หนึ่งสัปดาห์ สงครามสหรัฐฯ-อิสราเอล กับอิหร่าน ภูมิภาคอ่าวยังคงระอุ กรุงเตหะรานยังเผชิญการโจมตีต่อเนื่อง

ภาพถ่ายจากกรุงเตหะราน Note: Restricted use: This image can only be used within 30 days of the upload date (7 March 2026)

ที่มาของภาพ, Reuters

เวลาอ่าน: 19 นาที

ขณะที่ความขัดแย้งซึ่งปะทุขึ้นจากการที่สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อวันเสาร์ (28 ก.พ.) ที่ผ่านมาได้ดำเนินมาครบรอบหนึ่งสัปดาห์ ภูมิภาคบริเวณโดยรอบอ่าวเปอร์เซียยังคงคุกรุ่น มีการโจมตีกรุงเตหะรานของอิหร่านอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันอิหร่านก็ยังคงตอบโต้เป็นวงกว้างทั่วทั้งภูมิภาค นี่คือสรุปความคืบหน้าของสถานการณ์ในรอบวันที่ผ่านมา

ช่วงเช้าที่ผ่านมาประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ของอิหร่าน ได้เผยแพร่วิดีโอแถลงการณ์ผ่านทางสถานีโทรทัศน์แห่งรัฐของอิหร่าน "ขอโทษ"ต่อประเทศเพื่อนบ้านที่ถูกโจมตี โดยกล่าวว่า "นับจากนี้เป็นต้นไป ห้ามโจมตีประเทศเพื่อนบ้านเว้นแต่จะถูกโจมตีก่อน"

ก่อนหน้านี้กรุงเตหะรานของอิหร่านยังคงมีเสียงระเบิดดังขึ้นระลอกใหม่จากการที่อิสราเอลและสหรัฐฯ ยังคงเปิดฉากโจมตีครั้งใหม่ โดยมีเป้าหมายเป็นสนามบิน ขณะที่กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ระบุว่าได้ "ถล่ม" โครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) และมหาวิทยาลัย

เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำสหประชาชาติระบุว่า มีพลเรือนเสียชีวิตในประเทศแล้ว 1,332 คน นับตั้งแต่วันเสาร์ที่ 28 ก.พ.

ในอีกแนวหน้าหนึ่ง อิสราเอล กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ยังได้รุกคืบโจมตีทางตอนใต้ของเลบานอน ล่าสุดรายงานผู้เสียชีวิต 217 ราย บาดเจ็บ 798 ราย โดยอิสราเอลชี้ว่าเป็นการตอบโต้การโจมตีของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์และแจ้งเตือนให้ประชาชนเลบานอนทางตอนใต้อพยพ

ส่วนสถานการณ์ในอิสราเอลนั้น กองกำลัง IDF ได้ประกาศเตือนพลเรือนให้ระวังอิหร่านโจมตีหลายระลอกของอิหร่านในช่วงเย็นวันศุกร์ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

ขณะที่สหรัฐฯ ยังไม่มีท่าทีลดละ โดยล่าสุดทรัมป์กล่าวว่า บรรดาบริษัทผู้ผลิตอาวุธของสหรัฐฯ ตกลงที่จะ "เพิ่มกำลังการผลิตอาวุธขึ้นเป็น 4 เท่า" และพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของเขายังได้กล่าวเตือนรัสเซียผ่านสัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ซีบีเอสนิวส์ (CBS News) โดยกล่าวว่า "สิ่งใดก็ตามที่ไม่ควรเกิดขึ้น" จะถูก "เผชิญหน้าและตอบโต้อย่างแข็งกร้าว" หลังก่อนหน้านี้มีรายงานที่ระบุว่ารัสเซียกำลังให้ความช่วยเหลือแก่อิหร่าน

ขณะเดียวกันสหรัฐฯ ทำเนียบขาวยังส่งสารที่ไม่ชัดเจนนักว่าสงครามในอิหร่านจะยุติลงอย่างไร

สถานการณ์ในอิหร่าน

A large bomber aircraft is pictured with a bright light shining as it approaches a runway at an airbase.

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, เครื่องบินทิ้งระเบิด บี-วัน (B-1) เคยผ่านการใช้งานมาแล้วทั้งในสมรภูมิซีเรีย ลิเบีย อัฟกานิสถาน และอิรัก สามารถบรรทุกอาวุธยุทโธปกรณ์และอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้น้ำหนักสูงสุดถึง 34 ตัน

ตั้งแต่เมื่อเวลาราว 16.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น (หรือ 20.00 น. ตามเวลาประเทศไทย กองกำลังป้องกันอิสราเอล (Israel Defense Forces - IDF) ระบุว่าได้เริ่มปฏิบัติการโจมตีระลอกที่ 15 พุ่งเป้าไปยังโครงสร้างพื้นฐานที่ทางการอิสราเอลระบุว่าเป็น "โครงสร้างพื้นฐานของระบอบผู้ก่อการร้ายอิหร่านในกรุงเตหะราน"

บีบีซีรายงานถึงเหตุระเบิดที่สนามบินเมห์ราบัด (Mehrabad) ซึ่งเป็นสนามบินที่ให้บริการภายในประเทศในกรุงเตหะรานซึ่งผู้เห็นเหตุการณ์ระบุว่ามีการโจมตีอย่างหนักหน่วงในพื้นที่ดังกล่าว

สนามบินแห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อปี 1938 และได้รับการกล่าวขานว่าเป็นสนามบินที่พลุกพล่านที่สุดของประเทศ นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของบริษัทด้านการบินและอวกาศหลายแห่ง ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของอิหร่าน ทำให้สถานที่แห่งนี้ตกเป็นเป้าการโจมตีของอิสราเอลตลอดหลายครั้งที่ผ่านมา

ล่าสุดในยามเช้าของวันที่ 7 มี.ค. ตามเวลาท้องถิ่นกองกำลังป้องกันอิสราเอลระบุว่าได้เสร็จสิ้นปฏิบัติการโจมตีระลอกล่าสุดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยเปิดเผยว่า ปฏิบัติการดังกล่าวมีเครื่องบินขับไล่ของกองทัพอากาศอิสราเอลเข้าร่วมมากกว่า 80 ลำ และได้ "ถล่มสถานที่ตั้งทางทหารหลายแห่ง" ซึ่งรวมถึงมหาวิทยาลัยอิหม่ามฮุสเซน (Imam Hossein University) ซึ่งเป็นสถาบันการทหารหลักของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ที่ใช้เป็นสถานที่ฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ของหน่วย"

นอกจากนี้ กองทัพยังระบุด้วยว่าได้ทำการโจมตี "สถานที่จัดเก็บอาวุธของหน่วยขีปนาวุธอิหร่าน" ตลอดจนฐานขีปนาวุธทิ้งตัวใต้ดิน "ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการของรัฐบาลทำงานอยู่นับร้อยนาย"

ในการบรรยายสรุป ณ ศูนย์บัญชาการกลางสหรัฐฯ (US Central Command) ครั้งล่าสุดโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า สหรัฐฯ ได้ดำเนินการโจมตีระบบโดรนและขีปนาวุธของอิหร่าน "ในทุก ๆ ชั่วโมง"

ขณะที่พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า กำลังจะมีการยกระดับแสนยานุภาพการโจมตีทางอากาศเหนืออิหร่าน โดยสหรัฐฯ สามารถยืนหยัดในปฏิบัติการครั้งนี้ต่อไปได้นานตราบเท่าที่ต้องการ และมีชาติพันธมิตรของสหรัฐฯ หลายประเทศได้ยื่นมือเข้ามาให้ความช่วยเหลือแล้วเช่นกัน

โดยเช้าวันนี้มีรายงาน เครื่องบินทิ้งระเบิดเครื่องบินทิ้งระเบิด บี-วัน แลนเซอร์ (B-1 Lancer) ของสหรัฐฯ ซึ่งสามารถบรรทุกขีปนาวุธร่อน (Cruise missiles) ได้ถึง 24 ลูก ได้เดินทางมาลงจอดที่ฐานทัพอากาศแฟร์ฟอร์ด (RAF Fairford) ในมณฑลกลอสเตอร์เชียร์ ของสหราชอาณาจักร เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาหลังจากที่ เซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ได้อนุมัติให้สหรัฐฯ เข้าใช้ฐานทัพทหารของอังกฤษได้ โดยระบุว่าจำกัดสิทธิ์ไว้เฉพาะการใช้เพื่อปฏิบัติการโจมตีเชิงป้องกันต่อฐานปล่อยขีปนาวุธของอิหร่านเท่านั้น

ก่อนหน้านี้ในช่วงต้นสัปดาห์ เจ้าหน้าที่ชาติตะวันตกหลายรายระบุว่า สหราชอาณาจักรมีความพร้อมที่จะรองรับเครื่องบินทิ้งระเบิดเหล่านี้ และคาดการณ์ว่าฝูงบินจะเดินทางมาถึงภายในเวลาไม่กี่วันข้างหน้า

สภาเสี้ยววงเดือนแดงของอิหร่านเผยแพร่วิดีโอแสดงความเสียหายหนักของอาคารสำนักงานในเมืองมาฮาบัด ทางตะวันตกเฉียงเหนือ โดยด้านหนึ่งของอาคารสูง 3 ชั้นพังถล่มลงมาเป็นซากปรักหักพัง กระจายไปทั่วลานจอดรถและภายในโถงบันไดที่เต็มไปด้วยเศษกระจกแตกและซากอาคาร โดยสภาเสี้ยววงเดือนแดงระบุว่าความเสียหายเกิดจากการโจมตีเมืองดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงข้ามคืนที่ผ่านมา

บีบีซีสามารถยืนยันตำแหน่งอาคารดังกล่าวบนถนนทาลาฆานี ชาร์กี จากการเทียบภาพร้านค้าและผังถนนกับภาพถ่ายดาวเทียม

ฮอสเซน เคอร์มานปูร์ โฆษกกระทรวงสาธารณสุขอิหร่านได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์มเอ็กซ์ (X) ระบุว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 2,000 คน กำลังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล "ในขณะนี้" โดยในจำนวนผู้บาดเจ็บนี้ มี 552 คนที่อายุต่ำกว่า 18 ปี และอายุน้อยที่สุดเป็นทารกเพศหญิงวัย 4 เดือน

เขายังระบุต่อไปว่ามีผู้เสียชีวิตที่อายุต่ำกว่า 18 ปี แล้ว 200 คน โดยผู้เสียชีวิตที่อายุน้อยที่สุดเป็นทารกวัยเพียง 8 เดือน อย่างไรก็ดี เขาไม่ได้เปิดเผยตัวเลขประเมินของผู้เสียชีวิตรวมทั้งหมดนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้น

"สงครามยังส่งผลกระทบต่อระบบสาธารณสุขด้วย" เขากล่าว พร้อมระบุว่ามีบุคลากรทางการแพทย์เสียชีวิตแล้ว 8 คน ได้รับบาดเจ็บ 30 คน และมีโรงพยาบาล 11 แห่ง "ได้รับผลกระทบจากขีปนาวุธ"

ด้านเจ้าหน้าที่ทางการสหรัฐฯ ได้ออกมาปฏิเสธว่าไม่ได้มุ่งเป้าโจมตีพลเรือน ขณะที่อิสราเอลระบุว่า ตนมุ่งเป้าโจมตีทรัพย์สินทางทหารด้วย "ความแม่นยำ" เพื่อปกป้องพลเรือน พร้อมทั้งกล่าวหาว่าอิหร่านเป็นฝ่ายที่มุ่งเป้าโจมตีพลเรือนเสียเอง

ทั้งนี้ การเข้าถึงพื้นที่ในอิหร่านถูกจำกัดอย่างเข้มงวด โดยสำนักข่าวต่างประเทศมักถูกปฏิเสธการออกวีซ่า ซึ่งส่งผลให้ความสามารถในการรวบรวมข้อมูลข่าวสารในพื้นที่ถูกจำกัดอย่างหนัก

ผู้สื่อข่าวประจำภูมิภาคตะวันออกกลางของบีบีซีรายงานว่า รัฐบาลอิสราเอลมักบรรยายว่า อิหร่านเป็นภัยคุกคามต่อความอยู่รอดของชาติตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา และในหมู่ชาวยิวในอิสราเอล ก็มีความเห็นพ้องต้องกันในระดับที่เรียกได้ว่าเกือบจะเป็นเอกฉันท์ที่สนับสนุนให้ใช้ปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน

.

ที่มาของภาพ, EPA

คำบรรยายภาพ, ยังคงปรากฏควันพวงพุ่งเหนือกรุงเตหะราน (ภาพถ่ายเมื่อวันที่ 6 มี.ค. 2026)

เลบานอน ระบุ มีผู้เสียชีวิตแล้ว 217 ราย

ตลอด 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาอิสราเอลยังมีการโจมตีในพื้นที่ใกล้กรุงเบรุต ประเทศเลบานอนอย่างต่อเนื่อง โดยก่อนหน้านี้ทางการอิสราเอลสั่งการให้ประชาชนหลายพันคนอพยพออกจากพื้นที่ดังกล่าว เพื่อดำเนินปฏิบัติการที่อิสราเอลระบุว่ามุ่งเป้าโจมตีกลุ่มฮิซบอลเลาะห์

บีบีซีได้รับภาพถ่ายบางส่วนแสดงให้เห็นกลุ่มควันพวยพุ่งขึ้นเหนือพื้นที่ชานเมืองทางตอนใต้ของกรุงเบรุต ขณะที่ตามท้องถนนเต็มไปด้วยเศษซากปรักหักพัง

ประชาชนในกรุงเบรุตยังกล่าวกับบีบีซีถึงความหวาดกลัวและความสับสนท่ามกลางการโจมตีที่เกิดขึ้น ซึ่งกองทัพอิสราเอลระบุว่าเป็นการพุ่งเป้าไปที่ "ศูนย์บัญชาการ" และคลังจัดเก็บโดรนของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์

โรงเรียนหลายแห่งในกรุงเบรุต เมืองหลวงของเลบานอน ถูกดัดแปลงให้เป็นศูนย์พักพิง เนื่องจากมีประชาชนจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ ที่ต้องอพยพทิ้งถิ่นฐาน อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากการที่อิสราเอลโจมตีกลุ่มฮิซบอลเลาะห์

ขณะเดียวกันมีรายงานว่ากองกำลัง IDF ถล่มฐานที่มั่นของกองกำลังรักษาสันติภาพแห่งสหประชาชาติ หรือยูนิฟิล (Unifil) ในพื้นที่ทางตอนใต้ของเลบานอน ส่งผลให้ทหารชาวกานาได้รับบาดเจ็บ 3 นาย

กระทรวงสาธารณสุขเลบานอนระบุว่า มีผู้เสียชีวิตแล้ว 217 คน และได้รับบาดเจ็บอีก 798 คนในเลบานอน นับตั้งแต่อิสราเอลเริ่มเปิดฉากโจมตีเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา

ด้านกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ได้ออกประกาศเตือนให้ชาวอิสราเอลที่อาศัยอยู่ในรัศมี 5 กิโลเมตรจากพรมแดนเลบานอน อพยพออกจากที่พักอาศัยของตน

A member of the civil defence stands at the site of overnight Israeli airstrikes in the southern suburbs of Beirut

ที่มาของภาพ, AFP via Getty Images

คำบรรยายภาพ, กรุงเบรุตถูกโจมตีอย่างหนักตลอดช่วงข้ามคืนที่ผ่านมาต่อเนื่องจนถึงวันศุกร์

การโต้กลับของอิหร่านเป็นอย่างไรบ้าง

ศูนย์ปฏิบัติการการค้าทางทะเลแห่งสหราชอาณาจักร (United Kingdom Maritime Trade Operations Centre - UKMTO) รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวบุคคลที่สามแจ้งเหตุเรือลากจูงลำหนึ่งถูกยิงด้วยอาวุธไม่ทราบชนิดบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ห่างชายฝั่งโอมานทางเหนือราว 6 ไมล์ทะเล พร้อมเตือนให้เรือที่ผ่านพื้นที่ใช้ความระมัดระวังและรายงานความเคลื่อนไหวต้องสงสัย

ช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลกถูกจับตาอย่างใกล้ชิด หลังอิหร่านขู่จะ "จุดไฟเผา" เรือทุกลำที่พยายามแล่นผ่าน เพื่อตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอล

นอกจากนี้ทีมข่าวของบีบีซีรายงานจากกรุงโดฮา ประเทศการ์ตา ระบุว่าประชาชนในกาตาร์ยังคงตื่นกลางดึกจากสัญญาณเตือนภัยหลังทางการสกัดกั้นโดรนที่พุ่งเป้าโจมตีฐานทัพอัล‑อูเดด ขณะที่รัฐบาลยังคงขอให้หลีกเลี่ยงการรวมตัวกลางแจ้ง

และแม้ไม่มีเหตุโจมตีเพิ่มเติม เมืองยังคงเงียบเหงา ผู้คนออกมาจับจ่ายในซูเปอร์มาร์เก็ตที่ยังเปิดบางส่วน ส่วนโรงเรียนปิดทั้งสัปดาห์และสอนออนไลน์โดยยังไม่มีกำหนดกลับมาเรียนตามปกติ

น่านฟ้าของกรุงโดฮายังปิดทำการ โดยสนามบินนานาชาติฮาหมัดเร่งคืนสัมภาระให้ผู้โดยสาร ผู้เดินทางจำนวนหนึ่งเริ่มขับรถข้ามพรมแดนไปซาอุดีอาระเบีย ทำให้มีคิวแน่นที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง

ในช่วงเช้ามืดตามเวลาท้องถิ่น (ราว 8.00 น. เวลาไทย) โฆษกกระทรวงกลาโหมของซาอุดีอาระเบีย ระบุ ผ่านแพลตฟอร์มเอ็กซ์ (X) ว่า ซาอุดีอาระเบียสามารถสกัดกั้นโดรนจำนวน 6 ลำระหว่างกำลังมุ่งหน้าไปยังแหล่งน้ำมันแห่งหนึ่ง ตลอดจนขีปนาวุธทิ้งตัวที่มุ่งเป้าไปยังฐานทัพอากาศเอาไว้ได้

โดรนดังกล่าวถูกสกัดกั้นไว้ได้ที่บริเวณ รุบอุลคอลี (Rub' al Khali) ซึ่งเป็นพื้นที่ทะเลทรายกว้างใหญ่ทางตอนใต้ของประเทศซึ่งอุดมไปด้วยน้ำมันสำรองจำนวนมาก และเป็นที่ตั้งของรวมถึงแหล่งน้ำมันชัยบะห์ ซึ่งกระทรวงกลาโหมระบุว่าเป็นเป้าหมายของการโจมตีในครั้งนี้

โฆษกฯ ยังระบุเพิ่มเติมว่า ขีปนาวุธทิ้งตัวลูกดังกล่าวกำลังมุ่งหน้าไปยังฐานทัพอากาศเจ้าชายสุลต่าน (Prince Sultan Air Base) โดยเมื่อเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา ฐานทัพแห่งนี้ได้ถูกใช้งานโดยเครื่องบินของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเสริมกำลังทหารในตะวันออกกลาง ก่อนที่จะมีการเปิดฉากโจมตีในอิหร่าน

ล่าสุดเวลาราวตีสี่ตามเวลาท้องถิ่นของอิสราเอล (หรือราว 9.00 น. ตามเวลาประเทศไทย) กองกำลัง IDFก็ได้แจ้งเตือน ว่าตรวจพบขีปนาวุธที่ถูกยิงมาจากอิหร่านกำลังมุ่งหน้าเข้ามาที่กรุงเทลอาวีฟและได้มีการส่งข้อความแจ้งเตือนภัยไปยังโทรศัพท์มือถือ โดยมีคำแนะนำให้ผู้ที่ได้รับข้อความดังกล่าวเข้าไปยังพื้นที่หลบภัย

"ระบบป้องกันภัยกำลังทำงานเพื่อสกัดกั้นภัยคุกคามดังกล่าว" แถลงการณ์ระบุ

  • เหตุการณ์ที่สนามบินดูไบ

สนามบินนานาชาติดูไบประกาศ "กลับมาเปิดให้บริการบางส่วนแล้ว" หลังมีการระงับการให้บริการชั่วคราวเมื่อช่วงต้นของวันนี้

สำนักงานสื่อรัฐบาลนครดูไบ (Government of Dubai Media Office) กล่าวผ่านแพลตฟอร์มเอ็กซ์ ว่าเหตุการณ์ระงับการให้บริการในช่วงเช้าเป็นเพียงเหตุการณ์ "เล็กน้อย" เนื่องจากมีเศษซากบางส่วนร่วงหล่นลงมา

ขณะที่เกิดเหตุนั้นสายการบินเอมิเรตส์ (Emirates) ซึ่งเป็นหนึ่งในสองสายการบินแห่งชาติของยูเออี ก็ได้ประกาศระงับการให้บริการชั่วคราว ก่อนจะกลับมาให้บริการเช่นกัน โดยขอให้ลูกค้าที่มีเที่ยวบินในวันนี้เดินทางมายังสนามบินได้

ขณะนี้ยังคงมีความสับสนอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับสถานะของเที่ยวบินทั้งขาเข้าและออกจากนครดูไบในวันนี้ ทางด้านสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ระบุว่า สามารถสกัดกั้นการโจมตีจากอิหร่านได้อีกระลอกเมื่อช่วงเช้าตรู่ที่ผ่านมา

ขณะที่ช่วงตลอดวันศุกร์ที่ผ่านมากระทรวงกลาโหมสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ระบุว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศสามารถสกัดกั้นขีปนาวุธทิ้งตัวจำนวน 9 ลูก โดยได้ทำลายขีปนาวุธทั้ง 9 ลูกที่ตรวจพบในวันนี้ลงทั้งหมดแล้ว

นอกจากนี้ ทางการสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ยังตรวจพบโดรนจำนวน 112 ลำ โดยสกัดกั้นไว้ได้ 109 ลำ ขณะที่อีก 3 ลำตกภายในอาณาเขตของประเทศ

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ยังประเมินว่านับตั้งแต่สงครามปะทุขึ้น มีผู้เสียชีวิตแล้ว 3 คน และได้รับบาดเจ็บอีก 112 คน

ปฏิกิริยาจากฝ่ายอิหร่านเป็นอย่างไร

ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ของอิหร่าน

ที่มาของภาพ, Reuters

เมื่อเช้าวันที่ 7 มี.ค. 2026 ตามเวลาท้องถิ่น ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ของอิหร่าน ได้เผยแพร่วิดีโอแถลงการณ์ผ่านทางสถานีโทรทัศน์แห่งรัฐของอิหร่าน

"ข้าพเจ้าเห็นสมควรที่จะต้องขอโทษต่อประเทศเพื่อนบ้านที่ถูกโจมตี" เขากล่าว

"เราไม่มีเจตนาที่จะโจมตีประเทศเพื่อนบ้าน" เขาระบุ พร้อมเรียกร้องให้เกิดความร่วมมือในภูมิภาคเพื่อ "สถาปนาสันติภาพและความสงบสุข"

ปธน.เปเซชเคียนยังกล่าวเสริมว่า ได้มีการออกคำสั่งจากระดับผู้นำไปยังกองทัพแล้วว่า "นับจากนี้เป็นต้นไป ห้ามโจมตีประเทศเพื่อนบ้านเว้นแต่จะถูกโจมตีก่อน"

"ผู้ที่กำลังพิจารณาฉวยโอกาสในห้วงเวลานี้เพื่อโจมตีอิหร่าน ต้องไม่ยอมตกเป็นหุ่นเชิดของลัทธิจักรวรรดินิยม" ประธานาธิบดีกล่าว พร้อมย้ำว่าการสนับสนุนอิสราเอลหรือสหรัฐฯ นั้น "ไม่ใช่เส้นทางสู่เกียรติยศและเสรีภาพ"

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาประธานาธิบดีเปเซชเคียนระบุว่า "บางประเทศได้เริ่มความพยายามในการเป็นคนกลางไกล่เกลี่ยแล้ว" โดยไม่ได้ระบุว่าเป็นประเทศใด

เขาระบุผ่านข้อความที่โพสต์ในโซเชียลมีเดียว่า "บางประเทศได้เริ่มเข้ามาพยายามเป็นคนกลางไกล่เกลี่ยแล้ว ขอให้เข้าใจตรงกันว่า เรามีความมุ่งมั่นที่จะสร้างสันติภาพที่ยั่งยืนในภูมิภาค ทว่าเราก็ไม่ลังเลที่จะปกป้องศักดิ์ศรีและอธิปไตยของชาติ"

เขายังกล่าวต่อไปว่า "การไกล่เกลี่ยควรพุ่งเป้าไปที่กลุ่มคนที่ประเมินชาวอิหร่านต่ำเกินไป และเป็นผู้จุดชนวนความขัดแย้งในครั้งนี้"

ขณะที่ลีซ ดูเซต์ หัวหน้าผู้สื่อข่าวต่างประเทศของบีบีซีรายงานว่าขณะนี้ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าจะมีการประกาศรายชื่อผู้สืบทอดอำนาจหลังการเสียชีวิตของอาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุดของอิหร่านหรือไม่ เนื่องจากอิสราเอลได้ประกาศแล้วว่า ไม่ว่าใครก็ตามที่ก้าวขึ้นมาดำรงตำแหน่งนี้ จะตกเป็น "เป้าหมายอย่างชัดเจน" เช่นเดียวกัน

มีรายงานว่า สภาผู้เชี่ยวชาญซึ่งเป็นการรวมตัวกันของผู้นำทางศาสนาอาวุโสราว 88 คนที่ได้รับมอบหมายภารกิจนี้ อาจจะพิจารณาแต่งตั้งเป็นคณะผู้นำ แทนที่จะเป็นบุคคลเพียงคนเดียวให้ขึ้นมาบริหารประเทศในช่วงเวลาแห่งความสุ่มเสี่ยงนี้

ท่าทีของทรัมป์

ตลอดทั้งช่วงวันศุกร์ตามเวลาท้องถิ่นของสหรัฐฯ ซึ่งตรงกับช่วงกลางคืนตามเวลาประเทศไทย ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ มีความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง

เขา กล่าวผ่านแพลตฟอร์มทรูธโซเชียลว่า "จะไม่มีข้อตกลงใด ๆ กับอิหร่าน เว้นเสียแต่การยอมจำนนอย่างไม่มีเงื่อนไขเท่านั้น"

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังได้กล่าวย้ำถึงจุดยืนที่ว่า สหรัฐฯ ควรมีบทบาทในการกำหนดทิศทางอนาคตทางการเมืองของอิหร่านหลังสิ้นสุดสงครามอีกด้วย

สำหรับประเด็นนี้ทรัมป์ระบุเพิ่มเติมในโพสต์เดียวกันว่า "หลังจากนั้นและเมื่อมีการคัดเลือกผู้นำที่ยอดเยี่ยมและเป็นที่ยอมรับได้ เราตลอดจนพันธมิตรและหุ้นส่วนที่ยอดเยี่ยมและกล้าหาญยิ่งของเรา จะทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเพื่อดึงอิหร่านกลับมาจากปากเหวแห่งความพินาศ และทำให้เศรษฐกิจของพวกเขายิ่งใหญ่ขึ้น ดีขึ้น และแข็งแกร่งยิ่งกว่าที่เคยเป็นมา"

"อิหร่านจะมีอนาคตที่ยิ่งใหญ่ 'ทำให้อิหร่านกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง (MAKE IRAN GREAT AGAIN - MIGA!)'"

แดเนียล บุช ผู้สื่อข่าวบีบีซีประจำกรุงวอชิงตันดีซีรายงานว่า นี่ถือเป็นการส่งสัญญาณถึงความมุ่งมั่นครั้งใหม่ของสหรัฐฯ ว่าจะทำสงครามต่อไปจนกว่ารัฐบาลอิหร่านจะยอมจำนนอย่างราบคาบ

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวบีบีซีรายนี้ตั้งข้อสังเกตว่าทรัมป์ไม่ได้เอ่ยถึงคำว่า "การเปลี่ยนระบอบ" (regime change) ซึ่งสอดคล้องกับท่าทีของเจ้าหน้าที่ระดับสูงในคณะบริหารที่ต่างหลีกเลี่ยงที่จะใช้คำนี้นับตั้งแต่สหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีเมื่อ 6 วันก่อน อย่างไรก็ดี ก็เป็นเรื่องยากที่จะไม่ตีความการเรียกร้องของทรัมป์ว่าเป็นสิ่งอื่นใด นอกเสียจากการยุติระบอบการปกครองของอิหร่านที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

ในความคืบหน้าล่าสุดจากนายทรัมป์เกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุผ่านสื่อสังคมออนไลน์อีกว่าสหรัฐอเมริกา "กำลังพาผู้คนหลายพันคนเดินทางออกจากหลายประเทศทั่วทั้งตะวันออกกลาง"

แบรนด์ เดอบุสแมน จูเนียร์ ผู้สื่อข่าวบีบีซีซึ่งเดินทางติดตามปธน.ทรัมป์รายงานจากเมืองโดรัล ชานเมืองไมอามี ซึ่งประธานาธิบดีทรัมป์จะใช้เป็นที่พักค้างคืนหลังจากเดินทางมาจากกรุงวอชิงตัน โดยระบุว่าประธานาธิบดีทรัมป์ไม่ได้ออกมาพูดคุยกับคณะผู้สื่อข่าวเลยตลอดระยะเวลาเที่ยวบินกว่า 2 ชั่วโมงจากกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.

เขาไม่ได้กล่าวถึงประเด็นอิหร่านอีกเลยนับตั้งแต่ช่วงเช้า ซึ่งเขาได้กล่าวสั้น ๆ กับฝูงชนที่มารวมตัวกันว่า สหรัฐฯ ทำผลงานได้ "ยอดเยี่ยมอย่างเป็นปรากฏการณ์" ในปฏิบัติการทางทหาร เขากล่าวเสริมด้วยว่า กองทัพเรือและระบบการสื่อสารของอิหร่านนั้น "มลายสิ้นไปแล้ว" เช่นเดียวกับกองทัพอากาศและผู้นำระดับสูงถึงสองระดับ

วันพรุ่งนี้ (8 มี.ค.) คาดว่าประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะมีภารกิจรัดตัวสำหรับโดยเขาจะพบปะกับผู้นำชาติละตินอเมริกาหลายประเทศในการประชุมสุดยอด "โล่แห่งทวีปอเมริกา" (Shield of the Americas) ที่เมืองไมอามี ก่อนจะเดินทางมุ่งหน้าไปยังเมืองโดเวอร์ รัฐเดลาแวร์เพื่อเข้าร่วมในพิธีรับร่างทหารสละชีพอย่างสมเกียรติซึ่งเป็นการส่งมอบร่างของทหารอเมริกัน 6 นายที่เสียชีวิตจากการโจมตีของอิหร่าน ณ ฐานทัพในคูเวต กลับคืนสู่สหรัฐฯ

อย่างไรก็ดี ซาราห์ สมิธ บรรณาธิการข่าวภูมิภาคอเมริกาเหนือของบีบีซี ระบุว่า การที่ทรัมป์ยืนกรานเรียกร้องให้อิหร่าน "ยอมจำนนอย่างไม่มีเงื่อนไข" ถือเป็นการส่งสัญญาณว่า เขาอาจล้มเลิกความตั้งใจที่จะเจรจาหาข้อตกลงเพื่อยุติสงครามครั้งนี้ลงแล้ว

US President Donald Trump speaking into a microphone

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ออกมาเรียกร้องให้อิหร่านคัดเลือกคณะผู้นำชุดใหม่ที่ทำเนียบขาว "สามารถยอมรับได้"

บรรยากาศในกลุ่มประเทศอ่าวยังคงคุกรุ่น

บีบีซียังได้รวบรวมสถานการณ์ในประเทศอื่น ๆ นอกบริเวณอ่าวเปอร์เซียที่ได้รับผลกระทบ

อาทิ อียิปต์ ซึ่งได้รับผลกระทบจากการที่บริษัทเดินเรือทั่วโลกต้องเปลี่ยนเส้นทางเดินเรือบางส่วนให้เบี่ยงออกจากคลองสุเอซ ซึ่งถือเป็นแหล่งรายได้เงินตราต่างประเทศที่สำคัญ

สถานการณ์นี้ยังสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อภาคการท่องเที่ยว และส่งผลกระทบต่อชาวอียิปต์หลายล้านคนที่ทำงานในกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ ซ้ำเติมเศรษฐกิจของอียิปต์ที่เปราะบางอยู่แล้วให้ย่ำแย่ลงไปอีก

อย่างไรก็ดี แม้ว่าอียิปต์จะเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดของสหรัฐฯ และเป็นผู้รับความช่วยเหลือทางทหารรายใหญ่ แต่ประเทศก็มีนโยบายความมั่นคงแห่งชาติที่ไม่อนุญาตให้มีการตั้งฐานทัพทหารต่างชาติในอาณาเขตของตน ซึ่งนั่นถือเป็นเรื่องที่ทำให้ชาวอียิปต์รู้สึกโล่งใจในขณะนี้

ด้านซีเรีย ทางการซีเรียได้จัดส่งกำลังทหารเพิ่มเติมไปยังบริเวณชายแดนที่ติดกับเลบานอนและอิรัก เพื่อสกัดกั้นการลักลอบแทรกซึมของกลุ่มติดอาวุธที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน โดยเฉพาะกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ สำนักข่าวแห่งรัฐของซีเรียรายงานว่า ในสัปดาห์นี้ มีประชาชนหลายราย รวมถึงเด็ก ได้รับบาดเจ็บจากเศษซากของขีปนาวุธอิหร่านที่ตกลงมา

ส่วนเขตเวสต์แบงก์ที่ถูกอิสราเอลยึดครองนั้น ในช่วงเริ่มต้นของสงครามอิหร่าน อิสราเอลได้สั่งปิดจุดตรวจและด่านทหารหลายแห่งสำหรับชาวปาเลสไตน์ในเขตเวสต์แบงก์ โดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคง

แม้ว่าจะมีเศษซากขีปนาวุธของอิหร่านตกลงในหมู่บ้านของชาวปาเลสไตน์ แต่ชาวปาเลสไตน์กลับต้องพึ่งพาสัญญาณไซเรนเตือนภัยจากนิคมชาวยิว หรือไม่ก็ต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชันที่ออกแบบมาสำหรับพลเรือนอิสราเอล เพื่อรับการแจ้งเตือนเมื่อมีการยิงจรวดเข้ามา

ด้านสถานการณ์ในฉนวนกาซาที่บอบช้ำจากสงครามและเพิ่งได้รับความช่วยเหลืออีกครั้งได้รับผลกระทบจากการที่จุดผ่านแดนเคเรม ชาลอม ถูกอิสราเอลสั่งปิดเป็นเวลา 3 วัน โดยทางการอิสราเอลระบุว่าพื้นที่ดังกล่าวอาจตกเป็นเป้าหมายการโจมตีของอิหร่าน ขณะนี้จุดผ่านแดนดังกล่าวเปิดทำการใหม่อีกครั้งแล้ว ขณะที่จุดผ่านแดนราฟาห์ที่เชื่อมต่อกับอียิปต์อันเป็นเส้นทางออกหลักสำหรับการอพยพผู้ป่วยทางการแพทย์ ยังคงปิดทำการอยู่

นอกจากนี้ มีรายงานว่าการเจรจาเพื่อจัดตั้งคณะกรรมการสันติภาพเพื่อกาซาของโดนัลด์ ทรัมป์ต้องหยุดชะงักลง เนื่องจากสมาชิกหลายคนกำลังติดพันอยู่กับความขัดแย้งระดับภูมิภาคระลอกใหม่นี้

ท่าทีล่าสุดของรัฐบาลชาติอื่น ๆ เป็นอย่างไร

โฆษกประจำตัวนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร ยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้เปลี่ยนจุดยืนพร้อมปฏิเสธที่จะ "คาดเดาสถานการณ์สมมติ" โดยย้ำว่าการตอบสนองของสหราชอาณาจักรตลอดสัปดาห์คือการอนุญาตให้สหรัฐฯ ใช้ฐานทัพในเชิงจำกัดและป้องกัน เพื่อคุ้มครองชีวิตและผลประโยชน์ของอังกฤษ ขณะที่กองทัพอังกฤษมุ่งยิงสกัดโดรน ส่วนสหรัฐฯ โจมตีฐานปล่อยขีปนาวุธต้นทาง

คำแถลงดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่เดวิด แลมมี่ รองนายกรัฐมนตรีของสหราชอาณาจักรระบุว่าการที่กองทัพอากาศอังกฤษอาจโจมตีฐานปล่อยขีปนาวุธของอิหร่านที่คุกคามชาวอังกฤษนั้นเป็นสิ่งถูกกฎหมาย

ด้านนายกรัฐมนตรีเปโดร ซานเชซ ของสเปน เรียกสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านว่าเป็น "ความผิดพลาดอย่างมหันต์" พร้อมกล่าวเสริมว่าความขัดแย้งดังกล่าว "อยู่นอกเหนือกฎหมายระหว่างประเทศอย่างชัดเจน"

ทั้งนี้ยังได้ตอบโต้ประธานาธิบดีทรัมป์ ได้ขู่ที่จะบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรทางการค้าอย่างเต็มรูปแบบต่อสเปน เพื่อตอบโต้ที่สเปนปฏิเสธไม่ยอมให้สหรัฐฯ เข้าใช้ฐานทัพที่บริหารร่วมกันในเมืองโมรอนและโรตา เพื่อปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน โดยระบุว่าเขาเชื่อว่า "ในหมู่ประเทศพันธมิตรด้วยกัน การช่วยเหลือกันเมื่อฝ่ายหนึ่งทำถูกถือเป็นเรื่องที่ดี และการชี้แนะเมื่อฝ่ายหนึ่งทำผิดหรือกำลังทำพลาดก็เป็นสิ่งที่ดีเช่นกัน ดังเช่นในกรณีนี้"

ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรีฟรีดริช แมร์ซ ของเยอรมนี กล่าวว่า ชาวอิหร่าน "มีสิทธิที่จะกำหนดชะตากรรมของตนเองได้อย่างเสรี" พร้อมเตือนว่าอิหร่าน "ต้องไม่กลายเป็นสมรภูมิสำหรับสงครามตัวแทน"

อย่างไรก็ดี เขาระบุว่าเยอรมนีกำลังเล็งเห็นถึง "ความเสี่ยงที่เพิ่มสูงขึ้น" ในขณะที่การสู้รบยังคงดำเนินต่อไป ซึ่งรวมถึงความเสี่ยงต่อ "บูรณภาพแห่งดินแดน" และ "ความเป็นรัฐ" ของอิสราเอล ตลอดจนความมั่นคงของบรรดาประเทศหุ้นส่วนของเยอรมนีในภูมิภาคนี้