ชีวิตจริงในฉนวนกาซา “คุกเปิด” ใหญ่ที่สุดในโลก

กาซา

ที่มาของภาพ, Reuters

บ้านเรือนของประชาชนราว 2.3 ล้านคนอยู่ในฉนวนกาซา พื้นที่เล็ก ๆ ที่มีความยาวเพียง 41 กม. กว้าง10 กม. มีพรมแดนติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน อิสราเอล และอียิปต์

แรกเริ่มเดิมที อียิปต์เป็นผู้ยึดครองฉนวนกาซา กระทั่งเกิดสงครามตะวันออกกลางที่รู้จักในชื่อ “สงคราม 6 วัน” (Six Day War) ในปี 1967 อิสราเอลก็เข้ายึดครองกาซาได้สำเร็จ ก่อนถอนกำลังพลราว 7,000 นายออกจากกาซาในปี 2005

ต่อมาปี 2007 กองกำลังติดอาวุธปาเลสไตน์ที่เรียกตัวเองว่า ฮามาส ได้เข้ายึดครองฉนวนกาซาแทน โดยปวารณาตนว่าจะทำลายล้างอิสราเอล และเปิดฉากสู้รบกันหลายครั้ง

นับตั้งแต่นั้น อิสราเอลและอียิปต์ก็ร่วมกันปิดล้อมฉนวนกาซา ไม่ให้สินค้าและผู้คนผ่านเข้าออกได้ โดยระบุว่าเป็นไปเพื่อรักษาความมั่นคงและปลอดภัย แต่สภาพความเป็นอยู่ภายในไม่ต่างจาก “คุกเปิด” ตามการจำกัดความของวุฒิสมาชิก เบอร์นี แซนเดอร์ส ของสหรัฐฯ

สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป สหราชอาณาจักร รวมถึงอีกหลายชาติมหาอำนาจ จัดให้ฮามาสเป็นกลุ่มก่อการร้าย

ในระหว่างการสู้รบ กลุ่มฮามาสได้ยิงหรืออนุญาตให้กลุ่มอื่น ๆ ยิงจรวดหลายพันลูกใส่อิสราเอล และโจมตีอิสราเอลอย่างรุนแรงหลายครั้ง ขณะที่อิสราเอลก็โจมตีทางอากาศใส่กลุ่มฮามาสอยู่บ่อย ๆ

บีบีซีรวบรวม 10 ข้อควรรู้ในฉนวนกาซา “พื้นที่สงครามระลอกล่าสุด”

1. ชนวนความรุนแรงครั้งล่าสุด

กาซา

ที่มาของภาพ, Reuters

เช้าตรู่ของวันที่ 7 ต.ค. กลุ่มนักรบฮามาสหลายร้อยคนเปิดปฏิบัติการจู่โจมอิสราเอลชนิดไม่ทันตั้งตัว โดยบุกเข้าจากชายแดนด้านใต้ของประเทศ สังหารประชาชนไปอย่างน้อย 1,200 ราย และจับผู้คนนับร้อยไปเป็นตัวประกันในฉนวนกาซา

อิสราเอลตอบโต้กลับทันควัน ด้วยการโจมตีทางอากาศและยิงปืนใหญ่เข้าใส่กาซาหลายครั้ง ส่งผลให้ชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 1,200 ราย และยังระดมกำลังเพื่อเปิดปฏิบัติการภาคพื้นดินด้วย

นายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ให้คำมั่นว่าจะปราบปรามกลุ่มฮามาสให้สิ้นซาก และจะ “เปลี่ยนแปลงโฉมหน้าของตะวันออกกลาง”

2. “ปิดล้อมอย่างสมบูรณ์”

ในการตอบโต้การโจมตีของฮามาส รัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอลออกคำสั่ง "ปิดล้อมอย่างสมบูรณ์” ฉนวนกาซา เมื่อ 9 ต.ค. “ที่นั่นจะไม่มีไฟฟ้า ไม่มีอาหาร ไม่มีเชื้อเพลิง ทุกอย่างจะถูกปิดหมด”

เวลาต่อมา รัฐมนตรีโครงสร้างพื้นฐานของอิสราเอลสั่งตัดน้ำประปาของฉนวนกาซาด้วย

ความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้น ทำให้สถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในฉนวนกาซาเลวร้ายลงทันที เนื่องจากประชาชน 80% ต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากนานาชาติ

โรงไฟฟ้าเพียงแห่งเดียวในเขตกาซาได้หยุดทำงาน หลังเชื้อเพลิงหมดลงเมื่อ 11 ต.ต. ส่งผลให้โรงพยาบาลที่เต็มไปด้วยผู้บาดเจ็บต้องอาศัยเครื่องปั่นไฟสำรอง และคาดว่าหลายโรงพยาบาลที่มีแหล่งไฟสำรองจำกัด เชื้อเพลิงจะหมดลงในไม่กี่วันนี้

นอกจากนี้ ประชาชนกว่า 600,000 คนยังขาดแคลนน้ำดื่ม เนื่องจากระบบสูบน้ำและการบำบัดน้ำเสียต้องอาศัยเชื้อเพลิงในการเดินเครื่องจักร

ระเบิด

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, อิสราเอลกล่าวว่า กำลังทิ้งระเบิดทั่วกาซา โดยล็อกเป้าถล่มฐานที่มั่นของกลุ่มฮามาสเพื่อตอบโต้การโจมตีที่เริ่มต้นขึ้นเมื่อ 7 ต.ค.

การปิดจุดผ่านแดนเคเรม ชาลอม (Kerem Shalom) ที่ข้ามไปอิสราเอล ส่งผลให้อาหารลดลง มีรายงานว่าสินค้าอุปโภคบริโภค 1 ใน 3 ของร้านค้าในฉนวนกาซาเริ่มขาดแคลน องค์การสหประชาชาติ หรือยูเอ็น (UN) ระบุว่าร้านค้าส่วนใหญ่มีอาหารเพียงพออีกประมาณ 2 สัปดาห์เท่านั้น

ผู้คนอย่างน้อย 200,000 แสนต้องกลายเป็นผู้พลัดถิ่น จากการหนีเอาชีวิตให้รอดจากภัยสงคราม และบ้านเรือนยังพังเสียหายจากการถูกโจมตีทางอากาศ ส่วนใหญ่ต้องใช้ชีวิตในสถานที่หลบภัยภายในโรงเรียนของยูเอ็น

CG

3. ไฟดับทั้งเมือง

ก่อนเกิดความขัดแย้งระลอกใหม่ การตัดไฟฟ้าเกิดขึ้นอยู่ทุกวันในกาซา โดยครัวเรือนได้รับไฟเฉลี่ยวันละ 13 ชม. ตามข้อมูลของยูเอ็น

2 ใน 3 ของไฟฟ้าที่ใช้อยู่ในฉนวนกาซาซื้อมาจากอิสราเอล ส่วนที่เหลือผลิตจากโรงไฟฟ้าฉนวนกาซา (Gaza Power Plant - GPP) ทว่ามีกำลังการผลิตไม่ถึงครึ่งหนึ่งของปริมาณความต้องการใช้ไฟในพื้นที่

เพื่อรับมือกับปัญหาไฟดับ ผู้ให้บริการและครัวเรือนต่าง ๆ ต้องใช้เครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง แต่พวกเขาก็ไม่อาจวางใจได้ เพราะไฟฟ้าและและอะไหร่เป็นสิ่งที่หาได้ยากยิ่งภายใต้ข้อจำกัดเรื่องการนำเข้า เพราะอิสราเอลกำหนดว่า เชื้อเพลิงและอะไหร่เหล่านี้ อาจถูก “ใช้ควบคู่กัน” ทั้งสำหรับพลเรือนและการทหาร

ฉนวนกาซาตกอยู่ในความมืดมิดหลังถูกตัดกระแสไฟฟ้าและเชื้อเพลิง ภาพถ่ายเมื่อ 11 ต.ค.

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, ฉนวนกาซาตกอยู่ในความมืดมิดหลังถูกตัดกระแสไฟฟ้าและเชื้อเพลิง ภาพถ่ายเมื่อ 11 ต.ค.

4. ปิดพรมแดน

ชาวปาเลสไตน์แทบไม่เหลือความหวังที่จะหลบหนีออกจากฉนวนกาซา เพื่อหนีจากชะตากรรมใต้ไฟสงคราม

อิสราเอลประกาศปิดจุดผ่านแดนเอเรซ (Erez crossing) ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของกาซา ขณะที่จุดผ่านแดนราฟาห์ (Rafah crossing) ทางตอนใต้ของกาซาที่ควบคุมโดยทางการอียิปต์ก็ปิดลงในวันที่ 9-10 ต.ค. จากการโจมตีทางอากาศใกล้ทางเข้าด่านจากฝั่งปาเลสไตน์

ในความเป็นจริงนั้น ก่อนจะเกิดสงครามครั้งใหม่ ชาวปาเลสไตน์ก็ถูกสกัดไม่ให้ออกจากกาซาอยู่แล้ว ยกเว้นได้รับใบอนุญาตที่ออกโดยอิสราเอล ซึ่งเปิดให้เฉพาะลูกจ้างรายวัน นักธุรกิจ ผู้ป่วยและผู้ดูแล และอาสาสมัครช่วยเหลือเท่านั้น

ข้อมูลจากยูเอ็นระบุว่า ในเดือน ส.ค. มีประชาชน 58,600 คนได้รับอนุญาตให้เดินทางผ่านด่านเอเรซ ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยรายเดือนของปี 2023 ถึง 65%

ชาวปาเลสไตน์ต้องการเดินทางผ่านจุดผ่านแดนราฟาห์ แต่ต้องลงทะเบียนกับทางการปาเลสไตน์ล่วงหน้าหลายสัปดาห์และส่งใบสมัครไปยังอียิปต์ โดยมีการจำกัดจำนวนและมีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด

อียิปต์อนุญาตให้ประชาชน 19,600 คนออกจากฉนวนกาซาผ่านทางราฟาห์ในเดือน ส.ค. ซึ่งถือเป็นจำนวนสูงสุดในรอบ 11 ปีนับตั้งแต่เดือน ก.ค. 2012

อิสราเอลอนุญาตให้เฉพาะแรงงานรายวัน นักธุรกิจ ผู้ป่วย และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครช่วยเหลือ ออกจากกาซาได้

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, อิสราเอลอนุญาตให้เฉพาะแรงงานรายวัน นักธุรกิจ ผู้ป่วย และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครช่วยเหลือ ออกจากกาซาได้

5. ประชากรล้น บ้านเรือนพังยับ

ฉนวนกาซาเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดในโลก โดยเฉลี่ยแล้วมีคนมากกว่า 5,700 คนต่อ ตร.กม. ใกล้เคียงกับกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ทว่าตัวเลขดังกล่าวเพิ่มเป็น 9,000 คนต่อ ตร.กม. ในเขตตัวเมืองกาซา

ข้อมูลจากยูเอ็นระบุว่า ประชากรมากกว่า 75% ในกาซา หรือราว 1.7 ล้านคน ลงทะเบียนในฐานะผู้ลี้ภัย และมากกว่า 500,000 คนอาศัยอยู่ในค่ายอันแออัด 8 แห่งตรงข้ามกับฉนวนกาซา

ความขัดแย้งระหว่างกองกำลังติดอาวุธชาวปาเลสไตน์ในกาซากับอิสราเอล สร้างความเสียหายให้แก่บ้านเรือนของประชาชน โดยที่การซ่อมแซมทำได้อย่างล่าช้า ส่งผลให้ผู้คนจำนวนมากต้องไร้ที่อยู่อาศัย

ยูเอ็นเปิดเผย ณ เดือน ม.ค. ว่า มีบ้านเรือน 13,000 หลังถูกทำลายลงตั้งแต่ปี 2012 และประมาณ 2,200 หลังคาเรือน ไม่มีเงินทุนเพียงพอในการซ่อมแซม ขณะที่อีก 72,000 หลังได้รับความเสียหายบางส่วน แต่ก็ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือเพื่อซ่อมแซมบ้านแต่อย่างใด

เหตุที่การซ่อมแซมบ้านเป็นไปอย่างล่าช้า เพราะการเข้าถึงวัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์เครื่องมือต่าง ๆ ถูกจำกัด ด้วยเงื่อนไขสินค้าสินค้าแบบ “ใช้ควบคู่" ของอิสราเองนั่นเอง

หลายครอบครัวอยู่ในค่ายผู้ลี้ภัย 8 แห่ง

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, หลายครอบครัวอยู่ในค่ายผู้ลี้ภัย 8 แห่ง

เจ้าหน้าที่ปาเลสไตน์กล่าวว่า การโจมตีทางอากาศของอิสราเอลระลอกล่าสุด ทำลายบ้านเรือนไปแล้ว 1,000 หลัง ในจำนวนนี้มี 500 หลังพังยับเยินชนิดที่ไม่สามารถกลับไปพักอาศัยได้อีก

6. สาธารณสุขภายใต้ภาวะตึงตัว

โรงพยาบาล/สถานพยาบาลของกาซากำลังทำงานอย่างหนัก และมักได้รับผลกระทบจากการถูกตัดไฟ รวมถึงขาดแคลนเวชภัณฑ์และอุปกรณ์ต่าง ๆ หลายแห่งไม่เปิดให้บริการรักษาโรคเฉพาะทางโดยผู้เชี่ยวชาญ

ยูเอ็นระบุว่า การปิดล้อมพื้นที่ของอิสราเอลและอียิปต์ การลดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของหน่วยงานด้านสาธารณสุขของปาเลสไตน์ซึ่งตั้งอยู่ในเวสต์แบงก์ รวมถึงความแย้งภายในระหว่างทางการปาเลสไตน์ (Palestinian Authority – PA) กับฮามาส ล้วนเป็นต้นเหตุของวิกฤตในภาคส่วนนี้

ผู้ป่วยจากฉนวนกาซาที่ต้องการได้รับการช่วยชีวิตหรือการดูแลขั้นสูงในโรงพยาบาลเวสต์แบงก์หรือเยรูซาเลมตะวันออก ต้องขออนุมัติจาก PA ก่อน จากนั้นต้องรอบัตรผ่านแดนที่อนุมัติและออกโดยทางการอิสราเอล

ตั้งแต่ปี 2008-2022 มีผู้ป่วยกว่า 70,000 คน หรือคิดเป็น 1 ใน 3 ของผู้ยื่นคำขอ ถูกเลื่อนหรือถูกปฏิเสธคำขอ บางรายต้องจบชีวิตลงในระหว่างรอการตอบกลับ

โรงพยาบาลในกาซากำลังตึงตัวอย่างหนักจากยอดผู้รับบาดเจ็บจำนวนมาก

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, โรงพยาบาลในกาซากำลังตึงตัวอย่างหนักจากยอดผู้รับบาดเจ็บจำนวนมาก

7. ข้อจำกัดด้านเกษตรกรรม-ประมง

สหประชาชาติชี้ว่า ประชากรราว 1.3 ล้านคนในกาซาขาดความมั่นคงทางอาหาร และต้องขอความความช่วยเหลือด้านอาหาร ซึ่งบางส่วนต้องพึ่งพาการนำเข้า ทั้งนี้รถบรรทุกสินค้าประมาณ 22% หรือ 12,000 คันที่อิสราเอลและอียิปต์อนุญาตให้ผ่านด่านเคเรม ชาลอม และราฟาห์ ในเดือน ส.ค. เป็นรถบรรทุกเสบียงอาหาร

ข้อจำกัดของอิสราเอลในการเข้าถึงที่ดินเพื่อเกษตรกรรมและการประมงไปลดปริมาณอาหารที่ชาวกาซาสามารถผลิตได้เอง

พื้นที่ 100 ม. ห่างจากรั้วกั้นพรมแดนอิสราเอลตามแนวยาว 60 กม. ถือเป็นพื้นที่ "ห้ามเข้า" เกษตรกรไม่สามารถปลูกอะไรที่นั่นได้ แม้พวกเขาจะเป็นเจ้าของที่ดินก็ตาม นอกจากชาวนา ไม่อนุญาตให้บุคคลอื่นอยู่ภายในระยะ 300 ม.

อิสราเอลยังจำกัดเส้นทางเดินเรือในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนด้วย โดยกำหนดให้ชาวกาซาสามารถจับปลาได้เฉพาะในระยะห่างจากชายฝั่ง 11-28 กม. เท่านั้น ซึ่งกระทบต่อวิถีชาวประมงและแรงงานที่เกี่ยวข้องราว 5,000 คน

หลังความขัดแย้งครั้งล่าสุดปะทุขึ้น อิสราเอลได้ปิดพรมแดนเคเรม ชาลอม และสั่งห้ามจับปลา

อย่างไรก็ตามกลุ่มฮามาสได้ขุดอุโมงค์เพื่อนำสินค้าจากอียิปต์เข้าสู่ฉนวนการซา และยังเป็นศูนย์บัญชาการใต้ดินอีกด้วย

อิสราเอลกล่าวว่า กลุ่มติดอาวุธใช้อุโมงค์ดังกล่าวเพื่อลักลอบขนอาวุธและเคลื่อนกำลังพลโดยไม่ให้ใครเห็น เพราะอิสราเอลมักพุงเป้าไปที่การโจมตีทางอากาศ

8. ขาดแคลนน้ำเป็นเรื่องปกติ

เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในฉนวนกาซาเรียกร้องให้ประชาชนประหยัดน้ำท่ามกลางการขาดแคลนน้ำที่เพิ่มขึ้น

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในฉนวนกาซาเรียกร้องให้ประชาชนประหยัดน้ำท่ามกลางการขาดแคลนน้ำที่เพิ่มขึ้น

ประชากร 95% ในชนวนกาซาไม่สามารถเข้าถึงน้ำสะอาด เนื่องจากการขุดเจาะชั้นหินใกล้ชายฝั่งที่เกินควร และการแทรกซึมของน้ำทะเลและน้ำเสีย ทำให้น้ำประปามีรสเค็มและปนเปื้อน ไม่เหมาะแก่การบริโภค

องค์การอนามัยโลก (The World Health Organization – WHO) กำหนดเกณฑ์ขั้นต่ำไว้ว่า ในแต่ละวัน ต้องการน้ำที่ 100 ลิตร/คน ซึ่งครอบคลุมถึงการดื่ม การซักล้าง การปรุงอาหาร และการอาบน้ำ แต่ในฉนวนกาซา ปริมาณการใช้น้ำเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 84 ลิตร ซึ่งมีเพียง 27 ลิตรเท่านั้นที่ถือว่าเหมาะสำหรับมนุษย์

ยูเอ็นเตือนเมื่อ 10 ต.ค. ว่า การตัดสินใจตัดน้ำ ไฟ และเชื้อเพลิงของทางการอิสราเอล จะก่อให้เกิดปัญหาขาดแคลนน้ำดื่มในกาซา พร้อมระบุว่า เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นควรเรียกร้องให้ประชาชนสำรองน้ำเอาไว้และใช้เฉพาะที่จำเป็น

ขณะเดียวกันโรงบำบัดน้ำเสียก็ได้หยุดเดินเครื่องจักรแล้วเพราะขาดเชื้อเพลิง ส่งผลให้น้ำเสียดิบหลายสิบล้านแกลลอนถูกสูบลงทะเลทุกวัน

9. โรงเรียนกลายเป็นสถานที่หลบภัย

เด็กจำนวนมากเข้าเรียนในโรงเรียนที่ดำเนินการโดยสหประชาชาติ และโรงเรียนหลายแห่งถูกใช้เป็นสถานพักพิงสำหรับผู้คนหลายหมื่นที่หนีภัยความขัดแย้งครั้งล่าสุดมา

ข้อมูลขององค์กรผู้ลี้ภัยชาวปาเลสไตน์ (The United Nations Relief and Works Agency for Palestine Refugees in the Near East - UNRWA) พบว่า 71% ของโรงเรียนทั้งหมด 278 แห่งในฉนวนกาซา ใช้ระบบ "สองกะ" กล่าวคือ เป็นโรงเรียนสำหรับเด็ก ๆ ในตอนเช้า และสำหรับคนอื่น ๆ ในตอนบ่าย

ในปี 2022 ค่าเฉลี่ยของนักเรียนแต่ละชั้นเรียนอยู่ที่ 41 คน

ส่วนอัตราการอ่านออกเขียนได้ของผู้มีอายุ 15-19 ปี อยู่ที่ 98% ในปี 2021

ผู้คนจำนวนมากใช้โรงเรียนเป็นสถานที่หลบภัย

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, ผู้คนจำนวนมากใช้โรงเรียนเป็นสถานที่หลบภัย

10. คนรุ่นใหม่ผู้ว่างงาน

กาซาเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีประชากรอายุน้อยที่สุดในโลก โดยเกือบ 65% มีอายุต่ำกว่า 25 ปี ตามรายงานของ CIA World Factbook

เมื่อเปรียบเทียบกับลอนดอน ประชากรอายุต่ำกว่า 25 ปี มีเพียง 20% ตามข้อมูลจากการสำรวจสำมะโนประชากรปี 2021 และประชากรส่วนใหญ่ถึง 65% มีอายุระหว่าง 25-64 ปี

ประชากรกว่า 80% ที่อาศัยอยู่ในฉนวนกาซานั้น มีฐานะยากจน และอัตราการว่างงานยังจัดอยู่ในกลุ่มสูงที่สุดในโลก โดยสูงถึง 45% ในปี 2022

ถ้าดูเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ พบว่าเป็นตัวเลขที่สูงกว่ามาก โดย 73.9% ของผู้มีอายุระหว่าง 19-29 ปีที่สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาหรือปริญญา ต้องออกจากงาน