สุขภาพ : เหตุใดบางคนจึงมีคุณสมบัติทางกายภาพเหนือคนทั่วไป?

A DNA chain

ที่มาของภาพ, iStock

บางคนอาจคิดว่าการมีพลังพิเศษเหนือธรรมชาติจะมีแค่ในตัวละครซูเปอร์ฮีโร่ในการ์ตูนหรือนิยายแนววิทยาศาสตร์เท่านั้น แต่มนุษย์เดินดินบางคนก็สามารถมีความสามารถพิเศษทางกายภาพที่คนทั่วไปไม่มีได้เช่นกัน

ความสามารถพิเศษเหล่านี้บางอย่างเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม และบางกรณีเกิดจากการที่ร่างกายปรับตัวให้สอดรับกับวิถีการดำรงชีวิตของพวกเขา

นี่คือ 5 ตัวอย่างของคุณสมบัติทางกายภาพที่พิเศษเหนือคนทั่วไป

1. การมองเห็นใต้น้ำได้อย่างชัดเจน

คนส่วนใหญ่มักเห็นภาพเบลอเมื่อลืมตาใต้น้ำ แต่เด็ก ๆ ชนเผ่ามอแกน ซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธ์ที่อาศัยอยู่ตามเกาะในแถบทะเลอันดามันทางภาคใต้ของไทย และเมียนมา กลับมีความสามารถพิเศษในการมองเห็นใต้ท้องทะเลด้วยตาเปล่าได้อย่างชัดเจน

ชาวมอแกนเป็นที่รู้จักในนาม "ชนเผ่าเร่ร่อนแห่งท้องทะเล" เพราะพวกเขามักใช้เวลาส่วนใหญ่อาศัยอยู่บนเรือนแพหรือเรือในทะเล และยังชีพด้วยการจับสัตว์และพืชใต้ทะเล

นี่อาจช่วยอธิบายได้ว่าเหตุใดสายตาของพวกเขาจึงปรับตัวให้สามารถมองเห็นใต้ทะเลได้อย่างชัดเจน และนี่มาจากหลักการทางฟิสิกส์เกี่ยวกับการโฟกัสของสายตาเมื่อดวงตาสัมผัสกับอากาศและน้ำ

แต่เด็ก ๆ ชนเผ่ามอแกน มีความสามารถพิเศษในการมองเห็นใต้ท้องทะเลด้วยตาเปล่าได้อย่างชัดเจน

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, แต่เด็ก ๆ ชนเผ่ามอแกน มีความสามารถพิเศษในการมองเห็นใต้ท้องทะเลด้วยตาเปล่าได้อย่างชัดเจน

เมื่อสัมผัสกับอากาศ แสงจะเกิดการหักเหเมื่อเข้าสู่กระจกตาซึ่งมีความหนาแน่นกว่าอากาศ แต่เพราะความหนาแน่นของน้ำใกล้เคียงกับความหนาแน่นของของเหลวในลูกตา ทำให้การหักเหของแสงไม่เพียงพอที่จะทำให้เรามองเห็นภาพได้ชัดเจน

แว่นตาดำน้ำช่วยแก้ปัญหานี้ได้ เพราะทำให้เกิดช่องอากาศระหว่างดวงตากับน้ำ

การศึกษาเมื่อปี 2003 ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Current Biology พบว่าดวงตาของเด็กชาวมอแกนสามารถปรับสภาพเมื่ออยู่ใต้น้ำได้ในลักษณะเดียวกับดวงตาของโลมา คือ สามารถทำให้แสงหักเหได้เพียงพอที่จะมองเห็นภาพได้ชัดเจนโดยไม่เกิดอาการระคายเคือง

งานวิจัยยังพบว่าผู้ใหญ่ชาวมอแกน ซึ่งมักใช้เครื่องมือจับปลาอยู่เหนือน้ำจะค่อย ๆ สูญเสียความสามารถพิเศษนี้ไป

2. การทนทานต่อสภาพอากาศหนาวเย็นสุดขั้ว

ร่างกายคนปกติมีอุณหภูมิระหว่าง 36.5 - 37.5 องศาเซลเซียส ดังนั้นคนส่วนใหญ่จึงสามารถรับมือกับสภาพอากาศร้อนได้ดีกว่าอากาศหนาว

แต่สำหรับชาวอินูอิต ที่คนไทยรู้จักในนาม ชาวเอสกิโม ซึ่งอาศัยอยู่ในแถบขั้วโลกเหนือ และชาวเนเน็ตที่อาศัยอยู่แถบไซบีเรียของรัสเซีย สามารถปรับตัวให้ทนทานต่อสภาพอากาศที่หนาวเหน็บได้

An Inuit man building an igloo

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, คนส่วนใหญ่ไม่สามารถอาศัยอยู่ในกระท่อมน้ำแข็งแบบนี้ได้ระยะยาว

ร่างกายของชาวอินูอิตตอบสนองต่ออากาศหนาวแตกต่างจากคนทั่วไป เพราะมีคุณสมบัติทางชีวภาพที่ต่างออกไป โดยผิวหนังของพวกเขาจะอุ่นกว่าพวกเรา เพราะมีอัตราการเผาผลาญพลังงานของร่างกายที่สูงกว่า อีกทั้งยังมีเหงื่อออกน้อยกว่า และไม่มีอาการสั่นสะท้านจากความเย็น

คุณลักษณะนี้เกิดจากปัจจัยด้านพันธุกรรมโดยแท้ หากคุณไม่ใช่ชาวอินูอิตหรือชาวเนเน็ต คุณจะไม่สามารถพัฒนาคุณสมบัติพิเศษในการทนทานความหนาวเย็นเช่นนี้ได้แม้จะอาศัยอยู่ในขั้วโลกเหนือหลายสิบปีก็ตาม

3. ร่างกายสามารถทำงานได้ตามปกติแม้จะนอนน้อย

คนส่วนใหญ่จำเป็นต้องนอนระหว่าง 7-9 ชั่วโมงต่อคืนจึงจะรู้สึกว่าร่างกายได้พักผ่อนเต็มอิ่ม

การอดนอนจะส่งผลต่อการมีสมาธิและสามารถนำไปสู่ปัญหาสุขภาพกายและสุขภาพจิตได้

A man sleeping

ที่มาของภาพ, iStock

คำบรรยายภาพ, คนส่วนใหญ่จำเป็นต้องนอนระหว่าง 7-9 ชั่วโมงต่อคืนจึงจะรู้สึกว่าร่างกายได้พักผ่อนเต็มอิ่ม

แต่การศึกษาในปี 2014 ของสถาบันเวชศาสตร์การนอนหลับแห่งอเมริกา พบยีนกลายพันธุ์ตัวหนึ่ง คือ DEC2 ที่ทำให้ร่างกายของผู้ที่มียีนนี้สามารถทำงานได้ตามปกติแม้จะนอนน้อยกว่า 6 ชั่วโมงต่อคืน

นักวิจัยพบว่าคนที่มียีนกลายพันธุ์นี้จะมีอาการนอนหลับลึกแบบกรอกลูกตาไปมาอย่างรวดเร็ว (REM) ที่ข้นข้นกว่าคนทั่วไป ทำให้สามารถพักผ่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ตาม นักวิจัยชี้ว่า ยีนกลายพันธุ์นี้พบในคนกลุ่มน้อยมาก หรือคิดเป็น 1% ของคนที่บอกว่าตนเองนอนน้อยกว่าคืนละ 6 ชั่วโมง

ดังนั้นหากคุณนอนไม่ถึง 6 ชั่วโมงแล้วบอกว่าคุณรู้สึกสบายดีก็ให้ระวัง เพราะคุณอาจได้รับผลกระทบจากการนอนไม่เพียงพอเข้าสักวัน

4. มวลกระดูกหนาแน่นผิดปกติ

การสูญเสียมวลกระดูกเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติเมื่อเราแก่ชราลง แต่บางคนสูญเสียมวลกระดูกเร็วกว่าปกติ ซึ่งอาจทำให้เกิดโรคกระดูกพรุน (Osteoporosis) และทำให้กระดูกหักง่าย

แต่บางคนมีการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมที่ทำให้เกิดภาวะตรงกันข้าม ทำให้มีมวลกระดูกหนาแน่นผิดปกติ โดยจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของผู้ที่มีภาวะนี้

Skeletons

ที่มาของภาพ, iStock

คำบรรยายภาพ, การสูญเสียมวลกระดูกเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติเมื่อเราแก่ชราลง

นักวิทยาศาสตร์ในสหรัฐฯ พบว่ายีน SOST ส่งผลต่อการผลิตโปรตีน Sclerostin ซึ่งมีหน้าที่ในการเสริมสร้างกระดูก พวกเขาหวังว่าความรู้ที่ได้นี้จะช่วยให้เราค้นพบวิธีการรักษาโรคกระดูกพรุนในคนชราได้

แต่ข้อเสียของการมียีนตัวนี้จะทำให้กระดูกเติบโตผิดปกติ จนนำไปสู่ภาวะร่างยักษ์ (gigantism), ทำให้ใบหน้าผิดรูป และหูหนวก ความผิดปกติทางพันธุกรรมนี้มักพบในหมู่ชาวอาฟรีกาเนอร์ (Afrikaner) ซึ่งเป็นชาวแอฟริกาใต้ที่มีเชื้อสายดัตช์

5. อาศัยในพื้นที่สูง

ชาวพื้นเมืองที่อาศัยอยู่ในแถบเทือกเขาแอนดีส ถือเป็นคนอีกกลุ่มที่มีความสามารถทางกายภาพเหนือคนทั่วไป เพราะสามารถอาศัยบนที่สูง 5,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลได้โดยไม่เจ็บป่วยจากโรคแพ้ที่สูง (High altitude sickness)

โรคแพ้ที่สูง เกิดจากการที่ร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ เนื่องจากในที่สูงออกซิเจนในอากาศจะเบาบางลง และความดันอากาศจะลดต่ำลง ส่งผลให้ให้ความดันออกซิเจนในเลือดต่ำลงด้วย รวมทั้งอากาศที่หนาวเย็น จะส่งผลให้ร่างกายต้องการออกซิเจนมากขึ้น เพื่อใช้ให้พลังงานเพื่อคงอุณหภูมิของร่างกายให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ

Quechua women and two young girls pose for the camera in the stunning, handmade clothing, Lares Valley, Peru, May 2016.

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, การคัดเลือกทางธรรมชาติทำให้ชนพื้นเมืองชาวเกชัว แห่งเทือกเขาแอนดีส สามารถทนทานต่อโรคแพ้ที่สูงได้

ข้อมูลจากเว็บไซต์หาหมอ ระบุว่า อาการแพ้ที่สูง มักเกิดขึ้นประมาณ 6-10 ชั่วโมงหลังจากการขึ้นไปอยู่ในที่สูง อาการแรก คืออาการปวดศีรษะ แต่ปวดไม่มาก และมีการร่วมดังต่อไปนี้อีกอย่างน้อย 1 อาการ คือ

  • อ่อนเพลีย
  • รู้สึกกล้ามเนื้ออ่อนล้า ไม่มีแรง
  • มีอาการทางด้านทางเดินอาหาร เช่น คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร
  • หัวใจเต้นเร็ว (ชีพจรเต้นเร็ว) เหนื่อย หายใจลำบาก (เมื่อออกแรง)
  • วิงเวียน มึนงง จะเป็นลม และ
  • นอนไม่หลับ

แต่งานวิจัยชี้ว่า ชนพื้นเมืองชาวเกชัว แห่งเทือกเขาแอนดีส และชาวทิเบตในแถบเทือกเขาหิมาลัยมีลักษณะพิเศษที่ได้รับการคัดเลือกทางธรรมชาติ ทำให้พวกเขามีลักษณะทางพันธุกรรมที่เหมาะสมสำหรับการใช้ชีวิตในที่สูง

พวกเขามีวิวัฒนาการที่ทำให้ส่วนลำตัวใหญ่กว่าคนปกติ ซึ่งช่วยให้มีปอดที่ใหญ่กว่า ทำให้กักเก็บออกซิเจนได้มากกว่าปกติเวลาที่หายใจ

และขณะที่ร่างกายคนทั่วไปผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดงมากขึ้นเมื่อได้รับออกซิเจนน้อย แต่พวกเขากลับผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดงน้อยกว่า

คุณสมบัติพิเศษทางพันธุกรรมนี้ได้รับการสืบทอดต่อกันมาหลายพันปีทำให้พวกเขามีความพิเศษทางกายภาพที่ไม่เปลี่ยนแปลง แม้จะอพยพลงไปอยู่ในพื้นที่ต่ำกว่าก็ตาม