ไฟล์เอกสารเอปสตีนที่มีข้อกล่าวหาต่อทรัมป์ ถูกเผยแพร่แล้ว รายละเอียดเป็นอย่างไร

ที่มาของภาพ, Davidoff Studios/Getty Images
- Author, เคย์ลา เอปสตีน
- เวลาอ่าน: 5 นาที
เอกสารของสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ หรือ เอฟบีไอ (FBI) ที่สรุปบทสัมภาษณ์หญิงรายหนึ่ง ที่กล่าวอ้างโดยไม่มีหลักฐานว่าเคยถูกโดนัลด์ ทรัมป์ ล่วงละเมิดทางเพศ ถูกเผยแพร่ออกมาแล้ว ในชุดเอกสารคดีเอปสตีนของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (Department of Justice - DOJ)
การเปิดเผยครั้งนี้เกิดขึ้นหลังมีรายงานว่า เอกสารดังกล่าวหายไปจากฐานข้อมูลของกระทรวงยุติธรรม จนทำให้พรรคเดโมแครตกล่าวหาเจ้าหน้าที่ว่าพยายามปกปิดข้อมูล
กระทรวงยุติธรรมระบุว่า เอกสารถูกกันไว้โดยไม่ได้ตั้งใจระหว่างกระบวนการตรวจสอบ เพราะถูก "ลงรหัสผิดว่าเป็นเอกสารซ้ำ"
บันทึกดังกล่าว อธิบายถึงบทสัมภาษณ์หลายครั้งในปี 2019 กับผู้หญิงคนนี้ ซึ่งกล่าวอ้างโดยไม่มีหลักฐานยืนยันต่อทั้งทรัมป์และเจฟฟรีย์ เอปสตีน
ด้านประธานาธิบดีทรัมป์ ปฏิเสธมาโดยตลอดว่าเขาไม่ได้กระทำความผิดใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับผู้กระทำผิดทางเพศซึ่งเสียชีวิตแล้วรายนี้
ตามบันทึกฉบับหนึ่งจากทั้งหมดสามฉบับ ผู้หญิงที่ไม่ระบุชื่อรายนี้ให้การกับเจ้าหน้าที่เอฟบีไอว่า เจฟฟรีย์ เอปสตีน แนะนำให้เธอรู้จักกับ โดนัลด์ ทรัมป์ ตั้งแต่ทศวรรษที่ 1980 ตอนที่เธอยังเป็นวัยรุ่น
เธอกล่าวหาว่าชายทั้งสองล่วงละเมิดทางเพศเธอ ระหว่างที่เธอมีอายุราว 13–15 ปี
ตามเอกสาร เจ้าหน้าที่เอฟบีไอไม่ได้ติดต่อกับผู้หญิงรายนี้เพิ่มเติมหลังจากการสัมภาษณ์
ยังไม่ชัดเจนว่าทั้งทรัมป์และเอปสตีนรู้จักกันในช่วงเวลาที่ผู้หญิงรายนี้กล่าวว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นหรือไม่
ทำเนียบขาวออกแถลงการณ์ตอบโต้ข้อกล่าวหาที่เพิ่งถูกเผยแพร่นี้ โดยชี้ว่าเป็น "ข้อกล่าวหาที่ไร้มูลความจริงโดยสิ้นเชิง" และ "ไม่มีหลักฐานที่น่าเชื่อถือมารองรับ"
"อย่างที่เราพูดมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน การเปิดเผยเอกสารคดีเอปสตีนได้พิสูจน์ความบริสุทธิ์ของประธานาธิบดีทรัมป์อย่างไร้ซึ่งข้อกังหาใด ๆ" แคโรไลน์ ลีวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว กล่าว
เธอเสริมว่า กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ภายใต้รัฐบาลที่แล้วของโจ ไบเดน ไม่ได้ตั้งข้อหาต่อทรัมป์จากข้อกล่าวหาดังกล่าว "เพราะพวกเขารู้ว่าประธานาธิบดีทรัมป์ไม่ได้ทำอะไรผิดเลย"
ชื่อของทรัมป์ถูกกล่าวถึงหลายพันครั้งในเอกสารที่กระทรวงยุติธรรมเผยแพร่ รวมถึงในอีเมลและจดหมายโต้ตอบที่ เจฟฟรีย์ เอปสตีน ส่งถึงบุคคลอื่น ๆ
จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีผู้รอดชีวิตคนใดจากคดีเอปสตีนที่ออกมาเปิดเผยตัวกล่าวหาว่า โดนัลด์ ทรัมป์ กระทำความผิดทางอาญา
นอกจากสรุปบันทึกการสัมภาษณ์พยานของเอฟบีไอ ซึ่งรวมถึงการสัมภาษณ์ผู้หญิงนิรนามรายนี้ในปี 2019 แล้ว เอกสารคดีเอปสตีนชุดเต็มยังมีรายการข้อกล่าวหาที่ผู้โทรแจ้งเบาะแสต่อศูนย์รับแจ้งภัยคุกคามแห่งชาติ ส่งเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับทรัมป์ไว้ด้วย
รายการดังกล่าวมีข้อกล่าวหาเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศจำนวนมากที่พุ่งเป้าไปยังทรัมป์ เอปสตีน และบุคคลมีชื่อเสียงรายอื่น ๆ โดยหลายข้อกล่าวหาดูเหมือนอ้างอิงจากเบาะแสที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน และมักไม่มีหลักฐานสนับสนุนแนบมาด้วย
หลังการเผยแพร่เอกสารคดีเอปสตีนเมื่อเดือน ม.ค. กระทรวงยุติธรรมระบุว่า "เอกสารบางส่วนมีข้อกล่าวหาที่ไม่เป็นความจริงและมีลักษณะหวือหวาเกี่ยวกับประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งถูกส่งให้เอฟบีไอก่อนการเลือกตั้งปี 2020"
"เพื่อความชัดเจน ข้อกล่าวหาเหล่านี้ไม่มีมูลความจริงและเป็นเท็จ และถ้าหากมีความน่าเชื่อถือแม้แต่น้อย ก็คงถูกนำมาใช้เล่นงานประธานาธิบดีทรัมป์ไปแล้วอย่างแน่นอน"
บันทึก 3 ฉบับที่เพิ่งเผยแพร่ตามมาหลังจากสื่อสหรัฐฯ รายงานว่า เอกสารเหล่านี้ถูกกันไว้โดยผิดพลาดโดยไม่ได้ตั้งใจในการเปิดเผยเอกสารคดีเอปสตีนรอบแรก
สำนักข่าวเอ็นพีอาร์ (NPR) รายงานเป็นแห่งแรกว่า ดัชนีเอกสารและหมายเลขลำดับในแฟ้มข้อมูลบ่งชี้ว่า เอฟบีไอได้สัมภาษณ์ผู้หญิงคนดังกล่าว 4 ครั้งในปี 2019 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสืบสวนกิสเลน แม็กซ์เวลล์ ผู้สมรู้ร่วมคิดของเอปสตีน ที่ถูกจำคุกในปี 2022 จากความผิดฐานค้ามนุษย์เพื่อแสวงหาประโยชน์ทางเพศ
อย่างไรก็ตาม รายงานของ NPR และสื่ออื่น ๆ รวมถึงเดอะนิวยอร์กไทมส์ ชี้ว่า สรุปบทสัมภาษณ์ 3 ฉบับ และบันทึกที่เกี่ยวข้อง รวมแล้วมากกว่า 50 หน้า ไม่ได้ถูกเผยแพร่บนเว็บไซต์ของกระทรวงยุติธรรม
เอปสตีนดูเหมือนจะเคยเป็นเพื่อนกับโดนัลด์ ทรัมป์ อยู่หลายปี ก่อนที่ทั้งสองจะมีปัญหาขัดแย้งกัน
ทรัมป์ระบุว่า ความสัมพันธ์ของพวกเขายุติลงในช่วงต้นทศวรรษที่ 2000 ซึ่งเกิดขึ้นก่อนที่เอปสตีนจะถูกจับกุมครั้งแรกประมาณสองปี
เมื่อต้นสัปดาห์นี้ คณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรลงมติออกหมายเรียกตัวอัยการสูงสุด แพม บอนดี เพื่อให้มาตอบคำถามเกี่ยวกับการดำเนินการของกระทรวงยุติธรรมต่อเอกสารคดีเอปสตีน
สมาชิกพรรครีพับลิกันในคณะกรรมาธิการกำกับดูแลของสภาฯ เข้าร่วมกับสมาชิกพรรคเดโมแครตในการลงมติออกหมายเรียกดังกล่าว
เมื่อเดือน พ.ย. ปีที่แล้ว รัฐสภาสหรัฐฯ ผ่านกฎหมายที่บังคับให้กระทรวงยุติธรรมเปิดเผยเอกสารทั้งหมดจากการสืบสวนคดีเอปสตีน
นับแต่นั้นมา จึงมีการเผยแพร่เอกสารแล้วหลายล้านฉบับออกสู่สาธารณะ
































