เหตุใดปูตินจึงอ้างว่ายูเครนอาจอยู่เบื้องหลังเหตุกราดยิงในมอสโก ทั้งที่ไอเอสออกมาประกาศว่าเป็นผู้ลงมือแล้ว

ที่มาของภาพ, Getty Images
- Author, สตีฟ โรเซนเบิร์ก
- Role, บรรณาธิการข่าวประจำรัสเซีย
หน้าจอวิดีโอขนาดใหญ่ที่สุดในรัสเซียอยู่ที่อาร์บัต ซึ่งเป็นอเวนิวแห่งใหม่ของกรุงมอสโก
ในวันนี้ หน้าจอทั้งหมดอุทิศให้กับการไว้ทุกข์ โดยขึ้นเป็นภาพเปลวเทียนพร้อมข้อความภาษารัสเซียว่า “Skorbim” หรือ “เราไว้อาลัย”
รัสเซียกำลังไว้อาลัยให้กับเหยื่อจากการสังหารหมู่ในโครคัส ซิตี ฮอลล์ (Crocus City Hall) ขณะนี้ตัวเลขจำนวนผู้เสียชีวิตยังไม่นิ่ง และการค้นหาร่างผู้เสียชีวิตยังคงดำเนินต่อไป
ทั่วประเทศลดธงชาติรัสเซียลงครึ่งเสา กิจกรรมบันเทิงและการแข่งขันกีฬาต่าง ๆ ก็ถูกยกเลิก และผู้ประกาศข่าวโทรทัศน์ต่างสวมชุดสีดำ
แม้ว่าโครคัส ซิตี ฮอลล์ ไม่ได้ตั้งอยู่ใจกลางกรุงมอสโก แต่มันเป็นหนึ่งในสถานที่แสดงดนตรีที่โดดเด่นที่สุดในรัสเซีย
การนองเลือดในวันศุกร์ที่ผ่านมา ทำให้สถานที่จัดแสดงคอนเสิร์ตกลายเป็นนรก โดยพบว่าผู้โจมตีไม่ได้สังหารด้วยกระสุนปืนเท่านั้น แต่ยังใช้ไฟร่วมด้วย พวกเขาจุดไฟเผาตัวอาคารเพื่อทำให้มันกลายเป็นอเวจี และจากวิดีโอที่คณะกรรมการสืบสวนของรัสเซียเผยแพร่ออกมาก็ทำให้เห็นการถล่มของหลังคาและคานโลหะ
ตำรวจยังคงตรึงกำลังอยู่ภายนอกตัวอาคาร จากจุดที่ผู้สื่อข่าวยืนอยู่ เรามองเห็นเพียงส่วนเสี้ยวความเสียหายที่เกิดจากเพลิงไหม้ศูนย์รวมความบันเทิงครบวงจรแห่งนี้ นี่เป็นสัญญาณที่บ่งถึงความหายนะที่เกิดขึ้นด้านใน
ในเวลาเดียวกัน ผู้คนกำลังต่อแถวเพื่อวางช่อดอกไม้บริเวณอนุสรณ์สถานชั่วคราวเพื่อไว้อาลัยให้กับผู้เสียชีวิตจากความโหดร้าย ข้าวของไว้อาลัยมีจำนวนมากจนแทบจะเป็นภูเขาขนาดย่อม ๆ เพราะนอกจากดอกกุหลาบและดอกคาร์เนชันแล้ว ผู้คนยังวางตุ๊กตาและของเล่นไว้บนดอกไม้ เนื่องจากในบรรดาผู้เสียชีวิตมีเด็กด้วย
พวกเขาเขียนข้อความไว้อาลัยไว้ด้วย หนึ่งในนั้นเขียนสื่อถึงผู้โจมตีก่อเหตุว่า “แกมันกากสวะ เราจะไม่ยอมให้อภัยแกเด็ดขาด”

ฝูงชนมีทั้งความโกรธและความโศกเศร้าต่อเหตุโจมตีที่เกิดขึ้น
“ดวงใจของประเทศกำลังเจ็บปวดอย่างสาหัส” ทัตยานา หนึ่งในผู้มาวางช่อดอกไม้ บอกกับบีบีซี “จิตวิญญาณของฉันกำลังหลั่งน้ำตา รัสเซียกำลังร่ำไห้ คนหนุ่มสาวจำนวนมากที่ถูกสังหาร ฉันรู้สึกราวกับว่าลูก ๆ ของฉันได้ถูกพรากชีวิตไป”
“มันเป็นเรื่องที่น่าตกใจอย่างมาก” โรมัน กล่าว “ผมอาศัยอยู่ใกล้ ๆ และเห็นว่าเกิดอะไรขึ้นผ่านหน้าต่าง มันน่าสะพรึงมาก และเป็นโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่”
“ใครก็ตามที่ลงมือทำเรื่องนี้ พวกเขาไม่ใช่คน พวกเขาคือศัตรูของเรา” เยฟเจนี ผู้ที่อยู่ในวัยรับเงินบำนาญ บอกกับบีบีซี “ฉันคิดว่าเราควรเอาโทษประหารชีวิตกลับมาใช้อีกครั้ง อย่างน้อยก็สำหรับพวกผู้ก่อการร้าย”
กลุ่มรัฐอิสลาม (Islamic State) หรือไอเอส อ้างว่าตนเองอยู่เบื้องหลังเหตุกราดยิงดังกล่าว พร้อมกับเผยแพร่ภาพความรุนแรงที่แสดงถึงการกระทำอันดุเดือดเลือดพล่านของผู้โจมตี ด้านเจ้าหน้าที่ของสหรัฐอเมริกาบอกว่า ไม่มีเหตุให้สงสัยคำกล่าวอ้างของกลุ่มไอเอสในครั้งนี้ แต่ปฏิกิริยาของรัสเซียกลับต่างออกไป
ทางการรัสเซียพยายามนำเสนอแนวคิดที่ระบุว่า ยูเครนอยู่เบื้องหลังการโจมตีที่โหดร้ายทารุณครั้งนี้ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
ในคำปราศรัยทางโทรทัศน์เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน พยายามอ้างว่ามือปืนทั้ง 4 คน ถูกจับกุมขณะพยายามหลบหนีไปยังยูเครน โดยเขากล่าวหาว่า “มีการเปิดช่องทางเตรียมรองรับพวกเขาแล้ว หากพวกเขาข้ามพรมแดนเข้าไปในยูเครนได้”
ทางรัฐบาลยูเครนปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้นักวิจารณ์ผู้สนับสนุนรัฐบาลรัสเซียหยุดส่งต่อแนวคิดที่ว่า การโจมตีนี้มีความเชื่อมโยงกับยูเครน
บนเว็บไซต์ของหนังสือพิมพ์ มอสคอฟสกี คอมโซโมเลต์ (Moskovsky Komsomolets) ซึ่งเป็นสื่อสนับสนุนรัฐบาล ได้ตีพิมพ์บทความที่มีแนวคิดต่อต้านยูเครนในหัวข้อว่า “ควรประกาศให้ยูเครนเป็นรัฐก่อการร้าย” ซึ่งมีบทสรุปว่า “ถึงเวลาทำลายระบอบการปกครองของเคียฟแล้ว... พวกแก๊งนั้นต้องตายให้หมด รัสเซียมีทรัพยากรเพียงพอที่จะทำสิ่งนี้”
นี่ทำให้เกิดคำถามสำคัญว่า เครมลินจะตอบสนองต่อเหตุโจมตีอันรุนแรงนี้เช่นไร ผู้นำรัสเซียกำลังวางแผนใช้โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นที่โครคัส ซิตี ฮอลล์ เพื่อยกระดับความรุนแรงสงครามของรัสเซียในยูเครนหรือไม่ ?











