"พอไฟดับก็รู้สึกเหมือนคนไร้บ้าน" เปิดใจเจ้าหน้าที่ใน รพ.หาดใหญ่ ย้อนเล่าถึงช่วงเวลาแห่งความโกลาหลขณะน้ำท่วมโอบล้อมทุกทิศทาง

.

ที่มาของภาพ, โรงพยาบาลหาดใหญ่

    • Author, ปวีณา นิลบุตร
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

สถานการณ์น้ำท่วมหนักในภาคใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เริ่มมีน้ำท่วมสูงมาตั้งแต่วันที่ 21 พ.ย. ทำให้มีโรงพยาบาลหลายแห่งในพื้นที่ภาคใต้ได้รับผลกระทบหนัก และโรงพยาบาลที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดคือ โรงพยาบาลหาดใหญ่

ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา มีบุคลากรทางการแพทย์ของ รพ.หาดใหญ่ และคนในพื้นที่ออกมาโพสต์ขอความช่วยเหลือ เล่าถึงสถานการณ์ปัจจุบันที่ทั้งขาดแคลนไฟฟ้า อาหาร อุปกรณ์ทางการแพทย์ และของใช้ยังชีพ

ขณะที่นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ระบุเมื่อวานนี้ (26 พ.ย.) ว่า สถานการณ์โรงพยาบาลหาดใหญ่ "สภาพเหมือนติดเกาะ" และการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย หรือการส่งทรัพยากรต่าง ๆ ต้องถูกลำเลียงจากทางเฮลิคอปเตอร์เท่านั้น

บุคลากรของโรงพยาบาลหาดใหญ่ ที่บีบีซีไทยพูดคุยด้วย ยอมรับว่าอาหารที่สำรองไว้ก่อนหน้านี้มีเพียงเพื่อรับเหตุน้ำท่วมไม่เกินสามวันเท่านั้น และบุคลากรทางการแพทย์ที่มีอยู่อย่างจำกัดในโรงพยาบาลซึ่งต้องทำงานติดต่อกันนานหลายวันก็เหนื่อยล้ามาก

บีบีซีไทยพูดคุยกับบุคคลากรที่ทำงานในโรงพยาบาลหาดใหญ่ เพื่อทำความเข้าใจสถานการณ์ปัจจุบันในโรงพยาบาล

บุคลากรเผยอาหาร-น้ำดื่มสำรองวิกฤต สวนทางกับสิ่งที่สธ. ให้ข่าว

แก้ว (นามสมมติ) บุคลากรของ รพ.หาดใหญ่ ที่บีบีซีไทยพูดคุยด้วยเมื่อวานนี้ (26 พ.ย.) ระบุว่าเนื่องจากระดับน้ำที่เพิ่มขึ้นมาอย่างรวดเร็วตั้งแต่ช่วงเช้ามืดของวันจันทร์ที่ผ่านมา ทำให้มีทั้งผู้ป่วย ญาติผู้ป่วย และบุคลากรทางการแพทย์ติดอยู่ในโรงพยาบาลเมื่อวานนี้ราว 2,500 คน

"วันจันทร์ประมาณตีสี่ น้ำก็กลับมาเต็ม พอวันจันทร์ตอนเช้าขนไม่ทันเลย [คนและสิ่งของ] มันเยอะมาก ณ ตอนนี้คือมันท่วมหัวเลยค่ะ" แก้วกล่าวกับบีบีซีไทยวานนี้

เธอบอกด้วยว่า ด้วยจำนวนคนที่มากที่ติดอยู่ในพื้นที่ ทำให้อาหารน้ำดื่มที่เตรียมไว้สำหรับน้ำท่วมเพียงสามวันไม่เพียงพอ

"อาหารที่มันเริ่มวิกฤตมากก็คือน้ำดื่ม เพราะตอนนี้อาหารส่วนกลางส่งมาทั้งหมด ทีนี้อาหารที่เราสำรองไว้เพื่อน้ำท่วมมันไม่เกินสามวัน แต่ตอนนี้มันหลายวันมาแล้ว" เธออธิบาย

แต่เธอยืนยันว่า "ไม่มีการแย่งชิง [อาหาร] กัน" และบุคลากรทางการแพทย์ก็มีอาหารพอรับประทานทุกมื้อ เพียงแต่ "อาจจะไม่ตรงมื้อ ช้านิดนึง แต่จะเหมือนปกติธรรมดาเป็นไปไม่ได้ ก็มีแค่กับข้าวอย่างเดียว เป็นประเภทข้าวผัด ทำง่าย ๆ แล้วก็ทั่วถึง... น้ำแค่คนละขวดต่อมื้อ ปกติเราจะกินน้ำคนหนึ่งถึงสามขวด เดี๋ยวนี้ก็ต้องแบ่ง ๆ กันไป" แก้วระบุ

ขณะที่ เติ้ล (นามสมมติ) บุคลากรทางการแพทย์อีกรายที่ติดอยู่ใน รพ.หาดใหญ่ มาตั้งแต่วันที่ 21 พ.ย. บอกกับบีบีซีไทยวันนี้ว่า อาหารในโรงครัวของโรงพยาบาลเริ่มหมดลงในวันที่ 23 พ.ย.

"ส่วนใหญ่ที่เหลือจะเป็นพวกข้าว พวกเนื้อสัตว์กับไข่เริ่มร่อยหรอ ข้าวส่วนใหญ่ที่จะได้รับประทานคือคนไข้กับบุคลากรหน้างาน แต่เท่าที่ทราบคือญาติจะอดมาตั้งแต่วันนั้น [23 พ.ย.] แล้ว" เขาอธิบาย

เติ้ลบอกด้วยว่าเคยเกิดเหตุการณ์บุคลากรการแพทย์บางรายไม่มีอาหารรับประทาน เพราะ "มาไม่ทันข้าว" และนั่นเป็นช่วงเดียวกันกับที่มีรายงานข่าวว่าอาหารในโรงพยาบาลหมด ซึ่งเติ้ลยืนยันว่า "มันหมดจริง ๆ" แต่กระทรวงสาธารณสุขกลับปฏิเสธว่าไม่มีปัญหาดังกล่าว

กระทรวงสาธารณสุข เผยแพร่ภาพการลำเลียงส่งข้าวกล่องจาก รพ.สงขลา 1,000 ชุด ให้บุคลากรแพทย์ ผู้ป่วยและญาติ ที่ รพ.หาดใหญ่ เมื่อวันที่ 25 พ.ย. 2568

ที่มาของภาพ, กระทรวงสาธารณสุข

คำบรรยายภาพ, กระทรวงสาธารณสุขเผยแพร่ภาพการลำเลียงส่งข้าวกล่องจาก รพ.สงขลา 1,000 ชุด ให้บุคลากรทางการแพทย์ ผู้ป่วยและญาติ ที่ รพ.หาดใหญ่ เมื่อวันที่ 25 พ.ย. 2568

เมื่อวันที่ 25 พ.ย. กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ระบุว่าข้อมูลเรื่องการขาดแคลนอาหารใน รพ.หาดใหญ่ นั้นไม่เป็นความจริง เพราะโรงพยาบาลสามารถทำอาหารได้เอง และจะมีการส่งอาหารกล่องเข้าไปในพื้นที่ในช่วงเย็นของวันอังคารที่ผ่านมา

"ข้อมูล รพ.หาดใหญ่ ไม่มีอาหารสำหรับผู้ป่วยและญาติตั้งแต่เย็นวันนี้ ไม่เป็นความจริง รพ.หาดใหญ่ ทำอาหารเองส่วนหนึ่ง และ รพ.สงขลา จัดส่งไปให้มื้อละ 1,000 กล่อง ตั้งแต่เย็นวันนี้เป็นต้นไป" กระทรวงสาธารณสุข ระบุผ่านโพสต์บนเฟซบุ๊กในช่วงหัวค่ำของวันอังคารที่ 25 พ.ย.

โดยไม่กี่ชั่วโมงให้หลัง สธ. ได้โพสต์ภาพอาหารกล่องจำนวน 1,000 ชุด พร้อมข้อความระบุว่าอาหารดังกล่าวกำลังถูกนำส่งจาก รพ.สงขลา ไปยัง รพ.หาดใหญ่

นอกจากนี้ เมื่อช่วงเช้าวานนี้ (26 พ.ย.) กองทัพภาคที่ 4 ยังได้ลำเลียงถังออกซิเจน อาหาร และน้ำดื่มไปยัง รพ.หาดใหญ่ โดยด่วน เพื่อให้การรักษาพยาบาลดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง

วิกฤตขาดแคลนอุปกรณ์ทางการแพทย์และยา

.

ที่มาของภาพ, กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4

คำบรรยายภาพ, ศบภ.4 ส่วนหน้า ระดมเฮลิคอปเตอร์และทีมแพทย์เข้าลำเลียงผู้ป่วยวิกฤต จากในโรงพยาบาลหาดใหญ่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยรุนแรง ทั้งนี้ น้ำท่วมสูงกระทบระบบไฟฟ้าและสาธารณูปโภค ทำให้ไม่สามารถดูแลผู้ป่วยได้ตามปกติ

เติ้ล บอกกับบีบีซีไทยว่าในช่วงวันที่ 21-22 พ.ย. ซึ่งเป็นช่วงวันแรก ๆ ที่ต้องติดอยู่ในโรงพยาบาล เขารู้สึกเหมือนเป็นคนไร้บ้าน เพราะ [ตอนแรก] ไม่มีทรัพยากรจากทางรัฐมาช่วยเลย

"เหมือนเรายืนตัวคนเดียว ช่วงแรกภาพที่เห็นคือต้องยืนภาวนาว่าน้ำจะไม่เข้าเครื่องปั่นไฟ แต่สุดท้ายมันเข้า พอไฟดับก็รู้สึกเหมือนคนไร้บ้าน" เติ้ล กล่าว

เขาบอกว่าที่ตนรู้สึกเช่นนั้นก็เพราะช่วงแรกมีผู้ป่วยหนักบางราย ซึ่งจำเป็นต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ต้องอยู่ในขั้นวิกฤตเพราะไฟฟ้าดับ

"ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่น้ำเริ่มท่วมหนัก ช่วงนั้นไฟฟ้าเริ่มดับ พวกเครื่องปั่นไฟเริ่มโดนน้ำท่วม ไม่สามารถมีไฟฟ้าที่จะสามารถทำให้เครื่องช่วยหายใจทำงานได้ ทำให้ต้องเกณฑ์คนทั้งโรงพยาบาลที่เป็นทั้งหมอและหมอที่เรียนอยู่ เพื่อมาช่วยในการปั๊มออกซิเจน" เขาอธิบาย

"ตอนที่มาต้องนั่งปั๊มออกซิเจนคนไข้ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าถึงปั๊มขึ้นก็ไม่สามารถทำอะไรได้ มันเป็นความรู้สึกสิ้นหวังและท้อ" เติ้ลเสริม

เขาบอกด้วยว่า การทำงานของบุคลากรในตอนนั้นก็มีข้อจำกัดเพราะ "ออกซิเจนหมดลงเรื่อย ๆ" และนั่นทำให้สภาพในโรงพยาบาลในขณะนั้นอยู่ในขั้น "วิกฤตมาก"

"เราไม่สามารถดูได้เลยว่าคนไข้ตอนนั้นเป็นยังไง คนไข้ความดันเท่าไหร่ คนไข้สถานะตอนนี้มีออกซิเจนที่ได้รับไปเพียงพอไหม ทำได้แค่จับชีพจรแล้วก็ภาวนา" เขากล่าว

อย่างไรก็ตาม เติ้ล บอกกับบีบีซีไทยว่า สถานการณ์ตอนนี้ดีขึ้นเพราะถังออกซิเจนถูกนำเข้ามาเพียงพอแล้ว และผู้ป่วยหนักบางรายก็ถูกส่งตัวออกไปรักษาที่โรงพยาบาลอื่น แต่สิ่งที่ยังขาดแคลนอยู่คือ ยา

"พวกอุปกรณ์เรื่องยายังขาดทุกอย่าง [ตอนนี้] ออกซิเจนมี แต่ยาขาด ยาหอบหืดก็ไม่มีแล้ว" เติ้ล บอกกับบีบีซีไทยวันนี้

บุคลากรท้อและเหนื่อยมาก ๆ หลังทำงานติดต่อกันหลายคืน

สถานการณ์น้ำท่วมบริเวณโรงพยาบาลหาดใหญ่ เมื่อวันที่ 24 พ.ย. 2568

ที่มาของภาพ, โรงพยาบาลหาดใหญ่

คำบรรยายภาพ, สภาพน้ำท่วมบริเวณโรงพยาบาลหาดใหญ่ เมื่อวันที่ 24 พ.ย. 2568

นอกจากปัญหาการขาดแคลนอาหารแล้ว บุคลากรทางการแพทย์ยังทำงานหนักติดต่อกันอย่างน้อยสามคืนแล้ว ตั้งแต่เหตุน้ำท่วมสูงใน อ.หาดใหญ่ โดย ทิม (นามสมมติ) บุคลากรทางการแพทย์อีกรายใน รพ.หาดใหญ่ ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีไทยวันนี้เปิดเผยว่า ปัจจุบันจำนวนบุคลากรที่อยู่ใน รพ.หาดใหญ่ ไม่เพียงพอต่อการดูแลคนไข้ ทำให้ทุกคนทำงานกันตลอดเวลาติดต่อกันมาหลายวันแล้ว

"พวกผมบอกว่าทำงานเป็นกี่ชั่วโมง [ต่อวัน] ไม่ได้เลยครับ พวกเราอยู่กันหน้าวอร์ดกันทุกคน ถ้าเกิดมีอะไรตอนนั้นเราก็ช่วยกัน... บุคลากรบางรายได้พักผ่อนเพียงสองชั่วโมงต่อวันเท่านั้น และกลุ่มที่ทำงานหนักที่สุดคือพยาบาล" เขาเล่า

"พยาบาลรับหน้าที่เป็นหน้าด่านของเรา ต้องทำทุกอย่าง บางคนต้องช่วยญาติคนไข้ ลงไปหาข้าวให้กิน หาน้ำสะอาด หาที่ชาร์จไฟที่พอชาร์จไฟได้มาต้มนมให้เด็กแรกเกิดที่ติดอยู่ในนี้รับประทาน" ทิม กล่าวเสริม

เขาบอกด้วยว่าบุคลากรในโรงพยาบาลตอนนี้ "ไม่ใช่แค่สภาพอิดโรย บางคนก็ร้องไห้กันเยอะ ไม่ได้อาบน้ำกันมาสองสามวัน ทุกคนท้อและเหนื่อยมาก ๆ แต่ต้องทำต่อ"

เขายังบอกด้วยว่า สัญญาณโทรศัพท์ในพื้นที่โรงพยาบาลขณะนี้ไม่ค่อยเสถียร "ใช้ได้แค่ตึกพิเศษที่ต้องขึ้นไปชั้น 10"

ด้าน แก้ว บอกกับบีบีซีไทยว่า สาเหตุของการอิดโรยของบุคลากรทางการแพทย์ ส่วนหนึ่งมาจากลิฟต์ที่ใช้งานไม่ได้ การทำงานติดต่อกันนาน ทำให้ขาดการผลัดเปลี่ยนเวร

"เริ่มมี [ความล้า] บ้างแล้วค่ะ เพราะลิฟต์มันใช้ไม่ได้ เราต้องขึ้นบันไดแทน คืออยู่กันมาตั้งแต่เช้าบ่ายจนถึงดึก เพราะคนที่อยู่ข้างนอกเขาเข้ามาช่วยไม่ได้ คนที่ติดอยู่ข้างในก็ต้องทำงานกันไป แต่เดี๋ยวจะมีทีมพยาบาลจากโรงพยาบาลอื่นมาช่วย" เธอบอกกับบีบีซีไทยตั้งแต่เมื่อวานนี้

ทั้งนี้ เติ้ลกับทิมยังคงทำงานอยู่ในโรงพยาบาลหาดใหญ่ เนื่องจากยังต้องทำหน้าที่ต่อไปในตอนนี้

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ไดระดมเฮลิคอปเตอร์และทีมแพทย์เข้าลำเลียงผู้ป่วยวิกฤต จาก รพ.หาดใหญ่

ที่มาของภาพ, กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4

คำบรรยายภาพ, กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้ระดมเฮลิคอปเตอร์และทีมแพทย์เข้าลำเลียงผู้ป่วยวิกฤต จาก รพ.หาดใหญ่

ด้านนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ระบุเมื่อวานนี้ (26 พ.ย.) ว่า บุคลากรทางการแพทย์ใน รพ.หาดใหญ่ อยู่มา 3 วัน มีความล้าในระดับสูง แต่ขณะนี้มีหมอจากกรมการแพทย์ และจากหลายโรงพยาบาลเข้าพื้นที่รอการสับเปลี่ยนหน้าที่ ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่สนามบินหาดใหญ่ และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) ซึ่งเป็นจุดเตรียมส่งบุคลากรเข้าไปผ่านทางเฮลิคอปเตอร์

รมว.สาธารณสุข อธิบายแผนการหลักของวันที่ 26 พ.ย. ว่าคือการอพยพผู้ป่วยออกจาก รพ.หาดใหญ่ ให้ได้หมด โดย ณ ขณะนั้นมีผู้ป่วยที่ต้องใส่ท่อหายใจราว 50 คน และผู้ป่วยในอีกราว 600 คน และบุคลากรทางการแพทย์จะถูกอพยพเป็นลำดับถัดไป

"ขณะนี้ [รพ.หาดใหญ่] มีสภาพเหมือนติดเกาะ เข้าก็ยาก ออกก็ยาก ขณะที่การเดินทางทำได้อย่างเดียว คือเฮลิคอปเตอร์ โดยได้รับการสนับสนุนมา 3 ลำ และขออีก 2 ลำ ตอนนี้จะเป็น 3+1 สำหรับเคลื่อนย้ายผู้ป่วยก่อน ส่วนอีก 1 ลำจะเป็นการลำเลียงอาหาร และของอุปโภคบริโภค" นายพัฒนากล่าววานนี้

ด้าน สธ. เผยข้อมูลทีมบุคลากรสนับสนุน รพ.หาดใหญ่ ว่ามีทั้งหมด 244 คน แบ่งออกเป็น บุคลากรจาก

  • กรมการแพทย์: 196 คน
  • โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช: 18 คน
  • โรงพยาบาลเขตสุขภาพที่ 11: 30 คน

แก้วอธิบายต่อไปว่า สถานการณ์เรื่องคนไข้ล้นเริ่มคลี่คลายขึ้นเพราะมีการย้ายตัวคนไข้ไปที่โรงพยาบาลอื่น ๆ ผ่านทางเฮลิคอปเตอร์บ้างแล้ว

"ผู้ป่วยที่มีอาการวิกฤตถูกส่งต่อ (refer) เกือบหมดแล้ว ไปโรงพยาบาล ม.อ. (โรงพยาบาลสงขลานครินทร์), โรงพยาบาลสงขลา, โรงพยาบาลมหาราช ตอนนี้ทีมจาก รพ.มหาราช ก็เข้ามาช่วย" เธอบอกกับบีบีซีไทยวานนี้

อย่างไรก็ตาม เติ้ล อธิบายว่าทีมแพทย์ที่มาเสริม ซึ่งเดินทางมาถึงแล้ว เข้ามาช่วยดูแลผู้ป่วยวิกฤตเท่านั้น และคนไข้ทั่วไปยังเป็นหน้าที่รับผิดชอบของบุคลากรของ รพ.หาดใหญ่

เขาเสริมด้วยว่าสถานการณ์น้ำท่วมตอนนี้ "คลี่คลายแล้ว" แต่ปัญหาด้านทรัพยากรและบุคลากรการแพทย์ "ยังวิกฤตมาก ๆ"