เหตุใดแรงงานจีนทั่วโลกถูกทำร้าย ?

ที่มาของภาพ, Getty Images
- Author, เจเรมี โฮเวลล์
- Role, บีบีซีเวิลด์เซอร์วิส
เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (6 ต.ค.) ชาวจีน 2 คนถูกสังหารและหลายคนได้รับบาดเจ็บจากเหตุโจมตีด้วยระเบิดฆ่าตัวตาย นอกสนามบินการาจีของปากีสถาน
กองกำลังปลดปล่อยบาลูจิสถาน (Balochistan Liberation Army-BLA) ออกมาอ้างตนแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุดังกล่าวที่เกิดขึ้น และนี่เป็นการโจมตีแรงงานชาวจีนครั้งล่าสุดซึ่งเกิดขึ้นในปากีสถานและประเทศอื่น ๆ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
มีแรงงานชาวจีนมากกว่าครึ่งล้านคนที่ทำงานในโครงการพัฒนาต่างๆ ทั่วโลก ซึ่งหลายคนอยู่ในพื้นที่ที่มีความไม่แน่นอนทางการเมือง และหลายคนถูกลักพาตัวหรือถูกสังหาร
แรงงานจีนตกเป็นเป้าโจมตีในปากีสถานบ่อยแค่ไหน ?

ที่มาของภาพ, Getty Images
เมื่อวันที่ 6 ต.ค. ชาวจีนสองคนที่เป็นส่วนหนึ่งของแรงงานที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างโรงไฟฟ้าที่ท่าเรือกาซิม ใกล้กรุงการาจี ถูกสังหารด้วยระเบิดในยานพาหนะ ต่อมามีรายงานว่ามีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 10 คนจากการโจมตีครั้งนี้
BLA กล่าวว่าพวกเขา “กำหนดเป้าหมายการโจมตีขบวนรถของวิศวกรและนักลงทุนชาวจีนระดับสูง” ซึ่งเดินทางมาจากสนามบิน ในสิ่งที่พวกเขาเรียกว่าการโจมตีด้วยระเบิดพลีชีพ
ชาบาซ ชารีฟ นายกรัฐมนตรีของปากีสถานเรียกการโจมตีดังกล่าวว่าเป็น “การกระทำที่ชั่วร้าย” และกระทรวงการต่างประเทศกล่าวด้วยกว่าการกระทำดังกล่าว “จะต้องถูกลงโทษ”
ทางกลุ่ม BLA เป็นกลุ่มก่อความไม่สงบที่พยายามแบ่งแยกแผ่นดินเกิดของชาวบาลอชออกจากปากีสถานมาอย่างยาวนาน
ส่วนชาวจีน 2 คนที่พวกเขาสังหารไปนั้น กำลังทำงานในโครงการพัฒนาท่าเรือกาซิม จังหวัดสินธ์ ใกล้กับกรุงการาจีของปากีสถาน
กองกำลังปลดปล่อยบาลูจิสถานยังออกมายอมรับด้วยว่า เมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา พวกเขาได้โจมตีฐานทัพอากาศของกองทัพเรือที่อยู่ใกล้กับท่าเรือกวาดาร์ในบาลูจิสถาน ซึ่งเป็นสถานที่โครงการพัฒนาของบริษัทจีน
นอกจากนี้ ยังยอมรับว่าการสังหารนักวิชาการชาวจีน 3 คน และคนขับรถชาวปากีสถานในปฏิบัติการระเบิดพลีชีพใกล้กับสถาบันขงจื๊อที่ดำเนินโดยทางการจีน ซึ่งตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัยการาจี เมื่อเดือน เม.ย. 2565
BLA กล่าวว่าชาวบาลอชไม่ได้รับส่วนแบ่งความมั่งคั่งอย่างยุติธรรมจากการลงทุนของบริษัทต่างประเทศภายในจังหวัด หรือจากการสกัดแร่ธาตุ (เช่น น้ำมัน) โดยบริษัทต่างชาติในพื้นที่ของพวกเขา
มีชาวจีนกี่คนที่ทำงานในต่างประเทศ และเพราะเหตุใด ?

ที่มาของภาพ, Getty Images
มีชาวจีนราว 568,000 คนที่ทำงานตามโครงการพัฒนาต่าง ๆ ในต่างประเทศทั่วโลก ซึ่งดำเนินการโดยบริษัทสัญชาติจีน จากตัวเลขของกระทรวงพาณิชย์ปี 2022 ซึ่งเป็นข้อมูลล่าสุดที่มีอยู่
พวกเขาส่วนใหญ่ทำงานในโครงการซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของข้อริเริ่มสายแถบและทาง หรือ บีอาร์ไอ (Belt and Road Initiative-BRI) ซึ่งเป็นนโยบายลงทุนอย่างกว้างขวางทั่วโลกของจีน โดยประมาณการณ์ว่ามีการใช้เงินในโครงการนี้ไปแล้ว 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 34 ล้านล้านบาท) เพื่อพัฒนาสิ่งต่าง ๆ เช่น การเชื่อมโยงทาง ถนน ทางรถไฟ ท่าเรือ และโรงไฟฟ้า
ทั้งนี้ นโยบายดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างเส้นทางใหม่สำหรับการส่งออกของจีน และเพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างจีนและทุกประเทศที่ลงนามเป็นพันธมิตรในโครงการนี้ และปากีสถานก็เป็นที่ตั้งของโครงการที่ใหญ่ที่สุดของ BRI นั่นคือ ระเบียงเศรษฐกิจจีน-ปากีสถาน โดยโครงการนี้เกี่ยวข้องกับการเชื่อมต่อทาง ถนน และทางรถไฟจำนวนมาก จากชายแดนตะวันตกของจีน ผ่านปากีสถานไปยังท่าเรือกวาดาร์ในทะเลอาหรับ
เช่นเดียวกับปากีสถาน หลายประเทศในแอฟริกา เช่น เคนยา เอธิโอเปีย และเซเนกัล ได้กู้ยืมเงินหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐจากจีน เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งและพลังงานที่ดีขึ้น
บ่อยครั้งที่ผู้อยู่อาศัยในประเทศเจ้าภาพบ่นว่า บริษัทที่ดำเนินโครงการพัฒนาไม่ค่อยสร้างงานให้กับคนในพื้นที่ของพวกเขา และส่วนใหญ่มักจ้างแรงงานชาวจีน
“คนในท้องถิ่นในประเทศแอฟริกาไม่พอใจเรื่องนี้” ศ.สตีฟ ซัง จากสถาบันจีนของ
วิทยาลัยบูรพคดีศึกษาและการศึกษาแอฟริกา มหาวิทยาลัยลอนดอน ระบุ
“บริษัทเหล่านี้นำแรงงานชาวจีนจำนวนมากเข้ามา และมันทำให้รู้สึกว่าพวกเขาจะจ้างชาวแอฟริกันให้ทำงานในตำแหน่งที่มีสภาพแวดล้อมทำงานที่เลวร้ายเท่านั้น” เขาบอกกับบีบีซี
“ประเทศจีนบอกว่าการลงทุนในต่างประเทศเป็นผลประโยชน์ของทั้งสองฝ่ายหรือวิน-วิน (win-win)” ดร.อเล็กซ์ ไวนส์ จากแชทแธมเฮ้าส์ สถาบันวิเคราะห์นโนบายด้านต่างประเทศที่มีฐานทำงานอยู่ในกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร กล่าว
“แต่มันกลับสร้างตำแหน่งงานให้กับชาวจีน เพื่อแก้ไขปัญหาว่างงานในจีน” เขากล่าวกับบีบีซี
แรงงานจีนในต่างประเทศมีอันตรายแค่ไหน ?

ที่มาของภาพ, Getty Images
การลงทุนของจีนในต่างประเทศทำให้แรงงานจีนต้องทำงานในบางประเทศที่อันตรายที่สุดในโลก รวมถึงเขตความขัดแย้งต่าง ๆ ที่สถานการณ์ยังคงดำเนินอยู่
ยกตัวอย่างเช่น ปากีสถานได้รับการจัดอันดับให้เป็น 1 ในประเทศที่ไม่มีความมั่นคงทางการเมืองมากที่สุด ตามการจำแนกประเภทโดยธนาคารโลก
รีอาซ์ โซฮาอิล ผู้สื่อข่าวบีบีซีเวิลด์เซอร์วิส ในกรุงการาจี กล่าวว่า เกิดการโจมตี 16 ครั้งที่เชื่อมโยงกับโครงการพัฒนาของจีนในปากีสถาน ซึ่งส่งผลให้พลเมืองจีน 12 คนเสียชีวิต และอีก 16 คน ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งรวมถึงการสังหารวิศวกรชาวจีน 5 คนในเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งทำงานในเขื่อนไฟฟ้าพลังงานน้ำดาสุ ในภูมิภาคบิชามของไคเบอร์ ปัคตุนควา พื้นที่ที่มีความผันผวนสูงทางตะวันเฉียงเหนือของประเทศ
ในเดือน พ.ย. 2018 มือปืนสังหารผู้คนอย่างน้อย 4 รายในการโจมตีสถานกงสุลจีนประจำกรุงการาจี และไม่มีใครออกมาอ้างความรับผิดชอบต่อเหตุโจมตีดังกล่าว
ขณะที่ในแอฟริกานั้น เกิดเหตุโจมตีพนักงานชาวจีนที่ทำงานในเหมืองทองคำในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกหลายครั้ง ในภูมิภาคที่มีความรุนแรงทางการเมืองที่เกิดจากกลุ่มติดอาวุธ
ในเดือน ก.ค. 2024 สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า มีชาวจีน 6 คน และทหารคองโกอย่างน้อย 2 คน ถูกยิงที่บริเวณเหมืองทองคำทางตะวันออกเฉียงเหนือของคองโก ซึ่งส่วนหนึ่งมีบริษัทจีนเป็นเจ้าของ
กล่าวกันว่าผู้กระทำความผิดเป็นสมาชิกของกองกำลังติดอาวุธที่เรียกว่า แนวร่วมเพื่อการพัฒนาคองโก (Co-operative for the Development of the Congo) ซึ่งเป็นหนึ่งในหลายกลุ่มที่ต่อสู้เพื่อควบคุมที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติในภูมิภาคนี้
เดือน ม.ค. 2022 มีรายงายว่ามือปืนในไนจีเรียลักพาตัวคนงานชาวจีน 3 คนที่ไซต์ก่อสร้างเขื่อนในรัฐไนเจอร์ ซึ่งสร้างขึ้นโดยบริษัทซีโนไฮโดรของจีน
จากรายงานของสถาบันปีเตอร์สันเพื่อเศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ (PIEE) ในสหรัฐฯ ระบุว่า กลุ่มติดอาวุธในแอฟริกาและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มักคิดว่าการลักพาตัวชาวจีนเป็นประโยชน์ต่อพวกเขา เพราะคาดหวังว่าบริษัทจะจ่ายค่าไถ่จำนวนมาก
ในช่วง 2 ทศวรรษของการสูญเสียอำนาจและหวนคืนสู่อำนาจใหม่อีกครั้งของกลุ่มตาลีบันในอัฟกานิสถาน ยังพบว่าเกิดการลักพาตัวแรงงานชาวจีนอยู่บ่อยครั้ง เพื่อเรียกค่าไถ่จากพวกเขา
จีนปกป้องแรงงานในต่างประเทศอย่างไร ?
จากข้อมูลของ PIEE ระบุว่า รัฐบาลจีนและบริษัทจีนได้จัดการการโจมตีในประเทศต่าง ๆ โดย “จ่ายค่าไถ่เพื่อให้ปล่อยตัวประกัน กดดันเจ้าหน้าที่ประเทศเจ้าบ้านให้มีการรักษาความปลอดภัยที่ดีขึ้น และส่งออกเทคโนโลยีการเฝ้าระวังเพื่อช่วยระบุและสกัดกั้นผู้ที่อาจเป็นกลุ่มหัวรุนแรง”
จีนยังฝึกอบรมกองกำลังติดอาวุธในประเทศเจ้าภาพ เพื่อให้พวกเขาสามารถรักษาความปลอดภัยแรงงานได้ดีขึ้น และทางบริษัทจีนได้จ้างบริษัทรักษาความปลอดภัยเอกชนมาประจำการยังไซต์ก่อสร้างของตนมากขึ้น เพื่อตอบสนองหากเกิดการโจมตีโดยระเบิดพลีชีพ มือปืน รวมถึงผู้ลักพาตัว
“แต่มันมีข้อจำกัดในสิ่งที่ปักกิ่งสามารถคาดหวังให้ประเทศเจ้าบ้านดำเนินได้อย่างสมเหตุสมผล” รายงานของ PIEE กล่าว “การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ของจีน มุ่งเป้าไปยังประเทศที่มีหลักนิติธรรมอ่อนแอกว่า”
หลังจากการโจมตีครั้งล่าสุดในปากีสถาน สถานทูตจีนที่นั่นได้แจ้งเตือนพลเมืองและวิสาหกิจจีนในปากีสถานว่าให้ระมัดระวังและ “พยายามใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเต็มที่”











