ประท้วงฮ่องกง : ครบรอบ 23 ปี อังกฤษส่งคืนเกาะฮ่องกงให้จีน ชาวฮ่องกงเริ่มถูกจับกุมด้วยกฎหมายความมั่นคงของจีน

A man lies on the ground as he is detained by riot police during a march against the national security law

ที่มาของภาพ, Reuters

ครบรอบ 23 ปี สหราชอาณาจักรส่งคืนเกาะฮ่องกงให้จีนเมื่อวานนี้ (1 ก.ค.) มีผู้ประท้วงอย่างน้อย 9 คนถูกจับกุมจากการฝ่าฝืนกฎหมายความมั่นคงฉบับใหม่ ขณะอีกหลายร้อยคนถูกจับข้อหาฝ่าฝืนห้ามชุมนุม

นี่เป็นครั้งแรกที่ใช้ "กฎหมายห้ามประท้วง" หรือ กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งกำหนดขึ้นโดยรัฐบาลจีนแผ่นดินใหญ่ หลังเริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. และวันครบรอบอังกฤษส่งคืนเกาะฮ่องกงให้จีนเมื่อวานนี้ (1 ก.ค.) เป็นวันที่คนฮ่องกงมักออกมาชุมนุมใหญ่เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย

นอกจากนี้ มีชาวฮ่องกงอย่างน้อย 370 คน ที่ถูกจับกุมเพราะฝ่าฝืนคำสั่งห้ามชุมนุมกันเกินกว่า 50 คนในช่วงการระบาดของโควิด-19 โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ 7 นายได้รับบาดเจ็บ คนหนึ่งถูกแทงด้วยดาบสั้น ส่วนอีกคนถูกคนขี่มอเตอร์ไซค์พุ่งเข้าชน

ผู้ฝ่าฝืนกฎหมายความมั่นคงฉบับใหม่นี้ อาจถูกลงโทษจำคุกตลอดชีวิตได้

คำบรรยายวิดีโอ, ตำรวจใช้ปืนฉีดน้ำความดันแรงสูง แก๊สน้ำตา และสเปรย์พริกไทย ในการพยายามควบคุมฝูงชน

ฮ่องกงถูกส่งมอบคืนจากการปกครองของอังกฤษเมื่อปี 1997 ภายใต้ข้อตกลงพิเศษที่ว่า รัฐบาลจีนจะปกครองฮ่องกงแบบ "หนึ่งประเทศสองระบบ" โดยชาวฮ่องกงจะมีเสรีภาพบางประการไปอย่างน้อย 50 ปี

จีนระบุว่า กฎหมายความมั่นคงฉบับนี้จะช่วยแก้ปัญหาความไม่สงบ และความไร้เสถียรภาพจากการเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยที่กำลังขยายวงกว้างในฮ่องกง

ส่วนฝ่ายคัดค้านระบุว่า กฎหมายฉบับนี้จะสร้างความเสียหายต่อความเป็นอิสระของกฎหมายพื้นฐานที่รับรองเสรีภาพของประชาชนในการชุมนุม ในการแสดงความคิดเห็น การมีระบบตุลาการที่เป็นอิสระ และมีสิทธิตามหลักประชาธิปไตยบางอย่างที่ไม่มีในจีนแผ่นดินใหญ่

จับกุมหลายร้อย

ทางการฮ่องกงห้ามคนชุมนุมมากกว่า 50 คนโดยบอกว่าเพื่อระงับการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ แต่ก็มีคนหลายพันคนฝ่าฝืนกฎออกมาชุมนุมเพื่อรำลึกวันครบรอบสหราชอาณาจักรส่งคืนเกาะฮ่องกงให้จีน

ตำรวจใช้ปืนฉีดน้ำความดันแรงสูง แก๊สน้ำตา และสเปรย์พริกไทย ในการพยายามควบคุมฝูงชน

หนึ่งใน 9 คนที่ถูกจับฐานฝ่าฝืนกฎหมายความมั่นคงฉบับใหม่ถือธงเรียกร้องเอกราชให้ฮ่องกง

ข้าม X โพสต์ , 1
ยินยอมรับเนื้อหาจาก X

บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก X เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ X และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ X ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"

คำเตือน:เนื้อหาภายนอกอาจมีโฆษณา

สิ้นสุด X โพสต์, 1

Presentational white space

ชาวฮ่องกงจำนวนมากเริ่มลบข้อความวิพากษ์วิจารณ์ฮ่องกงที่พวกเขาเคยโพสต์ไว้ในโซเชียลมีเดียด้วยความกังวลว่าข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำไปใช้ในการดำเนินคดีกับพวกเขาในภายหลัง และหลายคนก็เริ่มใช้แอปพลิเคชันส่งข้อความที่มีความปลอดภัยสูงอย่างเช่น Signal แล้ว

ก่อนหน้านี้ "เดโมซิสโต" (Demosisto) กลุ่มเรียกร้องประชาธิปไตยที่สำคัญในฮ่องกง ได้ประกาศยุติการเคลื่อนไหวทั้งหมด หลังจากนายโจชัว หว่อง แกนนำคนสำคัญได้ประกาศลาออกจากกลุ่ม

กลุ่มเดโมซิสโตระบุว่า สมาชิกหลายคนได้ขอให้ถอดชื่อพวกเขาออกจากกลุ่ม ทางกลุ่มจึงตัดสินใจ "สลายตัวและยุติการรวมตัวกันทั้งหมด" พร้อมชี้ว่าการต่อสู้กับ "การกดขี่ของระบอบเผด็จการ" จะดำเนินต่อไปในลักษณะที่มีความยืดหยุ่นขึ้น"

นายโจชัว หว่อง ระบุว่า กฎหมายความมั่นคงนี้คือ "จุดสิ้นสุดของฮ่องกงที่โลกเคยรู้จักเมื่อก่อนหน้านี้"

ข้าม X โพสต์ , 2
ยินยอมรับเนื้อหาจาก X

บทความนี้ประกอบด้วยเนื้อหาจาก X เราขอความยินยอมจากคุณก่อนใช้คุกกี้ หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ บันทึกอะไรลงไป คุณอาจต้องอ่านนโยบายคุกกี้ของ X และนโยบายความเป็นส่วนตัวของ X ก่อนให้ความยินยอม หากต้องการอ่านเนื้อหานี้ โปรดเลือก "ยินยอมและไปต่อ"

คำเตือน:เนื้อหาภายนอกอาจมีโฆษณา

สิ้นสุด X โพสต์, 2

ให้สัญชาติ

สหราชอาณาจักร สหภาพยุโรป (อียู) และองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) แสดงความกังวลและความไม่พอใจกับท่าทีที่แข็งกร้าวของจีนนี้

นายดอมินิก ราบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหราชอาณาจักร กล่าวถึงการเริ่มจับกุมผู้ประท้วงด้วยกฎหมายฉบับใหม่ว่า "นี่เป็นวันที่น่าเศร้าใจสำหรับชาวฮ่องกง"

Small protests took place on Wednesday morning

ที่มาของภาพ, EPA

คำบรรยายภาพ, วันครบรอบอังกฤษส่งคืนเกาะฮ่องกงให้จีนเมื่อวานนี้ (1 ก.ค.) เป็นวันที่คนฮ่องกงมักออกมาชุมนุมใหญ่เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย

ด้านนายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร บอกว่า เตรียมเสนอให้ชาวฮ่องกงมากถึง 3 ล้านคนขอย้ายถิ่นฐานมาที่สหราชอาณาจักรได้ และต่อไปก็จะสามารถยื่นเรื่องขอสัญชาติได้

ก่อนหน้านี้ ชาวฮ่องกงที่ถือหนังสือเดินทางแบบสัญชาติบริติชโพ้นทะเล (British National Overseas Passport) สามารถเดินทางมาอยู่สหราชอาณาจักรได้นาน 6 เดือน แต่รัฐบาลเตรียมอนุญาตให้คนเหล่านี้และผู้ติดตามสามารถมาเรียนหรือทำงานได้ 5 ปี และหลังจากนั้นก็ทำเรื่องขอพำนักถาวรและขอสัญชาติต่อไปได้

ด้านนายจอห์นสันบอกว่า กฎหมายความมั่นคงฉบับนี้เป็นการผิดสัญญาระหว่างจีนและสหราชอาณาจักรเมื่อปี 1985 "อย่างชัดเจนและร้ายแรง" โดยสัญญาดังกล่าวระบุว่าจะปกป้องเสรีภาพบางประการของชาวฮ่องกงไปอีกอย่างน้อย 50 ปี

ด้านจีนไม่สนใจคำวิพากษ์วิจารณ์จากนานาชาติโดยบอกว่าจะไม่ยอมให้ชาติอื่นมาแทรกแซงเรื่องภายในประเทศ

นางแครี แลม ผู้ว่าการเขตบริหารพิเศษฮ่องกง กล่าวปกป้องกฎหมายฉบับนี้ว่าเป็นการช่วย "อุดช่องโหว่" เรื่องความมั่นคงของชาติ

ก่อนหน้านี้ ลอร์ด แพตเทน ผู้ว่าการแห่งสหราชอาณาจักรคนสุดท้ายที่บริหารฮ่องกง กล่าวว่า กฎหมายฉบับนี้คือจุดสิ้นสุดของการปกครองฮ่องกงแบบ "หนึ่งประเทศสองระบบ"

ขณะที่นายเยนส์ สโตลเตนแบร์ก เลขาธิการองค์การนาโตระบุว่า "ชัดเจนว่าจีนไม่ได้ยึดหลักการเดียวกับพวกเราในเรื่องประชาธิปไตย เสรีภาพ และหลักนิติธรรม"

ขณะที่ญี่ปุ่นเรียกกฎหมายฉบับนี้ว่า "เรื่องน่าสลดใจ" ส่วนไต้หวันได้เตือนพลเมืองของตนถึงความเสี่ยงในการเดินทางไปฮ่องกง

กฎหมายฉบับใหม่ว่าอย่างไรบ้าง

Police officers detain protesters during a rally against a new national security law on the 23rd anniversary of the establishment of the Hong Kong Special Administrative Region in Hong Kong, China, 01 July 2020

ที่มาของภาพ, EPA

การแบ่งแยกดินแดน ปลุกปั่น ก่อการร้าย และสมรู้ร่วมคิดกับกองกำลังต่างชาติหรือกองกำลังจากภายนอก ถือเป็นความผิดอาญามีโทษจำคุกอย่างน้อย 3 ปี ไปจนถึงจำคุกตลอดชีวิต นอกจากนี้กฎหมายระบุอีกว่า

  • การทำลายระบบขนส่งสาธารณะ - ซึ่งเกิดขึ้นบ่อยครั้งระหว่างการชุมนุมเมื่อปีที่แล้ว - สามารถถือเป็นการก่อการร้ายได้
  • ทางการจีนจะจัดตั้งหน่วยรักษาความมั่นคงในฮ่องกง โดยมีกองกำลังของตัวเองซึ่งไม่อยู่ภายใต้ขอบเขตอำนาจของศาลและกฎหมายฮ่องกง
  • การยุยงปลุกปั่นให้เกิดความเกลียดชังต่อรัฐบาลจีนและรัฐบาลฮ่องกงถือเป็นความผิดอาญาตามมาตรา 29
  • ตามมาตรา 38 คนที่ไม่ใช่ชาวฮ่องกงสามารถทำผิดกฎหมายนี้ได้ขณะอยู่ต่างประเทศ นั่นหมายความว่าชาวต่างชาติอาจถูกจับกุมเมื่อเดินทางเข้ามาในฮ่องกง
  • การพิจารณาความบางคดีจะดำเนินการโดยปิดลับ
Hong Kong"s Chief Executive Carrie Lam takes part in a press conference at the government headquarters in Hong Kong on July 1, 2020

ที่มาของภาพ, AFP

คำบรรยายภาพ, นางแครี แลม ผู้ว่าการเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ได้กล่าวปกป้องกฎหมายฉบับนี้ว่าเป็นการช่วย "อุดช่องโหว่" เรื่องความมั่นคงของชาติ

เหตุใดคนฮ่องกงจึงหวาดกลัวกฎหมายนี้

รัฐบาลจีนระบุว่า ฮ่องกงควรเคารพและปกป้องสิทธิและเสรีภาพไปพร้อมกับการคุ้มครองความมั่นคงของชาติ แต่หลายคนเกรงว่ากฎหมายฉบับนี้จะทำให้ฮ่องกงต้องสูญเสียเสรีภาพไป

ก่อนหน้านี้หลายคนแสดงความกังวลว่าความเป็นอิสระของระบบตุลาการของฮ่องกงจะถูกทำลาย และจะเริ่มเป็นเหมือนกับระบบตุลาการของจีนแผ่นดินใหญ่มากขึ้นเรื่อย ๆ โดยฮ่องกงถือเป็นเขตการปกครองเดียวในจีนที่ใช้ระบบกฎหมายคอมมอนลอว์ หรือกฎหมายจารีตประเพณี

ศาสตราจารย์โจฮันเนส ชาน นักวิชาการด้านกฎหมายแห่งมหาวิทยาลัยฮ่องกง กล่าวว่า "ชัดเจนว่ากฎหมายฉบับนี้จะส่งผลกระทบอย่างมากต่อเสรีภาพในการแสดงออกของคนฮ่องกง"

ศาสตราจารย์ชานระบุว่า "นี่คือการที่จีนแผ่นดินใหญ่บังคับใช้กฎหมายของตนกับระบบกฎหมายจารีตประเพณีของฮ่องกง และให้จีนมีอำนาจเด็ดขาดในการตัดสินใจว่าผู้ใดควรเข้าสู่กระบวนการพิจารณาในระบบกฎหมายใด"

ที่ผ่านมา นักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยหลายคน เช่น นายโจชัว หว่อง ได้วิ่งเต้นขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลในหลายประเทศ การกระทำเช่นนี้อาจกลายเป็นอาชญากรรมในอนาคต แต่หลายคนยังกังวลว่ากฎหมายนี้อาจมีผลย้อนหลังด้วย

นอกจากนี้ ประชาชนยังมีความกังวลว่า ภัยคุกคามต่อเสรีภาพของฮ่องกงอาจส่งผลกระทบต่อความน่าสนใจของฮ่องกงในฐานะมหาอำนาจทางด้านธุรกิจและเศรษฐกิจ