รัฐประหารเมียนมา: ผู้นำอาเซียนจี้ มิน อ่อง หล่าย ยุติความรุนแรงในประเทศ

มิน อ่อง หลาย เดินทางถึงกรุงจาการ์ตาเพื่อเข้าร่วมประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน

ที่มาของภาพ, EPA

คำบรรยายภาพ, มิน อ่อง หลาย เดินทางถึงกรุงจาการ์ตาเพื่อเข้าร่วมประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน

ผู้นำและรัฐมนตรีต่างประเทศของชาติสมาชิกอาเซียนเรียกร้องต่อ พล.อ. อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดเมียนมาให้ยุติการใช้ความรุนแรงในการปราบปรามกลุ่มผู้ประท้วงต่อต้านรัฐประหาร ในที่ประชุมนัดพิเศษที่กรุงจาการ์ตาของอินโดนีเซีย เพื่อหาทางคลี่คลายวิกฤตการเมืองในเมียนมา

นายกรัฐมนตรีมูห์ยิดดิน ยัสซิน ของมาเลเซีย เรียกร้องให้ยุติความรุนแรงต่อพลเรือน และปล่อยตัวนักโทษการเมืองโดยไม่มีเงื่อนไข

"สถานการณ์ที่น่าเศร้าใจในเมียนมาต้องยุติลงทันที" เขากล่าว

ประธานาธิบดีโจโก วิโดโด ของอินโดนีเซียชี้ว่า สถานการณ์นี้เป็นเรื่อง "ที่ไม่อาจยอมรับได้" พร้อมเรียกร้องให้ พล.อ. อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ยอมเปิดทางให้ส่งความช่วยเหลือแก่เมียนมา

ขณะที่นายกรัฐมนตรี ลี เซียน ลุง ของสิงคโปร์ กล่าวหลังการประชุมว่า ผู้บัญชาการทหารสูงสุดเมียนมา "ไม่คัดค้าน" การที่คณะผู้แทนอาเซียนหรือผู้ช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมจะเดินทางเข้าไปในเมียนมา พร้อมเผยว่า "เขา (มิน อ่อง หล่าย) ได้ยินพวกเรา และจะรับเอาประเด็นที่เขาคิดว่าเป็นประโยชน์ไป (พิจารณา)"

นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีต่างประเทศของไทยในฐานะผู้แทนพิเศษของนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความทางทวิตเตอร์โดยแนะนำหลักการที่เรียกว่า D4D เพื่อสร้างประชาธิปไตยและการพัฒนาในเมียนมาด้วยการ:

1. ลดระดับความรุนแรง (De-escalation of violence)

2. ส่งมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการแพทย์ (Delivery of humanitarian and medical assistance)

3. ปล่อยตัวผู้ต้องขังทางการเมือง (Discharge of political detainees) และ

4. เปิดให้คู่ขัดแย้งได้เข้าร่วมการเจรจา (Dialogue participation)

ส่วนบรรยากาศบริเวณใกล้กับสถานที่ประชุมนั้น มีผู้ชุมนุมไปร่วมเคาะหม้อและกระทะ พร้อมถือแผ่นป้ายที่มีข้อความว่า "ฟื้นฟูประชาธิปไตย" และ "เราคัดค้านรัฐประหาร"

การประชุมผู้นำอาเซียนเริ่มขึ้นไม่นานหลังจากที่ พล.อ. อาวุโส มิน อ่อง หลาย เดินทางถึงสนามบินซูการ์โน-ฮัตตา ในกรุงจาการ์ตาโดยเครื่องบินของสายการบินเมียนมาแอร์เวย์เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น วันนี้ (24 เม.ย.) ซึ่งนับเป็นการเดินทางเยือนต่างประเทศอย่างเป็นทางการครั้งแรกของผู้นำรัฐประหารหลังยึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือนของนางออง ซาน ซู จี เมื่อ 1 ก.พ.

การประชุมผู้นำอาเซียนซึ่งมีสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งบรูไนดารุสซาลาม ในฐานะประธานอาเซียนปี 2564 เป็นองค์ประธาน จัดขึ้นที่สำนักเลขาธิการอาเซียน กรุงจาการ์ตา มีวัตถุประสงค์หลักคือเพื่อร่วมหาทางออกของวิกฤตการณ์การเมืองในเมียนมา โดยมีผู้นำหรือรัฐมนตรีจากประเทศสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ คือ กัมพูชา บรูไน อินโดนีเซีย ลาว มาเลเซีย เมียนมา ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทยและเวียดนาม เข้าร่วมการประชุม

ก่อนหน้านี้ สำนักข่าวเอเอฟพีอ้างแหล่งข่าวที่เป็นนักการทูตที่คาดว่าอาเซียนน่าจะมีมติเรียกร้องให้รัฐบาลทหารของเมียนมาหยุดใช้ความรุนแรงปราบปรามประชาชนที่ออกมาชุมนุมประท้วง และอนุญาตให้ทูตพิเศษเข้าพบนางออง ซาน ซู จี ผู้นำพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ซึ่งถูกกองทัพควบคุมตัวหลังรัฐประหาร 1 ก.พ. แต่แหล่งข่าวคาดว่าที่ประชุมผู้นำอาเซียนจะไม่ไปไกลถึงขั้นเรียกร้องให้ปล่อยนางซู จี

การใช้กำลังเข้าปราบปรามผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาลทหารเมียนมาทำให้มีผู้เสียชีวิต ในรอบสองเดือนที่ผ่านมาทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 700 ราย และกว่า 3,000 คนถูกจับกุมและคุมขัง การสู้รบระหว่างกองทัพเมียนมาและกองกำลังของชนกลุ่มน้อยที่ออกมาสนับสนุนการต่อสู้ขับไล่รัฐบาลทหารยังทำให้ผู้คนอีกจำนวนมากกลายเป็นคนพลัดที่อยู่

ผู้ประท้วงในเมียนมา

ที่มาของภาพ, EPA

คำบรรยายภาพ, ผู้ประท้วงวิ่งหนีแก๊สน้ำตาที่กองกำลังความมั่นคงยิงใส่ ระหว่างการประท้วงในนครย่างกุ้ง 2 มี.ค. 2021

ในส่วนของไทย พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ส่งนายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกฯ และ รมว. ต่างประเทศไปร่วมประชุมแทน ในฐานะผู้แทนพิเศษของนายกฯ โดย พล.อ.ประยุทธ์ให้เหตุผลว่าสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ในไทยทำให้เขาต้องติดตามและบริหารจัดการอย่างใกล้ชิดจึงไม่สามารถเดินทางไปร่วมประชุมได้ เช่นเดียวกับนายกฯ ลาว และประธานาธิบดีของฟิลิปปินส์ที่ส่งผู้แทนเข้าร่วมประชุม

เมื่อวานนี้ (23 เม.ย.) พล.อ.ประยุทธ์ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กระบุว่าเขาได้ฝาก "ข้อเสนอที่เป็นประโยชน์ไปแจ้งต่อที่ประชุม" และ "หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการประชุมในครั้งนี้จะมีผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมเพื่อประโยชน์อย่างแท้จริงของประชาชนเมียนมา"

ก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ได้หารือทางโทรศัพท์กับ นายโจโก วิโดโด ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย เมื่อ 22 เม.ย. ชื่นชมบทบาทอินโดนีเซียในเวทีอาเซียน ที่ได้ผลักดันให้มีการประชุมผู้นำอาเซียนเพื่อหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ในเมียนมา และยืนยันว่าไทยพร้อมผลักดันการดำเนินการตามมติของที่ประชุม

สำหรับบรรยากาศที่สำนักงานอาเซียนกรุงจาการ์ตา ซึ่งเป็นสถานที่ประชุมมีประชาชนกลุ่มหนึ่งไปชุมนุมตั้งแต่ช่วงเช้าเพื่อต่อต้านคณะรัฐประหารเมียนมาและสนับสนุนการต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยของประชาชนเมียนมา ซึ่งได้เกิดเหตุชุลมุนขึ้นเล็กน้อยในช่วงสายเมื่อตำรวจอินโดนีเซียพยายามเข้าสลายการชุมนุม

ประชุมสุดยอดผู่้นำอาเซียน

ที่มาของภาพ, Getty Images

แอมเนสตี้ออกแถลงการณ์

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลออกแถลงการณ์และส่งจดหมายเปิดผนึกถึงรัฐภาคีอาเซียนประเทศสมาชิกอาเซียน ให้สอบสวน พล.อ. อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ตามข้อกล่าวหาที่น่าเชื่อว่า มีส่วนรับผิดชอบต่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติที่เกิดขึ้นในเมียนมา ในฐานะรัฐภาคีของอนุสัญญาต่อต้านการทรมานแห่งสหประชาชาติ ในแถลงการณ์ระบุว่า อินโดนีเซียมีพันธกรณีตามกฎหมายที่จะต้องดำเนินคดี หรือต้องส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดน เมื่อมีผู้ต้องสงสัยว่ากระทำความผิดอยู่ในดินแดนของตน

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลยังระบุว่า ผลลัพธ์ร้ายแรงจากการทำรัฐประหารในเมียนมา นับเป็นบททดสอบใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรืออาเซียน เรียกร้องให้กลุ่มระดับภูมิภาค ให้ความสำคัญเร่งด่วนกับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของประชาชนในเมียนมา และป้องกันไม่ให้สถานการณ์เลวร้ายลง จนเกิดวิกฤตด้านสิทธิมนุษยชนและมนุษยธรรม

เอ็มเมอร์ลีน จิล รองผู้อำนวยการด้านวิจัยประจำภูมิภาค แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลเผยว่า วิกฤตในเมียนมาอันเป็นผลมาจากกองทัพ นับเป็นบททดสอบใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ของอาเซียน พันธกิจแบบเดิมที่เน้นการไม่แทรกแซงในภูมิภาคนี้ไม่สามารถใช้ได้อีกต่อไป เพราะสถานการณ์ครั้งนี้ไม่ใช่ปัญหาภายในของประเทศเมียนมา หากเป็นวิกฤตด้านสิทธิมนุษยชนและมนุษยธรรมของทั้งภูมิภาคและพื้นที่อื่น ๆ

"วิกฤตครั้งนี้เป็นผลมาจากกองทัพเมียนมาที่มุ่งสังหารบุคคลอย่างปราศจากจิตสำนึก ทำให้สถานการณ์ในประเทศลุกลามบานปลาย และทำให้เกิดผลกระทบที่รุนแรงอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านมนุษยธรรมและด้านอื่น ๆ ทั่วทั้งภูมิภาค โดยเฉพาะหากกองทัพยังคงกระทำการละเมิดและก่ออาชญากรรมร้ายแรงต่อไป โดยไม่ต้องรับผิดอย่างสิ้นเชิง

"นอกจากนั้น ทางการอินโดนีเซียมีหน้าที่ต้องสอบสวนพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย และเจ้าหน้าที่ทหารคนอื่นจากเมียนมา ซึ่งอาจร่วมเดินทางกับเขาไปยังกรุงจาการ์ตา

"ต้องมีการสอบสวนต่อผู้นำรัฐประหารในเมียนมา ตามข้อกล่าวหาที่มีการบันทึกข้อมูลอย่างกว้างขวางโดยคณะทำงานค้นหาข้อเท็จจริงในเมียนมาขององค์การสหประชาชาติ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล และหน่วยงานอื่น ๆ ทางการอินโดนีเซียและรัฐภาคีอาเซียนอื่น ๆ ไม่สามารถเพิกเฉยต่อความจริงที่ว่า พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่ายเป็นผู้ต้องสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมร้ายแรงสุดในครั้งนี้ ซึ่งเป็นข้อกังวลสำหรับประชาคมระหว่างประเทศโดยรวม"