กระทู้ถามคืออะไร รมต. คนไหนเป็นแชมป์ตอบกระทู้-หนีกระทู้

ที่มาของภาพ, STR/BBC Thai
- Author, หทัยกาญจน์ ตรีสุวรรณ
- Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง กำชับในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ (3 มี.ค.) ให้รัฐมนตรีให้ความสำคัญกับสภาผู้แทนราษฎร และเดินทางไปตอบกระทู้ถามด้วยตนเองในทุกวันพฤหัสบดี หลังถูกวิจารณ์อย่างหนักเรื่อง “หนีกระทู้”
“ได้สั่งการโดยขอให้รัฐมนตรีที่มีภารกิจในการตอบกระทู้สภา กรุณาไปตอบกระทู้ตามที่ได้ประสานนัดหมายกันไว้ด้วย เพื่อไม่ก่อให้เกิดปัญหาเหมือนสัปดาห์ที่แล้ว หากรัฐมนตรีติดภารกิจใด ๆ ขอให้มอบหมายรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องไปตอบแทน เพื่อให้เกิดการประสานงานที่ดีระหว่างฝ่ายบริหารและให้เกียรติฝ่ายนิติบัญญัติ” นายกฯ เศรษฐาแถลงภายหลังการประชุม ครม.
ด้าน พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็น 1 ในรัฐมนตรีที่ถูกฝ่ายค้านวิจารณ์เรื่องการ “หนีกระทู้” ไม่ได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าวภายหลังการประชุม ครม. หลังถูกถามถึงเข้าไปตอบกระทู้ในสภาในครั้งต่อไป
ในระหว่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อ 29 ก.พ. เพื่อพิจารณาวาระกระทู้ถามสดด้วยวาจา 3 กระทู้ และกระทู้ถามทั่วไป 4 กระทู้ รวมเป็น 7 กระทู้ ปรากฏว่ามีรัฐมนตรีมาตอบเพียงกระทู้เดียวซึ่งเป็นกระทู้ของ สส.รัฐบาล สร้างความไม่พอใจให้แก่ สส.ฝ่ายค้าน
ประธานวิปทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลต่างออกมาตำหนิบรรดารัฐมนตรีที่ “หนีกระทู้” และ “โดดสภา” ว่าไม่ให้เกียรติฝ่ายนิติบัญญัติ
นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ในฐานะประธานกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวว่า รัฐมนตรีคนใดที่มาตอบก็มาตอบตลอดเวลา รัฐมนตรีคนใดไม่ยอมมา ทำอย่างไรก็ไม่มา คนที่ไม่ยอมมาตอบ ลาออกไปดีไหม ขอหารือไปยังวิปรัฐบาลว่าจะแก้ไขอย่างไร ที่ผ่านมาเราให้ความร่วมมือตลอด แต่วันนี้ไม่ไหวแล้ว
“ผมคิดเป็นอื่นไม่ได้ครับนอกจากว่า ‘หนีกระทู้’ เห็นหัวข้อแล้วไม่อยากตอบ ไม่กล้าตอบ แต่หลาย ๆ ครั้งถ้าเป็นกระทู้ของฟากฝั่งรัฐบาลด้วยกัน ถามกันเอง ชงกันเอง ตบกันเอง กินกันเอง ก็มากันแทบทุกครั้ง ก็ต้องเรียกร้องไปยัง ครม. ผมคิดว่าพฤติกรรมแบบนี้จะพูดว่าแย่กว่ารัฐบาลประยุทธ์ก็ยังได้ รัฐบาลประยุทธ์มีการหนีกระทู้บ่อยครั้งก็จริง แต่นับกันได้เลยว่าสัดส่วนไม่เยอะเท่านี้แน่นอน” นายปกรณ์วุฒิเปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนเพิ่มเติมเมื่อ 29 ก.พ.
ขณะที่นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะประธานกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) กล่าวกลางสภาว่า ขอตำหนิบรรดารัฐมนตรีทั้งหลาย เพราะวันพฤหัสไหนที่นายกฯ เข้าสภา รัฐมนตรีมากันหมด พอวันไหนนายกฯ ไม่มา รัฐมนตรีก็ไม่มา ขอไม่เข้าข้างรัฐบาล ในฐานะเราเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ ใช้ช่องทางสภาแก้ไขปัญหาให้ประชาชน ขอรัฐมนตรีแค่วันพฤหัสบดีช่วงเช้า 2-3 ชั่วโมง ให้โอกาสสภาบ้าง
“แต่ถ้าท่านไม่ให้เกียรติพวกเราฝ่ายนิติบัญญัติที่ในสภาแห่งนี้ เวลาท่านถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ท่านอย่ามาขอมือผมนะ แจ้งไปยังท่านนายกฯ ช่วยกรุณาเตือนรัฐมนตรีด้วย” ประธานวิปรัฐบาลคนใหม่กล่าว และย้ำว่า ไม่สบายใจเรื่องนี้ ขอเตือนฝ่ายบริหารให้มาตอบทั้งกระทู้ถามสดและกระทู้ทั่วไป

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
กระทู้ถามคืออะไร ใครในรัฐบาลเศรษฐามาตอบกระทู้มากที่สุด กระทู้ไหนเจอ “โรคเลื่อน” บ่อยที่สุด บีบีซีไทยตรวจสอบข้อมูลและรวบรวมสถิติน่าสนใจมาไว้ ณ ที่นี้
กระทู้ถามคืออะไร
กระทู้ถาม คือ ข้อซักถามที่สมาชิกมีต่อนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีเกี่ยวกับงานในหน้าที่ จึงถือเป็นเป็นหนึ่งในเครื่องมือของฝ่ายนิติบัญญัติในการควบคุมตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดินของฝ่ายบริหาร โดย สส. หรือ สว. มีสิทธิตั้งกระทู้ถามนายกฯ หรือรัฐมนตรีในเรื่องใดเกี่ยวกับงานในหน้าที่ โดยถามเป็นหนังสือหรือถามด้วยวาจาก็ได้ ทั้งนี้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 150 และข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2562
สำหรับกระทู้ถามของ สส. แบ่งออกเป็น 3 ประเภท และมีขั้นตอนดำเนินการแตกต่างกันไป ดังนี้
1. กระทู้ถามสดด้วยวาจา: เป็นเรื่องสำคัญที่อยู่ในความสนใจของประชาชน, กระทบต่อผลประโยชน์ของชาติและประชาชน และเป็นเรื่องเร่งด่วน จึงไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า
ในการประชุมครั้งหนึ่ง สามารถบรรจุกระทู้ถามสดด้วยวาจาได้ไม่เกิน 3 กระทู้ ส่วนในการถาม-ตอบ ใช้เวลาไม่เกิน 90 นาที กระทู้ 1 เรื่อง สมาชิกถามได้ไม่เกิน 3 คำถาม ใช้เวลาถาม-ตอบไม่เกิน 30 นาที
สส. ที่ประสงค์จะตั้งกระทู้ ต้องยื่นแบบแสดงความจำนงตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจาก่อนเวลา 08.30 น. ของวันนั้น และให้รัฐมนตรีเริ่มตอบเวลา 10.30 น.
2. กระทู้ถามทั่วไป: เป็นกระทู้ที่ สส. ถามนายกฯ หรือรัฐมนตรี เพื่อให้ตอบในที่ประชุมสภาหรือในราชกิจจานุเบกษา โดย สส. เจ้าของกระทู้จะเป็นผู้ระบุว่าขอให้ตอบที่ใด และต้องส่งคำถามล่วงหน้าเป็นหนังสือยื่นต่อประธานสภา และให้ประธานสภาแจ้งนายกฯ หรือรัฐมนตรีที่ถูกตั้งกระทู้ถามทั่วไปมาตอบในสภาภายใน 15 วัน หรือตอบในราชกิจจานุเบกษาภายใน 30 วัน
กระทู้ประเภทนี้จะเริ่มถาม-ตอบหลังจบกระทู้ถามสดด้วยวาจา (ประมาณ 12.00 น.) ซึ่งในการประชุมครั้งหนึ่ง สามารถบรรจุกระทู้ถามทั่วไปได้ไม่เกิน 3 กระทู้ แต่ถ้ามีกระทู้ถามทั่วไปที่ถูกเลื่อนมาจากการประชุมครั้งก่อน หรือมีกระทู้รอบรรจุจำนวนมาก ประธานจะบรรจุกระทู้ถามทั่วไปเกิน 3 กระทู้ก็ได้ ส่วนในการถาม-ตอบ ไม่มีกำหนดเวลา แต่โดยทั่วไปให้เวลากระทู้ละ 30 นาที เมื่อนายกฯ หรือรัฐมนตรีตอบแล้ว สส. เจ้าของกระทู้มีสิทธิซักถามได้อีก 1 ครั้ง
3. กระทู้ถามแยกเฉพาะ: เป็นกระทู้น้องใหม่ที่เพิ่งมีขึ้นตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2562 โดยเป็นคำถามเฉพาะเรื่อง เฉพาะพื้นที่ เฉพาะบุคคล โดย สส. ต้องเสนอล่วงหน้าเป็นหนังสือยื่นต่อประธานสภา และให้ประธานสภาแจ้งนายกฯ หรือรัฐมนตรีที่ถูกตั้งกระทู้ถามแยกเฉพาะ เพื่อให้มาตอบภายใน 15 วัน ทั้งนี้เพื่อให้การตั้งกระทู้ถามมีจำนวนได้มากขึ้น และทันต่อการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น
การตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ จะมีห้องแยกต่างหาก ไม่ได้ใช้ห้องประชุมสภาใหญ่ มีประธานหรือรองประธานสภาสลับกันไปทำหน้าที่เป็นประธานในห้องกระทู้ถาม โดยเริ่มกระบวนการในเวลา 10.30 น. พร้อมกับกระทู้ถามสดด้วยวาจาที่อยู่ในห้องประชุมใหญ่
ในการประชุมครั้งหนึ่ง สามารถบรรจุกระทู้ถามแยกเฉพาะได้ไม่เกิน 6 กระทู้ โดยแต่ละกระทู้ต้องถาม-ตอบให้เสร็จภายใน 20 นาที เมื่อนายกฯ หรือรัฐมนตรีตอบแล้ว สส. เจ้าของกระทู้มีสิทธิซักถามได้อีก 1 ครั้ง
สำหรับสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 26 ตกลงกันว่า ให้บรรจุระเบียบวาระกระทู้ถามทุกวันพฤหัสบดี

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
เรื่องแบบไหนห้ามตั้งกระทู้
ข้อบังคับการประชุมสภา ข้อ 147 กำหนดลักษณะต้องห้ามของกระทู้ถามเอาไว้ 8 ประการ ได้แก่ ต้องไม่เป็นเชิงประชด เสียดสี หรือกลั่นแกล้งใส่ร้าย, ไม่คลุมเครือหรือเข้าใจยาก, ไม่เป็นเรื่องที่ได้ตอบแล้วหรือชี้แจงแล้วว่าไม่ตอบ, ไม่เป็นเรื่องที่มีประเด็นคำถามซ้ำกับกระทู้ถามซึ่งมีผู้อื่นเสนอมาก่อน, ไม่เป็นการให้ออกความเห็น, ไม่เป็นปัญหาทางกฎหมาย, ไม่เป็นเรื่องที่ไม่มีสาระสำคัญ และไม่เป็นเรื่องส่วนตัวของบุคคลใด เว้นเกี่ยวกับการงานในหน้าที่ราชการ
อย่างไรก็ตามประเด็นที่เคยถูกถาม-ตอบไปแล้ว สส. จะหยิบมาตั้งกระทู้ถามใหม่ได้ก็ต่อเมื่อมีสาระสำคัญต่างกัน หรือมีพฤติการณ์เปลี่ยนแปลงไปจากที่เคยตั้งกระทู้ถามรอบก่อน
เลื่อนตอบ-ไม่ตอบกระทู้ได้หรือไม่
นายกฯ หรือรัฐมนตรีมีสิทธิที่จะไม่ตอบกระทู้เมื่อ ครม. เห็นว่า “เรื่องนั้นยังไม่ควรเปิดเผย เพราะเกี่ยวกับความปลอดภัยหรือประโยชน์สําคัญของแผ่นดิน” ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่รัฐธรรมนูญ มาตรา 150 วรรคสอง และข้อบังคับการประชุมสภา ข้อ 151 เปิดช่องเอาไว้
ขณะเดียวกัน นายกฯ หรือรัฐมนตรีที่ถูกตั้งกระทู้ถาม ยังสามารถอ้าง “เหตุจำเป็นอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ หรือติดราชการสำคัญ” ในการขอเลื่อนตอบกระทู้ได้ แต่ต้องส่งหนังสือแจ้งประธานก่อนหรือในวันประชุม และกำหนดด้วยว่าจะมาตอบกระทู้ได้เมื่อใด
นอกจากนี้ นายกฯ หรือรัฐมนตรียังสามารถมอบหมายให้รัฐมนตรีคนอื่นเป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทนก็ได้ แต่ต้องทำหนังสือแจ้งประธานก่อนถึงระเบียบวาระกระทู้ถาม
ในการตอบกระทู้ถาม บรรดารัฐมนตรีต้องสื่อสารให้ชัดเจน ไม่ฟุ่มเฟือย วนเวียน ซ้ำซาก

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
6 เดือนรัฐบาล นายกฯ ตอบ 4 กระทู้-ไร้กระทู้ก้าวไกล
บีบีซีไทยตรวจสอบบันทึกการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 26 จัดทำโดย สำนักรายงานการประชุมและชวเลข กลุ่มงานรายงานการประชุม จำนวน 16 นัด (เฉพาะวันพฤหัสบดีที่มีระเบียบวาระกระทู้ถาม) พบว่า สมาชิกฝ่ายนิติบัญญัติมีโอกาสตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรีในรัฐบาลเศรษฐาเป็นครั้งแรกเมื่อ 21 ก.ย. 2566 โดยมีนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล สส.เลย พรรค พท. เป็นผู้ตั้งกระทู้ถามนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง โดยนายกฯ มอบหมายให้นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง จากพรรคเดียวกัน เป็นผู้ตอบ
สำหรับกระทู้แรกของสภาชุดนี้ เป็นประเด็นการฉ้อโกงหุ้นบริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ที่มีมูลค่าการปลอมแปลงสูงถึง 25,063 ล้านบาท โดย สส.เพื่อไทย ได้ถามถึงการติดตามเอาผิดผู้บริหารของบริษัท การอายัดทรัพย์ รวมถึงกระบวนการด้านกฎหมายเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำ
ข้อมูลการประชุมสภาล่าสุดจนถึง 29 ก.พ. 2567 พบว่า มีกระทู้อย่างน้อย 126 กระทู้ที่นายกฯ หรือรัฐมนตรีตอบ สส. แล้ว ในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา แบ่งเป็น กระทู้ถามสดด้วยวาจา 39 กระทู้, กระทู้ถามทั่วไป 33 กระทู้ และกระทู้ถามแยกเฉพาะ 54 กระทู้ ทั้งนี้ไม่นับรวมที่ตอบในราชกิจจานุเบกษา
สำหรับตัวนายเศรษฐาเคยเข้าร่วมประชุมสภา 2 วันพฤหัสบดี เพื่อตอบกระทู้ถามสดด้วยวาจาของสมาชิกรวม 4 กระทู้ โดยเป็นกระทู้จาก สส.พรรคร่วมรัฐบาล 2 กระทู้ และ สส.ฝ่ายค้าน 2 กระทู้ แต่ยังไม่เคยตอบกระทู้ที่ถามโดยพรรคแกนนำฝ่ายค้านอย่างก้าวไกล
ในคราวประชุมสภาเมื่อ 26 ต.ค. 2566 นายกฯ เศรษฐาตอบกระทู้ถามสดของนายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส. ราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เรื่องผลการปฏิบัติหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีในการเดินทางไปเยือนต่างประเทศว่าประเทศไทยได้รับอะไรบ้าง, การเจรจาการลงทุนกับต่างประเทศ มีโครงการอะไรที่น่าสนใจบ้าง รวมถึงปัญหาความขัดแย้งระหว่างอิสราเอล-ปาเลสไตน์ ที่สร้างความเดือดร้อนให้ชาวไทยที่ไปทำงานในประเทศอิสราเอล ซึ่งถูก สส.ฝ่ายค้าน วิจารณ์ว่า “ชงหวาน” เสียเหลือเกิน
นอกจากนี้นายกฯ ยังตอบอีกกระทู้ เรื่องการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี, ปัญหาในการรับจ้างเปิดบัญชีธนาคาร หรือที่เรียกว่า “บัญชีม้า” และการดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐที่เป็นผู้ร่วมกระทำผิด ถามโดยนายชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)
อย่างไรก็ตามในวันดังกล่าว มีกระทู้ถามสดของนายชัยธวัช ตุลาธน สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรค ก.ก. ที่เตรียมสอบถามเรื่องการบริหารงานตำรวจ, การบริหารจัดการโรงไฟฟ้า และกระบวนการยุติธรรมในการพิจารณาคดีทางการเมือง แต่นายกฯ มอบหมายให้ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม เป็นผู้ตอบแทน ทำให้นายชัยธวัชแจ้งกลางสภาว่า “เมื่อนายกฯ ไม่มาตอบเอง ก็จะไม่ถามในวันนี้” ส่งผลให้กระทู้ถามดังกล่าวตกไป ตามข้อบังคับการประชุมสภา ข้อ 155 (1) ท่ามกลางความคับข้องใจของฝ่ายค้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อนายเศรษฐาปรากฏตัวในห้องประชุมสภาหลังจากนั้น เพื่อตอบกระทู้ของนายอัครเดชและนายชัยชนะ
“วันนี้เป็นที่ชัดเจนว่านายกฯ เจตนาไม่ตอบกระทู้ถามสดของพรรคก้าวไกล ต้องการจะตอบกระทู้ถามสดเฉพาะที่ตนเองเตรียมมาตอบหรือชงให้โฆษณารัฐบาลเท่านั้น จริง ๆ ประเด็นสำคัญของปัญหาที่ผมต้องการถามนายกฯ จะเกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจที่มีลักษณะ ‘ประยุทธ์คิด เศรษฐาทำ ไอ้โม่งสั่ง’ ด้วย” หัวหน้าพรรค ก.ก. แสดงความเห็นผ่านบัญชีเอกซ์ของเขาเมื่อ 26 ต.ค. 2566

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
ส่วนการประชุมสภาอีกนัดที่นายเศรษฐามาตอบกระทู้ถามสดกลางสภา 2 กระทู้ เกิดขึ้นเมื่อ 8 ก.พ. 2567
กระทู้แรกถามโดยนายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชป. ว่าด้วยความขัดแย้งระหว่างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย กับสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน, การย้ายอุเทนถวายฯ และการหยุดรับนักศึกษาชั้นปี 1
ส่วนอีกกระทู้เป็นของนายโสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ที่ถามเรื่องการแก้ปัญหายาเสพติด

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
มนพรแชมป์ตอบกระทู้ 32 กระทู้
จากการตรวจสอบของบีบีซีไทยพบว่า ในจำนวน ครม. 34 คนของรัฐบาลเศรษฐา มีรัฐมนตรี 28 คนที่เคยถูกตั้งกระทู้ถามแล้วเดินทางไปตอบกระทู้ด้วยตนเองหรือได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ตอบกระทู้แทน
นางมนพร เจริญศรี รมช.คมนาคม สังกัดพรรค พท. คือรัฐมนตรีที่รับหน้าที่ตอบกระทู้มากที่สุดถึง 32 กระทู้ แบ่งเป็น กระทู้ถามสดด้วยวาจา 4 กระทู้, กระทู้ถามทั่วไป 7 กระทู้ และกระทู้ถามแยกเฉพาะอีก 21 กระทู้
รองลงมาคือ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย สังกัดพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ซึ่งตอบไป 9 กระทู้ แบ่งเป็น กระทู้ถามสดด้วยวาจา 4 กระทู้ และกระทู้ถามทั่วไป 5 กระทู้
ตามด้วย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง ตอบกระทู้ไปแล้ว 8 กระทู้ แบ่งเป็น กระทู้ถามสดด้วยวาจา 3 กระทู้, กระทู้ถามทั่วไป 3 กระทู้, กระทู้ถามแยกเฉพาะ 2 กระทู้
ขณะที่นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รมช.คมนาคม สังกัดพรรค พท. ตอบ 7 กระทู้ และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ จากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ตอบไป 6 กระทู้

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
ส่วนรัฐมนตรีที่ไม่ปรากฏชื่อว่าเคยตอบกระทู้ถามด้วยตนเองมี 6 คน ได้แก่ นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศ สังกัดพรรค พท., นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรค ภท., พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ สังกัดพรรค ภท., นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.คมนาคม สังกัดพรรค พท., นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมช.วัฒนธรรม สังกัดพรรค พท. และนายกฤษฎา จีนะวิจารณะ รมช.คลัง ในสัดส่วนพรรรค รทสช.
ปัญหาช้างป่า กระทู้ข้ามปีที่เจอ “โรคเลื่อน” ถึง 4 รอบ
สำหรับกระทู้ถามที่เจอ “โรคเลื่อน” มากที่สุด หนีไม่พ้น ปัญหาช้างป่าที่ส่งผลกระทบกับประชาชนใน จ.ระยอง มีนายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ สส.ระยอง พรรค ก.ก. เป็นเจ้าของกระทู้ เขายื่นกระทู้ถามเรื่องนี้ครั้งแรกเมื่อ 28 ก.ย. ปีก่อน แต่จนบัดนี้ก็ยังไม่ได้รับคำตอบใด ๆ โดยกระทู้นี้ถูกเลื่อนตอบมาแล้ว 4 ครั้ง จนกลายเป็น “กระทู้ข้ามปี”
แรกเริ่มเดิมที นายชุติพงศ์ตั้งกระทู้ถามแยกเฉพาะ เมื่อ 28 ก.ย. 2566 โดยถาม พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) จากพรรค พปชร. แต่รัฐมนตรีมีหนังสือขอเลื่อนตอบกระทู้ โดยให้เหตุผลว่า “เนื่องจากรัฐมนตรีติดราชการสาคัญ” ขอเลื่อนตอบเป็น 19 ต.ค. 2566 แต่เมื่อถึงวัน ว. เวลา น. รัฐมนตรีขอเลื่อนตอบเป็น 26 ต.ค. 2566 และเมื่อถึงวันนัดใหม่ รัฐมนตรีก็ขอเลื่อนอีก
พอเปิดศักราชใหม่ คราวนี้นายชุติพงศ์คนเดิมเปลี่ยนเป็นการเสนอกระทู้ถามทั่วไป 25 ม.ค. 2567 แต่ขอเปลี่ยนผู้ตอบใหม่เป็นนายกฯ แต่เขาก็ยังไม่ได้รับคำตอบเช่นเดิม เนื่องจากรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายคือ รมว.ทส. ติดราชการสาคัญ จึงได้มีหนังสือขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามไปเป็น 29 ก.พ. และพอถึงวันนัด รัฐมนตรีก็แจ้งขอเลื่อนอีกไปเป็น 28 มี.ค. สร้างความไม่พอใจให้แก่เจ้าของกระทู้ข้ามปี
นายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ นิยามตัวเองว่าเป็น “ผู้ได้รับผลกระทบ” ได้จัดทำแผ่นภาพที่มีใบหน้าของ พล.ต.อ.พัชรวาท และเรียกมันว่า “ประกาศตามหาคนหาย” ให้มาตอบกระทู้ พร้อมตั้งฉายาฝ่ายบริหารว่า “ครม. โรคเลื่อน”
“ฝากสื่อตามใบประกาศเรียก ยังไงก็มาด้วยนะครับ พี่ท่านมาสภา ตอบไม่รู้ ๆ บ้าง นี่ไม่มา ๆ ก็ไม่รู้จะอยู่ทำไมเหมือนกันตอนนี้” สส.ก้าวไกลสมัยแรก กล่าวเมื่อ 29 ก.พ.

ที่มาของภาพ, Thai News Pix
ด้าน พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ให้สัมภาษณ์ว่า ไม่มีเจตนาจะเลื่อนตอบกระทู้ถามของ สส.ก้าวไกล แต่ติดภารกิจด่วนจริง ๆ พร้อมยืนยันว่าให้เกียรติกับสภาที่ทำงานคู่ขนานกับฝ่ายบริหาร เมื่อวันที่ 15 ก.พ. ยังไปตอบกระทู้ถามของพรรค ปชป. ไม่เคยหนีหายไปไหน
ส่วนกระทู้ถามปัญหาช้างป่ากับประชาชน ไม่ได้นิ่งนอนใจ รมว.ทส. บอกว่าติดตามการแก้ปัญหาทุกระยะ รวมถึงมอบหมายให้ ร.อ.รชฏ พิสิษฐบรรณกร กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี ทส. ลงพื้นที่ติดตามปัญหาใกล้ชิดหลายครั้ง รวมถึงไปพูดคุยกับชาวบ้านเพื่อร่วมกันหาทางแก้ไขปัญหา
นับจากดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี พล.ต.อ.พัชรวาท เคยไปตอบกระทู้ถามสดด้วยตัวเองครั้งเดียวเมื่อ 15 ก.พ. โดยมีนายพิทักษ์เดช เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช พรรค ปชป. เป็นเจ้าของกระทู้ถามสดด้วยวาจา เรื่องการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน จากกรณีการกัดเซาะชายฝั่ง อ.ปากพนัง และ อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นปัญหาซ้ำซากมา 8 ปี

ที่มาของภาพ, ฺBBC











