“เราไม่มีแม้กระทั่งเทียน” ในคืนที่ฉนวนกาซาถูกตัดไฟ

Smoke rises over Gaza during a power cut, with distance light illuminating the sky

ที่มาของภาพ, BBC/Adnan Al Bursch

    • Author, แอดนัน เอลเบิร์ช
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีนิวส์ อาราบิก

การตัดไฟฟ้าของอิสราเอล ทำให้ ฟัตมา อาลี วัย 36 ปี ชาวปาเลสไตน์ที่อาศัยอยู่กับครอบครัวในพื้นที่ทางตอนเหนือของจาบาเลีย (Jabalia) บอกว่า เย็นวันแรกที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ “เป็นเรื่องที่เกินจะทนไหว”

กระสุนปืนใหญ่ของอิสราเอลที่พุ่งเข้าใส่อาคารต่าง ๆ เกือบทำให้ฟัตมาต้องจมอยู่กลางซากอาคารเหล่านั้น

"ตอนนี้ฉนวนกาซาอยู่ในความมืดสนิท" เธอพูดเสียงสั่นด้วยความหวาดกลัว

“เราไม่มีแม้กระทั่งเทียนให้จุด ร้านรวงต่าง ๆ ปิดหมด สิ่งเดียวที่เรามีคือไฟฉาย LED อันเล็ก ๆ ซึ่งปกติใช้งานได้เพียง 5 ชั่วโมงเท่านั้น” ฟัตมากล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นไม่หาย

Fatma Aly

ที่มาของภาพ, Fatma Aly

คำบรรยายภาพ, ฟัตมาบอกว่า กำลังดิ้นรนหาทางจุดไฟให้แสงสว่างในบ้าน และเก็บอาหารให้สดใหม่ หลังไฟฟ้าในฉนวนกาซาดับลง

เธอบรรยายสถานการณ์ที่ปราศจากไฟฟ้าว่า “ไร้มนุษยธรรม” ด้วยเพราะการขาดไฟฟ้าส่งผลกระทบต่อการจ่ายน้ำเพื่อการอุปโภคและบริโภค “การไม่มีไฟย่อมหมายถึงจะไม่สามารถสูบน้ำมาให้เราได้”

การหยุดจ่ายกระแสไฟฟ้าให้ฉนวนกาซาเกิดขึ้นราว 14.00 น. ของวันที่ 11 (ตรงกับเวลา 18.00 น. ตามเวลาไทย) หรือ 2 วันหลังจากอิสราเอลประกาศปิดล้อมกาซาอย่างสมบูรณ์เมื่อ 9 ต.ค.

ถึงตอนนี้ ฟัตมาและพ่อแม่วัยชราของเธอทำได้แค่พึ่งพาถังน้ำใบเล็ก ๆ 2 ถังที่พวกเขารองน้ำเอาไว้ก่อนการโจมตีของอิสราเอลจะเริ่มขึ้น “เมื่อไม่มีไฟ ก็แปลว่าไม่มีตู้เย็น ดังนั้นแม้แต่อาหารก็จำกัด อาหารในตู้เย็นเน่าหมดเลย เราโยนมันลงถังขยะไปแล้ว”

เช่นเดียวกับการอาบน้ำละหมาด 5 ครั้งตามพิธีกรรมของศาสนาอิสลาม ซึ่งครอบครัวของฟัตมาพบว่าเป็นเรื่องที่ทำได้ยากยิ่ง

Most of the buildings in Gaza darkness, with some using localised lighting sources

ที่มาของภาพ, BBC / Adnan Al Bursch

คำบรรยายภาพ, ผู้สื่อข่าวบีบีซีถ่ายภาพฉนวนกาซาท่ามกลางความมืดมืดเมื่อช่วงเย็นของวันพุธ (11 ต.ค.)

“เรามีเพียงสมุนไพร และมะกอกเท่านั้น”

เพื่อรับมือกับการตัดไฟในปัจจุบัน ฟัตมาและเพื่อนบ้านเกือบทั้งหมดที่อยู่ร่วมอาคารเดียวกัน กำลังพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้อาหารและน้ำที่เหลืออยู่ไม่มากนักประทังชีพได้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้

“เราไม่มีอาหารใด ๆ เลย ยกเว้นอาหารที่เราเก็บไว้เพียงเล็กน้อยก่อนเกิดสงคราม ซึ่งก็มีเพียง Za'tar (พืชสมุนไพรจำพวกเดียวกับโหระพา) และมะกอกบางส่วนเท่านั้น”

แต่ทว่ากับบรรดาเด็ก ๆ ต่างหากที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักหน่วง โดยหลานชายและหลานสาวของเธออยู่บนชั้นอื่น ๆ ของอาคารเดียวกัน

ฟัตมาร่ำไห้ขณะอธิบายว่า ไม่มีที่ไหนที่ปลอดภัยสำหรับพวกเขาที่จะได้เล่นซน ได้ใช้ชีวิตวัยเด็กอย่างสนุกสนาน

Bright flames and smoke light up the Gaza sky

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, อิสราเอลโจมตีทางอากาศในฉนวนกาซาซึ่งไม่มีไฟฟ้าใช้

“นี่คือสงครามแห่งการล้างผลาญ”

เมื่อผู้สื่อข่าวบีบีซีไปถึงค่ายผู้ลี้ภัยจาบาเลีย ทางตะวันออกเฉียงเหนือของฉนวนกาซา พบว่ามีผู้คนอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น พวกเขาหนีตายมาจากบ้านเรือนที่พังทำลายลง ผู้โชคดีที่สุดสามารถคว้าผ้าห่มหรือเสื้อผ้าติดตัวมาได้

แต่เมื่ออิสราเอลเปิดฉากถล่มอย่างหนักหน่วงและหลายครั้ง อาคารต่าง ๆ ในค่ายจาบาเลียก็พังครืนลงมา

A partially collapsed building
คำบรรยายภาพ, สภาพอาคารที่พังทลายลงภายในค่ายผู้ลี้ภัยจาบาเลีย

“เราไม่มีน้ำ ไม่อาหาร ไม่มีแม้กระทั่งอากาศ” ชายคนหนึ่งนั่งร้องไห้สะอึกสะอื้นกลางค่ายผู้ลี้ภัย และพูดต่อว่า “นี่มันเป็นชีวิตแบบไหนกัน”

ชายอีกคนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ตะโกนขึ้นว่า “นี่ไม่ใช่สงครามปกติ แต่เป็นสงครามแห่งการล้างผลาญ”

ชาวปาเลสไตน์หลายสิบชีวิตภายในค่ายต่างเห็นพ้องว่าสถานการณ์เลวร้ายมาก

อาบู ซาค์ร อาบู รอคบา ชาวปาเลสไตน์วัย 70 ปี ต้องเสียลูกทั้ง 3 คนของเขาไป

เขาร้องไห้ขณะเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น “ผมไม่มีครอบครัวเหลือแล้ว เมื่อกลับจากการฝังศพของลูก ๆ ผมพบว่าบ้านพังทั้งหลังเลย ผมไม่รู้ว่าจะไปที่ไหนได้อีก”

ขีปนาวุธอิสราเอลถล่มใส่อาคารในค่ายจาบาเลีย บางคนเพิ่งหนีระเบิดจากพื้นที่อื่นและมาถึงค่ายแห่งนี้เมื่อไม่กี่วันก่อน

ไลลา (นามสมมติ) กล่าวว่า เธอมาจากเบต ฮานูน (Beit Hanoun) ซึ่งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของกาซา เพียงเพื่อพบกับสถานการณ์อันเลวร้ายกว่าในจาบาเลีย

“ทุกวันนี้เราสูญสิ้นทุกอย่างแล้ว ฉันเสียสามีและลูกชายไปแล้ว ส่วนลูกที่เหลือก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส” เธอพูดโดยมีน้ำตาไหลรินอาบแก้ม

อาหารในกาซากำลังจะหมดลง

A man standing in front of his tempoaray shelter and gesturing
คำบรรยายภาพ, ชายคนนี้ตั้งคำถามว่า "นี่มันชีวิตแบบไหนกัน"

ชายคนหนึ่งกำลังสร้างที่พักพิงชั่วคราว และเป็นเจ้าของคำประกาศที่ว่า “นี่มันชีวิตแบบไหนกัน”

ผู้อพยพบอกว่า การขาดแคลนอาหารและน้ำ ทำให้พวกเขาต้องพึ่งพาสิ่งต่าง ๆ ที่มีอยู่อย่างจำกัดของตัวเองและของมูลนิธิ ทั้งนี้พวกเขาคาดว่าอาหารและน้ำจะหมดลงภายในต้นสัปดาห์หน้า บางส่วนจึงเริ่มหันไปใช้น้ำในบ่อน้ำใกล้ ๆ ค่ายผู้ลี้ภัยเพื่อประทังชีวิตแล้ว

ขณะที่อีกบางส่วน วางแผนใช้ชีวิตแบบคนยุคก่อน เช่น จุดเทียนตอนกลางคืนในภาวะที่ไฟฟ้าในกาซาดับลง

เชื้อเพลิงขาดแคลน

การแสวงหาเชื้อเพลิงเพื่อนำมาผลิตกระแสไฟเป็นเรื่องยากขึ้น ๆ

ไม่มีที่พักพิงให้คนจำนวนมากอีกต่อไป แม้ครั้งหนึ่งค่ายผู้ลี้ภัยจาบาเลียเคยเป็นบ้านหลังเดียวของพวกเขาในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

กลุ่มควันสีดำลอยละล่องอยู่เหนือฟากฟ้า หลายคนบอกว่าเช้าวันใหม่ของพวกเขาเริ่มต้นด้วยกลิ่นเขม่าดินปืนที่ทะลุเข้าผ่านโพรงจมูก แล้วทำให้พวกเขามีอาการไอ

โรงงานบำบัดของเสียไม่สามารถเดินเครื่องจักรได้หากไร้ไฟฟ้า รอบ ๆ ค่ายผู้ลี้ภัยอันรกร้าง ทว่ามีผู้อาศัยอย่างแออัดยัดเยียด จึงเริ่มมีขยะกองโตขึ้นเรื่อย ๆ ดึงดูดสัตว์ที่น่ารังเกียจ และอาจทำให้เกิดโรคระบาดได้

Adnan Al Bursch pointing gtowards rubbish bags piled up at the side of the street
คำบรรยายภาพ, ขยะเหล่านี้กองอยู่บนถนนภายในค่ายผู้ลี้ภัย

ภายในโรงเรียนที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นสำนักงานบรรเทาทุกข์และช่วยเหลือเพื่อผู้ลี้ภัยชาวปาเลสไตน์ในตะวันออกกลาง (The United Nations Relief and Works Agency for Palestine Refugees in the Near East - UNRWA) มีผู้คนหลายร้อยอัดแน่นอยู่ในห้องเรียนขนาดเล็ก

ปัจจุบันโรงเรียนแห่งนี้แปรสภาพเป็นสถานสงเคราะห์สำหรับคนไร้บ้านและคนพลัดถิ่น

ชายวัย 30 รายหนึ่งเพิ่งเสร็จจากการสร้างที่พักชั่วคราวให้แก่ครอบครัวของเขา

“ผมรวบรวมไนลอน พลาสติก และไม้มาต่อ ๆ กันเพื่อเป็นที่อยู่ให้แก่คนไม่มีที่จะไป” เขากล่าวพลางชี้ชวนให้เห็นกระโจม ที่พักยุคดึกดำบรรพ์ ที่เขาสร้างมันขึ้นมากับมือ

UNRWA school with smoke rising in the background
คำบรรยายภาพ, โรงเรียน UNRWA ที่ดำเนินการโดยองค์การสหประชาชาติ กลายเป็นที่พักพิงที่แออัดยัดเยียดสำหรับผู้พลัดถิ่นที่ภัยหนีสงครามมา

“เด็กหายใจไม่ออก”

ด้านหน้าโรงเรียน ชายคนหนึ่งอุ้มเด็กน้อยขึ้นรถพยาบาล โดยมีเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์รับตัวเด็กไปอย่างเร่งรีบ

เขาเล่าว่า หน่วยฉุกเฉินได้รักษาเด็กและผู้หญิงจำนวนมากที่ทุกข์ทรมานจากอาการหายใจไม่ออก เพราะควันและฝุ่นที่เกิดจากการทิ้งระเบิด

A man handing a boy over to paramedics next to an ambulance
คำบรรยายภาพ, ชายคนหนึ่งวิ่งนำตัวเด็กชายที่กำลังหายใจไม่ออกไปส่งที่รถพยาบาล

ความเสี่ยงของทารกในตู้อบ

กระทรวงสาธารณสุขของฉนวนกาซากล่าวว่า การตัดไฟได้ทำลายความสามารถในการรักษาพยาบาลผู้ป่วยของโรงพยาบาล

รายงานระบุว่า ชีวิตของผู้ป่วยฟอกไต 1,100 ราย และเด็ก 38 ราย ตกอยู่ในความเสี่ยง เนื่องจากไฟฟ้าดับ นอกจากนี้ยังมีทารกในตู้อบอีก 100 รายที่ถูกคุกคามจากการขาดไฟฟ้าและเชื้อเพลิง