก และตอนนี้มันกำลังจะเน่าแล้ว แต่เราก็ต้องทำ เพราะถ้าไม่ทำ คุณก็จะอดตาย" ผู้ใช้เวยป๋อรายหนึ่งระบุ
ในช่วงการระบาดระลอกล่าสุด นครเซี่ยงไฮ้มีผู้ติดเชื้อถึง 4 แสนราย โดยมียอดผู้เสียชีวิตเมื่อวันที่ 24 เม.ย. อยู่ที่ 39 ราย โดยจำนวนมากเป็นคนสูงอายุและคนที่ไม่ได้ฉีดวัคซีนและมีโรคประจำตัวอยู่แล้ว
นี่ทำให้บางคนตั้งคำถามว่ารัฐจำเป็นต้องใช้มาตรการล็อกดาวน์อย่างเด็ดขาดเช่นนี้หรือ

ที่มาของภาพ, Reuters
ความเสี่ยงของผู้ป่วยเรื้อรัง

ที่มาของภาพ, Reuters
จาง เล่อ (นามสมมติ) เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย วัย 50 ปีเศษ เขาบอกบีบีซีว่าผู้ป่วยโรคอื่น ๆ ที่ต้องการความช่วยเหลือทางการแพทย์ไม่ได้รับการดูแลและรัฐบาลก็ไม่ได้ทำตามหลักวิทยาศาสตร์
พ่อของเขาเป็นมะเร็ง ส่วนแม่เป็นโรคความดันโลหิตสูง แม้ว่าตอนนี้พวกเขา ซึ่งอาศัยอยู่ห่างจาก จาง ไปไม่ไกล จะมีอาหารกักตุนอยู่เพียงพอ แต่ก็เริ่มมีปัญหาเรื่องยาแล้ว พ่อเขาไม่สามารถไปโรงพยาบาลเพื่อรับยาแก้ปวดที่ต้องใช้โดยเฉพาะ ส่วนแม่เขาได้รับยาจากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นแต่เป็นยาคนละตัว
นอกจากนี้ จาง ยังกังวลว่าพ่อแม่เขาเสี่ยงติดเชื้อเพราะถูกบังคับให้ไปต่อคิวตรวจโควิดด้วย โดยเขาเล่าว่าตั้งแต่วันที่ 1 ถึง 21 เม.ย. พวกเขาถูกบังคับให้ไปตรวจถึง 15 ครั้งแล้ว
นอกจากนี้ ทางการเซี่ยงไฮ้ยังได้ทำการติดตั้งรั้วสีเขียวในพื้นที่บางส่วนในชั่วข้ามคืนเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ติดเชื้อเดินทางออกไปไหนอีกด้วย โดยไม่ได้มีการเตือนหรือให้คำอธิบายล่วงหน้า
กรุงปักกิ่ง
นอกจากที่เซี่ยงไฮ้แล้ว ตอนนี้มีความกังวัลกันว่ากรุงปักกิ่งกำลังจะเผชิญสถานการณ์เดียวกัน หลังจากที่ทางการปักกิ่งเริ่มบังคับตรวจโควิดกับคนหลายล้านคนในเมือง
เขตเฉาหยางในปักกิ่งตรวจพบคนติดเชื้อ 26 ราย ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในการระบาดระลอกใหม่ของเมืองหลวงจีน
คนในเขตเฉาหยางทั้ง 3.5 ล้านคนต้องเข้ารับการตรวจโควิด 3 รอบ นี่ทำให้ประชาชนในพื้นที่แห่กันไปซื้อกักตุนข้าวของจำเป็น ซูเปอร์มาร์เก็ตใหญ่ ๆ ในปักกิ่งขยายเวลาทำการเพื่อรองรับความต้องการในครั้งนี้ หนังสือพิมพ์โกลบอล ไทมส์ ของรัฐบาลจีน รายงานว่า บริษัทอาหารสดในกรุงปักกิ่งได้รับคำสั่งให้เพิ่มปริมาณสินค้าอย่างเนื้อสัตว์ ไข่ และผัก
หนังสือพิมพ์ฉบับนี้ยังรายงานโดยอ้างผู้เชี่ยวชาญว่า การเดินหน้าตรวจเชื้อครั้งใหญ่นี้จะเป็นตัวกำหนดว่าต้องเพิ่มมาตรการรับมือให้เข้มงวดกว่านี้หรือเปล่า อาทิ ทำการล็อกดาวน์พื้นที่บางส่วน

ที่มาของภาพ, Supplied










