"สาธารณรัฐกอทูเล" คืออะไร การสถาปนาเอกราชโดยนายพล เนอดา เมียะ มีความเป็นไปได้จริงหรือไม่ ?

.

ที่มาของภาพ, Kawthoolei Army

คำบรรยายภาพ, พล.อ.ซอ เนอดา โบ เมียะ ประกาศตั้ง "รัฐบาลกอทูเล" เมื่อ 5 ม.ค. ทว่ายังไม่ได้รับการยอบรับจากทั้งกะเหรี่ยงเคเอ็นยู รัฐบาลทหารเมียนมา และเพื่อนบ้านอย่างไทย
    • Author, นงนภัส พัฒน์แช่ม
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

"สาธารณรัฐกอทูเล" คือชื่อที่ปรากฏในรายงานข่าวหลายสำนักเมื่อวานนี้ (7 ม.ค.) ในฐานะที่อาจเป็นรัฐใหม่ซึ่งมีพรมแดนติดกับไทย ภายหลังกองกำลังกะเหรี่ยงกอทูเล (The Kawthoolei Army - KTLA) ประกาศตั้งรัฐบาลโดยมี พล.อ.ซอ เนอดา โบ เมียะ ผู้นำกองกำลัง ขึ้นเป็นประธานาธิบดี

"พวกเราต้องการเสรีภาพ เราต้องการการยอมรับตนเอง ระบบการปกครองตนเอง การกำหนดเจตจำนงของตนเองสำหรับประชาชนของเรา" พล.อ.ซอ เนอดา โบ เมียะ กล่าวในสุนทรพจน์ที่มีการเผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊กของกองกำลังกะเหรี่ยงกอทูเล

ทว่าผู้ติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ ในเมียนมาบอกกับบีบีซีไทยว่า การประกาศสถาปนารัฐใหม่โดยกะเหรี่ยงกอทูเลนั้น ไม่ได้มีผลจริงในทางปฏิบัติ และด้วยปัจจัยต่าง ๆ ในตอนนี้ การจะสร้าง "สาธารณรัฐกอทูเล" ขึ้นก็ "เป็นไปไม่ได้เลย"

กะเหรี่ยง KTLA ให้ความหมาย "รัฐกอทูเล" ว่าอย่างไร

บีบีซีแผนกภาษาเมียนมารายงานว่าการประกาศดังกล่าวมีขึ้นเมื่อวันที่ 5 ม.ค. ที่ผ่านมา โดย "กองกำลังกะเหรี่ยงกอทูเล" หรือเคทีแอลเอ (Kawthoolei Army - KTLA) ประกาศจัดตั้งสิ่งที่พวกเขาเรียกว่า "รัฐบาลกอทูเล" ในงานเฉลิมฉลองที่จัดขึ้นภายในพื้นที่ที่กองทัพกอทูเลควบคุมในเมืองเมียวดี รัฐกะเหรี่ยงของเมียนมา ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม อ.แม่สอด จ.ตาก ของไทย

"เสรีภาพไม่ใช่สิ่งไร้ราคา เสรีภาพมีค่าใช้จ่ายสูง เสรีภาพมีราคาแพง แต่หากไร้ซึ่งเสรีภาพคุณก็ไม่ต่างอะไรจากทาส พวกเราไม่ใช่ทาส" พล.อ.ซอ เนอดา โบ เมียะ ผู้นำกองกำลังกะเหรี่ยงกอทูเล กล่าวเป็นภาษาอังกฤษในช่วงหนึ่งของสุนทรพจน์ที่มีการเผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊กของกองกำลังกอทูเล

"พวกเราเป็นชาติใหญ่ที่มีคนกว่า 10 ล้านคน พวกเราต้องการการยอมรับ พวกเราต้องการเสรีภาพ เราต้องการอธิปไตยของชาติ เราต้องการระบอบการปกครองของตนเอง การกำหนดเจตจำนงของพวกเราเองสำหรับประชาชนของเรา"

บนเฟซบุ๊กของกองกำลังกะเหรี่ยงกอทูเล ยังเผยแพร่ภาพพิธีการในวันที่ 5 ม.ค. โดยเขียนคำบรรยายที่แปลเป็นภาษาไทยได้ว่า "ผู้นำระดับชาติของชาวกะเหรี่ยงได้กำหนดให้วันที่ 5 ม.ค. เป็นวันประกาศเอกราชของชาวกะเหรี่ยงกอทูเล (Kawthoolei Independence Day) พร้อมระบุว่า "แม้ว่าเมียนมาจะได้รับเอกราชเมื่อวันที่ 4 ม.ค. 1948 แต่ผู้นำชาวกะเหรี่ยงเชื่อว่าชาวกะเหรี่ยงไม่มีสิทธิในการกำหนดชะตากรรมของตนเอง"

พื้นที่ต่าง ๆ ที่อยู่ในการควบคุมของกองกำลังกะเหรี่ยงกอทูเลอยู่ในเมืองเมียวดี

บีบีซีแผนกภาษาเมียนมารายงานว่ากองกำลังกะเหรี่ยงกอทูเลประกาศตั้ง "รัฐบาล" โดยกำหนดตัวบุคคลที่ดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ดังนี้

  • ประธานาธิบดี: พล.อ.ซอ เนอดา โบ เมียะ (General Saw Nel Dah Bo Mya) ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของกองกำลังกะเหรี่ยงกอทูเล
  • รองประธานาธิบดี คนที่ 1 และ รัฐมนตรีต่างประเทศ: ซอ ซา เกโพ (Saw Sar Gay Pho)
  • รองประธานาธิบดี คนที่ 2: ซอ เดวิด ตากาโบ (Saw David Tha Ka Bo)
  • นายกรัฐมนตรี: ซอ โพ ดูเล (Saw Pho Too Lay)
  • รัฐมนตรีกลาโหม: ซอ เดวิด ลอดู (Saw David Law Du)

นอกจากนี้ยังมีตำแหน่งระดับรัฐมนตรีที่ดูแลกิจการต่าง ๆ เช่น ป่าไม้และเกษตรกรรม, ทรัพยากรน้ำและดิน, การศึกษาและวัฒนธรรม, การคลัง, สุขภาพ และการเหมืองแร่

"เนอดา เมียะ" ผู้อ้างตัวเป็น "ประธานาธิบดี" รัฐใหม่คือใคร ?

พล.อ.ซอ เนอดา โบ เมียะ เป็นลูกชายของ พล.อ.ซอ โบ เมียะ อดีตประธานสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง หรือ เคเอ็นยู (Karen National Union – KNU)

ก่อนหน้านี้เขาเคยเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดขององค์กรป้องกันชาติกะเหรี่ยง (Karen National Defence Organisation - KNDO) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปีกทหารของเคเอ็นยู แต่ถูกไล่ออกเมื่อปี 2022 หลังถูกพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการสังหารพลเรือน 25 คน

ภายหลังจากถูกไล่ออก เขาได้ก่อตั้งกองกำลังกะเหรี่ยงกอทูเล (KTLA) -ขึ้นเมื่อ 16 ก.ค. 2022

.

ที่มาของภาพ, Kawthoolei Army

คำบรรยายภาพ, กองกำลังกะเหรี่ยงกอทูเล (KTLA) ถูกก่อตั้งขึ้นเมื่อ ก.ค. 2022 หลังจาก พล.อ.ซอ เนอดา โบ เมียะ ถูกไล่ออกจากการเป็นผู้นำองค์กรป้องกันชาติกะเหรี่ยงในเคเอ็นยู

ผศ.ดร.ลลิตา หาญวงษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเมียนมาจากคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยกับบีบีซีไทยว่ากองกำลังกะเหรี่ยงกอทูเลที่นำโดย พล.อ.ซอ เนอดา โบ เมียะ มีจำนวนเพียงไม่ถึง 200 คน ซึ่งเมื่อเทียบกับกะเหรี่ยงเคเอ็นยูที่มีกำลังหลักหมื่นแล้ว ถือว่าห่างชั้นกันมาก

เธอยังอ้างอิงโพสต์ของภาสกร จำลองราช ผู้ก่อตั้งสำนักข่าวชายชอบ ที่ระบุว่า 4 พื้นที่เคลื่อนไหวของกะเหรี่ยงกอทูเลที่มีอาณาเขตตั้งแต่บริเวณตรงข้าม อ.อุ้มผาง จ.ตาก ไปจนถึงตรงข้าม จ.ชุมพร ทางภาคใต้ของไทย เป็นพื้นที่ทับซ้อนกับเคเอ็นยู สะท้อนว่ากองกำลังของ พล.อ.ซอ เนอดา โบ เมียะ ไม่ได้ควบคุมพื้นที่ดังกล่าวได้อย่างเบ็ดเสร็จก่อนที่จะสถาปนาตั้งรัฐกอทูเล

รัฐที่ไม่ได้รับการยอมรับ

นอกจากปัจจัยเรื่องพื้นที่ อีกปัจจัยที่ทำให้ผู้เชี่ยวชาญด้านเมียนมารายนี้มองว่า "รัฐกอทูเล" ไม่มีผลในทางกฎหมายเป็นเพราะขาดการยอมรับจากรัฐข้างเคียง

"ถ้ามองในมุมมองกฎหมายระหว่างประเทศ มันก็ไม่ได้มีความชอบธรรมอะไรในเบื้องต้น เพราะว่ามันเป็นคำประกาศที่มันไม่ได้รับการรับรองจากฝั่งของทั้งรัฐบาลเมียนมา หรือแม้แต่เพื่อนบ้านของกองกำลังของเขาอย่างประเทศไทยก็ไม่มีใครรู้เหมือนกัน" เธอกล่าว

"การประกาศอะไรอย่างนี้ ถ้าจะให้มีผลในทางปฏิบัติในทางกฎหมาย มันต้องได้รับการรับรอง แต่ว่าเหมือนกับเขาก็ประกาศของเขาไปอย่างนั้น" ผศ.ดร.ลลิตา กล่าว

ด้าน ดร.ภัทรพงษ์ แสงไกร อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเกี่ยวกับกรณีนี้ ระบุว่าสิ่งสำคัญที่จะทำให้ "รัฐบาลกอทูเล" ไม่ใช่เพียงการกระทำเชิงสัญลักษณ์คือการที่ต้องมีรัฐอื่นมารับรองและดำเนินความสัมพันธ์ในฐานะที่เป็นรัฐ

เขาอ้างอิงกฎหมายระหว่างประเทศว่าด้วย "สิทธิในการกำหนดเจตจำนงด้วยตนเอง" ซึ่งเป็นสิ่งที่ "รัฐบาลกอทูเลใช้อ้างถึงในการก่อตั้งรัฐนั้น "รับรองว่า 'ประชาชน' มีสิทธิในการกำหนดสถานะทางการเมืองได้อย่างเสรี ซึ่งรวมถึงการตั้งรัฐใหม่ การไปรวมกับรัฐอื่นที่มีอยู่ก่อนแล้ว หรือการกำหนดรูปแบบอื่น ๆ ทางการเมือง

อย่างไรก็ตาม กฎหมายระหว่างประเทศก็กำหนดไว้ด้วยว่าในการใช้สิทธิข้อนี้ "จะต้องไม่ละเมิดบูรณภาพแห่งดินแดนหรือเอกภาพทางการเมืองของรัฐอธิปไตยที่เคารพหลักความเท่าเทียม ไม่เลือกปฏิบัติ โดยมีรัฐบาลที่เป็นผู้แทนของประชาชนทั้งหมดในดินแดนนั้น"

.

ที่มาของภาพ, Kawthoolei Army

คำบรรยายภาพ, ผศ.ดร.ลลิตา ประเมินว่ากองกำลังกะเหรี่ยงกอทูเล มีจำนวนไม่ถึง 200 คน

ทั้งกองกำลังกะเหรี่ยงกอทูเลและเคเอ็นยูยังไม่ตอบคำถามเกี่ยวกับการก่อตั้ง "รัฐบาลกอทูเล" กับบีบีซีแผนกภาษาเมียนมา

อย่างไรก็ดี บีบีซีแผนกภาษาเมียนมารายงานอ้างอิงแหล่งข่าวในเคเอ็นยู ระบุว่า "ตั้งแต่ที่พวกเขาถูกไล่ออกจากเคเอ็นยู ก็ไม่สามารถพูดอะไรในนามทางการได้ KTLA [กองกำลังกะเหรี่ยงกอทูเล] ไม่ได้มีกลไกบริหารที่แท้จริง พวกเขาแค่ปะทะกับกองทัพทหารเมียนมาเป็นครั้งคราว แต่ก็แค่นั้น"

ขณะที่หนึ่งในคณะกรรมการเคเอ็นยูในเมืองเมียวดีกล่าวว่า "กลุ่มของพวกเขาเป็นแค่หมู่บ้านเดียวเท่านั้น สมาชิกส่วนใหญ่อยู่ต่างประเทศ ผมไม่คิดว่าสาธารณชนจะยอมรับพวกเขา หรือแม้แต่ชาวกะเหรี่ยงเองก็ตาม พวกเขาไม่ได้ดำเนินกิจกรรมที่สำคัญใด ๆ ในประเทศ และไม่ได้มีส่วนร่วมในการสู้รบขณะนี้"

กองกำลังกะเหรี่ยงกอทูเล (KTLA) สถาปนารัฐใหม่ด้วยวัตถุประสงค์อะไร ?

ผศ.ดร.ลลิตา มองว่าจุดประสงค์หลักคือเพื่อประชาสัมพันธ์ให้โลกได้รู้จัก พล.อ.ซอ เนอดา โบ เมียะ และกองกำลังกะเหรี่ยงกอทูเล เพื่อระดมทุนมาใช้ในกองกำลัง

"การพีอาร์ ขนาดคนไทยอย่างเรา เรายังรู้สึกอินเลย" เธอกล่าว "เมื่อมีคนตื่นเต้น เมื่อมีคนอิน มันบิลด์ (สร้าง) ได้ เม็ดเงินมันก็จะหลั่งไหลเข้าไป เพราะว่าการทำกองกำลัง การทำกองทัพ การยึดพื้นที่มันใช้เงินเยอะ แล้วทหารเหล่านี้ก็จะต้องมีเงินเดือน ก็จะต้องมีเงินค่ายุทธภัณฑ์ มีอะไรหลาย ๆ อย่าง ถ้าไม่มีเงินมันไปต่อยาก"

ผู้เชี่ยวชาญด้านเมียนมารายนี้มองว่าแม้การประกาศสถาปนารัฐใหม่จะไม่มีผลทางกฎหมาย แต่แผน "พีอาร์" ของ พล.อ.ซอ เนอดา โบ เมียะ ถือว่าเป็นความเคลื่อนไหวที่ "ฉลาดมาก" เพราะนอกจากจะสามารถใช้ระดมทุนต่อได้แล้ว ยังทำให้ภาพลักษณ์ของกะเหรี่ยงกอทูเล (KTLA) คือการ "ต่อสู้เพื่อคนกะเหรี่ยง" ซึ่งมีจุดมุ่งหมายชัดเจนว่าต้องการจะให้จบลงด้วยการก่อตั้ง "สาธารณรัฐ" โดยที่ไม่ต้องเสียงบประมาณใด ๆ เลย

"เคเอ็นยูอยู่มากี่ปี อยู่คู่กับสังคมไทยมากี่ปี แต่เราแทบจะไม่เคยได้ยินเลยว่าเคเอ็นยูมีเป้าหมายอะไร เคเอ็นยูอยากจะเห็นอนาคตของตัวเองยังไง ไม่เคยมีคำประกาศนี้เลย" ผศ.ดร.ลลิตาระบุ "พอเนดาทำ ทุกคนเริ่มตื่นเต้นแล้วว่า เฮ้ย ทำไมถึงทำได้ ถึงแม้ว่าจะทำไม่ได้ก็ตามนะ เพราะว่าผู้นำเคเอ็นยูเขาก็มองว่าเนอดาเพ้อฝัน"

"มองว่าเขาพูดออกไปเขาไม่เสียหาย มันฟรี... แต่สิ่งที่เขาจะได้กลับมา นอกจากซัพพอร์ต นอกจากเงินที่จะได้เข้ามาแล้ว มันยังทำให้ภาพลักษณ์ของกองกำลังกอทูเลของเนดา มันมีภาพลักษณ์ของการสู้เพื่อคนกะเหรี่ยง... ในขณะที่กะเหรี่ยงเคเอ็นยูเอง คือสู้รบกันมาเป็นกี่สิบปีแล้วมันไม่เห็น end stage (ระยะสุดท้าย) ไม่เห็น end game (การจบเกมเผด็จศึก)"

กะเหรี่ยงเคเอ็นยู (KNU) มีปฏิกิริยาอย่างไร ?

สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง หรือเคเอ็นยู (Karen National Union - KNU) ออกแถลงการณ์เมื่อเวลา 18.45 น. วันนี้ (8 ม.ค.) ระบุว่าเคเอ็นยูไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับรัฐบาลกอทูเล (ในแถลงการณ์ใช้คำว่า "รัฐบาลก่อซูเหล่") รวมถึงการการประกาศเอกราชของสาธารณรัฐกอทูเล

แถลงการณ์ของเคเอ็นยูระบุด้วยว่าการดำเนินการของกองกำลังกะเหรี่ยงกอทูเล (KTLA) "ไม่มีเป้าหมาย" "ขาดอุดมการณ์ในการปฏิวัติกะเหรี่ยง" และ "ไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงในพื้นที่" นอกจากนี้ยัง "ไม่เป็นไปตามคุณค่าและหลักการของการสร้างชาติที่พวกเรามุ่งหวัง" พร้อมประณามด้วยว่า การกระทำนี้คือการนำชื่อ "กอทูเล" มาใช้ในทางที่ผิดและเป็นการบ่อนทำลายความน่าเชื่อถือของการปฏิวัติกะเหรี่ยงและประชาชนชาวกะเหรี่ยง

เคเอ็นยูยังระบุถึงเป้าหมายของตัวเองในแถลงการณ์ด้วยว่าภายใต้บริบทของพัฒนาการทางการเมืองที่กำลังก่อตัวขึ้นภายหลังการรัฐประหารในปี 2021 พวกเขาได้ปรับทิศทางและยกระดับบทบาทโดยมุ่งมั่นดำเนินการเพื่อสร้าง "รัฐก่อซูเหล่" (กอทูเล) ที่สอดคล้องกับมาตรฐานประชาธิปไตย โดยเคเอ็นยู ยังคงมุ่งมั่นทำงานร่วมกับกลุ่มอื่น ๆ เพื่อสถาปนา "สหพันธรัฐ" ที่ตั้งอยู่บนหลัก "สหพันธรัฐจากล่างขึ้นบน" (bottom-up federalism)

.

ที่มาของภาพ, Karen National Union

คำบรรยายภาพ, แถลงการณ์ของสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU)

"สาธารณรัฐกอทูเล" จะเกิดขึ้นได้จริงไหม ?

ผศ.ดร.ลลิตา มองว่า "เป็นไปไม่ได้เลย"

เธอให้เหตุผล 3 ข้อคือ โดยสาเหตุแรกคือกลุ่มกองกำลังกะเหรี่ยงกอทูเลยังขาดขอบเขตพื้นที่ควบคุมที่ชัดเจน

"การสถาปนาสาธารณรัฐอะไรก็แล้วแต่ คุณต้องมีพื้นที่ คุณต้องมีคน หรืออย่างน้อยที่สุดคุณต้องมีขอบเขตขัณฑสีมาของพื้นที่ของคุณที่คุณจินตนาการ หรือคุณฝันว่านี่คือขอบเขตพื้นที่ของคุณ" ผศ.ดร.ลลิตา ระบุ พร้อมกล่าวว่า "เนอดาไม่มีพื้นที่ของตัวเอง ไม่รู้ว่าเขตของกองกำลังของตัวเองมีขอบเขตแค่ไหน ถ้าขยายไปมากกว่านี้ก็จะไป clash (ชน) กับเคเอ็นยู ขยายไปมากกว่านี้ก็จะไปแครช clash (ชน) กับดีเคบีเอ ขยายไปมากกว่านี้เดี๋ยวก็จะไป clash (ชน) กับคนนู้นคนนี้"

เหตุผลถัดมา นักวิชาการด้านเมียนมาชี้ว่ามาจากปัจจัยเรื่องการยอมรับจากรัฐข้างเคียง

"ถ้าสมมติว่าคุณมีพื้นที่ คุณมีขอบขัณฑสีมาที่ชัดเจน คุณมีประชาชนที่อาศัยอยู่ในนั้น... แต่รัฐข้าง ๆ คุณก็คือประเทศไทย ไม่ให้การสนับสนุน ไม่ได้ Endorse (รับรอง) ไม่ได้ Recognize (ยอมรับ) คุณในฐานะที่เป็นรัฐที่ถูกต้องตามกฎหมาย คุณจะมีความสัมพันธ์กับรัฐไทย ประเทศเพื่อนบ้านคุณยังไง"

ผศ.ดร.ลลิตา ชี้ถึงเหตุผลสุดท้ายด้วยว่า คือ การขาดความมั่นคงทางยุทธการที่จะป้องกันไม่ให้ถูกยึดพื้นที่

"สมมติคุณมีพื้นที่ คุณมีประชาชน คุณมีโรงพยาบาล คุณมี administrative unit (หน่วยบริหาร) ทุกสิ่งทุกอย่างของคุณเพียบพร้อม คุณจะ make sure (ทำให้มั่นใจ) ได้อย่างไรว่าพื้นที่ที่คุณมีอยู่นี่ พม่าจะไม่ส่งเครื่องบินมาทิ้งระเบิดคุณจะ make sure (ทำให้มั่นใจ) ได้อย่างไรว่าวันหนึ่งเคเอ็นยูซึ่งเขาเหม็นขี้หน้าคุณจะตาย เขาจะไม่ส่งกองกำลังมายึดพื้นที่คืนจากคุณ"

ผศ.ดร.ลลิตา กล่าวสรุปว่าการสถาปนารัฐขึ้นมารัฐหนึ่ง "มันเป็นกระบวนการที่สลับซับซ้อน แม้แต่เคเอ็นยูเองจะทำก็แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย เคเอ็นยูมีกำลังคนหมื่นกว่าคน เนอดา [ผู้นำกองกำลังกะเหรี่ยงกอทูเล] มีไม่ถึง 200 จะเอาที่ไหนไปประกาศเอกราชสำเร็จ"