'พวกเขายังคงฆ่ากันต่อไป' คำบอกเล่าจากผู้อยู่ในเหตุปราบปรามที่โหดร้ายในอิหร่าน

ที่มาของภาพ, Public domain
- Author, โรจา อัสซาดี และ ซาราห์ นัมจู
- Role, บีบีซี แผนกภาษาเปอร์เซีย
"ผมเห็นกับตาตัวเอง พวกเขายิงใส่กลุ่มผู้ประท้วงโดยตรง แล้วคนก็ล้มลงตรงที่พวกเขายืนอยู่"
เสียงของโอมิดสั่นเครือขณะพูด ด้วยความกลัวว่าจะถูกตามหาตัวเจอ การทำลายกำแพงแห่งความเงียบงันระหว่างอิหร่านกับโลกภายนอกต้องใช้ความกล้าหาญอย่างมาก เนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะถูกทางการตอบโต้
ชายวัย 40 ปีต้น ๆ ซึ่งบีบีซีขอใช้นามแฝงเรียกเขาว่า "โอมิด" เพื่อความปลอดภัยของเขา ออกมาประท้วงบนท้องถนนในเมืองเล็ก ๆ แห่งหนึ่งทางตอนใต้ของอิหร่านในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เพื่อต่อต้านความยากลำบากทางเศรษฐกิจที่ทวีความรุนแรงขึ้น
เขากล่าวว่า กองกำลังรักษาความปลอดภัยเปิดฉากยิงใส่ผู้ชุมนุมที่ปราศจากอาวุธ ด้วยปืนไรเฟิลจู่โจมคาลาชนิคอฟ (Kalashnikov)
เขากล่าวว่า "เรากำลังต่อสู้กับระบอบที่โหดร้ายด้วยมือเปล่า"
บีบีซีได้รับรายงานที่คล้ายคลึงกันเกี่ยวกับการปราบปรามโดยกองกำลังรักษาความมั่นคงหลังเกิดการประท้วงอย่างกว้างขวางทั่วประเทศเมื่อสัปดาห์ก่อน
นับตั้งแต่นั้นมา ทางการได้ตัดการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต ทำให้การรายงานข่าวจากอิหร่านยากลำบากกว่าที่เคยเป็นมา บีบีซีแผนกภาษาเปอร์เซียถูกรัฐบาลอิหร่านสั่งห้ามไม่ให้รายงานข่าวภายในประเทศ
หนึ่งในการประท้วงต่อต้านรัฐบาลครั้งใหญ่ที่สุดทั่วประเทศเกิดขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดี (8 ม.ค.) ซึ่งเป็นคืนที่ 12 ของการชุมนุม ดูเหมือนว่าผู้คนจำนวนมากจะเข้าร่วมการประท้วงในวันพฤหัสบดีและวันศุกร์ หลังจาก เรซา ปาห์ลาวี ซึ่งลี้ภัยอยู่ในต่างประเทศ ได้เรียกร้องให้มีการชุมนุม ทั้งนี้ เขาคืออดีตมกุฎราชกุมารและพระราชโอรสของพระเจ้าชาห์องค์สุดท้ายแห่งอิหร่าน ซึ่งถูกโค่นอำนาจด้วยการปฏิวัติอิสลามในปี 1979
วันต่อมา อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน กล่าวว่า "สาธารณรัฐอิสลามจะไม่ยอมถอย" ดูเหมือนว่าการนองเลือดครั้งร้ายแรงที่สุดเกิดขึ้นหลังจากคำเตือนนั้น เนื่องจากกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน (Iranian Revolutionary Guard Corps - IRGC) ปฏิบัติตามคำสั่งของเขา
สื่อของรัฐรายงานว่า ทางการอิหร่านกล่าวหาว่าสหรัฐฯ และอิสราเอลเป็นผู้ยุยงให้เกิดความวุ่นวาย และประณาม "การกระทำของผู้ก่อการร้าย"
หญิงสาวคนหนึ่งจากกรุงเตหะรานกล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีที่ว่า รู้สึกเหมือนเป็น "วันแห่งการพิพากษา"
"แม้แต่ย่านที่ห่างไกลของกรุงเตหะรานก็เต็มไปด้วยผู้ประท้วง ซึ่งเป็นสถานที่ที่คุณไม่อยากเชื่อเลย" เธอบอก
"แต่ในวันศุกร์ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเอาแต่ฆ่า ฆ่า และฆ่า การได้เห็นกับตาตัวเองทำให้ฉันรู้สึกแย่มากจนเสียขวัญไปเลย วันศุกร์เป็นวันที่นองเลือดจริง ๆ"
เธอบอกว่า หลังจากการสังหารหมู่เมื่อวันศุกร์ ผู้คนต่างหวาดกลัวที่จะออกไปข้างนอก และหลายคนต่างพากันตะโกนคำขวัญจากตรอกซอยและภายในบ้านของตัวเอง
เธอกล่าวว่า กรุงเตหะรานเป็นเหมือนสนามรบ โดยมีผู้ประท้วงและกองกำลังรักษาความปลอดภัยเข้าประจำตำแหน่งและหาที่กำบังบนท้องถนน
"ในสงคราม ทั้ง 2 ฝ่ายต่างมีอาวุธ แต่ที่นี่ ผู้คนเอาแต่ตะโกนและถูกฆ่า มันเป็นสงครามฝ่ายเดียว" เธอกล่าว
พยานผู้เห็นเหตุการณ์ในเมืองฟาร์ดิส ซึ่งอยู่ทางตะวันตกของกรุงเตหะราน กล่าวว่า เมื่อวันศุกร์ สมาชิกของกองกำลังกึ่งทหารบาซิจ สังกัดกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามได้เข้าโจมตีผู้ประท้วงอย่างกะทันหัน หลังจากที่ไม่มีตำรวจอยู่บนท้องถนนเป็นเวลาหลายชั่วโมง
ผู้อยู่ในที่เกิดเหตุบอกเล่าว่า เจ้าหน้าที่ซึ่งสวมเครื่องแบบและขี่รถจักรยานยนต์ได้ยิงกระสุนจริงใส่ผู้ประท้วงโดยตรง นอกจากนี้ยังมีรถยนต์ที่ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนขับเข้าไปในตรอกซอย โดยผู้โดยสารในรถได้ยิงใส่ชาวบ้านที่ไม่เกี่ยวข้องกับการประท้วงด้วย
"มีคนถูกฆ่าตาย 2 หรือ 3 คนในทุกตรอกซอย" พยานคนหนึ่งกล่าว
ผู้ที่ให้ข้อมูลกับบีบีซีแผนกภาษาเปอร์เซียกล่าวว่า ความจริงภายในอิหร่านนั้นยากที่โลกภายนอกจะจินตนาการได้ และจำนวนผู้เสียชีวิตที่สื่อต่างประเทศรายงานเป็นเพียงเศษเสี้ยวของตัวเลขที่พวกเขาประเมินไว้เท่านั้น
สำนักข่าวต่างประเทศไม่ได้รับอนุญาตให้ทำงานอย่างอิสระภายในอิหร่าน และส่วนใหญ่ต้องพึ่งพาองค์กรสิทธิมนุษยชนของอิหร่านที่ดำเนินงานอยู่นอกประเทศ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (12 ม.ค.) องค์กรสิทธิมนุษยชนอิหร่าน (Iran Human Rights - IHRNGO) ซึ่งตั้งอยู่ในประเทศนอร์เวย์ ระบุว่า มีผู้ประท้วงในอิหร่านเสียชีวิตอย่างน้อย 648 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้มีอายุต่ำกว่า 18 ปี จำนวน 9 คน
แหล่งข่าวท้องถิ่นและพยานผู้เห็นเหตุการณ์บางรายบอกว่า มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากในเมืองต่าง ๆ โดยมีตั้งแต่หลายร้อยคนไปจนถึงหลายพันคน
บีบีซีไม่สามารถตรวจสอบตัวเลขเหล่านี้ได้อย่างอิสระ และถึงขณะนี้ทางการอิหร่านก็ยังไม่ได้ให้สถิติอย่างเป็นทางการหรือโปร่งใสเกี่ยวกับจำนวนผู้เสียชีวิตจากการประท้วง
อย่างไรก็ตาม สื่ออิหร่านรายงานว่าเจ้าหน้าที่รักษาความมั่นคง 100 นายเสียชีวิตระหว่างการประท้วง โดยระบุว่าผู้ประท้วงซึ่งสื่อเรียกว่า "ผู้ก่อจลาจล" ได้จุดไฟเผามัสยิดและธนาคารหลาย 10 แห่งในเมืองต่าง ๆ

ที่มาของภาพ, Eyewitness image

ที่มาของภาพ, Eyewitness image
วิดีโอที่ได้รับการตรวจสอบโดยทีมตรวจสอบข้อเท็จจริงของบีบีซีแผนกภาษาเปอร์เซีย แสดงให้เห็นภาพรถตำรวจและอาคารของรัฐบางแห่งถูกจุดไฟเผาในระหว่างการประท้วง
คำบอกเล่าและวิดีโอที่ส่งมายังบีบีซีแผนกภาษาเปอร์เซียส่วนใหญ่มาจากเมืองใหญ่ ๆ เช่น กรุงเตหะราน เมืองคาราจที่อยู่ใกล้เคียง เมืองทางตอนเหนืออย่างรัชต์ เมืองมาชาดทางตะวันออกเฉียงเหนือ และชีราซทางตอนใต้ ซึ่งพื้นที่เหล่านี้สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ดีกว่าผ่านเครือข่ายดาวเทียมสตาร์ลิงก์
ข้อมูลจากเมืองเล็ก ๆ ซึ่งเป็นสถานที่เกิดเหตุการณ์เสียชีวิตจำนวนมากในช่วงแรก ๆ ของการชุมนุม มีน้อยมาก เนื่องจากเมืองเหล่านั้นเข้าถึงระบบสตาร์ลิงก์ได้จำกัด
แต่ปริมาณ ความสม่ำเสมอ และความคล้ายคลึงกันของรายงานที่ได้รับจากเมืองต่าง ๆ ชี้ให้เห็นถึงความรุนแรงของการปราบปรามและการใช้ความรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตอย่างแพร่หลาย
พยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ที่ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีกล่าวว่า พวกเขาเห็นศพจำนวนมากและผู้ประท้วงที่ได้รับบาดเจ็บ
พวกเขารายงานว่า โรงพยาบาลในหลายเมืองมีผู้ป่วยล้นมือและไม่สามารถรักษาผู้บาดเจ็บสาหัสได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ศีรษะและดวงตา พยานบางคนระบุว่าศพ "ถูกกองทับกันไว้" และยังไม่ได้ส่งร่างให้กับครอบครัว

ที่มาของภาพ, Eyewitness image / Reuters
มีการเผยแพร่วิดีโอแสดงภาพความรุนแรงในแอปพลิเคชันเทเลแกรม ในช่องที่มีชื่อ วาฮิด ออนไลน์ (Vahid Online) เมื่อวันอาทิตย์ (11 ม.ค.) แสดงให้เห็นศพจำนวนมากที่ศูนย์นิติเวชคาห์ริซัค (Kahrizak) ในกรุงเตหะราน โดยมีหลายครอบครัวกำลังไว้ทุกข์หรือพยายามระบุตัวตนของศพเหล่านั้น
หนึ่งในวิดีโอซึ่งคาดว่ามาจากคาห์ริซัก เห็นบรรดาญาติ ๆ กำลังดูรูปถ่ายของศพที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ซึ่งแสดงอยู่บนหน้าจอ
พบศพจำนวนมากในถุงดำทั้งภายในอาคารสถานที่ต่าง ๆ และบนท้องถนนด้านนอก ซึ่งดูเหมือนว่าจะมีเพียงบางส่วนเท่านั้นที่ได้รับการระบุตัวตนแล้ว
วิดีโอชิ้นหนึ่งแสดงภาพภายในโกดังที่เก็บศพหลายศพ ขณะที่อีกวิดีโอแสดงภาพรถบรรทุกกำลังขนถ่ายศพ โดยมีคนกำลังนำศพออกจากรถ
พนักงานในสุสานแห่งหนึ่งในเมืองมาชาดกล่าวว่า ก่อนรุ่งสางของวันศุกร์ มีศพประมาณ 180-200 ศพที่ได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะอย่างรุนแรง ถูกนำเข้ามาและฝังทันที
แหล่งข่าวในเมืองรัชต์เปิดเผยกับบีบีซีแผนกภาษาเปอร์เซียว่า ศพของผู้ประท้วง 70 ศพถูกนำส่งไปยังห้องเก็บศพของโรงพยาบาลในเมืองเมื่อวันพฤหัสบดี ทั้งนี้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเรียกร้อง "ค่ากระสุน" ก่อนจะปล่อยศพให้กับครอบครัว
ขณะเดียวกัน บุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งทางตะวันออกของกรุงเตหะราน เปิดเผยกับบีบีซีแผนกภาษาเปอร์เซียว่า เมื่อวันพฤหัสบดี มีศพประมาณ 40 ศพถูกนำส่งมาที่โรงพยาบาลแห่งนี้ภายในวันเดียวกัน ทั้งนี้ ไม่สามารถเปิดเผยชื่อของโรงพยาบาลแห่งนี้เพื่อปกป้องตัวตนของบุคลากรทางแพทย์
อันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ (11 ม.ค.) ว่า "ตกใจกับรายงานเกี่ยวกับความรุนแรงและการใช้กำลังเกินกว่าเหตุของทางการอิหร่านต่อผู้ประท้วง ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา"
ด้านไม ซาโตะ ผู้รายงานพิเศษของสหประชาชาติเกี่ยวกับสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน กล่าวกับบีบีซีแผนกภาษาเปอร์เซียว่า "ขอเน้นย้ำว่า ไม่ว่าจำนวนผู้เสียชีวิตจะเป็นเท่าใด การใช้กำลังถึงแก่ชีวิตโดยกองกำลังรักษาความมั่นคงนั้นเป็นเรื่องที่น่ากังวล"










