ประท้วงฮ่องกง : กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติและอนาคตที่มืดมนของนักดนตรีเพื่อประชาธิปไตย

Denise Ho performs during a free concert in Hong Kong in 2016 after cosmetics giant Lancome cancelled a concert featuring the local singer

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, เดนิส โฮ กลายมาเป็นสัญลักษณ์แห่งการยืนหยัดต่อสู้กับจีนในฮ่องกง

"รู้สึกเหมือนเราไม่ได้อยู่ในฮ่องกงที่เคยรู้จักอีกแล้ว" เดนิส โฮ กล่าว "รู้สึกเหมือนเราอยู่ในจีนมากกว่า"

ครั้งหนึ่ง โฮเคยเป็นนักดนตรีชื่อดังที่สุดคนหนึ่งของฮ่องกง ในช่วงปี 2000 เธอกำลังจะกลายเป็นนักดนตรีดังด้วยแนวเพลง "ป๊อปกวางตุ้ง" หรือ "Cantopop" ในจีนแผ่นดินใหญ่ด้วย ได้เล่นคอนเสิร์ตที่มีคนดูมากมายไปทั่วประเทศ

และแล้วทุกอย่างก็เปลี่ยนไปเมื่อเธอเข้าร่วมการประท้วงเพื่อประชาธิปไตยในฮ่องกง เมื่อปี 2014 เธอกลายมาเป็น "หน้าตา" ของการประท้วงและถูกรัฐบาลจีนจัดให้อยู่ในบัญชีดำ

แม้จะเป็นบุคคลที่ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งการยืนหยัดต่อสู้กับจีนในฮ่องกง มีเสรีภาพพอสมควรในการเล่นดนตรี เรียกร้องประชาธิปไตย แต่การกระทำเช่นนั้นกลายเป็นสิ่งอันตรายทวีคูณ เมื่อจีนเริ่มใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติในฮ่องกง

ฐานความผิดที่นิยามไว้อย่างกำกวมอย่างการบ่อนทำลาย การแบ่งแยกดินแดน หรือการสมรู้ร่วมคิดกับกองกำลังต่างชาติ มีโทษถึงขั้นจำคุกตลอดชีวิต

ผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์ทางการจีนถูกควบคุมตัว ไม่ว่าจะจากการโพสต์สนับสนุนให้ฮ่องกงแยกตัวเป็นเอกราชทางโซเชียลมีเดีย ครอบครองสติกเกอร์เรียกร้องให้แบ่งแยกดินแดน หรือแม้แต่การยืนถือกระดาษเปล่า

ในจำนวนนี้มีกรณีของนายจิมมี ไหล มหาเศรษฐีเจ้าของเสื้อผ้ายี่ห้อจิออร์แดโน (Giordano) และหนังสือพิมพ์แอปเปิล เดลี (Apple Daily) รวมอยู่ด้วย

"คนจะระมัดระวังมากขึ้น"

Tens of thousands of protesters marched in Hong Kong on January 1, 2020

ที่มาของภาพ, Getty Images

ขบวนการประท้วงในฮ่องกงเปลี่ยนแปลงไปทันที หลายคนลบโพสต์เฟซบุ๊กที่วิจารณ์รัฐบาล หนังสือที่เขียนโดยนักเขียนผู้เรียกร้องประชาธิปไตยหายไปจากห้องสมุดสาธารณะ และนักเคลื่อนไหวก็ไม่กล้าท่องสโลแกนเรียกร้องเอกราชให้ฮ่องกงอีกต่อไป

นักดนตรีที่กล้าแสดงความคิดเห็นก็ได้รับผลกระทบอย่างหนักเช่นกัน

"เป็นสถานการณ์ที่ยากลำบากมากสำหรับใครก็ตามที่อยู่ในฮ่องกงและเคยกล้าออกมาพูดสนับสนุนขบวบการเรียกร้องประชาธิปไตย" โฮ บอกกับบีบีซี

"แน่นอน คนจะเริ่มระมัดระวังมากขึ้นมาก ฉันก็ด้วย"

ผู้แต่งเพลง "Glory to Hong Kong" หรืออาจแปลเป็นไทยได้ว่า "ความรุ่งโรจน์แด่ฮ่องกง" ที่ใช้นามแฝงว่า "Thomas dgx yhl" บอกกับบีบีซีว่า เขาดีใจมากที่ได้ยินผู้ประท้วงหลายแสนคนเปล่งเสียงร้องเพลงที่เขาแต่งบนท้องถนนเมื่อปีที่แล้ว

แต่ตอนนี้ เขาบอกว่ากฎหมายความมั่นคงแห่งชาติอาจทำให้เขาต้องเดือดร้อน และเพลง "Glory to Hong Kong" ถูกห้ามไม่ให้นำไปเปิดหรือร้องในโรงเรียนต่าง ๆ เมื่อเดือนที่แล้ว

"แม้ว่าเพลงนี้จะเผยแพร่ออกไปก่อนที่จะมีกฎหมายใหม่ออกมา มีการเติมสโลแกนซึ่งเป็นที่นิยมเข้าไปในเนื้อเพลง ซึ่งเจ้าหน้าที่ทางการบอกว่าสโลแกนเหล่านั้นมีนัยความหมายใหม่ และอาจจะผิดกฎหมายความมั่นคงได้"

ลอ ฮิว-แบน เป็นผู้แต่งเพลง "Raise the Umbrella" หรือ "ชูร่มขึ้น" ซึ่งกลายเป็นเพลงประจำการประท้วงฮ่องกงเมื่อปี 2014 เขาบอกว่าเขาเดือดร้อนตั้งแต่ก่อนจะมีกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติแล้ว

Lo Hiu-pan

ที่มาของภาพ, Lo Hiu-pan

คำบรรยายภาพ, ลอ ฮิว-แบน

เขาบอกว่า ก่อนหน้านี้ได้แต่งเพลงสำหรับศิลปินเพลงป๊อปซึ่งจะนำไปใช้ในภาพยนตร์จีน แต่ผู้จัดการของศิลปินคนนั้นติดต่อมาบอกเขาว่ากังวลว่าเพลงของเขาอาจทำให้ตัวภาพยนตร์และตัวศิลปินคนนั้นถูกสั่งห้ามแสดงในจีน

ผู้จัดการคนนั้นแนะนำให้เขาใช้นามแฝงว่า "Penny" หรือ "Pencil" แทนชื่อจริง

"ผมปฏิเสธ และคิดว่านั่นเป็นการดูถูกกัน ในที่สุดพวกเขาก็ตัดสินใจใช้เพลงอื่นแทน"

ลอ ฮิว-แบน เชื่อว่า นักดนตรีในฮ่องกงที่แสดงความคิดเห็นทางการเมืองอาจจะถูกปิดกั้นมากขึ้นเพราะกฎหมายใหม่ฉบับนี้

"ผมคิดว่าจะมีคนมากขึ้นที่ไม่ยอมร่วมมือกับศิลปินเพลงที่ไม่ยอมอ่อนข้อ ก่อนหน้านี้คนก็ไม่อยากเสี่ยงอยู่แล้ว ในอนาคตยิ่งไม่ต้องพูดถึง"

ลอ ฮิว-แบน บอกว่า ศิลปินอิสระจะไม่กล้าเขียนเพลงการเมือง หรือเพลงที่มีเนื้อหาในเชิงสังคม บางคนอาจจะย้ายออกจากฮ่องกงไป หรือไม่ก็ปิดบังตัวตนที่แท้จริงไปเลย

เดนิส โฮ บอกว่า เมื่อปีที่แล้ว เธอไม่ได้รับอนุญาตให้เล่นดนตรีที่ฮ่องกงโคลีเซียม (Hong Kong Coliseum) สถานจัดงานอเนกประสงค์ซึ่งจุคนได้ถึง 1.25 หมื่นคน และบอกว่าในอนาคตจะยิ่งยากขึ้นเรื่อย ๆ ที่เธอจะสามารถขอเช่าสถานที่เพื่อเล่นดนตรี

"เราต้องคิดหาวิธีที่แตกต่างออกไปในการเล่นดนตรี ฉันคิดว่ามันเป็นไปได้ในโลกเสมือนจริง หรือไม่ก็หาพื้นที่สีเทาในกฎหมายฉบับนี้ ฉันยังไม่มีคำตอบตอนนี้แต่มั่นใจว่าต้องหาหนทางที่แตกต่างออกไปในการเชื่อมต่อกับคนดูได้"

Protests in Hong Kong (Oct 2014)

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ผู้ประท้วงชาวฮ่องกงหลายหมื่นคนเมื่อปี 2014

นางแครี่ แลม ผู้ว่าการเขตบริหารพิเศษฮ่องกง บอกว่ากฎหมายฉบับนี้มีจุดมุ่งหมายจัดการ "กลุ่มคนจำนวนน้อยมาก" ที่ทำผิดกฎหมาย

แต่ ศ.โจฮานส์ ชาน นักกฎหมายจากมหาวิทยาลัยฮ่องกง บอกว่า นิยามของคำว่าการบ่อนทำลาย "กว้างจนสามารถครอบคลุมอะไรก็ได้ที่คุกคามความมั่นคงแม้เพียงเล็กน้อย"

เขาบอกว่าในที่สุดแล้ว นักดนตรีและศิลปินก็จะเซ็นเซอร์ตัวเอง

อย่างไรก็ดี ศิลปินทุกคนที่คุยกับบีบีซีบอกว่าพวกเขาจะทำในสิ่งที่พวกเขารักต่อไป

Thomas dgx yhl บอกว่าคงยากที่จะไม่ให้เขาพูดเรื่องการเมืองผ่านเพลงอีกต่อไปแล้ว

"ผมคิดว่าศิลปินส่วนใหญ่ได้รับอิทธิพลจากสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวเขา ก็คือสังคมและการเมืองนั่นเอง...มันยากที่จะสร้างงานโดยไม่มีเนื้อหาทางการเมือง"

เดนิส โฮ บอกว่า นี่ไม่ใช่เวลาที่นักดนตรีจะหยุดแสดงออก

"คนที่เลือกจะอยู่ในฮ่องกง รวมถึงตัวฉันด้วย เรายืนหยัดมุ่งมั่น หลายปีที่ผ่านมา ชาวฮ่องกงเรียนรู้มาเรื่อย ๆ ว่าจะจัดการกับการต่อสู้ครั้งนี้อย่างไร"

"ฉันคิดว่าเราไม่ควรประเมินค่าพลังของประชาชนต่ำไป"