แผนสันติภาพ 'ลับ' เพื่อยุติสงครามในยูเครน มีรายละเอียดอย่างไร ?

ที่มาของภาพ, Reuters
สื่อหลายสำนักรายงานว่า สหรัฐฯ และรัสเซียได้เตรียมกรอบแผนสันติภาพฉบับใหม่เพื่อยุติสงครามในยูเครน โดยมีสาระสำคัญว่าต้องได้รับการยินยอมจากยูเครน และข้อตกลงที่ถูกเสนอในแผนฉบับนี้ยังระบุถึงการให้ยูเครนยอมสละดินแดนที่ยังคงควบคุมไว้และลดขนาดของกำลังทหารลงอย่างมาก
เชื่อว่าแผนสันติภาพดังกล่าว ไม่มีเจ้าหน้าที่จากชาติยุโรปหรือยูเครนได้เข้าไปเกี่ยวข้องในการเจรจาพูดคุยแต่อย่างใด ซึ่งก่อให้เกิดความวิตกว่า แผนสันติภาพฉบับนี้จะเอื้อประโยชน์ต่อรัสเซียอย่างมาก
ด้านทำเนียบขาวออกมายอมรับการมีอยู่ของแผนสันติภาพ "ที่ลงรายละเอียดและเป็นที่ยอมรับ" พร้อมเสริมว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เริ่มรู้สึก "ผิดหวัง" กับรัสเซียและยูเครน ต่อ "การปฏิเสธที่จะทำข้อตกลงสันติภาพ" และคณะทำงานของเขากำลังดำเนินการเรื่องนี้อยู่
ด้านรัสเซียไม่ได้ปฏิเสธหรือยอมรับว่าแผนดังกล่าวได้ถูกจัดทำขึ้นแล้ว
ช่วงเย็นวันพฤหัสบดี (20 พ.ย.) ทำเนียบประธานาธิบดียูเครนเผยแพร่แถลงการณ์ระบุว่า ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี "ได้รับร่างแผนสันติภาพจากฝ่ายอเมริกันอย่างเป็นทางการ ซึ่งจากการประเมินของฝ่ายอเมริกันมองว่า อาจเป็นแผนที่ช่วยฟื้นฟูการทูตให้กลับมาอีกครั้งได้"

ที่มาของภาพ, EPA / Shutterstock
ยูเลีย สวีรีเดนโก นายกรัฐมนตรียูเครน ได้พบกับเจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯ ในกรุงเคียฟ เมื่อวันพฤหัสบดี โดยทำเนียบประธานาธิบดีของเซเลนสกีระบุว่า "ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบที่จะทำงานร่วมกันตามแผนที่เตรียมการในทิศทางที่จะนำไปสู่การยุติสงคราม"
รัสเซียเปิดปฏิบัติการทางทหารรุกรานยูเครนอย่างเต็มรูปแบบในปี 2022 นับเป็นความขัดแย้งครั้งใหญ่ที่สุดในยุโรปนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สองเป็นต้นมา

เรารู้อะไรแล้วบ้าง
สื่อต่างประเทศหลายสำนักรายงานรายละเอียดของแผน 28 ประการที่อาจรวมอยู่ในแผนสันติภาพ โดยระบุว่าแผนทั้งหมดนี้ได้รับการเห็นชอบจากสตีฟ วิตคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษของประธานาธิบดีสหรัฐฯ และคิริลล์ ดีมิทริเยฟ ทูตพิเศษของรัสเซีย
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ ยืนยันกับบีบีซีว่า วิตคอฟฟ์ "ดำเนินการอย่างเงียบ ๆ" ในการจัดทำข้อเสนอ โดยเขาได้รับการให้ข้อมูลจากทั้งยูเครนและรัสเซียว่า "เงื่อนไขใดบ้างที่ทั้งสองชาติจะยอมรับได้เพื่อยุติสงคราม"
รายงานข่าวเริ่มปรากฏออกมาเมื่อวันพุธ โดยรายงานชี้ตรงกันว่าในแผนสันติภาพนี้ ยูเครนจำต้องสละความต้องการของฝ่ายตนอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ที่บีบีซีพูดคุยด้วยกล่าวว่า "ทั้งสองฝ่ายจะต้องยอมถอยทั้งคู่ ไม่ใช่แค่ยูเครนเท่านั้น"

ที่มาของภาพ, Reuters
เว็บไซต์ข่าวแอ็กซิโอส (Axios) ไฟแนนเชียลไทมส์ และรอยเตอร์ รายงานโดยอ้างบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ว่า ยูเครนจะถูกคาดหวังให้สละพื้นที่ของภูมิภาคดอนบาสทางตะวันออกของยูเครน ซึ่งยูเครนยังคงควบคุมไว้ และตัดลดขนาดของกำลังพล รวมถึงสละอาวุธจำนวนมาก
จากข้อมูลของเว็บไซ์ข่าวการเมืองแอ็กซิโอสซึ่งรายงานแผนนี้เป็นแห่งแรก การสละพื้นที่ที่เหลือของดอนบาสจะเป็นการแลกเปลี่ยนกับการรับประกันความปลอดภัยจากสหรัฐฯ สำหรับยูเครนและยุโรปจากการรุกรานของรัสเซียในอนาคต
ไฟแนนเชียลไทมส์เสริมว่า ยูเครนจะตกลงที่จะลดขนาดของกองกําลังทหารลงครึ่งหนึ่ง และระบุด้วยว่ายูเครนจะต้องยอมรับภาษารัสเซียอย่างเป็นทางการ และให้สถานะการคุ้มครองแก่คริสตจักรออร์โธดอกซ์รัสเซียด้วย
อย่างไรก็ตาม ตามรายงานของเทเลกราฟ ระบุว่ายูเครนจะยังคงเป็นเจ้าของภูมิภาคดอนบาสตามกฎหมาย ในขณะที่รัสเซียจะจ่ายค่าเช่าที่ไม่ได้ระบุรายละเอียด สําหรับการควบคุมพื้นที่ในทางพฤตินัย

ที่มาของภาพ, Reuters
ภายใต้รัฐธรรมนูญของยูเครน ประเด็นเรื่องดินแดนจะต้องมีการออกเสียงประชามติระดับชาติ ซึ่งการลงประชามติครั้งนี้แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ขณะเดียวกันโครงสร้าง "สัญญาเช่า" ที่เสนอมาจะหลีกเลี่ยงข้อกำหนดดังกล่าว
แหล่งข่าวที่สํานักข่าวเอเอฟพีสัมภาษณ์กล่าวว่า แผนดังกล่าวเรียกร้องให้ "ให้มีการรับรองไครเมียและภูมิภาคอื่น ๆ ที่รัสเซียยึดครองไปด้วย"
ปัจจุบันกองกําลังรัสเซียควบคุมดินแดนยูเครนประมาณ 1 ใน 5 และยังคงรุกคืบเพื่อยึดครองพื้นที่เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันรัสเซียก็เปิดการโจมตีต่อเป้าหมายโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานบ่อยครั้งขึ้นในขณะที่ฤดูหนาวกำลังใกล้เข้ามา
เมื่อปี 2022 รัสเซียได้ผนวก 4 ภูมิภาคของยูเครนเข้าเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซีย ได้แก่ ภูมิภาคโดเนตสก์ และลูฮันสก์ ทางภาคตะวันออก รวมถึงภูมิภาคแคร์ซอน และซาปอรีเชีย แม้ว่าจะไม่สามารถควบคุมพื้นที่ดังกล่าวได้อย่างเต็มที่ โดยก่อนหน้านี้รัสเซียได้ผนวกคาบสมุทรไครเมียจากยูเครนในปี 2014 มาก่อนแล้วด้วย

ที่มาของภาพ, Reuters
อะไรคือสิ่งที่ยังไม่ชัดเจนในแผนสันติภาพตามรายงานข่าว
รายละเอียดทั้งหมดของแผนยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด
แหล่งข่าวที่สำนักข่าวเอเอฟพีอ้างอิงรายหนึ่งระบุว่า ยัง "ไม่ชัดเจน" ว่ารัสเซียจะให้คํามั่นสัญญาอะไรเพื่อแลกกับการยอมสละพื้นที่บางส่วน ซึ่งยูเครนเคยอธิบายไว้ก่อนหน้านี้ว่า เท่ากับเป็นการการยอมจํานน
ปูตินเรียกร้องให้ยูเครนยกเลิกแผนการเข้าร่วมพันธมิตรนาโตที่นําโดยสหรัฐฯ และถอนทหารออกจากพื้นที่ 4 จังหวัดที่รัสเซียอ้างว่าเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซีย
ขณะที่รัสเซียเองไม่ได้เปิดเผยข้อบ่งชี้ว่าได้ยกเลิกข้อเรียกร้องเหล่านั้นไปแล้ว และก่อนหน้านี้ยูเครนได้กล่าวว่าจะไม่ยอมรับข้อเรียกร้องของรัสเซียดังกล่าว

ที่มาของภาพ, Reuters / EPA / Shutterstock
ปฏิกิริยาล่าสุดเป็นอย่างไร ?
สหรัฐฯ ออกมายืนยันการมีอยู่ของแผนดังกล่าว แต่รัสเซียยังไม่ได้ให้การยืนยันแต่อย่างใด
เมื่อวันพุธ (19 พ.ย.) มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ โพสต์บนเอ็กซ์ (X) ว่าการบรรลุ "สันติภาพที่ยั่งยืนจะต้องให้ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะยอมสละบางอย่างที่ยากลำบากในการตัดสินใจ แต่จําเป็น" เขากล่าวว่าสหรัฐฯ กําลังปรึกษาหารือกับคู่ขัดแย้งทั้งสองฝ่ายเพื่อ "พัฒนาชุดแนวคิดที่เป็นไปได้ในการยุติสงครามครั้งนี้"
ในขณะที่คณะทำงานของดีมิทริเยฟปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับรายงานดังกล่าว ดิมิทรี เปสคอฟ โฆษกรัฐบาลรัสเซีย กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่ามีการ "ติดต่อ" กับสหรัฐฯ จริง แต่ไม่มี "การปรึกษาหารือหรือเจรจา" เกิดขึ้น
เปสคอฟยังให้สัมภาษณ์กับบีบีซีว่า เขาไม่สามารถยืนยันการมีอยู่ของแผนนี้ โดยเสริมว่า "เราไม่มีอะไรใหม่ที่จะเพิ่มในสิ่งที่พูดในแองเคอเรจ (Anchorage) [สถานที่เจรจาครั้งล่าสุดระหว่างปูตินและทรัมป์ในอะแลสกาเมื่อเดือน ส.ค.] เราไม่มีอะไรใหม่ที่จะพูดในกรณีนี้"

ที่มาของภาพ, EPA / Shutterstock
คาจา คัลลาส หัวหน้าฝ่ายนโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรป เตือนเมื่อวันพฤหัสบดีว่า แผนใด ๆ ก็ตามจะต้องได้รับการสนับสนุนจากชาวยูเครนและชาวยุโรป ขณะที่ฌ็อง-โนเอล บาร์โรต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศฝรั่งเศส กล่าวเสริมว่า "ชาวยูเครนไม่ต้องการการยอมจํานนในรูปแบบใด ๆ"
ด้านยูเลีย สวีรีเดนโก นายกรัฐมนตรียูเครน กล่าวก่อนที่ทำเนียบประธานาธิบดีของเซเลนสกีจะออกแถลงการณ์เมื่อวันพฤหัสบดีว่า การพบปะของเธอกับเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ในวันนั้นได้เปิด "โอกาสให้กับตัวแทนของรัฐบาลสหรัฐฯ ได้ประเมินสถานการณ์ภาคพื้นดินและดูผลพวงที่ตามมาของการรุกรานของรัสเซีย"
สำหรับเซเลนสกี เขาปฏิเสธการยกดินแดนให้กับรัสเซียมานานแล้ว
รัฐบาลยูเครนและชาติพันธมิตรตะวันตกรวมถึงสหรัฐฯ ได้เรียกร้องให้มีการหยุดยิงทันทีในสมรภูมิแนวหน้าอันกว้างใหญ่ แต่รัสเซียปฏิเสธข้อเรียกร้องดังกล่าว และย้ำถึงข้อเรียกร้องที่ยูเครนระบุว่าจะเป็นการยอมจำนนโดยพฤตินัย
เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา เซอร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย กล่าวว่าเงื่อนไขเบื้องต้นของรัสเซียในข้อตกลงสันติภาพ ได้แก่ การยกดินแดนให้กับรัสเซีย การลดขนาดกองทัพยูเครนอย่างเข้มงวด และสถานะความเป็นกลางของประเทศ ซึ่งเงื่อนไขเหล่านี้ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากที่ปูตินเสนอไว้เมื่อปี 2024

ที่มาของภาพ, Ukrainian Armed Forces handout / EPA / Shutterstock
แผนที่เสนอมาจะเป็นผลหรือไม่ ?
วิทาลี เชฟเชนโก ผู้เชี่ยวชาญด้านรัสเซียและยูเครนจากแผนกบีบีซีมอนิเตอริง (BBC Monitoring) กล่าวว่าแผนสันติภาพยูเครน ของสหรัฐฯ และรัสเซีย "แตกต่างจากข้อเรียกร้องที่มากที่สุดของรัสเซียก่อนหน้านี้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น"
เขาเสริมว่า หากเป็นความจริงว่า สหรัฐฯ สนับสนุนสิ่งที่เป็นรายการความปรารถนาของวลาดิเมียร์ ปูติน ในยูเครน "สิ่งนี้จะทําให้เกิดข้อสงสัยว่าสหรัฐฯ เป็นผู้ไกล่เกลี่ยที่เป็นกลางในความพยายามที่จะยุติสงครามหรือไม่" และจะยิ่งเพิ่มความกังวลที่มีมาอย่างยาวนานในยุโรปว่า สหรัฐฯ พยายามที่จะกีดกันยุโรป ในขณะเดียวกันก็เดินหน้าฟื้นฟูความสัมพันธ์กับรัสเซียไปด้วย
ทอม เบทแมน ผู้สื่อข่าวประจำกระทรวงการต่างประเทศของบีบีซีในกรุงวอชิงตันกล่าวว่า รัสเซียเคยเสนอข้อเรียกร้องในประเด็นเหล่านี้มาก่อน และยูเครนมองว่าเป็นการยอมจํานน
"เมื่อเร็ว ๆ นี้ รัฐบาลสหรัฐฯ ได้เพิ่มจุดยืนที่เข้มงวดต่อรัสเซียด้วยการคว่ำบาตรครั้งใหม่ และอาจเตรียมที่จะกดดันประธานาธิบดีเซเลนสกีให้หนักขึ้นเกี่ยวกับสิ่งที่เขาและพันธมิตรในยุโรปมองว่าเป็นเส้นสีแดงที่ไม่สามารถละเมิดได้มาโดยตลอด"











