สหรัฐฯ เสนอชื่อแกนนำรณรงค์เพื่อประชาธิปไตยฮ่องกง ชิงโนเบลสาขาสันติภาพ

(จากซ้ายไปขวา) นายอเล็กซ์ เชา นายนาธาน ลอว์ และนายโจชัว หว่อง ได้รับการเสนอชื่อโดยสหรัฐฯ

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, (จากซ้ายไปขวา) นายอเล็กซ์ เชา นายนาธาน ลอว์ และนายโจชัว หว่อง ได้รับการเสนอชื่อโดยสหรัฐฯ

สมาชิกรัฐสภาสหรัฐฯ เสนอชื่อสามแกนนำรณรงค์เพื่อประชาธิปไตยฮ่องกง นายโจชัว หว่อง วัย 21 ปี นายนาธาน ลอว์ วัย 24 ปี และนายอเล็กซ์ เชา วัย 27 ปี เข้าชิงรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ จาก "ความพยายามอย่างสันติเพื่อนำมาซึ่งการปฏิรูปทางการเมือง และสิทธิในการกำหนดอนาคตของตนเองของฮ่องกง"

จดหมายเสนอชื่อเข้าชิงนี้ลงนามโดยสมาชิกสภาคองเกรส 12 คน จากทั้งพรรครีพับลิกันและเดโมแครต ซึ่งความเคลื่อนไหวนี้อาจสร้างความไม่พอใจให้กับรัฐบาลจีน

เมื่อปี 1997 ฮ่องกงได้เปลี่ยนแปลงการปกครอง จากที่เป็นอาณานิคมของอังกฤษกลับไปอยู่ภายใต้หลักการ "หนึ่งประเทศสองระบบ" ในฐานะเขตปกครองพิเศษของจีนที่มีอิสระค่อนข้างสูง ด้านกลุ่มนักรณรงค์เพื่อประชาธิปไตยที่ต้องการสนับสนุนให้ฮ่องกงมีเอกราชมากขึ้น หรือที่เรียกว่าสิทธิในการกำหนดอนาคตของตัวเอง ได้ใช้วิธีรณรงค์ด้วยความรุนแรงที่แตกต่างกันออกไป และต่อมากลายเป็นที่รู้จักในชื่อ "ขบวนการร่ม" ซึ่งทำให้ย่านใจกลางเกาะฮ่องกงกลายเป็นเวทีชุมนุมเกือบสามเดือนในช่วงกลางปี 2014 โดยชื่อนี้ เกิดจากการที่ผู้ประท้วงใช้ร่มเป็นเครื่องกำบังแก๊สน้ำตาที่ตำรวจยิงเข้าใส่

ร่ม ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการเคลื่อนไหว มีจุดเริ่มต้นจากการใช้เป็นเครื่องมือป้องกันตนเอง

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ร่ม ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการเคลื่อนไหว มีจุดเริ่มต้นจากการใช้เป็นเครื่องมือป้องกันตนเอง

จดหมายเสนอชื่อจากสภาคองเกรสของสหรัฐฯ ระบุว่า "นายหว่อง นายลอว์ นายเชา และขบวนการร่ม คือศูนย์รวมของความหวังอย่างสันติของชาวฮ่องกงที่จะได้ปกครองตนเอง ได้รับการปกป้องวิถีชีวิต รวมถึงความหวังที่จะมีประชาธิปไตย" นักการเมืองที่ลงนามก็อย่างเช่น นายมาร์โก รูบิโอ ส.ว.รีพับลิกัน และนายคริส สมิธ ส.ส.รีพับลิกัน ซึ่งมีตำแหน่งเป็นประธานและรองประธานคณะรรมาธิการร่วมความสัมพันธ์จีนของรัฐสภาด้วย

นายรูบิโอ ระบุว่า "การเสนอชื่อครั้งนี้เหมาะสมกับช่วงเวลาที่สุด ขณะที่สิทธิในการปกครองตนเองของฮ่องกง กำลังถดถอยลงอย่างต่อเนื่อง"

ด้านนายคริส ระบุว่า นักรณรงค์กลุ่มนี้ กำลังเดินตามสิ่งที่ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพคนก่อน ๆ เคยทำมา และ "เปรียบเสมือนผู้ที่ถือกระจกสะท้อนหน้าตาที่น่ารังเกียจของเผด็จการ"

แก๊สน้ำตา

ที่มาของภาพ, Getty Images

เมื่อช่วงกลางเดือนมกราคมที่ผ่านมา นายหว่อง ถูกตัดสินโทษจำคุกสามเดือน จากการจัดชุมนุมประท้วง และขณะนี้อยู่ระหว่างการประกันตัวเพื่อยืนอุทธรณ์คำตัดสินจำคุกหกเดือนในอีกคดีหนึ่ง โดยทั้งสองคำตัดสินยังอยู่ในระหว่างการยื่นอุทธรณ์

ด้านนายนาธาน ลอว์ และนายอเล็กซ เชา ถูกตัดสินลงโทษเช่นกัน และทั้งสามถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง

อย่างไรก็ตาม เมื่อปี 2016 นายลอว์ ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติฮ่องกง ด้วยวัยเพียง 23 ปี ในฐานะผู้สมัครจากพรรคเดโมซิสโต ทำให้เขากลายเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติที่มีอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ แต่ต่อมากลับถูกตัดสิทธิ์ พร้อมกับนักรณรงค์เพื่อประชาธิปไตยคนอื่น ๆ ที่ประท้วงรัฐบาลจีนในพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่ง

นายหว่อง กล่าวกับสำนักข่าวรอยเตอร์ ถึงความคาดหวังว่า การได้รับเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ จะทำให้ทางกลุ่มมีพลังมากขึ้นเพื่อบรรลุข้อตกลงกับรัฐบาลจีน "ผมเชื่อว่าการได้รับเสนอชื่อ จะแสดงให้ประชาคมนานาชาติและปธน.สี จิ้นผิง ของจีนได้เห็นว่า คนรุ่นใหม่จะยืนหยัดต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย แม้จะต้องเผชิญกับโทษจำคุก หรือถูกตัดสิทธิ์จากตำแหน่งทางการเมืองอย่างถาวร"