รัฐประหารเมียนมา : เสียงตำหนิและคำชี้แจงหลังประยุทธ์พบ รมว.เมียนมา ที่ดอนเมือง

ที่มาของภาพ, Reuters
นายกฯ ชี้แจง การพบกับ รมว. ต่างประเทศของเมียนมา ที่สนามบินดอนเมือง เป็น "การรับฟังปัญหา" ของเพื่อนบ้าน ไม่ใช่การรับรองสถานะรัฐบาลจากการรัฐประหารตามที่มีเสียงวิจารณ์ ขณะสื่อทางการเมียนมาอ้างว่า ได้รับเชิญจากผู้นำไทยให้เข้าพบ
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในวันนี้ (25 ก.พ.) ถึงการหารือกับ นายวันนะ หม่อง ลวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของเมียนมา ที่ท่าอากาศยานทหาร กองบิน6 เมื่อ 24 ก.พ. ว่า เป็นเรื่องที่ทางเมียนมาร์ขอเยี่ยมคารวะมา หลังจากที่เขาพบกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นเรื่องความสัมพันธ์ทางการต่างประเทศ เมื่อเขาขอมาก็ต้องพบเขา แต่ไม่ได้หมายถึงว่าไปรับรองอะไรทั้งสิ้น
"ที่ผมคุยกับเขาก็เพื่อจะทราบพัฒนาการทางด้านการเมืองและสถานการณ์ในประเทศเมียนมาร์ พร้อมแสดงความห่วงใยในนามของประเทศที่มีชายแดนติดกัน ประชาชนไปมาหาสู่กัน...เรื่องการเมืองก็เป็นเรื่องของประเทศเขา ก็เป็นกำลังใจให้เดินหน้าประเทศไปสู่ประชาธิปไตยให้ได้โดยเร็วที่สุด" พล.อ.ประยุทธ์ ตอบคำถามผู้สื่อข่าวที่กระทรวงกลาโหม
พล.อ.ประยุทธ์ ที่เคยนำกำลังทหารเข้ายึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือนเมื่อปี 2557 ย้ำว่า การพบกับรัฐมนตรีที่คณะรัฐประหารแต่งตั้งมา ไม่ใช่การรับรองการยึดอำนาจของบรรดานายพลในกองทัพเมียนมา
"ไม่ได้หมายความว่า ผมซึ่งเป็นนายกฯ จะไปตอบรับ หรือไม่ตอบรับอะไร เพราะเขาไม่ได้ให้ผมตอบรับอะไรเลย เมื่อผมฟัง เขาก็เล่าให้ฟัง เท่านั้นเอง ก็ฟังในนามประเทศไทย และ ในนามอาเซียนด้วย เพราะจะมีการหารือร่วมกันของอาเซียนหลายประเทศด้วยกัน ซึ่งมติออกมาแล้วในส่วนของบรูไนก็ออกแทนไปแล้ว"
บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก X เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ X และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ X ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"
สิ้นสุด X โพสต์, 1
สำนักข่าวทางการของรัฐบาลเมียนมา MNA รายงานเมื่อ 25 ก.พ. ว่า นายวันนะ หม่อง ลวิน เดินทางด้วยเที่ยวบินพิเศษจากกรุงเนปิดอว์ตั้งแต่ 07.00 น. เพื่อมาพบพล.อ.ประยุทธ์ในกรุงเทพฯ "ตามคำเชิญของนายกรัฐมนตรี" และเดินทางกลับถึงนครหลวงของประเทศในเวลา 17.00 น. ของวันเดียวกัน
เสียงวิจารณ์
การพบกันที่สนามบินดอนเมือง ถูกวิจารณ์จาก นายรัศม์ ชาลีจันทร์ อดีตเอกอัคราชทูตไทยประจำโมซัมบิกและคาซัคสถาน ผ่านทางเเพจเฟซบุ๊ก "ทูตนอกแถว" ว่า เป็นความผิดใน 3 เรื่อง คือ
- ผิดมารยาททางการทูตและทำให้ประเทศชาติเสียศักดิศรี
- ผิดในแง่การต่างประเทศที่ทั่วโลกเขาต่างรุมประณามเมียนมา ซึ่งทำให้มองได้ว่าเป็นการให้การรับรองเผด็จการทหารพม่าอย่างหนึ่ง
- ผิดกฎหมายที่ตัวเองกำหนดเอง เพราะไม่มีการกักตัวคนเดินทางเข้าประเทศก่อนด้วย การพบปะกันก็เพียงใส่หน้ากากอนามัยแค่นั้นเอง
"จะอ้างว่ามีความห่วงกังวลมากต่อสถานการณ์ในพม่าจึงต้องไปเอง แล้วฟังรายงานจากลูกน้อง หน่วยต่าง ๆ มากมายเอาไม่ได้หรือ? ที่ไปแล้วตัวเองมีข้อเสนออะไรที่สร้างสรรค์จะไปคุยกับเขาหรือก็เปล่าอีก แล้วก็มาอ้างว่าการไปนี่คือ 'การให้เข้าเยี่ยมคารวะ' ทั้งๆที่ตัวเองตำแหน่งสูงกว่าแต่กลับเป็นฝ่ายแจ้นไปพบเขาเอง ก็ไม่ทราบใครคิดคำอธิบายแก้ต่างนี้ มันไม่ฉลาดและเชยมากนะครับ"

ที่มาของภาพ, Facebook: ทูตนอกแถว The Alternative Ambassador
ด้านนายวัฒนา เมืองสุข อดีตรัฐมนตรีหลายกระทรวงในรัฐบาลของนายทักษิณ ชินวัตร วิจารณ์การพบกันของผู้นำไทยกับผู้แทนจากรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหารของเมียนมาผ่านทางบัญชีทวิตเตอร์ในวันที่ 25 ก.พ.
"นโยบายการไม่แทรกแซงกิจการภายในของอาเซียน คือการไม่ยุ่งกับเรื่องของเพื่อนบ้าน แต่ไม่ได้แปลว่าไทยต้องเปิดบ้านยอมรับรัฐบาลที่ประชาคมโลก และสหรัฐที่เป็นมหาอำนาจและมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยกำลังต่อต้าน นี่คือหนึ่งในหลาย ๆ ความเสียหายที่ประยุทธ์ทำไว้กับประเทศด้วยความเขลาของตัว"
บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก X เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ X และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ X ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"
สิ้นสุด X โพสต์, 2
"วิน-วิน"
พล.อ. ประยุทธ์ กล่าวถึงท่าทีของประเทศไทยต่อปัญหาการเมืองในเมียนมาว่า "ต่างคนต่างแก้ปัญหาไป ซึ่งมีอาเซียนเป็นตัวกลางอยู่แล้ว แค่รับฟังเขา เราเป็นตัวแทนใครไม่ได้ แต่ในฐานะที่อยู่ใกล้ชิดกับเขา จะทำอย่างไรให้งานของเรากับเขา สองประเทศวิน-วิน ทั้งเศรษฐกิจ ประชาชน ส่วนเรื่องการเมืองของเมียนมาก็เป็นเรื่องของเขา อย่าเอามาพันกัน"
คำชี้แจงของวันที่ 25 ก.พ. ยาวกว่าเมื่อวันที่ 24 ที่ พล.อ.ประยุทธ์ พยายามหลีกเลี่ยงการตอบคำถามผู้สื่อข่าวหลังการพบกับ รมว. ต่างประเทศของเมียนมา
"บางเรื่องก็เป็นเรื่องที่ไม่เป็นทางการ เข้าใจไหม ถามทุกเรื่อง เป็นเรื่องของกระทรวงการต่างประเทศดำเนินการอยู่แล้ว เราเป็นมิตรประเทศก็ต้องรับฟังซึ่งกันและกัน... เราก็เป็นกำลังใจ เป็นประเทศหนึ่งในอาเซียนที่ต้องทำให้เกิดความร่วมมือ แล้วก็ส่งกำลังใจให้ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย แค่นั้นก็พอแล้ว ข่าว"
"อินโดนีเซีย เลือกที่จะไม่นั่งเงียบ"
ขณะที่ไทยและหลายชาติในอาเซียนไม่ส่งเสียงดังในการแก้ไขวิกฤตการเมืองในเมียนมา แต่อินโดนีเซียกำลังเล่นบทผู้นำอาเซียนเจรจาทั้งกับฝ่ายทหารและฝ่ายประชาธิปไตยหาทางออกวิกฤตการณ์ในเมียนมา
สำนักข่าวเกียวโด รายงานว่า ก่อนการเยือนไทยและพบกับผู้แทนเมียนมาในกรุงเทพฯ เมื่อ 24 ก.พ. นางเร็ตโน มาร์ซูดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอินโดนีเซีย ได้พบกับรัฐมนตรีต่างประเทศของหลายชาติในอาเซียน ได้แก่ บรูไน กัมพูชา ลาว มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และเวียดนาม รวมทั้งจากชาติอื่นนอกอาเซียน ได้แก่ ออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร จีน อินเดีย ญี่ปุ่น และสหรัฐฯ และในวันที่ 25 ก.พ. นี้จะหารือกับ นายโดมินิก ราบ รมว. ต่างประเทศของสหราชอาณาจักร และ นายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ
"การดำเนินวิถีการทูตที่ต้องติดต่อกันไปมากับหลายฝ่ายแบบนี้ ไม่ใช่เรื่องง่ายในภาวะการระบาดใหญ่ แต่อินโดนีเซียต้องทำ เพราะ มีหลักการบางเรื่องที่ต้องยึดถือ...อินโดนีเซีย เลือกที่จะไม่นั่งเงียบ... การไม่ทำอะไรเลย ไม่ใช่ทางเลือกของเรา" เกียวโด อ้างคำกล่าวของเธอ

ที่มาของภาพ, EPA
ความพยายามของรัฐบาลจาการ์ตา ถูกตั้งข้อสงสัยจากฝั่งนักกิจกรรมที่เรียกร้องประชาธิปไตยในเมียนมาว่า การข้องเกี่ยวกับคณะรัฐประหารจะเป็นการสร้างความชอบธรรมให้เกิดขึ้น แล้วนำไปสู่การยกเลิกผลการเลือกตั้งเมื่อ พ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งพรรคของนาง ออง ซาน ซู จี ชนะท่วมท้น
"เราเรียกร้องให้ทุกฝ่ายมีความยับยั้งชั่งใจ ไม่ใช้ความรุนแรง... เพื่อหลีกเลี่ยงความสูญเสียและการนองเลือด" นางเร็ตโน กล่าวกับผู้สื่อข่าวในกรุงเทพฯ หลังหารือกับ นายดอน และย้ำว่าสวัสดิภาพของประชาชนเมียนมาเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในขณะนี้

ที่มาของภาพ, Getty Images

ที่มาของภาพ, EPA

ที่มาของภาพ, Reuters
สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานว่า นางมาร์ซูดี ได้ล้มเลิกแผนการเยือนเมียนมาในวันที่ 25 ก.พ. โดยระบุว่า "หลังจากประเมินความคืบหน้าของสถานการณ์ในเมียนมา และข้อมูลที่ได้จากบรรดาชาติสมาชิกอาเซียน จึงมีความเห็นว่าขณะนี้ยังไม่ใช่เวลาเหมาะสมที่จะเดินทางเยือนเมียนมา"
อย่างไรก็ตาม กระทรวงการต่างประเทศอินโดนีเซียระบุ อินโดนีเซียได้พูดคุยกับฝ่ายที่เกี่ยวข้องในวิกฤตทางการเมืองของเมียนมา และไม่ได้ตัดความเป็นไปได้ถึงการเดินทางเยือนในอนาคต เนื่องจากนางมาร์ซูดียังคงมีแผนการจะเข้าร่วมการประชุมพิเศษของรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียในเมียนมา แต่ขณะนี้ยังไม่มีการประกาศว่าจะมีขึ้นเมื่อใด

ที่มาของภาพ, EPA
ไทยขยับ หลังสหรัฐฯสะกิด
ความเคลื่อนไหวของไทยมีขึ้นหลังความพยายามทางการทูตของสหรัฐฯ ที่เรียกร้องให้ไทยแสดงบทบาทมากกว่าการประกาศว่าเห็นคล้อยตาม "จุดยืนอาเซียน"
เมื่อค่ำวันที่ 23 ก.พ. พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหมแถลงว่า พล.อ. ลอยด์ ออสติน รมว.กลาโหม สหรัฐฯ ได้หารือร่วมกับ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะ รมว.กลาโหม ในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง ผ่านระบบโทรศัพท์ทางไกล ที่ทำเนียบรัฐบาล
โดยทั้งสองฝ่ายได้ชื่นชมความสัมพันธ์ทางทหารระหว่างกันที่มีมายาวนาน ในฐานะไทยเป็นพันธมิตรที่เก่าแก่ที่สุดของสหรัฐฯ ในภูมิภาค พร้อมทั้งได้หารือสานต่อความร่วมมือทางทหารและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นความมั่นคงของภูมิภาคร่วมกัน โดย พล.อ.ออสตินขอให้ไทยใช้ความสัมพันธ์อันดีระหว่างกัน ช่วยแก้ปัญหาสถานการณ์ในภูมิภาค โดยสหรัฐฯ ยึดมั่นในหลักกฎหมายและหลักมนุษยธรรม และพร้อมให้การสนับสนุนไทย

ที่มาของภาพ, Reuters












